หลังจากที่ผมเข้ามาเรียนในโรงเรียนนี้อะไรก็ง่ายไปหมด ไม่ว่าจะเป็เนื้อหาที่เรียนซึ่งผมก็เรียนมาครบหมดแล้ว ถึงตอนนี้สิ่งที่ครูสอนแค่นั่งหลับตาก็พอจะเข้าใจว่าครูสอนถึงเื่อะไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดึงความสนใจจากผมได้และทำให้ผมอยากมาเรียนในทุกวันก็คือผู้หญิงที่ชื่อ แพรว ผมพยายามเข้าหาเธอทุกวิถีทาง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะให้ความสนใจกับกายเพื่อนสนิทมากกว่า ไม่ว่าผมจะพยายามเท่าไหร่ผมก็รู้สึกว่าผมเข้าไม่ถึงตัวเธอเลยสักนิด จนกระทั่งวันที่ผมมีเื่ชกต่อยกับกายจนต้องเข้าห้องฝ่ายปกครอง และโดนลงโทษให้ทำความสะอาดโรงยิม เราถึงได้เริ่มสนิทกัน จนกระทั่งวันหนึ่งกายพาผมขึ้นมาคุยที่ดาดฟ้าโรงเรียน
"มึงคิดจะจีบแพรวเหรอ"
"อืม ใช่"
"ก็ ทำให้มันชัดเจน จีบก็คือจีบ มึงแค่เดินตามไปมาเขาจะรู้ไหม"
"..."
"อย่ามาทำหน้างง กูให้มึงชัดเจนกับแพรว แล้วอย่าทำให้แพรวเสียใจ"
"มึงไม่ได้ชอบแพรว"
"อืม" กายตอบแบบขอไปที
"แต่มึงรักแพรว"
กายหยุดยืนตัวแข็งทื่อ เหมือนกับสิ่งที่เก็บเอาไว้มานานโดยคนจี้ใจดำชนิดที่ดิ้นไม่หลุด
"กูกับแพรวก็เป็ได้แค่เพื่อนเท่านั้นแหละ"
"แพรวก็รักมึง"
"มึงพึ่งมามึงจะไปรู้เชี่ยอะไร กูมาบอกให้มึงชัดเจน ไม่ใช้ให้มึงมาคาดคั้นว่ากูกับแพรวจะรักกันหรือไม่รักกัน"
"รักกันแล้วทำไมไม่คบกัน มึงนั่นแหละ ที่ไม่ชัดเจน กูก็ชัดเจนของกูมาั้แ่วันแรก วันนี้กูก็ชัดเจนเหมือนเดิม แต่แพรวรักมึง"
"ไม่ต้องยุ่งเื่ของกู ถ้ามึงจะเข้ามา มึงช่วยดูแลแพรวให้แพรวมีความสุขที่สุดเท่าที่มึงจะทำได้ ได้ไหม"
เจมส์ถึงกับชะงักเมื่อเห็นแววตาที่เ็ปจากฝ่ายตรงข้าม เกิดอะไรขึ้นคนที่ชอบเกเรคนอื่นแบบกายถึงได้กลายเป็แบบนี้
"กูรู้หมด รู้ว่ามึงเป็ใคร พ่อแม่มึงกับพ่อกู สนิทกัน หรือปีที่แล้วพ่อแม่มึงพึ่งจะเสียไปกูก็รู้ แต่ที่กูไม่รู้ก็คือกูไม่รู้ว่ากูจะอยู่ที่นี่ได้อีกนานแค่ไหน"
"ทำไม พ่อมึงจะส่งมึงไปไหน"
กายปาดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความรวดเร็ว
"นี่ไงสิ่งที่กูไม่รู้ แล้วจะให้กูคบกับแพรวได้ไง มึงอยากจีบเขา มึงก็ต้องพยายามทำให้เขารักมึง"
"ถึงกูจะไม่เข้าใจ ว่าทำไมมึงถึงต้องผลักไสแพรวให้กับกู แต่ที่กูรู้สึกก็คือ มึงมันโง่"
"..."
