ซานหลง จักรพรรดิไร้บัลลังก์

    36.ภัยร้ายที่ก่อตัว

    "ให้เจ้าเอาไปคิดเป็นการบ้านก็แล้วกัน วันนี้คงเหนื่อยมามากแล้ว ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ"เด็กหนุ่มเอ่ยปากขึ้น ในขณะเขาเก็บเลื่อยปังตอ อันแรกของโลก ลงในกล่องไม้อย่างระวัง"เจ้าคะ! "อี้หลันรับคำแล้วเดินจากไป วันนี้เธอเหนื่อยมากจริงๆ มีปัญหาหลายอย่างให้เธอได้วิ่งวุ่นทั้งวัน แต่ถึงจะเหนื่อยมันก็ทำให้เธอมีความสุขเช่นกัน การมีที่พึ่งมันก็ดีแบบนี้แหละ และที่นี่ คือครอบครัวหนึ่งเดียวของเธอตอนนี้ ถึงเธอจะมีสกุลอี้ หรือทุกๆ คนที่นี่ไม่ได้มีสกุลซาน แต่ทุกคนที่นี่เป็นครอบครัวใหญ่อย่างที่นายน้อยว่าจริงๆ ทุกๆ หยาดเหงื่อ ทุกๆ แรงกายที่ทุ่มเทลงไป ล้วนทำเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ทั้งสิ้นยามชวี ซานหลงนั่งผิงไฟอยู่หน้าบ้านพักของเขา ที่นี่ถูกสร้างเสร็จเป็นที่แรก บ้านดินหลังเล็กๆ มีเพียงห้องนอน กับเตียงเตา เครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ ไม่ได้มีมากนัก ถัดจากบ้านของเขาไปไม่ไกลเป็นบ้านของบิดาและมารดา มีเพียงบ้านสองหลังนี้เท่านั้นที่ถูกสร้างแยกออกมา ที่เหลือ ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบของห้องแถว เป็นอาคารคู่ สร้างทอดยาวออกไป แบ่งขั้นเป็นห้องๆ ตอนนี้สร้างเสร็จแล้ว 10 ห้อง อาคารนี้จะสร้างทั้งหมด 15 ห้อง ส่วนอาคารห้องแถวหลังที่สอง สร้างเสร็จไปแล้ว 8 ห้อง สมาชิกส่วนใหญ่ย้ายเข้าไปอยู่อาศัยกันแล้ว อาคารทั้งสองสร้างหันหน้าเข้าหากัน เป็นอาคารคู่ หลังต่อไปที่จะสร้างก็คงจะอยู่ในรูปแบบเดียวกันห้องแถวที่แรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้นที่นี่แล้ว แต่สำหรับซานหลงแล้ว ที่อยู่อาศัยนี้ ยังไม่สมบูรณ์นัก เพราะมันยังขาดสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่ นั้นคือ ห้องน้ำ ผู้คนยังใช้ป่าเป็นห้องน้ำอยู่ ถึงในเมืองจะมีห้องน้ำ แต่ก็เป็นส้วมหลุมแบบง่ายๆ มันไม่ค่อยอภิรมย์นัก กับการไปนั่งถ่ายบนไม้กระดานสองแผ่น ที่ด้านล่างเป็นหลุมสิ่งปฏิกูล ที่กำลังอวยกลิ่นอันน่าอภิรมย์โชยขึ้นมาตลอดเวลา และที่สำคัญ มันมองเห็นงูหลากสีเป็นกองๆ อยู่ด้านล่าง ได้ถนัดตาเกินไป แค่กลิ่นก็ว่าแย่แล้ว ภาพยังตามมาหลอกหลอนอีก น้ำก็ไม่มีราด กระดาษชำระก็ไม่มีใช้ มีเพียงไม้ไผ่เหลาที่ขายกำละ 1 เหรียญเงินเท่านั้น รูตูดของเขารับไม่ค่อยไหวกับการเสียดสีที่เกิดขึ้น หลังเสร็จกิจการวางระเบิดลงหลุมเพาะห้องน้ำ โถส้วม อ่างน้ำล้างสำหรับล้างทำความสะอาดหลังเสร็จกิจ ของเหล่านี้มันต้องมี และต้องรีบทำขึ้นมา ก่อนที่รูตูดน้อยๆ ของเขาจะระบมมากไปกว่านี้ และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ ก็คงจะเป็นห้องอาบน้ำ เพราะให้ทุกคนไปอาศัยลำธารอาบตลอดไป คงจะไม่ไหว จระเข้ ตัวน้อย ตัวใหญ่เพ่นพ่านกันให้วุ่นวายเลยทีเดียว หากไม่ติดแนวรั้วไม้ไผ่ มีได้วางมวยกันไปหลายคู่ ระหว่างคนกับจระเข้"โอ้ว ไอ้ลูกชาย เจ้ายังไม่หลับไม่นอนอีกหรือ! "บิดาเอ่ยทักขึ้น ในมือของเขาถือโถถ่านไฟส่วนเกินที่คีบออกมาจากเตาผิง ทุกวันเขาจะเอาถ่านเหล่านี้ออกมาดับด้วยน้ำ ตากแดดเอาไว้ เพื่อใช้ในหน้าหนาว ถึงมันจะคุณภาพไม่ดีเท่าถ่านที่เผาจากเตาอบถ่านของซานหลง แต่มันก็แก้ขัดได้เมื่อจำเป็น"ยังขอรับ พอดีนั่งคิดอะไรเพลินๆ "เด็กหนุ่มตอบ"คิด! หึ เจ้าคิดอะไรครั้งไหน พวกข้าเป็นได้งานเพิ่มทุกครั้งไป! "บิดาประชดออกมาด้วยรอยยิ้ม"ก็มันจำเป็นต้องมี มันก็ต้องทำ หรือท่านว่าไม่จริง"เขาเลิกคิ้วขึ้นตอบกลับบิดาด้วยรอยยิ้ม"กลิ่นหอมจัง เจ้าเผ่ามันเทศหรือ! "ซานหู่ถามขึ้น มันเทศ คือพืชอีกชนิดที่บุตรชายของเขาค้นพบในป่า เมื่อนำมาทำมันเผาแบบนี้ มันหอม หวาน มัน อร่อยที่สุด เนื้อมันเผาที่สุกได้ที่ ให้รสสัมผัสละมุนลิ้นไม่เหมือนใคร หากได้ลองแล้วเป็นต้องนั่งเฝ้ากองไฟ เพื่อรอชิ้นที่ 2 และ 3 รู้ตัวอีกที ก็กินจนพุงกางไปเสียแล้ว"ให้ข้าสักสองหัว! "บิดากล่าวขึ้น พร้อมกับถือท่อนไม้เดินเข้ามาหา ท่อนไม้ในมือคือ เก้าอีกประจำตำแหน่งของเขาที่ได้ใช้อยู่ประจำ"แล้วแต่ท่านเลยขอรับ ข้ามีอีกเป็นกระบุง"เขาเอ่ยขึ้น สองพ่อลูกนั่งกินมันเผาด้วยกันท่ามกลางแสงจันทร์ ซานหูมองทอดสายตาไปที่ห้องแถวที่อยู่ตรงข้ามเป็นครั้งคราว"นี่อาหลง ห้องแถวของเจ้าแปลกดีเสียจริง ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย"บิดาพูดขึ้น"หรือขอรับ แล้วมันดีหรือไม่ละขอรับ"บุตรชายถามความเห็น ขณะที่มือของเขาใช้ไม้เขี่ยกองไฟเพื่อเอาหัวมันเผาที่สุกแล้วออกมา"ดีสิ แต่ละห้องมีเตาผิงหน้าตาแปลกๆ ของเจ้า ให้ความอบอุ่น ไม่จำเป็นต้องมีเตียงเตาเลย ภายในห้องก็อุ่นสบายทุกจุด ที่สำคัญ ในห้องก็ไม่อึดอัดเลยทั้งๆ ที่จุดไฟ! "บิดากล่าวออกมาตามที่ได้เห็น ได้สัมผัสมากับตัว"ควันไฟพวกนั้นมันลอยออกมาด้านนอกเอง ราวกับมีเวทมนตร์บังคับเอาไว้..."