และตอนเขาเข้ามาในห้องนางยังกล่าวกับอาซิ่นว่าไม่ต้องคอยรายงานเื่นางโดยปรกติของคนถูกเฝ้าจับตามองจากอีกฝ่าย ย่อมจะไม่สร้างปัญหาให้ตัวเองต้องอยู่ยากแน่ถึงแม้บิดาได้กล่าวอ้างถึงเื่ผู้หนุนหลังนางอยู่แต่นางไม่เคยยกคนผู้นั้นมาข่มขู่เขาเลยสักครั้ง นางพยายามอยู่ในจวนสกุลเผิงให้ครบสองเดือนด้วยตัวของนางเอง
“แผลลึกขนาดนี้ไยมิบอกกล่าวกัน เ้าคงเจ็บมากสินะ”
นางพยักหน้าหาได้มีเจตนาออดอ้อนให้เขาคอยเอาใจ “ทายาไปเรื่อยๆสักวันแผลมันก็หาย”
“แต่มันก็ทิ้งรอยแผลเป็”ชายหนุ่มทายาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาเก็บยาลงในกล่อง
“จะมีหรือไม่มีแผลเป็เพิ่มสำหรับเยว่เอ๋อร์แล้วก็ไม่ต่างกัน” อย่างไรเสียนางก็ขึ้นชื่อว่าเป็หญิงอัปลักษณ์สู้ยิ้มรับโชคชะตาที่จะถาโถมเข้ามาเสียดีกว่า ต่อไปภายภาคหน้าเื่ปากท้องการดำเนินชีวิตให้อยู่รอดด้วยตัวคนเดียวเป็เื่ควรคิดมากกว่าหมกมุ่นในเื่รูปโฉมภายนอก
“ย่อมต้องต่างแม้เ้าไม่รักร่างกายเ้า แต่ข้าผู้เป็สามีมิอาจคิดเช่นนั้นได้”
ถ้อยคำอ่อนหวานคล้ายทะนุถนอมนางไว้กระนั้นฟังเยว่ฉิวปาดน้ำตาทิ้ง “เยว่เอ๋อร์ขออภัยที่เป็คนโง่งมบ่อน้ำตาตื้นร้องไห้ได้ทุกเื่”
“ร้องออกมาแล้วสบายใจหรือไม่”
นางพยักหน้าอย่างน้อยตอนนี้นางก็ไม่ได้นั่งร้องไห้คนเดียว
ชายหนุ่มมาพบนางย่อมมีเื่สำคัญนอกจากมานั่งทายาให้นางแน่เอาเถอะ...มันคงถึงเวลาแล้วที่นางจะเปิดเผยความจริงทั้งหมด และเมื่อบอกไปแล้วผลของมันอาจทำให้นางถูกขับไล่ออกจากจวนในวันรุ่งขึ้น นางก็พร้อมรับนางมาที่นี่เพื่อบอกความจริงกับเขา หากเขารับไม่ได้กับการกระทำของนางในครั้งอดีตก็ให้ถือว่าไร้เื่ติดค้างต่อกัน
“คุณชายอยากรู้ใช่หรือไม่ว่าเยว่เอ๋อร์เป็ภรรยาของท่านได้อย่างไรทั้งที่เยว่เอ๋อร์ก็เป็แบบนี้” รูปลักษณ์ ฐานะ ชาติกำเนิดหาได้ทัดเทียมเขาไม่
“ข้าไม่ตัดสินคนที่ภายนอกเ้าต้องมีส่วนที่ดีมากนอกจากเคยช่วยชีวิตข้าไว้เราสองคนถึงได้ร่วมไหว้ฟ้าดินมิใช่หรือ” เกิดในตระกูลสูงแล้วอย่างไรด้วยคำสอนสั่งของบิดา ไม่เคยทำให้เขานึกรังเกียจคนดีที่ด้อยฐานะกว่า
“ก่อนคุณชายจะคิดเช่นนั้นได้โปรดฟังเยว่เอ๋อร์เล่าให้จบก่อนเถิด”
เื่ราวมันเริ่มขึ้นจากวันที่นางเห็นท่านพ่อไอจนเป็เืท่านพ่อปิดบังนางเื่สุขภาพที่มีแต่ทรุดแม้ตัวยาสมุนไพรซึ่งเก็บขายก็ไม่สามารถเยียวยาโรคร้ายของท่านได้แต่ประทังอาการไว้รอวันที่พวกนางมีเงินก้อนใหญ่เพื่อเข้าไปรับการรักษาในตัวเมืองแต่ดูเหมือนว่าท่านพ่อไม่เห็นเื่สุขภาพของตนเป็สิ่งสลักสำคัญมากไปกว่าชีวิตความเป็อยู่ของนาง
