ตอนที่19 กลับโลกโบราณ 1
เหตุการณ์วุ่นวายในห้องเรียนสลายไปเมื่อมีอาจารย์เดินเข้ามาในห้อง
อาจารย์ประจำห้องเรียนเข้ามาแจ้งกำหนดการเรียนที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่ให้เหมาะสมและแจ้งข่าวการประกวดน้องใหม่แพทย์แผนจีน ซึ่งจะมีการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนทั้ง9 แห่งในอีกสามเดือนข้างหน้าหลังจากฉลองปีใหม่อาจารย์ส่วนใหญ่จะเน้นนักศึกษาปีที่สามที่ผ่านชั้นความรู้ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดแล้วส่วนปีที่สี่นั้นพวกเขาทั้งหลายออกไปฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาลต่างๆ ก่อนสอบจบการศึกษา
สิ่งที่น่าสนใจในปีนี้นั่นคืออธิการบดีเปิดโอกาสในนักศึกษาปีที่หนึ่งและสองสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้หากสามารถสอบผ่านการทดสอบเบื้องต้นของทางมหาวิทยาลัยได้และหากนักศึกษาคนใดที่สามารถชนะในการแข่งขันได้จะมีสิทธิ์พิเศษที่สามารถสอบจบก่อนกำหนดได้
ข่าวนี้สร้างความฮือฮาให้แก่นักศึกษาปีหนึ่งทุกคน
นี่เป็ข่าวดี!
มันเยี่ยมมาก!
มันย่นระยะเวลาเรียนได้!
แต่เงื่อนไขคือพวกเขาต้องชนะการแข่งขัน เป็เงื่อนไขที่เร้าใจมาก! นั่นมันเจ๋ง!
เมื่อเลิกชั้นเรียน หลิวเย่รีบออกเดินทางไปยังสถานีขนส่งอำเภอซานเป่ยแห่งเดิมเพื่อรับผลไม้จากหวางหยุนเต๋อผลไม้รอบนี้มีจำนวนมากกว่าคราวก่อน ไม่ว่าจะเป็ส้ม ลูกท้อ แอปเปิ้ล แอปริคอตและพุทธา รวม 11 ตัน เป็เงิน 94,000 หยวน และค่าบะหมี่ห่อละ 10 หยวนอีกกว่า40,000 หยวน ตอนนี้เขามีเงินเหลือเพียง 4,000 หยวน ทั้งหมดถูกจัดเก็บไว้ในมิติพื้นที่
เขาจนอีกแล้ว!!!
แต่ไม่เป็ไรเมื่อเขาขายสินค้าเ่าั้ในโลกโบราณ นั่นจะทำให้เขาได้เหรียญทองกลับคืนมามากมาย
เมื่อเขาทานอาหารเย็นและอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วตอนนี้เขาพร้อมเดินทางกลับไปยังโลกโบราณแล้ว เมื่อสำรวจดูจุดพิกัดบนท้องแขนซ้ายเขาพบว่าพิกัดตอนนี้เหลือเพียงสามจุดเท่านั้นนั่นหมายความว่ามีเพียงพิกัดโลกโบราณและห้องพักในอพาร์ตเมนท์แห่งนี้ ใช่ไหม? แล้วอีกหนึ่งจุดที่ยังคงกระพริบวาบเป็ระยะนั่นคือที่ใด?
ในตอนนี้เขายังไม่กล้าที่จะกำหนดจิตไปยังพิกัดที่กระพริบวูบวาบ
ให้เขากลับมาจากโลกโบราณก่อนแล้วกัน
พลันเกิดแสงเรืองจางๆในห้องนอนก่อนหายไป
………
ณ ห้องพักในคฤหาสน์เมืองซู
แสงแว๊บสว่างขึ้นชั่วพริบตาหลิวเย่พลันปรากฏกายในห้องนอนในคฤหาสน์ของเขา
เขาเปิดรูขุมขนเพื่อรับพลังฉีอย่างเต็มกำลัง
นี่คือความแตกต่างระหว่างโลกและที่นี่!
