เมื่อยามเช้ามาถึง ฉิงเหม่ยได้ตื่นขึ้นมาเพื่อนั่งสมาธิเพื่อดูดซับพลังปราณอสูรจากภายในมิติแดนอสูรตามปกติ หลังจากดูดซับพลังปราณอสูรไปได้ไม่นาน นางได้รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
“เกิดอะไรขึ้นทำไมข้าถึงดูดซับพลังปราณอสูรได้ไวกว่าปกติถึงเท่าตัว !” ฉิงเหม่ยได้อุทานออกมา
จากนั้นนางได้สังเกตเห็นความผิดปกติอีกหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับนาง
"เกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่? ทำไมระดับเลเวลของข้าถึงได้เพิ่มขึ้นเป็นระดับเลเวล25ได้ อีกทั้งข้ายังรู้สึกว่าร่างกายมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น!" ในขณะที่นางกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ เหม่ยหลิน เหม่ยจู ได้มาหานางตามปกติ
“เจ้ายังขยันเหมือนเดิมเลยนะฉิงเหม่ย” ทั้งสองคนได้กล่าวกับฉิงเหม่ยขณะเดินเข้ามานั่งใกล้ๆนาง
“เจ้าเป็นอะไรไปทำไมถึงได้มีสีหน้าเช่นนั้น” เหม่ยหลินได้กล่าวถามฉิงเหม่ยด้วยความห่วงใย เมื่อเห็นนางมีสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดี
“ข้า... ข้าไม่ได้เป็นอะไร ข้าจะไปหานายท่านเพื่อพูดคุยเรื่องบางอย่าง” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้ออกจากที่พักของนาง โดยมีเหม่ยหลินและเหม่ยจูติดตามนางไปด้วย
หวังเหว่ยได้ตื่นขึ้นมานั่งสมาธิเพื่อปรับสมดุลพลังปราอสูรตั่งแต่เช้าตรู่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสำรวจหุบเหวปริศนา
“นายท่านเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยได้กล่าวเรียกหวังเหว่ย ขณะเดินเข้ามาถึงภายในที่พักของเขา
“ทำไมวันนี้เจ้าถึงมาหาข้าแต่เช้าได้ล่ะฉิงเหม่ย มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ?”
“คือ... ระดับเลเวลของข้าเพิ่มขึ้นมาเป็นระดับเลเวล25 ได้อย่างไรก็ไม่รู้เจ้าค่ะ”
“อะไรนะ !”
“จริงด้วย เมื่อวานเจ้ามีระดับเลเวล20 แต่วันนี้กลับเพิ่มขึ้นมาเป็นระดับเลเวล25 อีกทั้งร่างกายของเจ้ายังแข็งแกร่งขึ้นอีกเล็กน้อย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ !”
หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้เดินเข้าไปใกล้ฉิงเหม่ยเพื่อตรวจสอบดูให้แน่ใจอีกครั้ง
“อืม ดวงจิตสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติ มีพลังเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเมื่อวาน เป็นไปได้ว่าเขากำลังฟื้นฟูพลังอยู่ เจ้าเลยพลอยได้รับพลังส่วนหนึ่งจากเขามาด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉิงเหม่ยได้มีท่าทีสับสนเล็กน้อย นางได้ใช้มือลูบที่หน้าท้องของนางอย่างอ่อนโยนตามสัญชาตญาณ หวังเหว่ยที่ได้เห็นดังนั้นจึงกล่าวกับนางอีกว่า
“เจ้าไม่ต้องกังวลใจในเรื่องนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าในตอนนี้เป็นเรื่องที่ดีทั้งกับตัวของเจ้าและดวงจิตสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติ ยิ่งเขาฟื้นฟูพลังได้รวดเร็วมากเท่าไหร่ เขาก็จะถือกำเนิดใหม่อีกครั้งรวดเร็วขึ้นเท่านั้น !”
“จริงหรือเจ้าค่ะนายท่าน !”