ในวันหนึ่งซึ่งพอมีแดดอุ่นพี่ต้าเผิงกำลังผ่าฟืนอยู่หน้ากระท่อม ในห้องจึงมีเพียงนางและท่านพ่อ
‘หากวันใดพ่อไม่ได้อยู่แล้วเยว่เอ๋อร์...เ้าจะทำเช่นไร’
‘ท่านห่วงว่าเยว่เอ๋อร์จะต้องอยู่คนเดียวละสิไม่เห็นเป็ไร เยว่เอ๋อร์จะไปรับจ้างและอาศัยในเมือง’
‘เ้าไม่ชอบความวุ่นวายและผู้คนแปลกหน้ามากมายเข้าเมืองไป เ้าก็ต้องทนถูกคนด่าว่าและล้อเลียนให้เจ็บใจ’
‘เยว่เอ๋อร์อัปลักษณ์จริงดังคำเขาว่าฉะนั้นแล้วจะไม่เก็บมาคิดบั่นทอนตัวเอง’
แม้นางยืนยันเพื่อให้ท่านหมดกังวลแต่ท่านพ่อก็ยังคงครุ่นคิดหนักหน่วง ท่านหอบหายใจและไอออกมาอีกหลายครั้งก่อนจะถามนางว่า
‘เ้ารู้สึกอย่างไรกับต้าเผิง’
นางจำได้ว่าตัวเองเขินอายจนหน้าแดงจนไม่รู้จะตอบความกระไร นั่นทำให้ท่านพ่อยิ้ม
‘หากเขาอยู่กับเ้าพ่อก็หมดห่วง’
‘พี่ต้าเผิงยังต้องกลับบ้านเขาไม่อยู่กับเยว่เอ๋อร์หรอก’ น้ำเสียงของนางแฝงความเศร้าสร้อยอยู่มิน้อยท่านพ่อจึงกล่าวว่า
‘แต่ถ้าบางสิ่งบางอย่างมันเปลี่ยนไปเล่าถ้าเขาอยู่กับเยว่เอ๋อร์ของพ่อ’
นางกุมมือเหี่ยวย่นของท่านพ่อไว้พร้อมกับพูดให้ท่านคลายกังวล ‘ท่านยังต้องอยู่กับเยว่เอ๋อร์อีกนานอย่าคิดเป็กังวลกับเื่นี้ เยว่เอ๋อร์ปักผ้าไว้มาก หมดฤดูหนาวแล้วเยว่เอ๋อร์จะเอาไปขาย และจะขยันหาของป่าให้ได้เยอะๆ พวกเราต้องมีเงินจ่ายค่ายาแน่ๆ’
แล้วการตัดสินใจกระทำเื่บางเื่เพราะความห่วงใยเป็กังวลกับอนาคตของนางก็มาถึงท่านพ่อและพี่ต้าเผิงล่าหมูป่าได้ตัวหนึ่งจึงร่วมฉลองด้วยสุราหลายไหที่ท่านพ่อเก็บสะสมไว้เมื่อนางจะออกเรือนสองบุรุษต่างวัยดื่มกินสุราและกับแกล้มจากเนื้อหมูป่าด้วยความเอร็ดอร่อยในคืนนั้นนางก็ได้ร่วมดื่มไปหนึ่งจอก แต่เพียงหนึ่งจอกเท่านั้น นางก็หมดสติข้ามคืนตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นจึงพบว่านางมีสภาพกึ่งเปลือยเปล่านอนซบอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มที่มีเรือนกายไร้อาภรณ์
“เหตุเพราะสุรากระนั้นหรือ”ความจริงที่เปิดเผยสร้างความประหลาดใจให้เผิงเซิ่งอี้ไม่น้อย
สองมือซึ่งวางอยู่บนตักของฟังเยว่ฉิวบีบเค้นกันไปมาหญิงสาวพยักหน้ารับอดีตที่น่าอาย
“ไม่มีเื่ความรักมาเกี่ยวข้อง”เป็เื่ถูกต้อง ที่สัญชาตญาณเบื้องลึกย้ำเตือนเขาเสมอมาว่าฟังเยว่ฉิวยังไม่ใช่เ้าของหัวใจเขาแท้จริง
ผู้ใดว่าไม่มีความรักมาเกี่ยวข้องแต่ความรักนั้นมันเกิดจากนางฝ่ายเดียวต่างหาก “ท่านเพียงรับผิดชอบในตัวเยว่เอ๋อร์”
เบื้องบนเล่นตลกกับเขาหรืออย่างไร!
