เสียงดนตรีในร้านดังย่านเดิมดังอึกทึกเช่นเคย พชรนัยเดินตามมาสมทบ พบว่าโต๊ะวีไอพีของเขมกรเต็มไปด้วยแอลกอฮอล์ขวดใหญ่ตั้งรอไว้อยู่ก่อนแล้ว ระหว่างนั้นมือหนาจับขวดรินแล้วกระดกหมดแก้วภายในวิเวลาไม่ถึงสิบวินาที
“เบาก่อนไหม” พชรนัยทนยืนดูไม่ได้จึงรีบเดินมาคว้าแก้วออก แล้ววางไว้ด้านข้าง
“ฉันรู้นะ ว่ามันตัดใจยาก ความรักเป็เื่ละเอียดอ่อน” มือหนายังคงยกมาตบที่บ่าเพื่อนรักด้วยความเห็นอกเห็นใจ ถึงแม้จะไม่เคยมีรักแบบจริงจังมาก่อนก็ตามที
“ฉันว่า ฉันคิดถูกแล้วที่พยายามตัดใจจากเบลล่า ฉันเ็ปมานานเกินไป” เขมกรพูดจบจึงคว้าแก้วเข้ามารินแอลกอฮอล์เหมือนเดิม คราวนี้พชรนัยไม่ห้าม แต่เข้ามาดื่มเป็เพื่อน
“ตกลงว่า ที่ชวนฉันมาดื่มนี่คือตัดใจได้แล้วส่วนหนึ่งสินะ” ดวงตาเข้มกลอกกลิ้งไม่อธิบายอะไร ภาพความทรงจำต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอ เขมกรทบทวนและพยายามตัดใจให้เร็วที่สุด เขาเสียเวลามามากเกินไป จนดูเหมือนความรักที่มีเป็ดังอากาศธาตุที่หญิงสาวไม่เคยเห็นค่า และไม่รู้ว่าจะเห็นค่าของความรักนั้นหรือไม่ ทั้งสองดื่มและพูดคุยในเื่ต่างๆ ได้สักระยะเมื่อเวลาล่วงเลยไป พชรนัยก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะหันมามองสภาพเพื่อนรักที่เริ่มหมดสภาพเต็มที
“ฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องทำงานอีก นายจะกลับพร้อมฉันไหมจะได้ไปส่ง นายขับรถในสภาพนี้ไม่ดีแน่ๆ” เขมกรมองหน้าพชรนัย พลางส่ายศีรษะไปมาเป็การปฏิเสธ
“ฉันหยุดดื่มละ ฉันขอพักที่นี่อีกสักหน่อย ถ้าดีขึ้นเดี๋ยวขับกลับเอง”
“แน่นะ” พชรนัยไม่มั่นใจนักว่าเขาจะสร่างโดยใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนร้านปิด
“นายไม่ต้องห่วง” เขมกรยกมือขึ้น ก่อนที่พชรนัยจะเดินลับหายไป เขมกรจำใจยอมรับความเ็ปครั้งสุดท้ายเพื่อตัดใจจากหญิงสาวที่เคยรักให้มันจบๆ ไปเสียที เขาไม่อยากทรมานความรู้สึกตัวเองไปมากกว่านี้ ก่อนจะกวาดของทุกอย่างที่ขวางอยู่ด้านหน้าออก แล้วฟุบลงงีบหลับ ตั้งใจว่าจะหลับจนกว่าร้านจะปิด
เสียงเคาะประตูจากห้องของคุณรัตนาดังขึ้นเป็จังหวะเร่งเร้า จนหญิงชราใตื่นแล้วควานไปเปิดไฟหัวเตียง
“มีอะไร เข้ามาก่อน” เสียงเรียกของแม่บ้านพร้อมกับเสียงประตูยังคงดังอย่างต่อเนื่อง จนหญิงชรารีบขานรับ
“หน้าตาตื่น มีอะไร” ใบหน้าซีดเซียวของแม่บ้านบ่งบอกถึงความรีบร้อนนั้นได้เป็อย่างดี
“คุณดาริน ป่านนี้ยังนั่งอยู่หน้าบ้านเราอยู่เลยค่ะ”
“อะไรกัน นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว” หญิงชราเด้งตัวลุกขึ้น พลางทำตาโตด้วยความใ
“เที่ยงคืนกว่าแล้วค่ะ เอาไงดีคะ”
“ยืนบื้อทำไม ไปเรียกมานอนในบ้าน เดี๋ยวยุงหามตายพอดี ไปๆ” มือเหี่ยวย่นรีบปัดไวๆ ไล่ให้แม่บ้านออกไป
“ค่ะ” แม่บ้านตะลีตะลานหันเดินออก
“เดี๋ยวๆ แล้วอย่าบอกแม่หนูนะ ว่าฉันอนุญาต หล่อนบอกไปว่าฉันไม่รู้ ทุกอย่างเป็การตัดสินใจของหล่อน เข้าใจใช่ไหม”
“เข้าใจแล้วค่ะ” คุณรัตนายังคงวางมาด ไม่อยากให้ใครรู้จุดอ่อนของตัวเอง ว่าเป็คนขี้สงสารแค่ไหน หล่อนมองเด็กรุ่นหลังเปรียบเสมือนลูกของตัวเอง แต่ติดตรงความน้อยใจที่มีอยู่เต็มเปี่ยมทำให้ คุณรัตนามีทิฐิกับลูกแท้ๆ ของตัวเองอย่างมาก จนไม่อาจพูดดีๆ ด้วยได้
“เ้านายคะ โทรไปไม่รับสายฉันเลย ฉันรอจนเมื่อยแล้ว” ดารินนั่งพิมพ์ไลน์ ด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อนท้อที่จะรอ ครั้นจะเดินทางกลับเองก็กลัวผิดข้อตกลงที่ให้ไว้กับเขมกร ไม่ว่ายังไงห้ามกลับบ้านเองเด็ดขาด หญิงสาวยืนหมุนอยู่หน้าบ้าน ไม่ว่าจะเปลี่ยนท่าจากนั่งเป็ยืน หรือจากยืนเป็นั่ง ก็ยังไม่มีทางทีว่าเขาจะรับสายหรือตอบกลับ