ตอนที่9 ยิงระยะสามแต้ม
“อิงเอ๋อร์ถ้าเหนื่อยก็ไม่ต้องไปเรียนวิชานี้ก็ได้นะเมื่อวานเธอก็วิ่งจนเป็ลมไปแล้วไม่ใช่หรือ?”
กงเจียหลิงแสดงความคิดเห็นด้วยความรู้สึกเห็นใจเพื่อนซึ่งเธอลอบสังเกตท่าทางของเพื่อนั้แ่เช้าแล้วถึงแม้ว่าเสิ่นลี่อิงจะไม่แสดงอาการอ่อนเพลียออกมาให้เห็นก็ตามทว่าเธอยังคงรู้สึกห่วงใยเพื่อนเหมือนเดิม
เสิ่นลี่อิงยิ้มรับคำกล่าวแสดงความห่วงใยจากเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจเธอกล่าวตอบเพื่อนอย่างผ่อนคลายว่า
“ไม่เป็ไรหลิงหลิง.....ฉันสบายดีแต่เมื่อคืนก็หลับเป็ตายเลย พอตื่นเช้ามาก็สดชื่นแล้วได้ยาคลายกล้ามเนื้อของพ่อมากินพอดี ก็เลยหายปวดเมื่อยตัว แต่เมื่อวานที่ได้วิ่งฉันรู้สึกอยากออกกำลังกายอีก ต่อไปฉันจะเป็คนใหม่ที่ไม่กลัววิชาใด ๆ แล้วล่ะ”
เสิ่นลี่อิงตอบเพื่อนตามจริงบางส่วนเธอไม่สามารถบอกความลับที่ตนเกิดใหม่พร้อมกับมีไพ่ลับติดตัวมาด้วยได้
ประการสำคัญเธอพบว่าวิชาพลศึกษาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดแต่เป็วิชาที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและร่างกายให้แข็งแรงขึ้น จึงอยากเป็คนใหม่ที่ไม่ใช่คนอ่อนแอและขี้ขลาดเหมือนเดิมอีก
“โอเค.....แต่ถ้าเธอไม่ไหวก็อย่าฝืนนะ”กงเจียหลิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
ถึงอย่างนั้นเธอก็กำชับเพื่อนด้วยความเป็ห่วงเพราะไม่อยากให้เพื่อนที่เก่งกาจจนสามารถสอนการบ้านคนอื่นได้จะต้องเจ็บป่วยหรือได้รับาเ็แล้วไม่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ตามความมุ่งหวัง
เสิ่นลี่อิงยิ้มรับคำกล่าวของเพื่อนอย่างรู้สึกดีเธอไม่คาดคิดว่าเกิดใหม่คราวนี้จะได้เรียนรู้จิตใจที่ดีของคนใกล้ตัวมากขึ้นทำให้รู้สึกมีกำลังใจที่จะปฏิวัติตนเองต่อไป
อย่างไรก็ตามนักเรียนห้องห้าที่จะต้องเรียนวิชาบาสเกตบอลกับครูเจียงตันพลันต้องพบความประหลาดใจเมื่อมาถึงสนามบาสเกตบอลในอาคารกีฬาในร่มที่ตั้งอยู่หลังอาคารสำนักงาน
ทั้งนี้มีกลุ่มนักเรียนชายหญิงต่างโรงเรียนจำนวนสิบกว่าคนรออยู่ในสนามบาสเกตบอลโดยมีครูพลศึกษาจากโรงเรียนมัธยมอันดับสองของเมืองต้าเสิ้งติดตามมาด้วยสองคน
ครูเจียงตันเหลือบมองเห็นนักเรียนห้องห้าสะพายกระเป๋าเป้มาด้วยเพื่อเรียนวิชาพลศึกษาเป็คาบสุดท้ายของวันนี้มาถึงพอดีจึงปรบมือพร้อมประกาศให้นักเรียนรับรู้ว่า
แปะ ! แปะ ! แปะ!