สองครั้งสองคราที่ตัวเขาเมามายไม่ได้สติจนเกิดสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสตรีสองนาง หนึ่งนางที่เมืองไท่ซาส่วนอีกนางก็คือคนที่เขายอมรับได้เพียงฐานะน้องสาว
“ท่านไม่ได้รักเยว่เอ๋อร์แต่เยว่เอ๋อร์กลับมีใจให้กับท่าน” แม้จะถูกเขาตราหน้านางก็ขอเปิดเผยความในใจเมื่อยังมีโอกาส นางและฉงอวี้หลิงล้วนมีใจให้กับชายหนุ่มแต่คนที่เขามีใจตอบรับกลับเป็ฉงอวี้หลิงคนเดียวเท่านั้น
ความจริงถูกเปิดเผยเพียงครึ่งฟังเยว่ฉิวไม่อาจพูดได้ว่าเื่ราวแห่งความยุ่งเหยิงทั้งหมดนั้นเป็เพราะพ่อของนางหลังจากท่านพ่อเข้ามาพบนางกับพี่ต้าเผิงนอนก่ายกอดอยู่บนเตียงของเขาด้วยความอับอาย นางจึงคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่เรียบร้อยแล้ววิ่งออกจากกระท่อม
พี่ต้าเผิงติดตามนางไปเขากลับเป็คนพร่ำเอ่ยขอให้นางอภัยให้เขา เมื่ออยู่ตามลำพังกับท่านพ่อนางจึงเค้นถาม
‘เหตุใดท่านปล่อยให้เยว่เอ๋อร์กระทำเื่ไม่งามกับพี่ต้าเผิงตัวท่านเมามายหนักจนมิอาจทัดทานเื่ไม่เหมาะสมนี้ได้เชียวหรือเยว่เอ๋อร์รู้ว่าท่านพ่อทำสิ่งใด’
ความอับอายทำให้นางร่ำไห้น้ำตานองท่านพ่อไม่เคยเห็นนางเสียน้ำตามากมายเพียงนี้จึงได้เปิดเผยเื่ราวทั้งหมดไม่ปิดบัง
‘ทั้งหมดพ่อทำไปก็เพื่อเ้าพ่อเ้าคนนี้จะอยู่ได้ไม่นานแล้วหากสองพ่อลูกชั่วร้ายนั่นมารังแกดวงใจของพ่อในวันที่ต้าเผิงจากไปแล้วเล่าพ่ออยู่ปรโลกอย่างไรก็มิอาจตายตาหลับ เยว่เอ๋อร์ที่พ่อรักจำเป็ต้องมีคนดูแล’
นางรู้ว่าท่านพ่อก็รู้สึกผิดกับชายหนุ่มท่านร้องห่มร้องไห้และหอบหายใจ กระทั่งไอเป็เือีกหลายหนตีอกชกตนว่าท่านจำเป็ต้องรั้งพี่ต้าเผิงไว้อย่างคนเห็นแก่ตัวเพราะเป็ห่วงนาง
ท่านพ่อมิใช่คนเห็นแก่ตัวนางไม่มีทางให้ท่านต้องด่างพร้อยถูกคนก่นว่าเพราะสาเหตุมาจากนาง
“เพราะเยว่เอ๋อร์ไม่อยากให้ท่านจากไปจึงแอบใส่ยาตัวหนึ่งที่ทำให้ท่านขาดสติ แล้ว...แล้ว” นางตัดสินใจพูดโกหก
“เ้า...” ตาคมกล้าเบิกกว้างตะลึงพรึงเพริด ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน วางมือไม้ไม่ถูก
ฟังเยว่ฉิวจับจ้องใบหน้าคมสันซึ่งตอนนี้มีเส้นเืแล่นขึ้นเป็ริ้วเพราะอารมณ์ขุ่นมัวเื่มาถึงขั้นนี้แล้ว นางจึงไม่หลบตาเขาแม้สักเสี้ยว
“เยว่เอ๋อร์เป็หญิงไร้ยางอายได้ทำผิดกับพี่ต้าเผิง ช่วยท่านไว้ แต่ก็อยากหาประโยชน์จากท่านก็สมควรแล้วที่ท่านจากมาโดยไม่ล่ำลา”
พี่ต้าเผิง...เป็นางที่อยู่ในความฝันของเขาแต่ฟังเยว่ฉิวกระทำเื่ฝืนใจเขาด้วยสุราผสมยาทำให้ขาดสติ ในเมื่อเขาไม่ได้รักนางไยยังห่วงพะวงถึง ซ้ำยังเคยแว่วยินเสียงนางด้วยเล่า
ฤๅเพียงเพราะส่วนลึกในใจเขาพร่ำสำนึกบุญคุณของนางที่ช่วยชีวิตและเขาก็รู้สึกผิดที่ล่วงเกินนางเข้า
ตอนนั้นเขาไม่ได้รักนางแล้วตัวเขาตอนนี้จะทำใจรักนางได้หรือกับความจริงทั้งหมดที่เพิ่งได้ฟังในเมื่อเขาเกลียดคนเล่นเล่ห์เพทุบาย ไม่ซื่อสัตย์ซื่อตรงแลทั้งโกหกหลอกลวงความรู้สึกของผู้อื่น
เมืองมีกฎเมืองบ้านมีกฎบ้าน ตัวเขาก็มีกฎเกณฑ์ที่ไม่อาจละเว้นปล่อยวางได้เช่นกันใบหน้าอัปลักษณ์ของหญิงสาวยังน่ารังเกียจน้อยกว่าสิ่งที่นางกระทำ!
