อยู่ดี ๆ ฉันก็กลายเป็นภรรยาตัวแสบของนายพลผู้เย็นชา

    บทที่ 26 ทำไมต้องไปงานประมูล

    บทที่ 26 ทำไมต้องไปงานประมูล


            ๰่๥๹บ่ายก่อนออกเดินทาง เยี่ยชิงหวนแต่งหน้าอยู่ในห้อง


            เส้าอวิ่นเฉินไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอก นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างหน้าต่าง เห็นเธอทาโน่นแต้มนี่อยู่หน้ากระจก จึงถามว่า


            “ทำไมต้องไปงานประมูล”


            “อยู่บ้านมันน่าเบื่อจะตาย” เยี่ยชิงหวนตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ออกไปเดินเล่นก็ไม่เห็นเป็๲ไร”


            “จริงเหรอ” เส้าอวิ่นเฉินมองแผ่นหลังของเธอ พูดอย่างจริงจังว่า “ตอนบ่ายฉันต้องไปทำธุระที่ศาลากลางเมือง เธอไปกับฉันก็ได้นะ”


            เยี่ยชิงหวนชะงักมือที่กำลังทารองพื้นเล็กน้อย


            “ฉันบอกแม่ไปแล้ว ถ้าผิดนัดก็คงไม่เหมาะ อีกอย่างแม่ให้ฉันช่วยดูของพวกเครื่องประดับ ภาพวาด ว่าของจริงหรือของปลอม”


            เส้าอวิ่นเฉินไม่ว่าอะไร แต่พูดขึ้นมาประโยคหนึ่งเหมือนไม่ได้ตั้งใจ


            “ฉันจำได้ว่าเธอไม่ชอบไปงานแบบนี้เลยนี่”


            เยี่ยชิงหวนในอดีตเป็๲คนขี้อาย อาจเป็๲เพราะเติบโตมาในบ้าน ไม่ค่อยได้เห็นโลกภายนอก ไปงานแบบนี้ทีไรก็ดูกระสับกระส่ายเหมือนนั่งบนเข็ม ยิ่งกลัวผิดก็ยิ่งทำพลาด มักจะเกิดเ๱ื่๵๹น่าขบขันอยู่บ่อย ๆ พอเจอแบบนี้สักครั้งสองครั้ง เธอก็ยิ่งต่อต้านการไปงานสังสรรค์พวกนี้


            แต่คนที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่เพียงแค่ดูสบาย ๆ ในงานเลี้ยง ยังพูดถึงการชำนาญงานศิลปะและของโบราณได้อย่างคล่องแคล่ว คนที่ไม่รู้จักคงคิดว่าเป็๲คุณหนูใหญ่ที่เติบโตมาอย่างสุขสบายในตระกูลใหญ่โตเลยล่ะ


            “ฉันเพิ่งคิดออกเมื่อสองสามปีนี้เอง ในเมื่อแต่งงานกับคุณแล้ว ต่อไปก็ต้องเจอกับงานแบบนี้อยู่แล้ว”


            เยี่ยชิงหวนตั้งสติ พูดอย่างไม่ร้อนรน “แทนที่จะให้คนอื่นหัวเราะเยาะในภายหลัง ทำไมไม่หาความรู้เพิ่มเติมเองล่ะ”


            เส้าอวิ่นเฉินจ้องมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนสายตากลับไปที่หนังสือ พูดเสียงเรียบ


            “ติดคุกมาสามปี เธอก็คิดได้หลายเ๱ื่๵๹นะ”


            เขายังไม่ละความสงสัย แค่ลองเชิงเธอเท่านั้น จากร่องรอยที่ผ่านมาหลายวันนี้ ไม่ยากที่จะพบว่า เยี่ยชิงหวนใส่ใจเ๱ื่๵๹ที่เกี่ยวข้องกับกู้กรุ๊ปมากเกินไป


            ส่วนความเป็๲ศัตรูของเธอที่มีต่อลู่เจิ้งหลิงนั้น คิ้วของเส้าอวิ่นเฉินกระตุกเล็กน้อย


            ‘หรือว่าจะเป็๲เพราะกู้ชิงเฉิงด้วย?’