หลิวเย่เหลียวมองรอบกายและปล่อยัั์ตรวจสอบโดยรอบปรากฏว่ามีชายวัยกลางคนเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องของเขาในอาคารถัดไปมีหญิงวัยกลางคนและเด็กชายหนึ่งคนอยู่ในห้องโถงเล็ก
ดูเหมือนพวกเขาจะเป็คนรับใช้ของเขาครอบครัวหลิน
หลิวเย่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเปิดประตูก้าวเดินออกไป
“แอ๊ด......”เมื่อมีเสียงเปิดประตู หลินซ่งหันขวับทันที เขายิ้มความตื่นเต้นและแปลกใจกับการปรากฏตัวกะทันหันของหลิวเย่แต่เขาไม่กล้าถามสิ่งใด
“โอ้.....นายท่านมาแล้ว”หลินซ่งก้มคำนับเขา หลิวเย่พยักหน้ารับพลางจ้องมองท้องฟ้าครู่หนึ่งขณะนี้น่าจะประมาณเจ็ดโมงเช้า
“นายท่านจะรับสำรับเช้าตอนนี้เลยไหมขอรับ?”หลินซ่งถามด้วยความนอบน้อม
“ไม่ล่ะ เ้าทานแล้วหรือ?”หลิวเย่ถามกลับ
“ข้าน้อยเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ร้านค้าเป็อย่างไรบ้าง?” หลิวเย่ติดตามเื่งานที่ฝากไว้ทันทีเมื่อเห็นว่าหลินซ่งพร้อมทำงานแล้ว
“ได้ร้านค้าทางทิศตะวันออกทำเลดี แต่ราคาแพงไปพอสมควรขอรับ เถ้าแก่คนเดิมขอไว้ที่ 21,000 เหรียญทองข้าน้อยไม่เห็นท่านมานาน เลยตัดสินใจตกลงไปแล้ว แต่ข้าน้อยมีเงินเหลือมากพอเลยทำการปรับปรุงตามคำแนะนำของท่านที่เคยให้ไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ”หลินซ่งตอบกลับยาวเหยียดอย่างรวดเร็วพลางลอบมองสีหน้าของหลิวเย่เขากลัวว่าจะทำให้หลิวเย่ไม่พอใจที่ตัดสินใจโดยพลการ
“อืม.....ถ้าจำเป็ก็ตัดสินใจได้เลย ข้าอาจหายไปแบบนี้เป็ครั้งคราว” หลิวเย่มองเหตุผลและทัศนคติของหลินซ่งซึ่งเขาไม่พบความฉ้อฉลคดโกงใดๆ เขาจึงปล่อยผ่าน
“นายท่านจะไปดูร้านใหม่ตอนนี้เลยไหมขอรับ”หลินซ่งถามอย่างกระตือรือร้น เหมือนจะอวดเขาในที
“ตกลง”หลิวเย่เหลือบมองสีหน้าของเขาแล้วยิ้มตอบ และเขากำลังจะก้าวเดินออกไปแต่ทันใดนั้นเขาเห็นหลินซ่งทำหน้ากระอักกระอ่วนใจ เขาจึงถามเสียงเข้ม “เป็อะไร? มีอะไรหรือ?”
