ตอนที่ 3 เ้าของร่างเดิมผู้มีชะตาอันขมขื่น (2)
จำนวนทรัพยากรที่น่าเวทนานั่นหมายถึงรายได้ที่แทบจะเป็ศูนย์ ภายใต้สถานการณ์ที่รายรับไม่พอรายจ่ายเช่นนี้ มู่ชิงจำต้องอาศัยเงินเก็บที่สะสมจากการทำงานในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยมาใช้ดำรงชีวิต ดูเหมือนเขาจะไม่รับรู้ถึงการปฏิบัติอย่างเ็าของผู้จัดการ ยังคงแสดงบทบาทที่ตัวเองได้รับอย่างตั้งใจ แม้ว่าจะเป็ตัวละครที่บทเล็กแค่ไหนก็ตาม แม้กระทั่งหลังจากเขาแสดงฉากของตัวเองเสร็จยังมักอารมณ์ดี มีแก่ใจรับบทเป็ทหาร ฝูงชน ศพคนตายในกองถ่ายตามคำขอของกองถ่าย...
อ่านมาถึงตรงนี้ มุมปากของมู่ชิงก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย สรุปก็คือ เทียบกับคำว่า ‘นักแสดง’ แล้ว สถานการณ์ในอดีตของมู่ชิงดูคล้าย ‘ตัวประกอบเดนตาย’ ในภาพยนตร์คอเมดีสักเื่มากกว่า สิ่งที่ทำเกินไปยิ่งกว่านั้นก็คือ เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกของร่างนี้เตะตาเกินไป แม้แต่รับบทเป็ตัวประกอบยังถูกขอให้แต่งตัวน่าเกลียด หรือออกกล้องเฉพาะบริเวณต้นคอลงมา
นี่มันน่ารันทดเกินไปแล้ว!
แม้ว่าตนเองจะรู้สึกเหลืออด แต่มู่ชิงก็ยังกัดฟันยืนหยัดต่อไป นักแสดงรอบกายที่เห็นสภาพนี้ก็แอบหัวเราะที่เขาไม่รู้จักประมาณตน ยิ่งกว่านั้นยังมีบางคนถากถางต่อหน้าเขาว่าคงบ้าไปแล้วที่คิดจะเกิดในวงการ แม้แต่ผู้จัดการหลี่ว์ซิ่งยังพูดกับเขาอย่างชัดเจนว่า “ฉันไม่เลี้ยงดูตัวประกอบมืออาชีพไว้ในมือหรอกนะ นับจากวันนี้ไปนายอย่าได้คิดจะมาเอาทรัพยากรใดๆ ที่บริษัทมอบให้ไปจากมือฉัน อยากได้บทนักก็ไปหาโอกาสเอาเอง!” หลังกล่าวถ้อยคำนี้จบ เขาก็ชายตามองเ้าของร่างเดิมที่หน้าซีดเผือดอย่างดูถูก แค่นเสียงแล้วหมุนกายเดินจากไป “ตอนนั้นฉันกินอะไรผิดสำแดงมานะ คิดไม่ถึงว่าจะเซ็นสัญญากับขยะอย่างนายที่เป็ได้แค่ตัวประกอบ...”
คำพูดของหลี่ว์ซิ่งทำให้มู่ชิงได้รับผลกระทบอย่างหนัก เขาเริ่มนอนไม่หลับ โรคซึมเศร้ายิ่งทวีความรุนแรงขึ้น สุขภาพค่อยๆ ทรุดโทรมลงทุกวัน แต่เขาก็ยังคงโอบกอดความหวังสุดท้าย เป็ความหวังที่สนับสนุนเขา ทำให้เขาวิ่งโร่ไปเข้าร่วมออดิชั่นทุกที่ที่เปิดรับสมัครนักแสดงในตอนกลางวัน ตอนกลางคืนนอนไม่หลับก็จะเปิดซีดีดูอย่างเป็บ้าเป็หลัง ลอกเลียนการแสดงของคนในหนังครั้งแล้วครั้งเล่า ขัดเกลาทักษะการแสดงของตน
์ไม่ทอดทิ้งคนที่มีความมุ่งมั่น ในที่สุดโอกาสของเขาก็มาถึง ก่อนหน้านี้ไม่นานมีผู้กำกับเวทีที่ชื่อว่าจางอี้โทรศัพท์มาหาเขา บอกว่า่นี้ที่กองถ่ายยังขาดตัวแสดงสมทบชายอีกคนหนึ่ง บทบาทของตัวละครนี้ยืนยันแล้วว่าเป็ชิงบวก ขอแค่แสดงไปตามบทก็ไม่น่ามีอะไรผิดพลาด แต่เนื่องจากระยะเวลาเข้าฉากรวมๆ แล้วไม่ถึงหนึ่งตอน ดังนั้นคนที่เกี่ยวข้องจึงไม่สนใจกัน บอกว่าถ้าเขาสนใจจะมาลองดูก็ได้
ข่าวนี้สำหรับมู่ชิงแล้วถือว่าเป็ฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้าย หลังจากได้บทละครบางๆ สองสามหน้าของเขาแล้ว เขาก็ท่องบทซ้ำไปมาราวกับโดนมนต์สะกด ฝึกฝนสีหน้าท่าทางที่หน้ากระจก ไม่กล้าหย่อนยานแม้แต่น้อย ทว่าเ้าเด็กมู่ชิงคนนี้ช่างโชคร้ายเหลือเกิน ไม่ทันรอให้เขาได้ดีใจสักสองสามวันก็ได้รับสายจากจางอี้อีกครั้ง เสียงของจางอี้ในสายดูเซื่องซึมอย่างมาก เขาบอกว่าบทของมู่ชิงถูกคนคว้าไปแล้ว อีกฝ่ายเป็คนจากซือก้วนเอนเทอร์เทนเมนต์เหมือนกับเขา ทั้งยังบังเอิญเป็หน้าใหม่ที่หลี่ว์ซิ่งเพิ่งรับเข้ามา
เสียงของจางอี้ฟังดูทั้งเสียดายและหมดหนทาง แต่ก่อนวางสายก็ยังปลอบใจมู่ชิงในโทรศัพท์ว่าอย่าได้เสียใจไป ทั้งยังรับปากว่าจะช่วยหาโอกาสเหมาะๆ ให้เขาต่ออีกด้วย