กลิ่นอายของเช้าวันใหม่ในสำนักเมฆาเขียวอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปและเสียงโห่ร้อง แสงอาทิตย์สาดส่องลงบนลานประลองที่บัดนี้เหลือเพียงยอดฝีมือ 10 คนสุดท้าย เยี่ยฉินยืนอยู่ในลำดับท้ายสุด สภาพของเขาดูย่ำแย่จนน่าเวทนา เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่ง ผ้าพันแผลตามแขนขามีคราบเืซึมออกมา ทว่าหากใครสังเกตให้ดีจะพบว่าแววตาของเขานิ่งสงบเกินกว่าจะเป็คนที่เพิ่งผ่านความเป็ความตายมา
‘วันสุดท้ายของงิ้วโรงนี้... และวันสุดท้ายของสำนักเมฆาเขียว’ เยี่ยฉินหลับตาลง ััถึงพลังของ ภูตแกนกลางกาลเวลา ที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่ออยู่ใกล้กับทางลงสู่ใต้ดิน
รอบชิงชนะเลิศถูกจัดแบ่งเป็คู่ และโชคชะตาที่ถูกบงการโดยเจตจำนงของจอมมารก็นำมาสู่คู่ที่ทุกคนรอคอย: เยี่ยฟาน ปะทะ เยี่ยฉิน
เสียงฮือฮาดังไปทั่วอัฒจันทร์
"ช่างน่าเศร้านัก พี่น้องต้องมาเข่นฆ่ากันเองเพื่อตำแหน่งศิษย์สายใน"
"เยี่ยฉินจะรอดไปได้อย่างไร? เยี่ยฟานอยู่ระดับััปราณ ขั้นที่ 3 ขั้นสูงสุด และมีภูตกระบี่แสง์ที่รุนแรงนัก"
เยี่ยฟานเดินขึ้นมาบนเวทีด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเ็ป เขาจ้องมองพี่ชายที่สะบักสะบอมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยมโนธรรม "ท่านพี่... พอเถอะ ท่านพิสูจน์ตัวเองมามากพอแล้ว ท่านาเ็หนักเกินไป หากเราสู้กัน ข้าเกรงว่าจะพลั้งมือทำร้ายท่านจนพิการ"
เยี่ยฉินไอออกมาเป็เื (ที่เขากลั่นมาจากสมุนไพรทำลายปราณชั่วคราว) "เยี่ยฟาน... ข้าเดินมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ ความฝันของข้าคือการยืนเคียงข้างเ้าในฐานะศิษย์สายใน อย่าได้ออมมือให้ข้าเลย จงใช้พลังทั้งหมดของเ้า... เพื่อเป็เกียรติแก่พี่ชายคนนี้"
คำพูดที่ดู "กล้าหาญและเสียสละ" ของเยี่ยฉินเรียกคะแนนสงสารจากคนดูได้ทั้งสนาม แม้แต่ผู้าุโมู่เฉิงยังต้องถอนหายใจ "ช่างเป็พี่ชายที่ประเสริฐนัก แต่น่าเสียดายที่ฟ้าดินไร้ตา มอบพร์ให้เพียงคนน้อง"
"เริ่มประลอง!"
เยี่ยฟานพุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง แสงสีทองจาก ภูตกระบี่แสง์ สว่างวาบจนมองแทบไม่เห็นตัวกระบี่ เขาจงใจเบี่ยงวิถีโจมตีไม่ให้โดนจุดสำคัญของเยี่ยฉิน หวังเพียงจะปัดป้องให้พี่ชายล้มลงเพื่อยุติการต่อสู้
ทว่าในสายตาของเยี่ยฉิน ทุกการเคลื่อนไหวของเยี่ยฟานช่างเชื่องช้าและเต็มไปด้วยช่องโหว่จาก "ความใจอ่อน"
‘ความเมตตาของเ้าคืออาวุธที่ข้าจะใช้สังหารเ้าเอง เยี่ยฟาน’
เยี่ยฉินไม่ได้ใช้พลังระดับแก่นแท้มนุษย์ออกไปตรงๆ แต่เขาใช้ ภูตพิรุณเยือกแข็ง สร้างไอเย็นจางๆ ปกคลุมพื้นลานประลอง ในจังหวะที่เยี่ยฟานก้าวเท้าพุ่งเข้ามา พื้นหินที่ดูปกติกลับกลายเป็น้ำแข็งที่ลื่นปรื๊ดในพริบตา!
"เหวอ!" เยี่ยฟานเสียหลัก ร่างของเขาถลันเข้าหาคมกระบี่ไม้ในมือของเยี่ยฉินที่ชูรอไว้ล่วงหน้า
ฉึก!