“นักเรียนห้องห้าวันนี้มีเพื่อนจากโรงเรียนมัธยมอันดับสอง ชั้นปีสามเหมือนกันพวกเขาอยากมาแลกเปลี่ยนทักษะ
บาสเกตบอลด้วย มีทั้งทีมชายกับทีมหญิงพวกเธอรวมทีมกันเลยนะ ให้ได้ทีมละห้าคนก่อน อย่าลืมหาตัวสำรองเผื่อไว้ด้วยหวังว่าคงยังไม่ลืมกฎกติกาที่สอนไปั้แ่ปีสองล่ะ”
นักเรียนห้องห้าไม่รู้ว่ากำหนดการเรียนวิชาพลศึกษาถูกเปลี่ยนแปลงกะทันหันโดยกลายเป็การแข่งขันทักษะ
บาสเกตบอลกับเพื่อนต่างโรงเรียนต่างพากันส่งเสียงอุทานด้วยความแปลกใจทว่าทุกคนจำเป็ต้องทำตามคำสั่งของครูเจียงตันอย่างเข้าใจ
“ฮะ! พวกมันจะมาแก้มือหรือยังไง?”
“โอ้! ไอ้พวกนี้จะแข่งทีมหญิงด้วยหรือ? แย่ละสิ!.....ถ้าแข่งเฉพาะทีมชายละก็ฉันไม่เป็กังวลเลย”
“ทีมหญิงจะมีใครบ้างละ?ห้องเราไม่ค่อยมีใครเล่นบาสเก่งเสียด้วยสิ”
พลันเกิดความโกลาหลขึ้นเล็กน้อยกับทีมบาสเกตบอลฝ่ายหญิงเนื่องจากมีนักเรียนหญิงที่เก่งกาจในกีฬาประเภทนี้เพียงสามคนที่เหลือล้วนพอเล่นได้เล็กน้อยลำพังแค่เดาะลูกบอลให้อยู่มือยังไม่สามารถทำได้ทุกคน
เสิ่นลี่อิงเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเธอพอรับรู้อยู่บ้างว่านักเรียนห้องห้าเป็กลุ่มนักเรียนแข็งแกร่งและเป็หน้าตาของโรงเรียนในเื่กีฬายกเว้นเื่การเรียนที่จะอยู่ลำดับท้ายของชั้นปี
อนึ่งแต่ละชั้นปีของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองต้าเสิ้งจะมีอยู่ห้าห้องรวมทั้งหมดมีสามสิบห้อง ๆ ละสามสิบกว่าคนรวมทั้งโรงเรียนจะมีนักเรียนอยู่ราวหนึ่งพันคน
ห้องหนึ่งเป็ห้องเรียนของนักเรียนที่เก่งที่สุดสำหรับห้องสอง ห้องสาม และห้องสี่มีนักเรียนเก่งลดหลั่นลงมา
ส่วนห้องห้ามีนักเรียนที่เก่งจำนวนน้อยสุดของชั้นปีอาจมีเก่งบ้างเพียงสองสามคนเท่านั้นแตกต่างจากห้องอื่นที่มีคนเก่ง
จำนวนมากหรือเก่งยกห้องเรียนดังเช่นนักเรียนห้องหนึ่งของทุกชั้นปี
ทว่าเื่กีฬากลับกลายเป็ห้องห้าที่มีนักเรียนเก่งกาจด้านกีฬาหลากหลายประเภทหนึ่งในนั้นคือกีฬาบาสเกตบอล ซึ่งเพื่อนนักเรียนของเสิ่นลี่อิงสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศได้ในการแข่งขันกีฬานักเรียนเมืองต้าเสิ้ง
“ยังเหลืออีกคนหนึ่งพวกเราจะให้ใครมาเสริมทีมละ? หากมีจำนวนไม่ครบห้าคนพวกเราอาจแพ้ทีมฝั่งตรงข้าม ั้แ่ยังไม่เริ่มแข่งเลยนะนี่”
กงเจียหลิงเป็หนึ่งในตัวแทนนักเรียนที่จะร่วมลงแข่งขันบาสเกตบอลกับเพื่อนเธอแสดงความกังวลใจที่พบว่าตัวแทนนักเรียนหญิงห้องห้ามีเพียงสี่คนลำพังจะหาตัวสำรองยังไม่สามารถหาได้สักคน สร้างความหนักใจให้กับเธอเป็อย่างยิ่งเพราะไม่้าพ่ายแพ้ให้กับทีมตรงข้าม
