บทที่ 21
ไอซ์มองไปรอบๆตัวในตอนนี้ เหล่าโปลิ้งแสนน่ารักกว่า 100 ตัวได้ล้อมเขาเอาไว้เป็นวงกลม และพวกมันก็พร้อมจะโจมตีไอซ์แล้ว มันทำให้เขานึกถึงวันแรกที่แอบเข้ามาในดันเจี้ยนนี้ เหตุการณ์มันช่างคล้ายกันอย่างเหลือเชื่อ“ครั้งนี้มันไม่เหมือนกับครั้งที่แล้วหรอกนะเจ้าหนูน้อยทั้งหลาย..” ไอซ์ที่เห็นภาพซ้ำเขาไม่ยอมวิ่งหนีเหมือนครั้งที่แล้ว ไอซ์ชักดาบที่อยู่ในฝักข้างเอวออกมา ก่อนจะสะบัดจากบนลงล่าง เป็นการบ่งบอกว่าเขาพร้อมที่จะสู้แล้ว แต่เขาก็ต้องตกใจ เมื่อจู่ๆโปลิ้งด้านหน้าของเขาหลายสิบตัวกลายเป็นเศษวุ่น“ใครกัน บังอาจมาแย่งเหยื่อตัวน้อยของฉันนน” ด้วยความโกรธที่ไอซ์คิดว่ามีนักล่าคนอื่นบริเวณนี้เขาหันไปรอบๆทิศทาง พร้อมแกว่งดาบไปด้วยเช่นกัน แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้พวกโปลิ้งที่เหลือนั้นตกตายไปทีละหลายสิบตัว ไอซ์ยิ่งโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขายังไม่ทันจะได้สู้เลยสักกะตัวเดียว“ออกมานะเว้ย.. แกแอบอยู่ก้อนหินนั้นสินะ เห้ย!!!..” ไอซ์มองไปเห็นก้อนหินน่าสงสัยก่อนที่เขาจะชี้ดาบไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่ามันทำให้หินนั้นถูกผ่าออกเป็นสองส่วนในทันที ไอซ์ได้แต่ยืนงงๆเกาแก้ม“มันเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี้ย.. ไม่เข้าใจเลยแฮะ.. มัวร์ดันเจี้ยนมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” ไอซ์ที่ไม่รู้จะถามใครเขาก็ถามมัวร์ที่เป็นระบบผู้ช่วยน่าจะดีที่สุดแล้ว“ระบบดันเจี้ยนไม่มีปัญหาแต่อย่างใดค่ะผู้ใช้งาน เพียงแต่ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากการโจมตีทางกายภาพของผู้ใช้งานระบบเท่านั้นค่ะ..” มัวร์ตอบกลับมาอย่างปกติ“การโจมตีของฉัน? แล้วฉันไปโจมตีมันตอนไหนกัน.. หรือว่า” ไอซ์พูดพร้อมทำหน้าตาเอ๋อๆ แต่หลังจากที่เขาเงียบปากลงเพียงครู่เดียว สมองก็แล่นทำงานอย่างเต็มที่ เขามองลงไปที่ดาบด้วยความสงสัย“มันเป็นเพราะเจ้านี่เองสินะ ‘Dark Soul’ เพียงแค่ปัดแกว่งเบาๆก็สามารถสร้างรัศมีดาบเพื่อฟาดฟันศัตรูได้แล้ว ช่างเป็นดาบที่น่ากลัวเสียจริง สมแล้วที่มันเป็นอาวุธระดับ SS..” ไอซ์เอ่ยชมตัวดาบสีดำนี้ก่อนจะยิ้มออกมา เขาวาดดาบแล้วฟันไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูงสุดที่เขาสามารถทำได้ ฟุบบบ!!! เสียงของคลื่นดาบที่พุ่งออกไปตัดกับอากาศ แม้แต่คลื่นนี้ยังไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันเหมือนกับแสงที่ตกกระทบของใบดาบเคลื่อนตัวไปทางที่ฟาดฟัน“ร้ายกาจ!!.. อืม จริงสิ เราลืมไป ที่นี่มันจะไปมีคนอื่นนอกจากเราได้อย่างไร ก็ทางเว็บไซต์ก็บอกแล้วว่ามันเป็นมิติแยกของใครของมัน หากไม่ได้มารวมกลุ่มกันเป็นปาร์ตี้ แต่ช่างเถอะ ช่วงนี้มีแต่เรื่องให้คิดให้ทำ หลงลืมบ้างคงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด.. เอาล่ะ มาทดลองอาวุธกันดีกว่า”ไอซ์ยกนิ้วไว้บริเวณคางก่อนจะพูดบ่นกับตัวเอง