กระบี่ไม้แทงเข้าที่หัวไหล่ของเยี่ยฟาน เืสีแดงฉานกระเซ็นออกมาสาดรดใบหน้าของเยี่ยฉิน ทันทีที่เืของอัจฉริยะระดับ์ัักับิัของเขา เยี่ยฉินรู้สึกได้ถึงการ "ตอบรับ" จากใต้ผืนดินที่ลึกสิบจั่ง
"ท่านพี่... ท่าน..." เยี่ยฟานกุมแผลด้วยความใ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงพลาดท่าได้ง่ายดายเช่นนี้
เยี่ยฉินไม่ได้ตอบ แต่เขากลับกระซิบบางอย่างที่ได้ยินกันเพียงสองคน "เืของเ้า... หวานหอมกว่าที่ข้าคิดไว้นะ น้องชาย"
แววตาของเยี่ยฉินเปลี่ยนไปในทันที ความอบอุ่นจอมปลอมมลายหายไป แทนที่ด้วยความเ็าที่ลึกซึ้งถึงกระดูก เยี่ยฟานััได้ถึงกลิ่นอายปีศาจร้ายที่แผ่ออกมาจากร่างพี่ชายจนเขาต้องขนลุกซู่
ในขณะที่เยี่ยฟานกำลังจะโต้ตอบ ทันใดนั้น แผ่นดินใต้ลานประลองกลับสั่นะเืเลื่อนลั่น! เสียงคำรามกึกก้องดังมาจากใต้ดิน รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางเวทีประลอง กลืนกินร่างของสองพี่น้องลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง
สู่ใจกลางแท่นบูชาชีต
ร่างของเยี่ยฉินและเยี่ยฟานร่วงหล่นลงมาสู่โถงถ้ำโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้สำนักเมฆาเขียวมานับหมื่นปี ที่นี่คือที่ตั้งของ "แท่นบูชาภูตแกนกลางชีวิต" แสงสีเขียวมรกตเรืองรองออกมาจากใจกลางแท่นหินที่มีรูปร่างคล้ายหัวใจมนุษย์ที่กำลังเต้นอยู่
เยี่ยฉินลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง าแและท่าทางอ่อนแอหายไปสิ้น พลังระดับ แก่นแท้มนุษย์ ะเิออกมาจนถ้ำสั่นะเื
"ที่นี่มันที่ไหน? แล้วพลังของท่านพี่..." เยี่ยฟานลุกขึ้นมองพี่ชายด้วยความหวาดกลัว "ท่านปิดบังทุกคนมาตลอดหรือ?"
"ปิดบังรึ? เปล่าเลยเยี่ยฟาน... ข้าเพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสม" เยี่ยฉินเดินเข้าไปหาเยี่ยฟานช้าๆ "เ้าเคยถามข้าใช่ไหมว่าทำไมโลกถึงอยุติธรรม? วันนี้ข้าจะให้คำตอบเ้า... โลกมันอยุติธรรมเพราะมัน้า 'ผู้เสียสละ' และในวันนี้ ผู้เสียสละคนนั้นคือเ้า!"
"ช้าก่อนเยี่ยฉิน! อย่าลืมข้อตกลงของเรา" เสียงหวานใสแต่เ็าดังมาจากเงามืด หลิงเซี่ยก้าวออกมาพร้อมกระบี่วารีในมือ "ข้าจะช่วยเ้าเปิดผนึก แต่แก่นแท้วารีต้องเป็ของข้า"
เยี่ยฟานเบิกตากว้าง "นางเซียนจากวังวารีศักดิ์สิทธิ์? พวกท่านร่วมมือกันงั้นหรือ?"
เยี่ยฉินแค่นหัวเราะ "ร่วมมือ? หลิงเซี่ย... เ้าช่างไร้เดียงสานัก เ้าคิดจริงๆ หรือว่าจอมมารอย่างข้าจะแบ่งปัน 'ความเป็นิรันดร์' ให้กับสตรีเช่นเ้า?"
เยี่ยฉินสะบัดมือ เรียก ภูตแกนกลางกาลเวลา ออกมา แสงสีทองของมันหมุนวนจนเกิดวังวนมิติ รอบตัวหลิงเซี่ยและเยี่ยฟานถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งเวลาที่มองไม่เห็น ร่างของทั้งคู่แข็งค้างราวกับหุ่นปั้น
"เ้าทำอะไร! ปล่อยข้านะ!" หลิงเซี่ยกรีดร้อง พยายามเร่งพลังระดับิญญา์เข้าต่อต้าน แต่พลังกาลเวลาคือข้อยกเว้นของทุกสรรพสิ่ง
เยี่ยฉินเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าเยี่ยฟาน เขามองดูใบหน้าของน้องชายที่มีน้ำตาไหลออกมา "ไม่ต้องร้องเยี่ยฟาน... ความตายของเ้าจะถูกจารึกไว้ในฐานะส่วนหนึ่งของเทพเ้า ข้าจะนำพร์ของเ้าไปสู่จุดสูงสุดที่เ้าไม่มีวันจินตนาการถึง"
เขายกมือขึ้น เตรียมจะใช้กรงเล็บปราณกระชากหัวใจของเยี่ยฟานออกมาเพื่อสังเวยแก่แท่นบูชา
ทว่าในวินาทีนั้นเอง ในส่วนลึกของจิตใจเยี่ยฉิน ความทรงจำจากชาติก่อนในตอนที่เยี่ยฟานเคยปกป้องเขาจากศัตรูแวบเข้ามาเพียงเสี้ยววินาที... แต่มันก็ถูกลบเลือนไปอย่างรวดเร็วด้วยเพลิงแห่งความทะเยอทะยาน
"ในเส้นทางสู่จุดสูงสุด... แม้แต่สายเืก็เป็เพียงก้อนหินที่ต้องเหยียบข้าม"
ฉึก!
มือของเยี่ยฉินทะลวงเข้าสู่อกของเยี่ยฟาน เือัจฉริยะสาดรดลงบนแท่นบูชา แสงสีเขียวมรกตะเิออกมากลืนกินทุกสรรพสิ่งในถ้ำ!
ความผูกพันคือจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุด และเืเนื้อคือเครื่องสังเวยที่ทรงพลังที่สุด จอมมารหวนคืนได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ไร้ซึ่งขากลับแล้ว และสิ่งที่ตื่นขึ้นมาจากการสังเวยครั้งนี้
... จะเปลี่ยนโฉมหน้าของโลกใบนี้ไปตลอดกาล