“ให้ฉันเล่นด้วยคนได้ไหม?” เสิ่นลี่อิงเหลียวมองรอบตัวก่อนที่จะกล่าวเสนอตัวเองอย่างคาดหวัง
เธอพบว่าไม่มีเพื่อนนักเรียนหญิงคนใดที่แข็งแรงพอในการต่อกรกับทีมนักเรียนฝั่งตรงข้ามได้อีกทั้งเธออยากทดสอบพละกำลังของตนด้วยว่าทักษะต่อสู้ที่เพิ่งฝึกฝนไปเมื่อเช้าจะช่วยให้เธอเล่นกีฬาได้เก่งขึ้นหรือไม่
กงเจียหลิงเหลือบมองเสิ่นลี่อิงก่อนตาโตเป็ประกายอย่างยินดีเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า
“จริงสิ! เมื่อวานอิงเอ๋อร์วิ่งตั้งยี่สิบรอบยังมาเรียนวันนี้ได้งั้นเล่นบาสก็น่าจะได้นะ ถึงจะเลี้ยงลูกบอลไม่ได้ ก็ไม่เป็ไรหรอกขอให้ทีมห้องเราครบห้าคนก็พอ”
เพื่อนนักเรียนหญิงคนอื่นต่างพยักหน้าเห็นด้วยเนื่องจากหลายคนพบว่าเธอไม่มีอาการผิดปกติจากการที่ต้องวิ่งหักโหมในเมื่อวานนี้อีกทั้งเสิ่นลี่อิงยังคงดูสดชื่นเป็ปกติ จึงคิดว่าเพื่อนคนนี้อาจช่วยรวมทีมให้ครบจำนวนได้
ทีมนักเรียนชายเป็ฝ่ายเริ่มเล่นก่อนเพราะสามารถรวมทีมกันได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วทำให้เสิ่นลี่อิงมีเวลาเรียนรู้เทคนิคการเดาะลูกบอล เลี้ยงลูกบอลการหลบหลีกและการโยนลูกบอลลงห่วงให้แม่นยำ เธอสังเกตและเรียนรู้ด้วยสายตาแล้วคิดวิเคราะห์ผ่านสมองที่ทรงพลังจากพรทักษะเรียนรู้เร็ว
“น่าสนใจแฮะ.....ฉันคิดว่าเื่ความแม่นยำไม่น่าจะยากเกินไปต้องทดลองเสียก่อน”
เสิ่นลี่อิงเพิ่งรู้สึกสนใจเื่กีฬาเป็ครั้งแรกเธอพบว่ากีฬาประเภทต่าง ๆ ไม่ได้ยากเกินไปหากเข้าใจหลักการและเทคนิคเล็กน้อยซึ่งเธออาศัยการเรียนรู้โดยตรงจากการสาธิตจริงของเพื่อนนักเรียนชายทั้งสองโรงเรียนที่กำลังแข่งขันกันอย่างจริงจัง
ครูเจียงตันเป่านกหวีดเมื่อลูกบอลลงห่วงก่อนที่จะขานคะแนนอย่างตื่นเต้นยินดีเมื่อหัวหน้าห้องหูเฉาเหว่ยสามารถโยนลูกลงห่วงจนได้แต้มนำอีกฝ่ายไปมากถึงสองเท่าว่า
“ปรี๊ด! ทีมหนึ่งได้อีกสองแต้มเป็สี่สิบแต้มแล้ว เร็วเข้า!.....วิ่งเร็วหน่อย! ป้องกันอีกทีมด้วย!”
กองเชียร์จากนักเรียนห้องห้าที่ไม่ได้ลงแข่งทั้งชายหญิงต่างส่งเสียงะโให้กำลังใจเพื่อนนักเรียนอย่างสนุกสนานที่สามารถทำแต้มนำทีมฝ่ายตรงข้ามไปได้มาก
เสิ่นลี่อิงยืนเชียร์และเรียนรู้เทคนิคการเล่นบาสเกตบอลจากเพื่อนนักเรียนชายอย่างกระตือรือร้นเธอรู้สึกอยากลงแข่งขันเพื่อทดสอบฝีมือของตนเองบ้างแล้ว
ในที่สุดครูเจียงตันเป่านกหวีดหมดเวลาครึ่งแรก
ปรี๊ด ! ปรี๊ด ! ปรี๊ด!