“เอ่อ.....นายท่านขอรับท่านจะไปด้วยโฉมหน้าแบบนี้ ข้าเกรงว่าหญิงสาวจะโยนผ้าเช็ดหน้าให้ท่านมากมายนะขอรับ”เขาตอบกลางก้มหน้าลงมองปลายเท้าทั้งสองข้าง
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ” หลิวเย่หัวเราะด้วยความพึงพอใจ
ความหล่อเหลาและหน้าตาดีเนี่ยมันช่างบาดตาบาดใจใครต่อใครเสียจริง แต่ก็ช่วยไม่ได้นะเขาไม่้าปิดบังใบหน้าในที่แห่งนี้ ที่ซึ่งเขาไม่ต้องเกรงกลัวใครที่ซึ่งเขาสามารถใช้พลังอำนาจได้อย่างเต็มที่
“เ้าอย่ากังวลไปเลยไม่มีใครกล้าสร้างปัญหาให้ข้าหรอก ไปกันเถอะ” หลิวเย่ยิ้มมุมปากเชิดคางมือไขว้หลังและก้าวเดินออกไป
หลินซ่งเห็นดังนั้นก็รีบเดินนำหน้าทันที
ขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านถนนมีคนเร่ร่อนและคนอพยพให้เห็นทุกๆ สิบหรือยี่สิบก้าว ดูเหมือนว่าทางการจะไม่มีหนทางช่วยเหลือพวกเขาได้เลยบางคนนั่งและนอนริมถนน เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งคล้ายขอทานบางคนสวมเสื้อผ้าชั้นดีแต่นั่งเหม่อลอย สายตาว่างเปล่า นี่คือคนที่อยู่ในสภาวะา
แต่ก็ยังมีคนมีฐานะร่ำรวยชนชั้นสูงอีกหลายคนที่เดินจับจ่ายซื้อของ ขี่ม้า นั่งรถม้าบรรยากาศโดยรอบยังคึกคักและวุ่นวาย
ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาผิวขาว รูปร่างสูงเพรียว สูงกว่าคนทั่วไปตามท้องถนนทำให้หลิวเย่เป็จุดเด่นของท้องถนนในตอนนี้มีหญิงสาวทั้งหนุ่มและแก่ต่างพากันชะเง้อมองเขาตลอดทางหลายคนจับกลุ่มซุบซิบกันและชี้นิ้วมาทางเขา หญิงสาวบางคนใจกล้าก็เดินโฉบมาใกล้ๆและทิ้งผ้าเช็ดหน้าให้เขาอย่างมีลีลา
ในตอนนี้เขาไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมรอบกายเลยเขากำลังมองไปที่อาคารใหญ่โตสีน้ำเงินสูงสามชั้นตรงหน้า มองเห็นป้ายอาคารเขียนว่า“โถงนิรันดร์” เขาใช้ัั์กวาดมองเข้าไปในอาคารสามชั้น ชั้นแรกจำหน่ายยาและพืชสมุนไพรมีของโบราณหลายอย่าง เช่น ดาบหัก หินผลึกสีน้ำเงิน พู่กันเก่าๆ จานแปดเหลี่ยมและอีกมากมาย ชั้นสองเป็เหมือนห้องวีไอพีมีหลายห้องส่วนชั้นสามเขาพบว่าในห้องหนึ่งมีชายชราและชายหนุ่มกำลังนั่งคุยและจิบชากัน
เมื่อเขาใช้ัั์สำรวจพวกเขาปรากฏว่าพวกเขาไม่รู้สึกตัวว่ามีเฝ้าแอบมองมีเพียงชายชราในชั้นสามที่ทำท่าเหลียวมองรอบตัวครู่หนึ่งก่อนที่จะส่ายหัวและพูดคุยต่อไป
“หลินซ่งเ้ารู้หรือไม่ว่าโถงนิรันดร์ เป็ของตระกูลใด”หลิวเย่เอ่ยถามหลินซ่งที่เดินอยู่ด้านหน้า