เวลานี้เขาลืมเรื่องที่ต้องเตรียมตัวก่อนเข้าดันเจี้ยนไปเรียบร้อยแล้ว แต่เขาก็เลือกที่จะช่างมันไว้ก่อน เพราะตอนนี้มันเป็นเวลาที่สนุกสำหรับเขาไปแล้ว อาวุธหลายชนิดถูกเรียกออกมาใช้งาน นอกจากนี้ยังมีทักษะอีกหลายอย่างเพื่อทดลองประสิทธิภาพของมัน แต่มันก็สามารถทำให้ไอซ์ที่เหนื่อยจากการโดนสูบมานาไปจำนวนหนึ่งกลับอึ้งถึงประสิทธิภาพของทักษะสกิลอีกครั้ง มานาของเขาก็นับว่าฟื้นฟูได้เร็วอยู่เช่นกัน 30 หน่วย/ชั่วโมง นั่นก็หมายความว่า ถ้าเขาใช้เจ้าทักษะระดับSS หนึ่งครั้ง กว่าที่มานาจะกลับมาเต็มอีกครั้งก็เป็นเวลากว่า 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว มัวร์แนะนำให้ไอซ์ดื่มน้ำยาเพิ่มพลังเวทย์แบบถาวรให้หมด เพราะมันสามารถช่วยเรื่องของการฟื้นฟูมานาได้ ซึ่งไอซ์มีมันอย่างละขวดในระดับ A , S และ SS รวมเป็น 3 ขวด ทำให้ตอนนี้ค่า INT ของเขาเพิ่มมาเป็น 510 หน่วย มานาเพิ่มขึ้นมาเป็น 1,050 หน่วย และฟื้นฟูได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 30 หน่วย/ชั่วโมง ตอนนี้ได้เป็น 70 หน่วย/ชั่วโมง และนั่นมันทำให้ไอซ์ค่อนข้างที่จะดีใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าทักษะปีกมังกรที่ต้องใช้มานาต่อนาทีเพื่อคงสภาพปีกเอาไว้ มันต้องใช้ 2 หน่วยต่อนาทีเท่านั้นเอง ดังนั้นหลังจากนี้เขาไม่จำเป็นต้องเดินเองอีกต่อไป เพราะว่าเขาสามารถบินได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องกลัวว่ามานาจะหมด “วุ้วววว.. อ่าวๆๆเห้ย ลงยังไงวะเนี่ย ฉิบหายล่ะ” ไอซ์ไม่รอช้าทดสอบสกิลนี้ในทันที แต่มันติดปัญหาหลายอย่าง เขายังไม่คุ้นชินกับการติดปีก แม้ว่าจะเข้าใจทักษะว่ามันให้คิดว่าปีกคืออวัยวะหนึ่งของเรา ต้องทำการหลอมรวมกับมันให้ได้ แต่คนเราก็ไม่เคยมีปีก จะให้ชินเลยตั้งแต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้ โอ๊ยยย!! ไอซ์จับหัวของตัวเองก่อนจะลูบเบาๆ แน่นอนว่าเมื่อกี้เขาได้ทำการเอาหัวลงไปโหม่งกับพื้นดินมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าค่า VIT ของเขาไม่เยอะมากพอแล้วล่ะก็ ป่านนี้คงได้ไปเที่ยวยมโลกแล้ว“มัวร์ขอแนะนำให้ผู้ใช้งานฝึกฝนกับสถานการณ์จริง.. ชั้นที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานอยู่ระหว่าง 51-80 ค่ะ แต่เนื่องจากว่าผู้ใช้ไม่ได้มีบันทึกเกทของชั้นอื่นๆนอกจากชั้น 1 กับ ชั้น 99 เท่านั้น ระบบจึงขอแนะนำให้ไล่เคลียร์จนไปถึงจุดนั้นให้เร็วที่สุดค่ะ..” มัวร์กล่าว“อย่างนั้นเองเหรอ แต่ขอลองๆใช้งานดูก่อน ถ้าเราไปเจอสถานการณ์จริงแต่นึกไม่ออกว่าจะใช้ทักษะไหน แบบนั้นจะแย่เอาได้..” ไอซ์กล่าวกับมัวร์เบาๆ และมันก็เป็นเรื่องจริง มันเป็นปัญหาของคนที่มีทักษะสกิลค่อนข้างเยอะ ปกติแล้วทั่วไปของนักล่าจะมีกันอย่างมากสุดก็ 3 ทักษะสกิลเลยไม่จำเป็นต้องมานั่งไล่เรียงลำดับการใช้ ด้วยเลเวลของไอซ์ที่มีมากถึง 152 เลเวล สามารถเรียนรู้ทักษะได้แค่ 16 สกิลเท่านั้น