เขาพึมพำต่อขึ้นอีกเบาๆ"ไม่ใช่เวทมนตร์หรอก! เป็นธรรมชาติของลมนะขอรับ"เขาตอบออกมาสั้นๆ เขาจะอธิบายให้คนยุคนี้เข้าใจเรื่องปล่องไฟได้อย่างไร ว่าที่สร้างปล่องไฟในแนวดิ่ง เพื่ออาศัยประโยชน์จากการพาความร้อน ให้เกิดการไหลของอากาศพาควันไฟ (ซึ่งร้อน) ออกไปด้านนอกทางปล่องไฟซึ่งอยู่ด้านบน และให้อากาศบริสุทธิ์ (ซึ่งเย็น) ไหลเข้ามาทดแทนจากด้านล่าง ทำให้การเผาไหม้เป็นไปได้อย่างสะดวก อากาศในห้องก็เกิดการหมุนเวียน และถ่ายเทอยู่ตลอดเวลาเขารู้ดีว่า ยิ่งอธิบายเท่าไร คำถามก็ยิ่งเกิดตามมาอีกนับไม่ถ้วน และตัวเขาก็ขี้เกียจจะอธิบายในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ในตอนนี้"เห็นลูกอี้ บอกว่าเจ้าต้องการให้รับคนเพิ่มอย่างนั้นหรือ"บิดาถาม"ลูกอี้!!! นี่ท่านไปเป็นพ่อลูกกันตั้งแต่เมื่อไรขอรับ"เด็กหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น ถามออกมาด้วยความแปลกใจ"เรื่องนั้นสำคัญด้วยหรือ"ซานหูยิ้ม ถามขึ้น เด็กหนุ่มนิ่งไม่ตอบอยู่ชั่วอึดใจ"ที่จริงมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรข้าก็แค่แปลกใจเท่านั้น แล้วท่าคิดว่าอย่างไรกับเรื่องการรับคนเพิ่ม"ซานหลงถามออกมาบ้าง"มันก็สมควร งานมันมีมากขึ้นทุกวัน คนของเราที่มีก็ไม่พอจริงๆ "บิดาเอ่ยแบบไม่ต้องคิดอะไรเลย ความเป็นจริงมันก็เห็นๆ กันอยู่"เรื่องอาหาร และที่อยู่ นางได้ปรึกษาท่านบ้างหรือไม่"ซานหลงถามขึ้นอีก เพราะเขาวางอี้หลันให้เป็นผู้บริหาร สิ่งที่เขาต้องการเห็นจริงๆ ก็คือ ทักษะของผู้นำที่ดี เช่นการระดมความคิดของผู้ตามหรือของทุกๆ คนเพื่อหาทางออกของปัญหาร่วมกัน แก้ไขปัญหาร่วมกัน ไม่ใช่การคิด วิเคราะห์ หาหนทางด้ายตัวเองเพียงลำพัง"อืม นางถามความเห็นของข้าอยู่เหมือนกัน! อันที่จริง นางก็ขอฟังความคิดเห็นจากทุกคนนั่นแหละ"ซานหู่เล่าออกมา ขณะที่เขาพยายามแกะเปลือกมันเผาอย่างเบามือ เพื่อไม่ให้เนื้อมันอันหอมหวานหลุดลอกออกไปมากนัก ซานหู่ยิ้มน้อยๆ ออกมาด้วยความพอพึงพอใจ.....ค่ำคืนอันเรียบง่ายผ่านไปอีกหนึ่งวัน ซานหลงผู้มาจากโลกอนาคตหลับใหลไปท่ามกลางธรรมชาติป่าเขา ที่น่าหลงใหล โดยไม่รับรู้เลยว่า สงครามที่เขากลัวกำลังก่อตัวขึ้นอยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองหน้าด่านแห่งนี้ณ จวนสกุลเฟิง ท่ามกลางแสงไฟจากเตาผิง ห้องโถงหลังจวนตระกูล แสงไฟจากเตาผิงพลิ้วไหวๆ ตามแรงลมที่พัดต้องเข้ามาในจวน เบาๆ สองพ่อลูกผู้เป็นเสาหลักของต้นตระกูล กำลังปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียด“ท่านพ่อ นี้ก็ใกล้จะถึงเวลาที่ทางการกำหนดเอาไว้แล้ว ว่ากลุ่มอินทรีย์เหนือของเรา