เขาหันกลับมาและตอบเสียงเบาว่า“นายท่านขอรับ นั่นเป็กิจการของตระกูลจู จูผิงอัน พวกเขามีกิจการหลายอย่างอย่างเช่น อาคารชั้นเดียวอีกฝั่งขายข้าวสารและธัญพืชอาคารสองชั้นถัดไปขายเสื้อผ้าอาภรณ์ อาคารชั้นเดียวด้านหลังรับซื้อของป่าโน่นข้างหน้าไกลๆอาคารสองชั้นเป็ภัตตาคารชื่อ เย่ไหลเซียง”หลินซ่งตอบกลับด้วยความภาคภูมิใจ
ใน่ที่ผ่านมาเข้าออกจากบ้านในตอนกลางวันมาสืบข่าวคราวของสถานการณ์ในเมืองซูจนตอนนี้เขาสามารถบอกทุกเื่ราวให้แก่เ้านายของเขาได้ทันที
หลิวเย่พยักหน้ารับทราบ
เมื่อพวกเขาเดินมาถึงหน้าร้านใหม่เป็อาคารชั้นเดียว ทำการตกแต่งเรียบร้อยพร้อมที่จะเปิดทำการค้าได้
“ข้าตั้งใจว่าจะเปิดขายบะหมี่อุปกรณ์มีพร้อมแล้วหรือยัง?” หลิวเย่หันมาถามหลินซ่งหลังจากที่สำรวจดูความเรียบร้อยของร้านแล้ว
“อุปกรณ์ที่ต้องหาซื้อเพิ่มเติมมีบางอย่างเท่านั้นขอรับและต้องหาคนเพิ่มเติมด้วย” หลินซ่งครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบกลับ
“อืม งั้นข้าจะไปเอาผลไม้ไว้ที่ร้านให้เ้าก่อนส่วนเ้าก็ไปป่าวประกาศการเปิดขายผลไม้และหาคนมาทำร้านบะหมี่ด้วยอีกสัก 3-4 คน”
“ได้ขอรับนายท่านถ้าอย่างนั้น ร้านบะหมี่คงสามารถเปิดกิจการได้ในวันพรุ่งนี้นะขอรับ”
“อืม” หลิวเย่พยักหน้า
เขาก้าวเดินต่อไปทางร้านขายผลไม้ เพื่อนำผลไม้ออกจากมิติพื้นที่สำหรับบะหมี่เขาจะเอาไปไว้ที่คฤหาสน์แล้วค่อยให้หลินซ่งมาขนเอาไปไว้ที่ร้านค้าจากนั้นเขาเดินเตร็ดเตร่ผ่านหน้าร้านขายบะหมี่แห่งหนึ่งพบว่ากลิ่นน้ำซุปไม่หอมชวนรับประทานแต่อย่างใด
ในสภาวะาที่อาหารมีจำกัดและหายากแบบนี้เขามั่นใจว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่นำมาจากโลกของเขาจะชนะบะหมี่ท้องถิ่นได้อย่างง่ายดายกระบวนการทำก็ไม่ยุ่งยาก ซื้อถูกขายแพง นี่คือความสำเร็จของเขา
ครอบครัวหลินซ่งมาช่วยกันจำหน่ายผลไม้ที่มีคนมารอต่อคิวซื้อกันอย่างล้นหลามภายหลังจากที่เขาไปจ้างเด็กน้อยไปป่าวประกาศใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามหรือสองชั่วโมง ผลไม้ 11 ตันถูกขายออกไปจนหมดเกลี้ยงรวมได้เงินราว 228,800 เหรียญทอง
หลิวเย่มอบเงิน3,800 เหรียญทองให้หลินซ่งเพื่อใช้เตรียมการสำหรับการซื้ออุปกรณ์และจ้างคนเพื่อเปิดร้านบะหมี่ในวันพรุ่งนี้
หลังจากนั้นเขาเก็บเงินที่เหลือ225,000 เหรียญทองในมิติพื้นที่แล้วก้าวเดินไปทางห้องโถงนิรันดร์เป้าหมายของเขาในครั้งนี้คือสำรวจสินค้าที่จำหน่ายในนั้นและจัดซื้อรายการที่น่าสนใจ
เมื่อเขาก้าวเข้าไปในห้องโถงนิรันดร์บริกรหญิงรีบเดินเข้ามาทักทายเขาด้วยความตื่นเต้น “นายท่านสนใจสินค้าใดบ้าง?”