“มีโอกาสสูงที่จะเป็นเช่นนั้น แต่ข้ายังไม่แน่ใจว่าหลังจากนี้ จะมีอะไรเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าบ้าง”
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะนายท่าน ข้าขอตัวกลับไปเตรียมงานของหน่วยบัญชีต่อเจ้าค่ะ” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้ออกจากไปจากที่พักของหวังเหว่ยพร้อมกับเหม่ยหลินและเหม่ยจู
หลังจากนั่งสมาธิเพื่อปรับสมดุลพลังปราณอสูรเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ไปหาเฟิงเฟยที่กำลังเตรียมงานของหน่วยคะแนนผลงานอยู่กับเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์
“นายท่านมีเรื่องอะไรถึงได้มาหาข้าแต่เช้าหรือขอรับ ?” เฟิงเฟยได้กล่าวถามหวังเหว่ย
หวังเหว่ยได้นำแหวนมิติของหลิงหมิงออกมามอบให้กับเฟิงเฟย ซึ่งหวังเหว่ยได้นำสิ่งของที่อยู่ภายในแหวนมิติออกมาหมดแล้ว
“แหวนมิติวงนี้ข้ามอบให้เจ้า ในแหวนมิติมีแผ่นกระดาษที่ข้าได้จดสูตรของเม็ดยาสมุนไพร "ดูดซับพลังปราณอสูรระดับยอดเยี่ยม" "เพิ่มความเร็วระดับยอดเยี่ยม" "เพิ่มพลังโจมตีระดับยอดเยี่ยม" "เพิ่มพลังป้องกันระดับยอดเยี่ยม" "รักษาบาดแผลภายนอกระดับยอดเยี่ยม" "รักษาบาดแผลภายในระดับยอดเยี่ยม" สูตรของเม็ดยาสมุนไพรเหล่านี้ใช้สำหรับสัตว์อสูรโดยเฉพาะ ข้ามอบหมายให้เจ้าเป็นผู้จัดการแจกจ่ายสูตรยาเหล่านี้ให้กับเหล่าสัตว์อสูรที่ต้องการทำงานหลอมเม็ดยาสมุนไพร”
“รับทราบขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบเฟิงเฟยได้หยิบแหวนมิติจากมือหวังเหว่ยมาสวมเข้ากับนิ้วมือของตัวเอง
หลังจากพูดคุยกับเฟิงเฟยเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้ไปหาหวังลู่เมิ่ง ที่ตอนนี้พักอยู่กับอี้หลิว
“นายท่าน” อี้หลิวได้ทักทายหวังเหว่ยเมื่อเห็นเขาเข้ามาภายในที่พักของนาง
หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับคำทักทายของอี้หลิวและได้หันไปมองหวังลู่เมิ่งที่กำลังนอนหลับอยู่บนที่นอนที่อี้หลิวได้จัดเตรียมไว้ให้
“นายหญิงน้อยคงอ่อนเพลียจากการเดินเที่ยวเล่นเมื่อวาน นางเลยยังไม่ตื่นเจ้าค่ะ” อี้หลิวได้กล่าวกับหวังเหว่ย
“อืม เจ้าดูแลนางให้ดีข้าจะออกไปสำรวจภายนอกมิติแดนอสูร นี่คือแก่นอสูรระดับเลเวล45 เมื่อเจ้ามีเวลาให้เจ้าดูดซับพลังของมันเพื่อเพิ่มระดับเลเวลของเจ้า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้มอบแก่นอสูรให้กับอี้หลิว
“ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” อี้หลิวได้นำแก่นอสูรที่หวังเหว่ยมอบให้เก็บไว้ภายในหีบเก็บสมบัติของนาง
หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อย หวังเหว่ยได้เรียกเฟิงเค่อมาพบ จากนั้นได้นำเฟิงเค่อในร่างมนุษย์ออกไปจากมิติแดนอสูรพร้อมกันตนเอง
วูบ
ณ กลางป่าแห่งหนึ่งอันเงียบสงบ
“เฟิงเค่อเจ้าเดินทางไปเมืองแห่งนักประดิษฐ์ ข้าจะลงไปสำรวจภายในหุบเหวแห่งนี้” หวังเหว่ยได้กล่าวออกมาขณะกำลังมองลึกลงไปในหุบเหว
“นายท่านจะลงไปสำรวจใต้หุบเหวคนเดียวหรือขอรับ” เฟิงเค่อกล่าวถามด้วยความเป็นห่วง
