“ถ้าอย่างนั้น...”
อวี๋จื่ออวี๋มองอินทรีทองั์ที่ยังคงบินวนเวียนอยู่กลางอากาศสูงร้อยเมตรและไม่มีทีท่าว่าจะไม่ยอมบินลงมาเสียที เขาก็เริ่มหมดความอดทน
แม้กายเนื้อจะเป็ต้นหลิวแต่อวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่อาจทนกับความตึงเครียดทางจิตใจที่ยาวนานขนาดนี้ได้
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะลงมือ
แต่ก่อนจะลงมือต้องทำให้อินทรีทองั์ตัวนี้ลงมาเสียก่อน
เมื่อคิดถึงเื่นี้ความคิดในหัวของอวี๋จื่ออวี๋พลันโลดแล่น
ทำไมพญาอินทรีทองถึงไม่ยอมลงมา?
และในขณะที่ไม่ลงมาพญาอินทรีทองก็ยังไม่ยอมจากไปไหน?
คำถามแล้วคำถามเล่าวนเวียนอยู่ในหัว
ไม่นานนักราวกับนึกอะไรขึ้นได้ อวี๋จื่ออวี๋ถึงกับแค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมา
“คงจะหวาดกลัวสินะ สัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่ง แม้จะวิวัฒนาการแล้วสติปัญญาก็ไม่ได้สูงนัก ดังนั้นสิ่งที่ทำให้มันแอบสอดแนมอยู่ได้แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ คงมีแต่ความหวาดกลัวเท่านั้น”
“มันกำลังหวาดกลัว...”
“และสิ่งที่มันหวาดกลัว ย่อมไม่ใช่เหยี่ยวเพเรกรินจิ้งจอกแดงก็ไม่น่าเป็ไปได้ ถ้างั้นก็คงเหลือแค่...ฉัน”
“แต่ฉันไม่ได้แสดงความผิดปกติอะไรต่อหน้ามันมากนะ...”
เมื่อพึมพำมาถึงตรงนี้หัวใจของอวี๋จื่ออวี๋พลันจมดิ่งลง
เพราะจนถึงตอนนี้เขาได้คิดถึงความเป็ไปได้อีกอย่างหนึ่ง
คือกลิ่นอาย
กลิ่นอายของผู้แข็งแกร่ง
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างหลักของเขาแข็งแกร่งจนทำให้อินทรีทองั์หวาดกลัวอย่างต่อเนื่อง
.......
เมื่อคิดถึงเื่นี้อวี๋จื่ออวี๋ก็มีแผนอยู่ในใจแล้ว
ฮู่ว...
อวี๋จื่ออวี๋พ่นลมหายใจออกยาวๆร่างหลักของเขาก็ค่อยๆ คลายรูขุมขน
ต้นไม้ก็หายใจได้
ร่างหลักของอวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่มีข้อยกเว้น
แต่ครั้งหนึ่งอวี๋จื่ออวี๋กลับพบว่า เขาสามารถควบคุมการหายใจของต้นไม้ได้อย่างอิสระ
นั่นหมายความว่า...เขาสามารถกลั้นหายใจได้นานเหมือนมนุษย์!
และการกลั้นหายใจหมายถึงอะไร?
ในความคิดของอวี๋จื่ออวี๋มันน่าจะมีหวังที่จะลดการแผ่ของกลิ่นอายลงได้บ้าง
เหมือนวิชาของเขาในชาติที่แล้ว- เต่าจำศีล
“ฮึบ...”
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง แล้วอวี๋จื่ออวี๋ก็กลั้นหายใจ
เสียง‘ตู้ม’ ดังขึ้นต้นหลิวทั้งต้นสั่นะเืเล็กน้อย
จากนั้นกิ่งหลิวจำนวนนับไม่ถ้วนก็ห้อยย้อยลงมา และทันใดนั้นต้นหลิวทั้งต้นก็ดูราวกับตายไปแล้ว...
.......
และในเวลานั้นบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่
“แกว๊ก...”
เสียงกรีดร้องบาดหูราวกับโลหะฉีกขาดดังขึ้นอีกครั้งอินทรีทองั์กระพือปีกทันที
ในดวงตาลึกๆแสงแห่งความสงสัยแบบมนุษย์วูบผ่านไป แต่อินทรีทองั์ก็ยังคงค่อยๆร่อนลงมาใกล้ต้นหลิวที่อยู่บนพื้นดิน
ในการรับรู้ของมันพลังงานที่แผ่ออกมาจากต้นหลิวต้นนี้จู่ๆ ก็อ่อนลงไปมาก
ใช่แล้วอ่อนลงไปมาก
ความผันผวนของพลังิญญาเดิมที่แผ่ออกไปเจ็ดถึงแปดเมตรกลับหดลงเหลือเพียงสามถึงสี่เมตรในพริบตา
นั่นหมายความว่าที่นี่ ดูเหมือนจะกลายเป็แหล่งหาอาหารของมันได้แล้ว
แต่เื่ที่มันไม่เข้าใจก็คือทำไมพลังงานถึงได้อ่อนลงไปอย่างกะทันหัน?
แววตาแห่งความสงสัยวูบผ่านไปอย่างรวดเร็ว
อินทรีทองั์ไม่ได้คิดลึกอะไรมากนัก
สติปัญญาที่เรียบง่ายไม่ได้ให้พื้นที่สำหรับการคิดมากนัก
เมื่อเทียบกับมนุษย์การคิดของมันนั้นเรียบง่ายและบริสุทธิ์อย่างยิ่ง
อาหารคือทุกสิ่ง
และตอนนี้ที่นี่ไม่มีอันตรายมากนัก พอที่จะหาอาหารได้
“ตูม...”
ทันทีที่กระพือปีกอินทรีทองั์ได้กลายเป็เหมือนลูกธนูหลุดจากคันศร พุ่งลงมา
แต่ในเวลานั้นสิ่งที่อินทรีทองั์ไม่ทันสังเกตเห็นก็คือ
“ครืน ครืน ครืน...”
พร้อมกับการสั่นะเืเล็กน้อยดินใต้ต้นหลิวของอวี๋จื่ออวี๋ค่อยๆ แยกออกจากนั้นรากไม้สีดำที่ยาวกว่าสิบเมตรก็โผล่ออกมาทีละราก
รากไม้คดเคี้ยวอยู่ภายใต้การควบคุมของอวี๋จื่ออวี๋ราวกับแขน
“บิดเกลียว...”
เสียงพึมพำแ่เบารากไม้สีดำค่อยๆ หมุนวนเป็เกลียว
พร้อมกันนั้นปลายรากไม้ก็ค่อยๆ บิดเบี้ยวจนกลายเป็รูปทรงกรวยที่แหลมคมอย่างยิ่ง
ดูแล้วมันเหมือนกับหอกั์สีดำที่ยาวกว่าสิบเมตร
แต่หอกั์สีดำในตอนนี้ได้บิดงอไปรอบแล้วรอบเล่าจนได้ยินเสียง ‘กุกกัก’ ของรากไม้ราวกับว่าอีกเสี้ยววินาทีเดียวมันก็จะขาดสะบั้นลง
และนี่ไม่ใช่แค่หอกเดียว
เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถสังหารได้แน่นอนอวี๋จื่ออวี๋ถึงกับใช้รากแขนงอีกแปดเส้นที่เหลือด้วย
นั่นหมายความว่ามีหอกทั้งหมดเก้าเล่มซ่อนอยู่รอบตัวเขา
และในตอนนี้
“ครืน...”
ลมแรงพัดกระหน่ำร่างของอวี๋จื่ออวี๋สั่นะเืไม่หยุด
ไม้เด่นในป่าย่อมถูกลมพัดทำลาย
อินทรีทองั์พุ่งลงมาลมกรรโชกที่พัดมานั้นสำหรับอวี๋จื่ออวี๋แล้ว ให้ความรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่
แต่ก็เป็เพราะพลังอันน่าสะพรึงกลัวของการพุ่งเข้ามาของอินทรีทองั์นี่เองที่ทำให้มันไม่ได้สังเกตเห็นว่าบนพื้นดินนั้นหอกั์สีดำแต่ละเล่มพร้อมที่จะพุ่งทะยานสวนขึ้นไปแล้ว
“ครืน...”
เพราะความตื่นเต้นอินทรีทองั์ยื่นกรงเล็บออกไป
จากนั้นร่างทั้งร่างก็พุ่งเข้าใส่ร่างหลักของอวี๋จื่ออวี๋
ในสายตาของอวี๋จื่ออวี๋เขาเห็นเพียงเงาดำขนาดใหญ่บดบังท้องฟ้าเท่านั้น
แต่ในเวลานั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็ลงมือสวนกลับความเร็วนั้นเหนือจินตนาการของมนุษย์
“ตูม ตูม ตูม...”
พร้อมกับเสียงทะลวงอากาศที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องหอกั์สีดำเก้าเล่มพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
“ครืน...”
ราวกับรับรู้ถึงอันตรายร่างของอินทรีทองั์หยุดชะงักลงทันที
แต่ความเร็วที่มันได้เร่งไปแล้วจะหยุดลงกะทันหันได้อย่างไร
“ปัง!” เสียงกระแทกดังสนั่นอินทรีทองั์ที่กางปีกอยู่ไม่ทันได้หลบมันถูกหอกั์สีดำเล่มหนึ่งเสียบเข้าอย่างจัง
เสียงโลหะกระทบของแข็งดังขึ้นสะเก็ดไฟกระเด็นไปทั่วรากไม้ของอวี๋จื่ออวี๋ที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าเหล็กกล้าแทงเข้าไปในปีกของอินทรีทองั์เกิดเป็ประกายไฟต่อเนื่อง
“แม่มันเถอะ โคตรแข็งเลยไม่ใช่เหรอ?!”
อวี๋จื่ออวี๋อุทานออกมาเพราะความใและรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย
สมกับที่ระบบประเมินว่าปีกสีทองมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าโลหะผสมความแข็งแกร่งนี้ไม่มีอะไรต้องสงสัย
แต่ว่านะอีกเดี๋ยว... มันก็ถึงจุดจบแล้ว