ตอนที่ 15
ฉัตรชบา ที่อยู่ในร่างของ อันเฟินเยว่ นั่งฟังเสียงด่าของเ้าของร่าง ที่มีแต่คำหยาบคาย ทั้งเสียงนั่นอีก เธอไม่อยากมีแม่อย่างนี้เลย ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งสงสาร อันเฟินเยว่มากยิ่งขึ้น ไม่รู้ว่าต้องทนกับความคับข้องใจมากแค่ไหน จากเสียงที่ดังอยู่ก็ค่อยๆ หายไป จนเงียบไปในที่สุด คงจะไปแล้วสินะ เธอถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย
เมื่อกลับมาอยู่กับความเงียบอีกครั้งก็คิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่เข้าใจว่าจะพาเธอมาลำบากที่แห่งนี้ทำไม ไม่ให้เธอไปเกิดใหม่น่าจะดีกว่า ไม่รู้ว่าเธอจะสามารถใช้ชีวิตและปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยนี้ได้หรือเปล่า
ได้ยินว่าอันเฟินเยว่ ไม่สบายหลังกลับจากในเมือง คงเป็่ที่ไปเจอว่าที่คู่หมั้นของตัวเองอยู่กับพี่สาวสินะ และคงทำใจไม่ได้ ในเมื่อใจป่วยก็ทำให้ร่างกายป่วยไปด้วย และยังไม่มีกำลังใจดีๆ อีกจึงได้จากไปอย่างนั้น
ผู้ชายกับผู้หญิงไม่ดี คู่กันก็เหมาะสมกันดีแล้วไม่ใช่หรือ อันเฟินเยว่ เธออย่าได้ไปเสียใจกับผู้ชายเฮงซวยคนนี้เลยนะ เขาไม่คู่ควรกับความรักที่เธอมีให้หรอก คำพูดของผู้ชายล้วนแต่ไม่น่าเชื่อถือทั้งนั้นล่ะ มันสามารถเปลี่ยนไปตามกาลเวลาได้ทั้งนั้น การที่รักตัวเองนั้นดีที่สุด เธอบอกกับเ้าของร่าง ไม่ว่าจะอยู่หรือไปแล้วก็ตาม เพราะสำหรับเธอแล้ว เธอไม่้าคนที่จิตใจโลเลอย่างนี้อยู่แล้ว
ในเมื่อก่อนตายจากมาเธอก็พบกับสามีที่จิตใจโลเลมาเหมือนกัน แม้เขาจะกลับตัวได้หลังจากที่เธอตายจากมาแล้ว แต่ว่ามันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ในเมื่อทุกอย่างมันสายไปแล้ว มาสำนึกในวันที่สาย ทำไมไม่นึกได้ในวันที่อยู่ด้วยกัน นั่นก็เพราะใจผู้ชายนั้นไม่มั่นคง
ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะทำอย่างไรต่อไป ในเมื่อเขา้าที่จะหมั้นกับพี่สาวที่แสนดีของเธอ ก็ให้มันเป็อย่างนั้นล่ะ เธอไม่อยากไปขัดวาสนาของใครหรอก ขอให้อยู่ดีมีสุขกันในอนาคตก็แล้วกัน
ในห้องครัว อันลู่คง เข้ามาทำอาหารนั้น เขาพอที่จะทำอาหารได้บ้าง จึงไม่ได้ยากอะไรสำหรับอาหารง่ายๆ แม้จะอร่อยไม่รู้กับพี่สาวของเขาก็ตาม
"ลู่คง พี่สะใภ้ได้ยินเสียงแม่ ไปโวยวาย เฟินเยว่ อีกแล้วหรือ พี่เองยังพอทำอาหารไหวอยู่ แม่ก็ไม่ฟัง แล้วเฟินเยว่เป็อย่างไรบ้าง ดีขึ้นบ้างหรือยัง ถ้าไม่ได้ขึ้น เธอมาเอาเงินกับพี่ พาไปหาหมอเถอะนะ"
เธออดสงสารน้องสามีคนนี้ไม่ได้ ที่แม่สามีของเธอไม่รักและยังทำเหมือนกับว่าเธอไม่ใช่ลูกอย่างนั้นล่ะ ทั้งๆ ที่ออกมาวันเดียวกับจินเยว่ แต่ทุกอย่างเหมือนกับขาวกับดำ คนหนึ่งเหมือนไข่มุกในมือ แต่อีกคนเหมือนกับไข่มุกในตม เธอแต่งเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้เห็นก็อดที่จะสงสารไม่ได้ และทั้งสงสารและเห็นใจ เฟินเยว่มาก แต่กับ จินเยว่ เธอไม่ชอบนิสัยนัก เพราะชอบเสแสร้ง และใส่ร้ายเฟินเยว่อยู่หลายครั้ง แต่แม่ก็เต็มใจเชื่อ
"เมื่อเช้าผมเข้าไปดูแล้ว ยังไม่ดีขึ้นครับ เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูอีกรอบ แม่ก็เหมือนเดิมนั่นล่ะ ลำเอียงรักพี่จินเยว่เหมือนเดิม ที่ด่าผมก็เพราะว่าให้เฟินเยว่เข้ามาทำอาหารแทนนั่นล่ะครับ" เขาบอกพี่สะใภ้ ที่ดีกับทุกคน