“ที่เ้าดั้นด้นมาถูหยางเพราะ้ารักษาสถานะฟูเหรินของข้าหรอกหรือ”
มวลน้ำตามากมายไหลหลากท่วมท้นมาจากหัวใจของฟังเยว่ฉิวสายตาผิดหวัง ซ้ำยังดูแคลนที่เผิงเซิ่งอี้ใช้มอง ทำนางหนาวเยือกไปทั้งร่างสาสมแล้วกับความหลอกลวงที่นางก่อ นางอยากบากหน้ามาหาเขาเอง จะโทษกล่าวใครได้
“เยว่เอ๋อร์มาเพื่อให้รู้ความจริงเห็นท่านอยู่ดีแล้ว เยว่เอ๋อร์ยินดีจากไปท่านจะเชื่อที่เยว่เอ๋อร์พูดหรือไม่ก็สุดแต่ใจท่านเื่ที่เยว่เอ๋อร์เคยได้ช่วยท่านไว้ ให้ถือเสียว่าแล้วกันไปกับเื่ที่เยว่เอ๋อร์หลอกลวงท่านได้หรือไม่”
เมื่อจบเื่แล้วจากกันไกลแล้ว ชายหนุ่มและนางจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดต่อกันอีก
ให้แล้วไปเถอะจะได้อย่างไร!
หากไร้ความรับผิดชอบเขาจะต่างอะไรกับสุนัข!
ครั้นใช้ความคิดและปล่อยให้อารมณ์แกว่งดังลูกตุ้มเหล็กอาการปวดศีรษะของเผิงเซิ่งอี้ก็กำเริบขึ้นทันด่วนชายหนุ่มยกสองมือขึ้นกุมศีรษะของตนอาการเ็ปจนครางเสียงแ่ทำให้ฟังเยว่ฉิวเข้ามาใกล้เขาด้วยความเป็ห่วงทว่าแม่ทัพหนุ่มกับหุนหันผละกายเดินออกจากห้องนอนของหญิงสาวรวดเร็วปานพายุหอบใหญ่ทิ้งไว้เพียงเ้าของห้องซึ่งดวงใจแหลกสลายด้วยเข้าใจผิดว่าเขารังเกียจนางยิ่งนัก
วันรุ่งขึ้นฟังเยว่ฉิวยังคงอาศัยอยู่ในเรือนบูรพาฝั่งขวาตามลำพังนางไม่ได้พบปะกับผู้ใดนอกจากอาซิ่นที่ยกอาหารมาให้ครบสามมื้อสาวใช้มีท่าทีกริ่งเกรงเข้าหน้านางไม่ติด อันที่จริงแล้วนางก็โกรธเคืองอาซิ่นไม่ลงเด็กสาวเอาตัวรอดด้วยการประจบเอาใจเผิงฟูเหรินก็เพราะเป็บ่าวฐานะต่ำต้อย
ค่ำนั้นฟังเยว่ฉิวเอาพลุไฟสัญญาณที่บิดาบุญธรรมมอบให้ขึ้นมาพินิจพร้อมทบทวนเหตุการณ์ของชีวิตนางภายในจวน ผ่านมาแค่สิบกว่าวันก็มีเื่ราวต่างๆเกิดขึ้นตั้งมากมาย และส่วนใหญ่มิใช่เื่ที่มีผลดีกับนางเลยพี่ต้าเผิงแสดงออกชัดเจนว่าไม่ยินดีกับสิ่งที่นางทำคงใกล้ถึงเวลาที่นางจะออกจากจวนสกุลเผิงแล้วกระมัง