เมื่อได้เห็นสีหน้าของเฟิงเค่อ หวังเหว่ยจึงได้ตอบออกไปว่า “อืม เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า ภายใต้หุบเหวแห่งนี้ มีพลังปราณอสูรที่ข้ารู้สึกคุ้นเคยสายหนึ่งปะทุขึ้น ข้ารู้ว่าเขาเป็นใคร ข้าเพียงแค่ลงไปพบกับเขาเท่านั้น”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับนายท่าน หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ท่านสามารถเรียกหาข้าได้ตลอดเวลาขอรับ” หลังจากกล่าวจบเฟิงเค่อในร่างมนุษย์ได้ออกเดินทางไปยังเมืองแห่งนักประดิษฐ์ในทันที
หลังจากเฟิงเค่อเดินทางออกไปไกลจนลับตาแล้ว หวังเหว่ยได้หันกลับมามองหุบเหวอีกครั้ง “เอาล่ะ ได้เวลาลงไปสำรวจแล้ว” หวังเหว่ยได้กล่าวออกมาเบาๆ
"หืม? แต่ทำไมข้าถึงรู้สึกราวกับว่าหุบเหวแห่งนี้คือภาพลวงตา!" หวังเหว่ยคิดในใจขณะยืนจ้องหุบเหวอย่างไม่วางตา
“คงต้องลองตรวจสอบดูให้แน่ใจ” หวังเหว่ยพึมพำเบาๆพร้อมกับเริ่มใช้ทักษะเนตรมองเห็นทุกสรรพสิ่ง
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง
“นี่มัน! หุบเหวแห่งนี้เกิดจากภาพทับซ้อนของมิติลวงตา! ฮ่าๆ เจ้าช่างสร้างมิติลวงตาได้แนบเนียนนักเฮฟิน”
“ข้ารู้สึกดีใจยิ่งนัก ที่ได้พบกับนายท่านอีกครั้งขอรับ” จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรเพลิง "เฮฟิน" ได้กล่าวกับหวังเหว่ย
“ฮ่าๆ เป็นเจ้าจริงๆด้วยเฮฟิน สมแล้วที่เจ้าคือหนึ่งในองครักษ์ที่ฉลาดที่สุดของข้า เจ้าคงค้นพบวิธีการสร้างมิติลวงตารูปแบบนี้ขึ้น หลังจากที่ข้าจากไปแล้วสินะ”
หลังจากหวังเหว่ยกล่าวจบ ภาพทับซ้อนของมิติลวงตาได้จางหายไป และปรากฎถ้ำแห่งหนึ่งขึ้นมาตรงหน้าของหวังเหว่ย
“ขอรับนายท่าน ข้าพึ่งคิดค้นวิธีการสร้างมิติลวงตารูปแบบนี้ได้สำเร็จ ก่อนที่อายุขัยของข้าจะหมดลงขอรับ”
“ถ้ำข้างหน้านี้คือสถานที่อยู่ของเจ้าสินะ เช่นนั้นข้าจะเข้าไปล่ะ” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เดินเข้าไปภายในถ้ำที่ปรากฎขึ้นตรงหน้าของเขา
หลังจากเข้าไปภายในถ้ำหวังเหว่ยได้พบเจอกับภาพร่างของสัตว์อสูรมังกรเพลิงปรากฎขึ้นตรงหน้าของเขา
“คำนับนายท่านขอรับ ข้าได้ทราบจากจิตวิญญาณของมังกรวารีแล้วว่าท่านได้พบเจอกับเขาแล้ว พวกข้าทั้งห้าจะรอวันที่นายท่านมีพลังมากพอที่จะช่วยเหลือพวกข้าให้ฟื้นคืนชีพ เพื่อกลับไปรับใช้นายท่านอีกครั้งขอรับ”
“อืม ในตอนนี้ข้ายังไม่พบวิธีที่จะช่วยคืนชีพให้กับพวกเจ้า แต่ในอนาคตเมื่อข้าค้นพบวิธี ข้าจะกลับมาช่วยเหลือพวกเจ้าในทันที เจ้าช่วยบอกกับอีกสี่ตนที่เหลือแทนข้าด้วย”
“รับทราบขอรับนายท่าน”
“ว่าแต่เจ้าเรียกข้ามาพบด้วยเหตุผลอื่นอีกสินะ”
“ขอรับ ข้าอยากมอบสมบัติที่ข้าชื่นชอบและเก็บสะสมเอาไว้ให้กับนายท่านขอรับ” หลังจากกล่าวจบ จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรเพลิง "เฮฟิน" ได้นำหวังเหว่ยเข้าไปภายในห้องเก็บสมบัติของตนเองในทันที
หลังจากเข้าไปภายในห้องเก็บสมบัติ หวังเหว่ยได้พบเจอกับหีบที่ทำจากทองหลายร้อยหีบและมีหีบที่ทำจากแร่พิเศษอีกสองหีบ
หวังเหว่ยจึงได้เดินเข้าไปเปิดดูหีบที่ทำจากทองเพื่อตรวจสอบของที่อยู่ข้างใน
“โอ้! นี่มันแร่โลหะหินเหล็ก! แร่ชนิดนี้ใช้สำหรับสร้างอุปกรณ์ในระดับมหากาพย์ !”