“มีสินค้าใดแนะนำข้าเป็พิเศษไหม?” หลิวเย่ถามด้วยความสนใจ
“โอ้ห้องโถงของเรา มีสินค้าคุณภาพดีหลากหลายรูปแบบ หากท่านสนใจน้ำอมฤต ยาสมุนไพรและสมุนไพรหายากเชิญที่ชั้นหนึ่งหากท่านสนใจอาวุธโบราณหรือภาพวาด อักษรประดิษฐ์ พู่กันหรือหากท่านมีสินค้ามาขายเชิญที่ชั้นสองเ้าค่ะ” บริกรหญิงตอบด้วยรอยยิ้มกว้างพลางจ้องมองหลิวเย่ด้วยความชื่นชมลูกค้าที่หล่อเหลามีไม่มากนักที่จะเข้าถึงได้ง่ายแบบนี้ส่วนใหญ่ที่เธอพบชายหนุ่มสูงศักดิ์ พวกเขามีความเย่อหยิ่งและมักจะมองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามไม่เหมือนชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้าที่สอบถามอย่างเป็ธรรมชาติ ไม่มีความเย่อหยิ่งใดๆ
“อืม น้ำอมฤตงั้นเหรอ?”หลิวเย่ถามอย่างแปลกใจ ต้องไม่ลืมว่า น้ำอมฤตเป็เสมือนยาอายุวัฒนะที่ไม่สามารถหาได้ในโลกของเขา
“เ้าค่ะมีหลายแบบ เชิญทางนี้” บริกรหญิงผายมือไปทางซ้ายเพื่อนำเขาไปชมยังพื้นที่จัดเก็บสินค้ามีชั้นวางติดผนังเป็ระเบียบเรียบร้อย มีขวดกระเบื้องเคลือบหลายขนาดหลากสีวางเรียงรายกันเต็มห้าชั้นราวๆ20ขวด
“ขวดสีขาวเป็น้ำอมฤตสำหรับความทาใบหน้าเพื่อความงามขวดสีเหลืองเป็น้ำอมฤตสำหรับรักษาโรค ขวดสีชมพูเป็น้ำอมฤตสำหรับเสริมความแข็งแกร่งของอาวุธขวดสีฟ้าเป็น้ำอมฤตสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ และขวดสีดำเป็น้ำอมฤตสำหรับการช่วยฟื้นคืนชีพบางส่วน”บริกรหญิงสาธยายอย่างคล่องแคล่ว ในขณะนั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งถือชุดน้ำชามาวางไว้บนโต๊ะที่หลิวเย่นั่งอยู่
“ฟื้นคืนชีพบางส่วนหรือ?” หลิวเย่ถามด้วยความสงสัย
“โอ้เป็เช่นนั้นนายท่าน หากาเ็มีอวัยวะถูกทำลายหนึ่งส่วนสามารถคืนชีพได้เต็มสิบส่วน หากาเ็สาหัสอวัยวะถูกทำลายเก้าส่วนสามารถคืนชีพได้เพียงหนึ่งส่วน”
หลิวเย่พยักหน้าเข้าใจในคำตอบ
“ขายอย่างไรหรือ?” หลิวเย่หรี่ตาลง พลางถามเสียงเรียบ
“โอ้นายท่าน ตอนนี้เป็ยุคา ราคาสินค้าแพงขึ้นมากทีเดียว” บริกรหญิงตอบพลางหยั่งท่าทีเขา
“อืม”หลิวเย่ตอบกลับนิ่งเฉย
“นั่นคงไม่เป็ปัญหาสำหรับนายท่านแต่อย่างใดขวดทุกสีแต่ละขนาดที่เท่ากันราคาเท่ากัน ขวดเล็ก ขวดละ 1 เหรียญทอง ขวดขนาดใหญ่ขวดละ5 เหรียญทอง”
