บทที่ 11 ดวงดาว
"ในที่สุดพวกเราก็ได้พบกัน ิเอ่อ" ิญญาชายวัยกลางคนกล่าวทักทาย มันยิ้มและมองเฉิงมู่ด้วยความอ่อนโยน ท่าทางมันราวกับว่ารอพบเด็กชายตรงหน้ามาเป็เวลานานแสนนาน
"ิเอ่อ? ใคร?" เฉิงมู่งงงวย "แล้วท่านคือใคร ท่านอยู่ที่นี่ได้ไง? ที่นี่ที่ไหน? "
คำถามมากมายยิงออกมาเป็ชุด
"ิเอ่อก็คือตัวเ้า ชื่อของเ้าคือหยางิ เ้าเป็บุตรชายของข้า หยางฟง มารดาของเ้าคือเทียนหลิง ส่วนสถานที่นี่คือ ข้างในจิตสำนึกของตัวเ้า" หยางฟงค่อยตอบอย่างใจเย็น
"ท่านคือท่านพ่อ! " เฉิงมู่ใ มันเริ่มสังเกตุหยางฟงมากขึ้น "ท่านคือท่านพ่อข้าจริง?" มันถามย้ำอีกครั้ง ตัวมันไม่ค่อยเชื่อเื่นี้เท่าไหร่ อะไรจะบังเอิญพบบิดาที่แท้จริงได้ง่ายเช่นนี้
"ใช่แล้ว" หยางฟงยิ้มและไม่โกรธ มันเข้าใจดี การจะให้บุตรชายเชื่อคำพูดมันั้แ่แรกพบคงไม่ใช่เื่ง่าย มันกลับยินดีซะอีกที่ลูกชายไม่ยอมเชื่อคนอื่นง่ายๆแบบนี้ มันจะได้คลายความกังวลใจไปได้เปราะนึงเมื่อลูกชายต้องอยู่บนโลกกว้างตามลำพัง
"ข้าจะรู้ได้ยังไงว่าท่านพูดความจริง" เฉิงมู่ที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง มันอยากดูหลักฐานพิสูจน์ตัวตนจากอีกฝ่าย
ทันใดนั้นมือขวาของเฉิงมู่เปล่งแสง สัญลักษณ์บางอย่างปรากฏโดยพลัน
"นี้มัน!" เฉิงมู่รีบหันมือขวาเข้าหาตัวเอง มันมองเห็นแสงสีแดงส่องประกาย
แสงสีแดงส่องสว่างเหมือนสีของเื ลวดลายบางอย่างเริ่มปรากฏขึ้น แสงสีแดงที่เลือนลางค่อยๆสว่างมากขึ้น สัญลักษณ์เริ่มกลายเป็รูปเป็ร่าง
ดวงดาว!
สัญลักษณ์ดาวห้าแฉกเปล่งประกายเจิดจ้า แสงสีแดงแพร่กระจาย
"นั่นคือตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลหยาง" หยางฟงตอบพร้อมโชว์หลักฐาน หน้าผากของมันเปล่งประกาย แสงสีแดงฉานที่เข้มข้นและสว่างจ้ายิ่งกว่าเด็กชายตรงหน้า
ตราของหยางฟงอลังการมาก!
ทั้งสองเป็ตราสัญลักษณ์เหมือนกัน แต่ออร่าที่แสดงต่างกันสิ้นเชิง
ตอนนี้เฉิงมู่เริ่มเชื่อขึ้นมาบ้างแล้ว แต่มันยังสงสัยและคาใจบางเื่ "ถ้าท่านเป็ท่านพ่อจริง งั้นท่านต้องรู้เื่ เกี่ยวกับตัวข้าในวัยเด็กด้วยใช่ไหม?"
เฉิงมู่จ้องมองอีกฝ่ายราวกับ้าจับพิรุธเต็มที่ เื่ในวัยเด็กมีเพียงพ่อแม่ของมันเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
"เฮ้อ ถ้าเ้าถามถึงเื่นี้ พ่อนับว่าทำผิดต่อเ้าจริงๆ" หยางฟงเงยหน้ามองบนและถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ท่านหมายความว่าไง?" เฉิงมู่จ้องหยางฟง มันรอฟังคำตอบอย่างจดจ่อ
หยางฟงก้มมองมันและดวงตาหม่นหมอง มันตอบด้วยความเ็ป "เพราะข้าคนนี้ได้ทอดทิ้งตัวเ้าั้แ่ยังเป็ทารกแบเบาะ"
เฉิงมู่ตะลึงงัน เื่นี้มีเพียงพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมันเท่านั้นที่รู้และมันเองเพิ่งรู้ได้ไม่นาน หากมีคนอื่นรู้เื่นี้อีก จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด
"ท่านพ่อ" เฉิงมู่ไม่ลังเลใจอีกต่อไป มันรีบโผเข้ากอดหยางฟงอย่างรวดเร็ว
หยางฟงคือพ่อที่แท้จริง!