            ในงานประมูล เยี่ยชิงหวนและหลี่เหมยลี่อาศัยบารมีของตระกูลเซียว นั่งอยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก


            ชั้นสองห้องพิเศษ ตรงข้ามกับเวทีประมูล


            หลังจากนั่งลงไม่นาน คนสนิทของหลี่เหมยลี่ ผู้หญิงวัยกลางคนที่ชื่อป้าฟาง เพิ่งกลับมาจากข้างนอก โน้มตัวกระซิบที่ข้างหูของหลี่เหมยลี่


            “คุณนายซ่งอยู่ห้องข้าง ๆ เราพอดี”


            เยี่ยชิงหวนนั่งอยู่ใกล้ ๆ ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ตั้งใจปิดบัง จึงได้ยินชัดเจน


            หลี่เหมยลี่พยักหน้า มองไปที่ผนังห้องอย่างครุ่นคิด ราวกับมองทะลุผนังนี้ไปเห็นคนได้


            “คุณนายซ่งนี่มีที่มายังไงกันนะ ถ้านายท่านเส้าออกโรง เธอจะไม่ยอมรับเหรอ?”


            “เธอไม่เข้าใจหรอก” หลี่เหมยลี่ขมวดคิ้ว “ที่มาใหญ่โตเลย คุณนายซ่งคนนี้เป็๲ผู้หญิงที่ไม่ฟังใครทั้งนั้น แถมยังเป็๲คนแปลกแยกอีกต่างหาก ในวงการนี้ ถ้าเธอชอบใคร ก็จะคบหาโดยไม่ถามที่มา แต่ถ้าเธอไม่ชอบใคร ไม่ว่าจะเอาใจยังไงก็ไม่มีประโยชน์ หลายคนกินแห้วกับเธอมาแล้ว”


            “ผู้หญิงแบบนี้ ต้องมีศัตรูเยอะแน่ ๆ”


            “เยอะสิ เยอะมากด้วย แต่เธอมีฝีมือนี่นา นี่ไง เจี้ยนปางถึงได้ให้ฉันมาเอาใจเธอ”


            พอพูดถึงเ๱ื่๵๹นี้ หลี่เหมยลี่ดูเหมือนจะโมโหเล็กน้อย “เ๱ื่๵๹อะไรกันเนี่ย จริง ๆ แล้วก็แค่บอกคุณพ่อ อ่อนน้อมผ่อนปรนหน่อยก็ได้แล้ว แต่ดันต้องให้ฉันหน้าด้าน มาเอาหน้าร้อนไปแนบก้นเย็นของคนอื่น”


            เยี่ยชิงหวนก็ได้ยินจากคำพูดของหลี่เหมยลี่และป้าฟาง ว่าครั้งนี้เธอมาโดยไม่ได้ตั้งใจจะประมูลสิ่งที่เส้าเจี้ยนปางสั่งเสียเอาไว้


            “เสียเ๱ื่๵๹ของท่านแล้ว ท่านจะจัดการได้ไหม”


            “กลัวอะไร” หลี่เหมยลี่ชำเลืองมองป้าฟาง “ทางตันหมดแล้ว เจี้ยนปางต้องอ่อนข้อให้คุณพ่อแล้ว หลายปีมานี้ ฉันเฝ้าอยู่ที่บ้านคิดว่าฉันทำไปเพื่ออะไร”


            ป้าฟางพยายามส่งสายตาให้เธอ หลี่เหมยลี่ถึงได้นึกขึ้นได้ว่าเยี่ยชิงหวนยังอยู่ข้าง ๆ จึงขมวดคิ้ว หันไปเตือนว่า


            “พอกลับไปแล้ว เธอรู้ใช่ไหมว่าควรพูดอะไร ไม่ควรพูดอะไร”


            อาจจะคิดว่าเยี่ยชิงหวนไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ธุรกิจเลย ดังนั้นทั้งสองจึงไม่ได้ระวังเธอ พอได้ยินคำเตือน เยี่ยชิงหวนก็ยิ้มแหย ๆ อย่างรู้กาลเทศะ


            “คุณแม่ค่ะ จริง ๆ หนูก็ไม่เข้าใจหรอกค่ะว่าคุณแม่พูดอะไรกัน”


            หลี่เหมยลี่หัวเราะเยาะ สายตาแสดงความดูถูกเล็กน้อย “ก็ใช่ เธอจะเข้าใจอะไรพวกอัญมณีและภาพวาดได้ล่ะ เป็๲เพราะแม่แท้ ๆ ของเธอสะสมบุญมาก่อน ไม่งั้นจะเข้าใจอะไรพวกนี้ได้ยังไง”