“อืมแล้วยาสมุนไพรมียาใดที่เ้าอยากแนะนำบ้าง?”หลิวเย่สอบถามข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อ
“โอ้ร้านเรามียาสมุนไพรพื้นฐานและหายากมากมาย ข้าน้อยขอแนะนำยาสมุนไพรหายากห้าชนิดเ้าค่ะหนึ่งรักษาสมอง สองรักษาหัวใจ สามรักษาไต สี่รักษาปอด และห้ารักษาตับเ้าค่ะราคาแพงพอสมควร แต่ละชนิดเม็ดละ 1 เหรียญทองเ้าค่ะ”
“ส่วนสมุนไพรเรามีแต่แบบแห้งเพราะตอนนี้เป็าไม่มีคนมาขายแบบสดเ้าค่ะ สมุนไพรแห้งของเรามีเกือบทุกชนิดราคาแล้วแต่ว่าจะหาง่ายหรือยาก ปลูกง่ายหรือยาก ใช้ปรุงกับยาง่ายหรือยากเ้าค่ะ” บริกรหญิงสาธยายยาวเป็ชุดเมื่อเห็นสีหน้าที่สนใจของหลิวเย่
เขาก้มหัวลงจิบชาพลางตอบช้าๆ“อืม งั้นข้าเอาน้ำอมฤตทุกชนิดทุกขนาดอย่างละ 100 ขวด ยาสมุนไพรหายากอย่างละ 1000เม็ด ยาสมุนไพรพื้นฐานที่ใช้บ่อยอีกห้ารายการอีกอย่างละ 1000 เม็ด และสมุนไพรโสมแห้งเห็ดหลินจือ ถั่งเช่า บัวหิมะ และผลอัคคีิญญาอย่างละ 10 ชั่ง”หลิวเย่กล่าวจบก็จ้องมองไปที่ใบหน้าของบริกรหญิงที่ตอนนี้อ้าปากกว้างด้วยความใ
“ได้เ้าค่ะนายท่านโปรดรอสักครู่” บริกรหญิงรีบวิ่งไปจัดหาสินค้าตามคำสั่งของหลิวเย่
ในขณะนี้หลิวเย่กำลังเดินสำรวจดูสินค้าอื่นๆในร้าน ชั้นแรกไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว เขาเดินขึ้นบนชั้นสองจากัั์ที่เขาปล่อยออกไปสำรวจสภาพแวดล้อมภายนอกปรากฏว่าชายชราคนดังกล่าวยังคงแอบดูเขาจากชั้นสามแต่เขาไม่ได้มีความรู้สึกมุ่งร้ายแต่อย่างใด หลิวเย่จึงไม่ได้สนใจเขา
“เอ๊ะ!” บนชั้นสองในตู้หนึ่งทางทิศใต้มีก้อนหินสี่เหลี่ยมบิดเบี้ยวหลายก้อนวางรวมกันในกล่องไม้ที่เปิดฝาไว้แสงสีน้ำเงินจางๆแผ่ออกมาทำให้หลิวเย่รู้สึกอบอุ่นมากกว่าพลังฉีที่ััอยู่ในตอนนี้เขาจ้องมองดูก้อนหินสีน้ำเงินประหลาดเ่าั้ด้วยความสนใจ
“พ่อหนุ่มสนใจหินเหลียงซีงั้นเหรอ?”ชายชราเดินลงมาจากชั้นสามและถามหลิวเย่ด้วยรอยยิ้มลึกลับ เขาสนใจชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้าพลางคิดไปถึงบุตรสาวจอมซนของเขาที่ไม่ยอมรับหมั้นกับชายใดเลย
“หินเหลียงซี? ใช้ทำอะไร?”หลิวเย่เงยหน้าถามชายชราด้วยความแปลกใจ