ต่อไปเป็ทีมหญิงลงสนามแข่งขันในขณะที่ทีมชายได้คะแนนไปมากถึงหกสิบคะแนนต่อสามสิบสองคะแนน
เสิ่นลี่อิงยืนล้อมวงกับเพื่อนพร้อมประสานมือก่อนส่งเสียงเรียกกำลังใจระหว่างกัน“เฮ้ ! ! !”
จากนั้นทีมหญิงของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งและโรงเรียนมัธยมอันดับสองลงสนามอย่างพร้อมเพรียง
เด็กสาวถูกเพื่อนมอบหมายให้เป็เซ็นเตอร์คอยส่งลูกให้คนอื่นเนื่องจากเพื่อนนักเรียนห้องห้ายังไม่เคยพบเห็นความเก่งกาจของเธอมาก่อนแตกต่างจากกงเจียหลิงที่เป็หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียนั้แ่ชั้นมัธยมปลายปีหนึ่งแล้ว
ถึงอย่างนั้นเสิ่นลี่อิงไม่ได้กังวลใจแม้แต่น้อยเพราะเธอเชื่อมั่นว่าตนน่าจะวิ่งได้เร็วกว่าเพื่อนคนอื่น อีกทั้งยังมั่นใจว่าตนสามารถโยนลูกลงห่วงในระยะสามแต้มได้อย่างแน่นอน
ระหว่างที่เพื่อนนักเรียนฝั่งตรงข้ามถูกสกัดลูกบอลพลันหลุดจากมือนักเรียนคนนั้นพอดี แล้วกระดอนตรงมายังทิศทางของเสิ่นลี่อิงที่ยืนอยู่เธอรีบหยิบลูกบอลขึ้นมาแล้วโยนลงห่วงจากครึ่งสนามโดยตรง
นักเรียนในสนามและรอบข้างสนามต่างพากันหยุดนิ่งชั่วขณะเพื่อลุ้นลูกบอลว่าจะตกลงไปในห่วงหรือไม่
พลันเกิดเสียงเฮดังลั่นในกลุ่มนักเรียนห้องห้าของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งอย่างคาดไม่ถึง
“เฮ! อิงเอ๋อร์ทำได้!โยนแม่นเสียจริง”
“อ๊ะ! ไม่น่าเชื่อว่าจะโยนจากครึ่งสนามได้แม่นขนาดนี้ต้องใช้แรงขนาดไหนกันเนี่ย?”
นักเรียนหลายคนแสดงความประหลาดใจในผลงานโยนลูกระยะสามแต้มที่เกินความคาดหมายของใครหลายคน
เสิ่นลี่อิงยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจมากขึ้นเธอพบว่าการถอดรหัสโดยอาศัยหลักการทางฟิสิกส์เข้าช่วย ทำให้เธอคำนวณหาองศาและแรงการโยนลูกได้อย่างแม่นยำจึง้าทดสอบอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
เมื่อนักเรียนโยนลูกบอลเข้าในสนามเพื่อเปิดเกมใหม่เกิดการแก่งแย่งลูกบอลสักพักหนึ่ง ก่อนที่นักเรียนของโรงเรียนมัธยมอันดับสองจะครองลูกได้แล้ววิ่งเลี้ยงลูกบอลตรงมายังทิศทางที่เสิ่นลี่อิงยืนอยู่พอดี
เธอปราดเข้าไปแย่งลูกบอลอย่างมีชั้นเชิงหลังจากที่เรียนรู้เทคนิคจากทีมชายมากพอแล้ว ปรากฏว่าเธอสามารถแย่งลูกบอลได้สำเร็จแล้ววิ่งเลี้ยงลูกบอลตรงไปยังแป้นของอีกฝั่งในทันที
อย่างไรก็ตามนักเรียนฝั่งตรงข้ามไหวตัวทันแล้วพุ่งตัวเข้ามาปิดกั้นเส้นทางโยนลูกบอลของเธอทันใด
เสิ่นลี่อิงตัดสินใจโยนลูกลงห่วงจากขอบเส้นข้างสนามในระยะไกลทันทีเพราะเหล่ตามองเห็นนักเรียนอีกคนกำลังพุ่งเข้าปิดกั้นตนเองด้วย