นั่นก็หมายความว่านักล่าที่มีเลเวล ครบ10 จะสามารถเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมได้อีก 1 ทักษะ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเป็นนักล่าดันเจี้ยนเริ่มต้นคุณจะสามารถเรียนรู้ทักษะไหนก็ได้ 1 สกิล และเมื่อเลเวลครบทุกๆ 10 เลเวลจะสามารถเรียนรู้ได้เพิ่มอีกครั้งละ 1 สกิล ตัวของไอซ์เองมีทักษะที่เรียนไปแล้วถึง 12 สกิล เหลืออีก 4 สกิลเท่านั้น แต่เขาก็ยังไม่เลือกว่าจะเรียนอันไหนตามคำแนะนำของมัวร์ เพราะว่าถ้าหากเรียนไปแล้วจะไม่สามารถลบออกหรือแก้ไขได้อีกเลย ไอซ์จึงเลือกเรียนเฉพาะระดับ S-SS เท่านั้น เวลาผ่านไปไม่นาน..“เล่นซะที่นี่เละไม่เป็นท่าเลย.. ช่างเถอะ ว่าแต่เราอยู่มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย..” ไอซ์มองสภาพของดันเจี้ยนชั้นที่1 ตอนนี้จากที่มันเคยเป็นทุ่งหญ้าสวยงามกลับกลายเป็นว่ามีหลายจุดที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ก่อนจะถามเรื่องเวลาออกมากับมัวร์“เวลานี้เป็นเวลา 02:14 นาฬิกาค่ะผู้ใช้งานระบบ..” เสียงของมัวร์ที่ตอบมามันเริ่มทำให้หน้าเขาซีดเป็นเหมือนไก่ที่โดนน้ำต้มลวกมาสดๆ มันขาวซะจนคิดว่าใบหน้าไม่เหลือเลือดอยู่แล้ว แน่นอนว่าไอซ์รีบก้าวเท้าออกจากดันเจี้ยนในทันทีหลังจากที่ได้ยินคำตอบ เอ๊ะ!!.... ไอซ์ที่ออกจากสถานีดันเจี้ยนมาได้หลายก้าว มือถือเครื่องใหม่ของเขาก็แจ้งเตือนไม่หยุด แน่นอนว่าเขาก็ต้องก้มไปสนใจมัน การแจ้งเตือนส่วนใหญ่มาจากพี่สาวของเขาทั้งสองคน เขาไม่ได้แปลกใจสักเท่าไร ถ้าถึงบ้านแล้วค่อยจัดการในภายหลัง ระหว่างทางก็หาข้ออ้างดีๆสักสองสามข้อเอาไว้ตอบ แต่ที่ทำให้เขาแปลกใจมันเป็นข้อความในกลุ่มของเพื่อนมหาวิทยาลัย ที่แม้แต่ตอนนี้ตี2เกือบจะครึ่งก็ยังคุยกันอยู่ ไอซ์อ่านมันผ่านๆตาก่อนที่จะสรุปได้ว่า มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานเลี้ยง ‘บายเนียร์’ ของรุ่นพี่ปีสี่ ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงปลายภาคเรียนที่สอง พวกรุ่นพี่จะต้องกลับมาสอบจบหลังจากไปฝึกงาน“จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้าอย่างนั้นสินะ แล้วทำไมพวกเขาถึงตื่นเต้นกันขนาดนี้ล่ะ..” ไอซ์ไม่เข้าใจเลยว่ากว่างานจะเริ่มจัดตามกำหนดการเดิม แต่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายก็เอาแต่พิมพ์ข้อความกันไม่หยุดไม่หย่อนเพื่อแสดงความคิดเห็น แต่เมื่ออ่านสักพักเขาก็เข้าใจได้ในทันที เพราะรุ่นพี่ของเขา 2 คนที่มีความโดดเด่น และประสบผลสำเร็จในสายงานอาชีพ และหนึ่งในนั้นเป็นพี่รหัสของตนอีกด้วย ‘พี่อิงฟ้า’ ดาวมหาวิทยาลัย และตอนนี้ยังเป็นถึงหัวหน้าวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อ ‘Sweet Dream’ อีกด้วย ส่วนอีกคนมันเป็นคนที่เขาไม่ค่อยชอบหน้าสักเท่าไร มันชื่อว่า ‘พี่ไนท์’ ตอนนี้มันเดินสายอาชีพฮันเตอร์ และได้เข้าร่วมกลุ่มกิลด์ที่มีชื่อเสียงอย่าง ‘Seven Knight’ อีกด้วย