“อืมหินเหลียงซีนี้พวกเราใช้สำหรับอุ่นเตาในบ้าน มีใช้ดีกว่าถ่านทั่วไปและใช้ได้นานกว่า มีในูเาของอาณาจักรเรามากมายข้าวางไว้ที่นี่เพื่อช่วยรักษาสภาพของภาพวาดและอักษรประดิษฐ์เหล่านี้มันไม่แพงเพียงก้อนละ 10 เหรียญทอง” ชายชราตอบพลางวาดมือรอบตัวเขา
หลิวเย่สะดุ้งใในใจเขาประหลาดใจที่คนที่โลกโบราณนี้ไม่รู้จักคุณค่าที่แท้จริงของหินพลังงานหินนี้จะช่วยในการฝึกฝนของผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้ตามคัมภีร์โบราณแต่ที่โลกโบราณนี้มีพลังฉีที่เข้มข้น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้คุณค่าที่แท้จริงของมันหลิวเย่หัวเราะพอใจภายในใจเขาเพราะนี่คือทรัพยากรสำคัญที่จะเป็เป้าหมายใหม่ของเขา
“พ่อหนุ่มมาจากที่ใดหรือ? ข้าไม่เคยพบเจอเ้ามาก่อนเลย”ชายชราถามหลิวเย่อย่างระมัดระวัง
“ข้าอพยพหนีามาจากทางเหนือเพิ่งมาได้ไม่กี่วัน” หลิวเย่ตอบกลับอย่างเป็ธรรมชาติ
ชายชราพยักหน้ายิ้มอย่างพอใจกับบุคลิกท่าทางที่ดูสง่างามของเขาพลางคิดไปไกลว่าเขาอาจเป็ชายผู้สูงศักดิ์จากตระกูลใดตระกูลหนึ่งหายากนักที่จะพบชายหนุ่มสุภาพ หล่อเหลาและพลางคิดไปถึงบุตรสาวของเขาที่ตอนนี้ออกไปช่วยดูแลผู้อพยพกับบุตรสาวของปรมาจารย์หลี่ชางเจ๋อแห่งห้องโถงัชาง
“เถ้าแก่ ท่านมีหินเหลียงซีมากถึง 10,000 ก้อนไหม”หลิวเย่ถามหลังจากที่คิดถึงภารกิจที่เขาจะทำหลังกลับไปยังโลก
“โอ้ได้สิ พ่อหนุ่ม ไม่ทราบเ้ามีนามว่าอันใด?”ชายชรายิ้มตอบพลางหัวเราะเบาๆ
“ข้าชื่อหลิวซ่ง” หลิวเย่คำนับชายชราตรงหน้า
“ดีดี ข้าชื่อจูผิงอัน เรียกข้าว่าลุงอันเถอะ” ชายชราพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
หลิวเย่พยักหน้าตอบรับเขาไม่จำเป็ต้องนอบน้อมหรือเย่อหยิ่งแต่อย่างใดแต่เขาจะไม่สร้างปัญหาที่ไม่จำเป็ นั่นจะทำให้มันยุ่งยากและเสียเวลาเปล่าประโยชน์
“โอ้เสี่ยวซ่ง เ้ามาพักอาศัยที่นี่หรือทำการค้าใดบ้าง?”ชายชรายังคงถามมากขึ้น
“โอ้ใช่ลุงอัน ข้าเปิดร้านขายผลไม้และพรุ่งนี้จะเปิดร้านขายบะหมี่ขอเชิญท่านไปชิมหากท่านสะดวก” หลิวเย่นึกได้ว่าการค้าใดๆจำเป็ต้องผูกมิตรกับงูหรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นนั่นจะเป็ทางสะดวกและลดปัญหาใดๆ
“ได้สิพรุ่งนี้ข้าจะไปแน่นอน” จูผิงอันพยักหน้ารับพร้อมกับวางแผนในใจ