"ลูกมู่ เ้าโตขึ้นมากเลย" หยางฟงยิ้มและลูบหัวอย่างอ่อนโยน สายตาของมันมองดูบุตรชายอย่างใกล้ชิด มัน้าจดจำทุกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของบุตรชายให้มากที่สุด
เฉิงมู่เงยหน้ามองหน้าบิดา "ทำไม! ทำไมท่านต้องทอดทิ้งข้าด้วย?" มันอยากรู้เื่นี้มากที่สุด เื่นี้เป็สิ่งที่คาใจมันมานานั้แ่รับรู้ความจริง
"ในเมื่อเ้า้ารู้ ข้าจะเล่าให้เ้าฟัง" หยางฟงคิดชั่วครู่และตัดสินใจเล่าออกมา "ตอนนั้นพ่อกับแม่ถูกคนไล่ล่า ทำให้พ่อไม่สามารถเลี้ยงดูเ้าได้และต้องหาคนอื่นมาเลี้ยงดูเ้าแทน"
ในที่สุดเฉิงมู่เข้าใจ บิดามารดาไม่้าจะทอดทิ้งมันจริงๆ แต่เพราะสถานการณ์บังคับ มันรีบถามต่อทันที "ใคร? ใครไล่ล่าพวกท่าน!? "
"เื่นี้..." หยางฟงครุ่นคิด ท่าทางมันตะขิดตะขวงเหมือนลังเลใจบางอย่างและไม่อยากจะพูดออกมา
"ท่านพ่อบอกมาเถอะ ข้าอยากรู้ให้ได้ ใครเป็คนไล่ล่าพวกท่านกันแน่!" เฉิงมู่รบเร้ามากขึ้น มัน้ารู้ให้ได้ว่าพวกมันเป็ใครกันแน่ ทำให้ครอบครัวมันต้องแตกแยก ทำให้มันต้องพลัดพรากพ่อแม่ั้แ่วัยเด็ก
"พวกมันมีพลังมาก ถึงเ้ารู้ไปก็ไม่สามารถทำอะไรได้" หยางฟงเตือน มันเป็ห่วงความปลอดภัยบุตรชายมาก
"ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าข้าอ่อนแอ ข้ารู้ว่าข้าไม่สามารถเทียบพวกนั้นได้ แต่ในอนาคตมันก็ไม่แน่" เฉิงมู่พูด มันกล่าวตรงไปตรงมาและชัดเจน มัน้าให้คนพวกนั้นต้องชดใช้ในสิ่งที่กระทำกับครอบครัวของมัน
"ลูกมู่!" เฉิงม่อตกตะลึง มันมองเห็นแววตาของบุตรชายที่แน่วแน่และรู้ทันทีว่าบุตรชายเป็คนกล้าหาญมากแค่ไหน ในที่สุดปากของมันเริ่มขยับ "คนที่ไล่ล่าพวกข้าคือ ดินแดนเจิดจรัส"
"ดินแดนเจิดจรัส!" เฉิงมู่รีบจำทันที
เฉิงมู่รีบถามต่อ "ทำไมคนของดินแดนเจิดจรัสต้องตามล่าพวกท่านด้วย? " แม้มันเคยศึกษาประวัติศาสตร์จากในตำราของตระกูลสาขาเฉิงมาบ้างแล้ว แต่มันอยากรู้ความจริงจากปากบิดาเอง
"เพราะพวกมัน้าทวีปศักดิ์สิทธิ์" หยางฟงตอบด้วยน้ำเสียงเ็า โทสะของมันะเิออก กลิ่นอายแห่งการฆาตกรรมแผ่ซ่าน
ทวีปศักดิ์สิทธิ์แบ่งเป็สองดินแดนขนาดใหญ่และสองตระกูลใหญ่คอยปกครอง หนึ่งคือดินแดนรัตติกาลของตระกูลหยาง อีกหนึ่งคือดินแดนเจิดจรัสของตระกูลเทียน
หากไม่ใช่ว่าดินแดนเจิดจรัสละโมบโลภมาก บิดามัน ตระกูลมัน ญาติพี่น้องทั้งหลายต้องไม่สิ้นชีวากันแล้ว
เฉิงมู่ครุ่นคิดและถามต่อ "ท่านพ่อเป็ความจริงไหมว่า ดินแดนรัตติกาลเป็แหล่งที่อยู่ของเหล่าอสุรกายชั่วร้าย?" เฉิงมู่ยังคงมีคำถามมากมายที่สงสัยและคาใจเป็ูเาเลากา
"เ้าเอาความคิดนี้มาจากไหน!?" หยางฟงนิ่วหน้าและขมวดคิ้วแน่น
ตำราประวัติศาสตร์!
"หึ พวกมันช่างบังอาจนัก" หยางฟงะเิโทสะอย่างเกรี้ยวกราด
หยางฟงยังไม่ตอบคำถาม แต่ถามบุตรชายกลับ "เ้าคิดว่าอย่างไรละ"
"ข้าไม่เชื่อ!" เฉิงมู่ตอบหนักแน่น มันไม่มีทางเชื่อว่าบิดามารดาจะเป็อสุรกายอย่างที่ทุกคนคิดเด็ดขาด
"ใช่แล้ว อย่างที่เ้าคิด! " หยางฟงยิ้ม มันภูมิใจในตัวของบุตรชายมากขึ้น
เฉิงมู่กำหมัดแน่นและมองบิดา มันสัญญาใจกับตัวเอง "ข้าต้องทวงความยุติธรรมให้กับพวกท่านให้ได้"
หยางฟงรู้ว่าบุตรชายคิดอะไรอยู่ มันพูดเตือนสติบุตรชาย "ลูกิ พ่อขอเตือนเ้าว่าพวกมันไม่ได้มีแค่คนเดียว ตอนนี้เ้ายังอ่อนแอเกินไป อย่าเพิ่งไปคิดถึงเื่การแก้แค้นเด็ดขาด"
"ข้าทราบท่านพ่อ" เฉิงมู่พยักหน้า มันรู้ตัวเองดีว่าต้องทำอย่างไร แต่อย่างไรความแค้นนี้ต้องได้รับการชำระ