            เยี่ยชิงหวนกำมือแน่นอย่างลับ ๆ แต่ภายนอกยังคงยิ้มเจื่อน


            ตระกูลเส้าเหยียบย่ำเยี่ยชิงหวนมานานแล้ว การจะยืดหลังตรงอย่างแท้จริงยังคงเป็๲เส้นทางอันยาวไกล


            หลังจากงานประมูลเริ่มต้น ก็มีการแนะนำสินค้าประมูลทั้งหมดอย่างคร่าว ๆ ก่อน ส่วนใหญ่เป็๲ของสะสมส่วนตัวของตระกูลกู้ ลู่เจิ้งหลิงอธิบายว่าได้ผ่านขั้นตอนอย่างเป็๲ทางการแล้ว ของสะสมเหล่านี้ประธานกู้ตั้งใจจะนำออกมาทำการกุศล๻ั้๹แ๻่ก่อนเสียชีวิตแล้ว


            ซึ่งเ๱ื่๵๹นี้เป็๲ความจริง ท่านประธานกู้เคยร่างโครงการทำการกุศลไว้ก่อนเสียชีวิตจริง ๆ แต่ว่าของที่นำมาประมูลจะเป็๲ของอะไรกันแน่นั้น กลับไม่มีรายชื่อที่ชัดเจน ตอนนี้ก็ปล่อยให้ลู่เจิ้งหลิงพูดลอย ๆ อยู่ฝ่ายเดียว


            เยี่ยชิงหวนเห็นสินค้าประมูลเ๮๣่า๲ั้๲ นอกจากของสะสมอย่างภาพวาดและโบราณวัตถุของพ่อแล้ว ยังมีเครื่องประดับที่แม่และตัวเองเคยใส่อีกสามชุด ตาเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที


            หลังจากงานประมูลเริ่มต้น เธอมองดูของสะสมเ๮๣่า๲ั้๲ที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าตลาดมากถูกทุกคนแย่งกันประมูลในราคาถูก ในใจรู้สึกเศร้าโศกและโกรธแค้นจนทนไม่ไหว กัดฟันตั้งสติแล้วพูดว่า


            “แม่ คุณช่วยประมูลภาพวาดนี้หน่อยนะคะ”


            เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่เหมยลี่ก็ชำเลืองมองเธอ


            “ประมูลภาพวาดทำไม? เดี๋ยวประมูลเครื่องประดับกลับไปใส่ยังจะดีกว่า ภาพวาดมีประโยชน์อะไร”


            “เครื่องประดับจะหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าพลาดภาพวาดนี้ไปแล้ว ก็จะหายากแล้ว ภาพนี้เป็๲ผลงานจริงของซูซานสวิน ถ้าคุณประมูลมาให้คุณปู่ได้ เขาต้องดีใจแน่ ๆ”


            “จริงเหรอ?” หลี่เหมยลี่เกิดความสนใจขึ้นมาทันที “ซูซานสวินไม่ใช่คนที่วันนั้นในงานแต่งงาน... นี่ประมูลได้เหรอ? ครั้งก่อนเธอไม่ได้บอกว่าเป็๲ของปลอมเหรอ?”


            พอพูดถึงซูซานสวิน หลี่เหมยลี่ก็นึกถึงเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นในงานแต่งงานวันนั้น รู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง


            “ภาพนั้นเป็๲ของปลอม แต่ภาพนี้เป็๲ของจริง”


            เยี่ยชิงหวนพูดด้วยความมั่นใจ


            “ในงานประมูลพวกเขาจะเอาของปลอมมาหลอกได้ยังไง? อีกอย่าง ครั้งนี้ผ่านบัญชีโปร่งใส ใคร ๆ ก็รู้ว่าเราได้มาจากการประมูลจริงๆ แน่นอนว่าจะไม่มีใครมาพูดอะไรได้”


            หลี่เหมยลี่ดีใจมาก “ใช่ ๆ แน่นอนอยู่แล้ว”


            พูดพลางเหลือบมองป้าฟางที่อยู่ข้าง ๆ ป้าฟางก็เข้าใจ ยกป้ายประมูลเข้าร่วมการแย่งชิงไปด้วย


            ในที่สุด หลี่เหมยลี่ก็ประมูลภาพวาดต้นฉบับของซูซานสวินได้ในราคาห้าล้าน


            ทันทีที่ค้อนตก เยี่ยชิงหวนก็รู้สึกโล่งอก


            ‘พ่อคะ ลูกอกตัญญู ทำได้แค่พยายามรักษาภาพที่พ่อรักไว้ให้ได้ภาพเดียวเท่านั้น’


            ของที่นำมาประมูลมีมากมาย แทบทุกชิ้นพอนำออกมาก็มีคนแย่งกันประมูลราคา แต่พอถึงเครื่องประดับที่กู้ชิงเฉิงและแม่ของเธอเคยใส่ กลับไม่มีใครยื่นราคาเลย


            เครื่องประดับทั้งสามชุดนั้นเป็๲ผลงานการออกแบบด้วยตัวเองของกู้ชิงเฉิง ไม่ว่าจะเป็๲วัสดุหรือการออกแบบ ล้วนแต่เป็๲ของสะสมที่มีค่ามหาศาล แต่น่าเสียดายที่ทั้งแม่และลูกสาวต้องเสียชีวิตอย่างกะทันหัน


            “ของที่เคยสวมใส่โดยคนตาย ยังไงก็ขอเอาออกไปก่อนดีกว่า เป็๲ลางไม่ดี”


            “ใช่แล้ว ทำไมต้องเอาเครื่องประดับพวกนี้มาประมูลด้วย ก็ไม่ใช่ของที่ออกแบบโดยนักออกแบบชื่อดังซะหน่อย”


            ทั่วทั้งห้องประมูลเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบนินทา


            “สร้อยเส้นนี้เริ่มต้นที่ห้าหมื่น มีใครจะประมูลไหม”


            “...”


            ถามไปหลายครั้ง แต่ในห้องประมูลก็ยังคงไร้ซึ่งเสียงตอบรับ


            เยี่ยชิงหวนขบกรามแน่น พยายามกลั้นความรู้สึกเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นความผิดปกติ ก้มหน้าซ่อนดวงตาที่แดงก่ำ กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด


            “ห้าแสน!”


            เสียงใสกังวานของหญิงสาวดังขึ้นท่ามกลางเสียงนินทา ทำเอาทั้งห้องประมูลเงียบกริบ


            เยี่ยชิงหวนเงยหน้าขึ้นทันที มองตามต้นเสียง


            ในโซนที่นั่งชั้นหนึ่งที่มีคนนั่งอยู่ราวร้อยคน มีหญิงสาวคนหนึ่งสวมแว่นตาดำและพันผ้าพันคอ ยืนตัวตรงชูป้ายประมูลอยู่ที่มุมห้อง ถึงแม้จะปกปิดตัวตนไว้มิด แต่ เยี่ยชิงหวนก็ยังจำเสียงของเธอได้


            น้ำตาแทบจะไหลออกมาทันที


            จากห้าหมื่นไปห้าแสนเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า ยิ่งเป็๲สร้อยที่ไม่มีใครสนใจ ทุกคนต่างอึ้งไปตาม ๆ กัน พากันจ้องมองหญิงสาวที่ทุ่มเงินมหาศาลคนนี้


            ใครที่สายตาดีต้องจำเธอได้


            “เป็๲กวนชิงชิง”


            เมื่อได้ยินชื่อนี้ น้ำตาเยี่ยชิงหวนก็พรั่งพรูออกมาทันที เธอเกือบจะกลั้นมันไว้ไม่อยู่ รีบหันหน้าไปอีกทางด้วยความกลัวว่าหลี่เหมยลี่จะเห็น เธอกล้าแค่แอบมองหญิงสาวที่ชั้นหนึ่งด้วยหางตา


            นั่นคือเพื่อนสนิทที่สุดของกู้ชิงเฉิงตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่


            จากมุมมองของเยี่ยชิงหวน เห็นได้ชัดว่ากวนชิงชิงค้ำแว่นตาอยู่ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่จ้องมอง เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยดูเหมือนอารมณ์จะจมดิ่งมาก


            เสียงซุบซิบดังไม่นานนัก คนที่รับผิดชอบการประมูลก็ได้ทุบค้อนครั้งแรกแล้ว


            “คุณผู้หญิงท่านนี้ประมูลห้าแสนหยวน ห้าแสนหยวนครั้งที่หนึ่ง...”


            “หนึ่งล้านหยวน”


            อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น เป็๲เสียงผู้ชายที่ดังมาจากห้องรับรองบนชั้นสอง เสียงแหบแห้งเล็กน้อย ปกติแล้วเขาชอบทำตัวเฉยเมย แต่ในขณะนี้น้ำเสียงของเขากลับเจือด้วยความเศร้าโศกเล็กน้อย