หลังจากสำรวจดูหีบที่ทำจากทองอีกหลายใบอยู่ครู่หนึ่ง หวังเหว่ยจึงได้หันไปมองหีบที่ทำจากแร่พิเศษที่มีอยู่เพียงสองหีบ และเมื่อเปิดดูภายในหีบ หวังเหว่ยได้ตกตะลึงในทันที
“นี่มัน! แร่โลหะเทพดาวตก! แร่ชนิดนี้ใช้สำหรับสร้างอุปกรณ์ในระดับตำนาน !”
“ข้าหวังว่าสมบัติของข้าจะเป็นประโยชน์ต่อนายท่านขอรับ”
“แน่นอน แร่โลหะทั้งสองชนิดนี้คือมหาขุมทรัพย์ที่เหล่านักประดิษฐ์ทุกคนใฝ่ฝันจะได้ครอบครอง ไม่นึกเลยว่าข้าจะมีโอกาสได้พบเจอในจำนวนที่มากเช่นนี้”
หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เรียกเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ออกมาหลายสิบคน
“นายท่านมีอะไรให้พวกเรารับใช้หรือขอรับ ?” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้กล่าวถามหวังเหว่ย
“พวกเจ้านำหีบสมบัติทั้งหมดภายในห้องนี้ไปวางรวมไว้กับสมบัติที่อยู่ภายในมิติแดนอสูร”
“รับทราบขอรับนายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์หลายสิบคนได้ช่วยกันขนหีบสมบัติภายในห้องเก็บสมบัติของจิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรเพลิง "เฮฟิน" เข้าไปไว้ภายในมิติแดนอสูร
เวลาผ่านไปสิบนาที เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์หลายสิบคนได้ขนหีบสมบัติของจิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรเพลิง "เฮฟิน" เข้าไปเก็บไว้ภายในมิติแดนอสูรเสร็จเรียบร้อย
หลังจากที่เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูร จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรเพลิง "เฮฟิน" ได้กล่าวกับหวังเหว่ยว่า
“ข้าจะรอคอยนายท่านอยู่ที่นี่เพื่อกลับไปรับใช้นายท่านอีกครั้งขอรับ” หลังจากกล่าวจบ จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรเพลิง "เฮฟิน" ได้นำหวังเหว่ยออกมาจากถ้ำของตน
หวังเหว่ยได้ปรากฎตัวขึ้นภายนอกถ้ำ ที่ในตอนนี้ได้กลับกลายเป็นหุบเหวเช่นเดิม
หลังจากมองสำรวจหุบเหวอยู่ครู่หนึ่ง หวังเหว่ยได้กล่าวออกมาว่า “มิติลวงตาของเฮฟินช่างสร้างได้แนบเนียนนัก หากไม่สังเกตให้ดีบางทีแม้แต่ข้าเองก็อาจถูกหลอกไปด้วย !”
หลังจากจ้องมองมิติลวงตาของเฮฟินจนพอใจ หวังเหว่ยได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรและไปหาเฟิงเค่อผ่านทางประตูมิติ