จะต้องส่งส่วยเข้าคลัง” เซี้ยเฟิงกล่าวขึ้นท่ามกลางความมืด“หึ! น่ารังเกียจนักคราวนี้พวกมันเรียกเท่าไร” บิดาถามขึ้นด้วยความโมโห“สองแสนเหรียญทอง หรือเทียบเท่า” บุตรชายคนโตกล่าวออกมาด้วยสีหน้ามืดครึ้มปั้ง! เสียงฝ่ามือของบิดาตบฉาดลงบนโต้ไม้ลงรักีดำ“บัดซบ! มันกล้าเรียกมากขนาดนี้ได้อย่างไร! ครั้งที่แล้วแค่ หนึ่งแสนเหรียญทอง เราก็ต้องออกปล้นหมู่บ้านรอบๆ เมืองชายแดนนี้ไปหลายสิบหมู่บ้าน คราวนี้ไม่ต้องปล้นแม้กระทั่งเมืองเมืองนี้เลยหรือ” บิดาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าวออกมาด้วยความโมโห“คราวที่แล้วพวกมันคงรู้ว่าเราได้กำไรมาไม่น้อย!” บุตรชายเอ่ยขึ้นเบาๆ ครั้งที่แล้ว กลุ่มอินทรีย์ออกปล้นสะดม ได้กำไร ถึง 3 ใน 5 ของทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้มา คราวนี้ทางการจึงเรียกร้องมากกว่าเดิมถึงเท่าตัวก็เป็นได้“กำไรเหรอ! หึ! มีใครบ้างทำงานโดยไม่เอาค่าเหนื่อย เงินนั้นมันเป็นสิ่งที่เราสมควรจะได้” บิดาพูดขัดขึ้น“ท่านมีแผนไวในใจแล้วหรือไม่ขอรับ”“เรียกมือดีของเรากลับมาให้หมด ให้ทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้งที่ ค่ายอินทรีย์ อีก หนึ่งเดือน พวกเราจะลงมือ”“อีกหนึ่งเดือน! ไม่เร็วไปหน่อยหรือขอรับ”“หึ! เร็วหรือ เจ้าคิดว่าเราจะต้องออกปล้นอีกสักกี่หมู่บ้านถึงจะได้เงินครบตามจำนวนที่พวกมันกำหนด!” บิดากล่าวออกมาด้วยความโมโห“ท่านหมายความว่า...”“ใช่! เมื่อมันเรียกมาสองเท่า เราก็จะปล้นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ไปแจ้งพวกมัน ว่าอย่าเข้ามายุ่ง เรื่องโจรอินทรีอาละวาด!”“ขอรับ พรุ่งนี้ข้าจะเอาความของท่านไปแจ้งแก่พวกมัน!” บุตรชายกล่าว“ดี!!! ไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้เรายังมีงานที่จะต้องทำ” บิดาสั่ง“ขอรับ!!!” มันรับคำแล้วเดินจากไป บิดาดวงตาวาวโรจน์ขึ้นในความมืด มันมองจ้องออกไปยังอีกฝั่งของเตาผิง ที่ตรงนั้นมีร่างของหนึ่งบุรุษ นอนขดคู้อยู่เพราะความเมามาย ในสุรา“ได้ยินแล้วใช่ไหม!!! ถึงเวลาทำงานของเจ้าแล้ว”“หือ! ท่านพ่อ ท่านจะให้ข้าไปปล้นชาวบ้านกระจอก กระจอกพวกนั้นอีกแล้วหรือ! ข้าว่าให้ข้าไปปล้นขุนนางพวกนั้นยังจะได้เงินเร็วกว่าเสียอีก!”“หึ!! มีอะไรให้ทำก็ทำๆ ไปเถอะน่า อย่างน้อยๆ ก็ถือโอกาส ฉุดนางสาระเลวสกุลอี้นั้นมาให้ข้าด้วยเลย”

    “โอ้ว! ท่านเจอนางแล้วหรือ! .....”

    คล้ายกับเรื่องซานหลง จักรพรรดิไร้บัลลังก์ ที่คุณอ่าน