"อืม แม่ก็เป็อย่างนี้ล่ะ ลู่คงเองก็อย่าคิดมากไปเลยนะ แต่ว่ามีอะไรให้พี่สะใภ้ช่วยหรือเปล่าล่ะ พี่ยังทำไหวอยู่" ถึงเธอจะท้อง แต่มือไม้ก็ยังไหว จะให้อยู่เฉยๆ เธอทำไม่ได้หรอก
"ผมว่าอย่าเลยครับ ถ้าแม่เข้ามาเห็นอีก ผมไม่อยากฟังเสียงแม่บ่น"
เขารู้ว่าพี่สะใภ้อยากจะช่วย แต่เขาขอไม่ฟังเสียงบ่นของแม่จะดีกว่า เขารู้จักนิสัยแม่ของเขาดี เดี๋ยวจะต้องตามมาดูเขาอย่างแน่นอน
"อืม เอาอย่างนั้นก็ได้" เมื่อเห็นสายตาลำบากใจของน้องสามีก็เข้าใจได้ จึงจำใจต้องเดินออกไป และก็เป็อย่างที่น้องสามีคิด เพราะแม่สามีกำลังเดินมาที่ห้องครัวพอดี จึงเจอเข้ากับเธอพอดี
"สะใภ้ใหญ่ เข้าไปทำอะไรในห้องครัว ร้อนก็ร้อน เดี๋ยวเกิดอันตรายได้นะ หรือว่าลูกชายไม่เอาไหนคนนั้นคิดจะใช้เธอใช่หรือเปล่า แม่จะไปจัดการให้เอง"
เมื่อคิดว่าลูกชายที่ชอบทำให้เธอโมโหอยู่บ่อยครั้ง ใช้ลูกสะใภ้ที่กำลังมีหลานคนแรกให้กับเธอ ความไม่พอใจจึงได้พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
"แม่สามี ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ ลู่คงไม่ได้ใช้อะไรฉันทั้งนั้นล่ะค่ะ ยังไล่ให้ฉันออกมาอีกด้วย" เธอรีบห้ามแม่สามีก่อนที่จะเข้าไปหาเื่น้องสามีที่กำลังจะทำอาหารเย็น น้องสามีของเธอนี่เข้าใจนิสัยของแม่มากกว่าเธอเสียอีก ถ้าเธอยังอยู่ในครัว คงจะได้เกิดเื่อย่างแน่นอน
"ไม่ได้โกหกแม่ใช่ไหม ถ้ามีอะไรก็รีบพูดมา" ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ และมองไปที่ใบหน้าของลูกสะใภ้ ว่าโกหกหรือเปล่า
"จริงค่ะ นี่ฉันกำลังจะออกไปเดินเล่นข้างนอกเลยค่ะ" รีบบอกอีกครั้ง
"อย่างนั้นก็ดี ที่มันรู้ความ ชอบทำแต่เื่ให้แม่คนนี้โมโหอยู่เรื่อยเลย ดูสิเนี่ยถึงกับลงมือทำอาหารเองเพื่อพี่สาวไร้ค่าคนนั้น เอาแต่ี้เีไปวันๆ"
"แม่สามีฉันขอตัวก่อนนะคะ" เมื่อเห็นว่าแม่สามีอารมณ์เริ่มที่จะเย็นลงแล้วจึงคิดว่าจะไปจากตรงนี้
"อืม ไปเถอะ ถ้าใครใช้อะไร ให้มาบอกแม่นะ แม่จะจัดการให้"
"ค่ะ"
เธอไม่ได้เดินไปข้างนอกอย่างที่คิด เพราะไม่อยากเจอกับน้องสาวของสามีอย่าง อันจินเยว่ ที่กำลังนั่งเล่นกินผลไม้อยู่ที่หน้าบ้าน อย่างสบายอารมณ์ ทำให้คิดถึงน้องสามีอีกคนที่นอนป่วยอยู่ภายในห้องไม่ได้ เมื่อคิดก็อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบ เมื่อเปรียบเทียบก็รู้สึกหดหู่ใจเหลือเกิน แต่เธอเป็เพียงสะใภ้ จะไปทำอะไรได้กัน
ส่วนหญิงสาวที่กำลังนั่งกินผลไม้เองก็ไม่คิดจะสนใจอะไรอยู่แล้ว เพราะคนอื่นโดนอะไรไม่ได้เกี่ยวกับเธอเสียหน่อย เธอแค่ใช้ชีวิตดีๆ แค่นั้นเอง
หวงจื่อลู่ เดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง สามีของเธอไปทำงานกลับมาแล้ว และเขายังนั่งพักอยู่ภายในห้อง
"แม่เสียงดังอะไรอีกแล้วหรือ"
"ก็เดิมๆ นั่นล่ะคะ ไปเรียกเฟินเยว่ ให้ออกมาทำอาหาร ทั้งๆ ที่น้องสาวป่วยอยู่ ลู่คงทนไม่ไหวก็เลยทะเลาะกับแม่นิดหน่อยค่ะ" เธอบอกกับสามี
"แต่เหมือนแม่จะดูโมโหมากเลยนะ"
"คงจะโมโหเื่ที่ลู่คงบอกแม่ให้จินเยว่ไปทำอาหารแทน แล้วพี่คิดว่าแม่จะไม่โมโหได้อย่างไรกันคะ" คงสำคัญของแม่สามีเลยนะ
"เฮ้อ เป็อย่างนี้นี่เอง ถึงว่าถึงได้เสียงดังคับบ้านเลย"
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )