“องค์หญิงเป็นไงบ้างคะ? ตอนนี้อยู่กันที่ไหนแล้ว?” เสียงธัญญ่าดังแข่งกับเสียงเตือนภัยออกมาจากลูกแก้วสื่อสาร
“ฉันปลอดภัยดีค่ะ ฉันออกมากับคุณเทพไทได้สำเร็จ ตอนนี้ฉันเจอกับพี่ดิเรกแล้วค่ะ” ปลายฝนที่ถือลูกแก้วสื่อสารอยู่ เธอหันลูกแก้วให้เห็นดิเรกที่เป็นกังวลอยู่ แต่ปลายฝนก็เป็นกังวลไม่แพ้กันขณะถามธัญญ่าว่า “แล้วพี่ธัญญ่าอยู่ที่ไหน? ออกมาได้แล้วหรือยังคะ?”
“ตอนนี้ฉันจำเป็นต้องซ่อนตัวอยู่ภายในที่นี่ก่อน คงต้องรอให้ทุกอย่างเงียบลงก่อน ฉันถึงจะออกไปได้” ธัญญ่าในลูกแก้วมีสีหน้าตึงเครียด
“ได้ค่ะ พวกฉันจะรอพี่ธัญญ่าอยู่ที่จุดนัดพบนะคะ” ปลายฝนมองธัญญ่าที่อยู่ในลูกแก้วด้วยความหวัง
“ไม่ต้องค่ะ องค์หญิงล่วงหน้ากันไปก่อนเลย ตอนนี้พระราชาน่าจะเคลื่อนทัพมาประชิดชายแดนแล้ว องค์หญิงต้องรีบไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุดค่ะ” ธัญญ่าพูดอย่างจริงจัง
“ไม่นะคะพี่ธัญญ่า พวกเราต้องกลับไปด้วยกัน” ปลายฝนอ้อนวอน
“คงอีกนานกว่าฉันจะได้ออกไป เพราะฉะนั้นองค์หญิงต้องรีบหนีไปก่อนที่พวกเขาจะตามหาองค์หญิงเจอ” ธัญญ่ารู้สึกอึดอัดกับความดื้อดึงของปลายฝน
“ให้พวกพี่ดิเรกเข้าไปช่วยไหมคะ? จะได้รีบออกมา” ปลายฝนเสนอ
“ไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้ทหารเพ่นพ่านเต็มไปหมด ทุกคนจะถูกจับถ้าเสี่ยงเข้ามา” ธัญญ่ารู้สึกอับจนหนทางที่จะไล่ปลายฝนให้จากไป เธอรู้สึกยอมแพ้จนต้องบอกความจริงไป “ได้โปรดเถอะค่ะ องค์หญิง เชื่อฟังฉันสักครั้ง ฉันจำเป็นต้องรักษาสัญญาที่ให้กับองค์หญิงไว้”
“สัญญา? ถ้าจะทำตามสัญญาก็ต้องรีบออกมาสิคะ” ปลายฝนนึกไม่ออกว่าธัญญ่ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร
“คุณคิมหันต์ ฉันเจอที่อยู่ของเขาแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นได้โปรดองค์หญิงหนีก่อนเลยค่ะ ไว้ฉันช่วยคุณคิมหันต์ได้แล้วจะรีบตามไป” แม้ในลูกแก้วธัญญ่าจะกำลังยิ้มให้อยู่ แต่เสียงของเธอดูไม่มั่นใจเหมือนทุกครั้ง
“พี่เจอพี่คิมหันต์แล้วงั้นเหรอ? เขาอยู่ที่ไหน ฉันจะไปช่วยพี่คิมหันต์กับพี่” ปลายฝนแทบจะตะโกนใส่ลูกแก้ว
“ไม่ได้นะคะ คุณคิมหันต์ยังอยู่ภายในตึกนี้ ถ้าองค์หญิงกลับเข้ามา เรื่องทุกอย่างจะยิ่งยุ่งยากขึ้น และพวกเราอาจไม่มีใครรอดออกไปได้เลย ได้โปรดเถอะองค์หญิง ถ้าช้าไปกว่านี้...” จู่ ๆ ธัญญ่าก็หยุดพูดกะทันหัน ในวินาทีถัดมาเธอยืนหน้าเข้ามาใกล้ลูกแก้วสื่อสารเพื่อกระซิบเหมือนออกคำสั่ง “พาตัวองค์หญิงไปเดี๋ยวนี้! ฝากด้วย”
“พี่ธัญญ่า! พี่!” ปลายฝนตะโกนใส่ลูกแก้ว เธอรู้สึกไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นธัญญ่า
“รีบไปกันเถอะครับ เจ้าหญิง” เทพไทมองปลายฝนอย่างอ้อนวอน “ได้โปรดฟังคำขอร้องของหัวหน้าด้วยเถอะครับ”
เขาที่เหมือนจะร้องไห้ออกมาแต่เขาไม่ได้ร้องออกมา แม้แต่เขาก็เองก็รู้ว่าภารกิจครั้งนี้ของอดีตหัวหน้าของเขาเหมือนภารกิจฆ่าตัวตาย โอกาสรอดกลับมาน้อยมาก แต่เขายังเชื่ออยู่ในใจลึก ๆ ว่า อดีตหัวหน้าของเขาจะต้องทำได้
“เทพไท นายพาเจ้าหญิงไปจากที่นี่คนเดียวได้ใช่ไหม?” ในขณะที่ปลายฝนกำลังจะปฏิเสธเทพไท ทันใดนั้นดิเรกที่ฟังอยู่เงียบ ๆ มาตลอดก็เอ่ยถามเทพไทขึ้น
เทพไทมองดิเรกด้วยความสับสน ส่วนดิเรกก็ไม่มัวรอคำตอบจากเทพไท เขาหันพูดกับปลายฝนด้วยแววตาที่แน่วแน่ “องค์หญิง กระผมจะเป็นคนเข้าไปช่วยองครักษ์ธัญญ่าเอง องค์หญิงได้โปรดไว้ใจผมแล้วรีบหนีไปให้ถึงเขตอาณาจักรธาราให้เร็วที่สุดด้วยครับ”
แม้จะไม่รู้สึกดีเท่าไปด้วยตัวเอง แต่เมื่อดิเรกถึงขั้นขอร้องและบอกว่าจะไปด้วยตัวเอง นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ปลายฝนสบายใจขึ้น
“ฉันยอมก็ได้ค่ะ” ปลายฝนกัดฟันพูด ตาของเธอแดงระเรื่อ เธอไม่อยากหนีเอาตัวรอดคนเดียวโดยทิ้งคนอื่นไว้เช่นนี้เลย แต่เธอไม่สามารถปฏิเสธความตั้งใจของทุกคนที่ทำเพื่อเธอไม่ได้เช่นกัน สุดท้ายเธอพูดกับดิเรกด้วยความพยายามอย่างที่สุดเพื่อกั้นน้ำตาเอาไว้ “แล้วกันเจอกันที่บ้านนะคะ”
หลังมองดูปลายฝนและธัญญ่าหายไปจากสายตา ดิเรกก็หันหน้าไปยังตึกศูนย์บัญชาการหลักของศิขาเพื่อไปยังที่นั่น
“แล้วธัญญ่าอยู่ตรงไหนของตึกล่ะเนี่ย...?”