"มึงไม่กล้าที่จะซื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเองด้วยซ้ำ กูก็ไม่อยากให้แพรวได้คบกับคนแบบมึง เพราะกูก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มึงจะทิ้งแพรว"
"ดี งั้นมึงรีบไป ไปทำสิ่งที่มึงคิดว่าดี ไปดูแลแพรวซ่ะ ไป"
เจมส์มองกายด้วยสีหน้าที่โมโห แต่ก็สงสัยในคราวเดียวกัน ถ้าปล่อยแพรวให้เราแล้วเจ็บขนาดนี้ ถ้าจะทรมานขนาดนี้ทำไมไม่สารภาพรักกับแพรว หรือจะเป็เพราะประวัติเกเรของตัวเอง แต่ก็ไม่น่าจะมีน้ำหนักพอที่จะทำให้กายผลักไสแพรวได้มากขนาดนี้
หลังจากบทสนทนาในวันนั้นจบลง ผมก็ไม่ได้รับข่าวคราวจากกายอีกเลย ่ที่กายหายไป ในทุกเย็นผมจะอาสาไปส่งแพรวกลับบ้าน และไปรับจากบ้านเพื่อมาโรงเรียนพร้อมกันเป็ประจำทุกวัน
“เจมส์ ่นี้กายหายไปเลย โรงเรียนก็ไม่มาพรุ่งนี้จะสอบปลายภาคแล้วด้วย”
“โทรหาหรือยังครับ”
“โทรแล้วแต่ไม่ติด มันปิดเครื่อง มันโกรธอะไรเราหรือเปล่า”
“แล้วแพรวคิดว่ามีอะไรที่กายควรโกรธบ้างละ”
“นั่นนะสิ แต่มันหายไปเลย ปกติมันต้องมากวนประสาทเราเป็ประจำ”
“ชอบให้มีคนกวนประสาทหรือ” อันที่จริงผมแอบโมโหทุกครั้งที่แพรวกระวนกระวายเวลาที่กายหายไป ถ้าเป็ผมเธอจะห่วงผมบ้างไหม ผมไม่รู้จะแสดงออกอย่างไรให้แพรวรู้สึกดีขึ้น ได้แต่เอามือมาขยี้หัว ดึงแก้ม แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือ การฝืนยิ้ม และฝืนหัวเราะ ผมไม่ควรพยายามทำแบบที่กายทำเพราะผมไม่ใช่กาย
“เราไม่ใช่คนนั้นสินะ ทำไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น”
เจมส์พูดแบบน้อยใจ
“ไม่ใช่เจมส์ แต่มันน่ากังวลจริงๆ นะมันผิดวิสัยกายปกติไม่ใช่คนแบบนี้ เคยโกรธกันแค่ไหนมันก็รับโทรศัพท์เราตลอด ไม่เคยปิดเครื่องเลย”
“งั้นไปหาที่บ้านดีไหม” ผมไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะตอบว่าไป แต่เธอก็รีบตกลงจะไปหากายที่บ้านแทบจะทันที หมอนี่ก็แปลก วันนั้นมาพูดจาแปลกๆ แล้วก็หายไป จะเปิดทางให้เราหรือจะปิดทางเพื่อขุดหลุมฝังกันแน่
“ดีเหมือนกัน เย็นนี้จะแวะไป” และผมก็ต้องไปบ้านกายกับแพรว จริงๆ ผมเคยมาครั้งสองครั้งในวัยเด็ก แต่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับบ้านหลังนี้เลย ความสัมพันธ์ของคุณลุงและคุณป้าดูออกจะแปลกไปสักหน่อย ไม่เหมือนคู่สามีภรรยาทั่วไป ผสมกับบรรยากาศที่เป็ทางการจนเกินไปทำให้ผมอึดอัดทุกครั้งที่ต้องมาบ้านหลังนี้ แน่นอนว่าทุกครั้งที่มาก็ไม่เคยเจอกับกายเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ผมเป็ห่วงแพรวแต่ก็ทำได้แค่คอยอยู่ข้างๆ ทั้งสีหน้าและแววตาดูเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้บางทีเธอจะพยายามยิ้ม พยายามคุยกับผมก็ตาม
เช้าที่สดใสแต่ในใจผมกลับหม่นหมอง แพรวจะเลิกกังวลกับกายแล้วหรือยัง ผมต้องแสดงสีหน้าอย่างไรเมื่อเจอแพรว ต้องทำเป็ว่าร่าเริง หรือทำนิ่งๆ ขรึมๆ แบบที่เป็ตัวเรา ขนาดกายมันแค่หายไปแพรวยังกังวลขนาดนี้ ถ้ามันเกิดหายไปเลยจริงๆ แพรวต้องไม่เป็อันทำอะไรแน่ แล้วผมจะต้องทำอย่างไรกับสถานการณ์แบบนี้ดี ทั้งที่วันนี้ผมก็เดินทางปกติแต่ทำไมเท้ามันรู้สึกไม่ค่อยอยากก้าวไปข้างหน้าเลย
[สายโทรศัพท์]
“ฮาโหล ไปช้าหน่อยครับกำลังเข้าไป”
“นึกว่าหายไปแล้ว”
“ขอบคุณครับ”
“ขอบคุณอะไร”
“ขอบคุณที่กลัวว่าผมจะหายไป”
"หยอดทุกวัน จีบเราหรือไง"
“ครับ”
ตู๊ด…ตู๊ด…. ผมรีบกดวางสายทันที ถึงจะบอกกับกายว่าจีบแพรว แต่กับแพรวผมไม่เคยกล้าพูดตรงๆ เลยสักครั้งว่าจีบแพรวอยู่ ครั้งนี้ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
หลังจากวางสายไม่ถึง 2 นาทีผมก็มายืนอยู่หน้าบ้านแพรวเป็ที่เรียบร้อย ดูจากสภาพของแพรวในตอนนี้ เหมือนคนที่ร้องไห้หนักมาทั้งคืน เกิดอะไรขึ้นนะ
“สรุปว่าติดต่อกายได้ไหมครับ”
“อื้อ” ต้องมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ ปกติแพรวไม่ได้พูดน้อยแบบนี้
“เป็อะไรหรือเปล่า ร้องไห้มาเหรอ” ถามไปตรงๆ เลยแล้วกัน “เมื่อวานเกิดอะไรขึ้น”
“....” น้ำใสๆ ในตาของแพรวกำลังเอ่อล้น ไม่นานก็กลายเป็การปล่อยโฮออกมา ทำเอาผมไม่รู้จะเริ่มปลอบใจจากตรงไหนก่อนเลย
“ไม่เป็ไรครับ ไม่ต้องพูดนะ เอาไว้อยากเล่าค่อยเล่าดีไหม”
ผมต้องทำอย่างไรในเมื่อแพรวร้องไห้ไม่หยุด ผมทำได้แค่ลูบหัวเธอเบาๆ เผื่อว่าจะช่วยให้แพรวรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง ผมที่ไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าแพรวกับกายมีปัญหาอะไรกัน ตัวผมเองก็รับความอึดอัดนี้แทบไม่ไหวแล้ว แต่ต้องทำเป็ว่าเข้มแข็งเพราะดูทุกคนรอบตัวผมจะมีปัญหามากพอแล้ว