Sea xx La-ongfong 6
“เรียนเสร็จแล้วไปไหนกัน” ช้อยเอ่ยถาม เมื่ออาจารย์เดินออกจากห้อง อ้อ ซีกับแก้วคบกันแล้วนะ ยินดีกับทั้งคู่ด้วยหวังว่าจะไปกันรอด ส่วนฉันไม่ได้อะไรกับซีแล้วล่ะก็แค่เพื่อนคนหนึ่ง
“ว่าจะไปทานข้าว ไปด้วยกันปะ” ฉันถามเพื่อน แต่ยังไม่ทันจะได้ฟังคำตอบโทรศัพท์ฉันก็มีเสียงเรียกเข้าจากแอพลิเคชันไลน์ ที่หลังๆ มาทั้งข้อความทั้งมิสคอลดังตลอดไม่ใช่จากใครคนอื่น เป็รุ่นพี่ที่เริ่มสนิทกันเป็อย่างพี่ซีที่ขยันทั้งโทรและไลน์มาคุย
“แปบนะแก ค่ะพี่” ต้นประโยคบอกเพื่อนแต่ท้ายประโยคกลับเอ่ยทักทายคนที่โทรเข้ามา ฉันรู้ว่าระหว่างที่ฉันรับสายพี่ซี แก้วกับซีที่นั่งอยู่ด้านหลังกำลังจ้องมองฉันด้วยสายตาที่แตกต่างกันออกไป ยกเว้นกระวานที่ตอนนี้กำลังยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างพอใจอะไรสักอย่าง
(เรียนเสร็จหรือยังครับ) ปลายสายเอ่ยถามทันที
“เสร็จแล้วค่ะ ทำไมเหรอ”
(พี่ก็เรียนเพิ่งเสร็จ ไปทานข้าวกันไหม)
“เดี๋ยวถามเพื่อนก่อนนะคะ เมื่อกี้เพิ่งถามเพื่อนไปเหมือนกัน” ฉันบอกเขา
(ได้ครับ ถ้ายังไงโทรมาบอกพี่ด้วยนะจะได้รอที่หน้าคณะด้วยเลย)
“ได้ค่ะ” พอวางสายก็มองช้อยและพลิ้ว แอบใที่เพื่อนทั้งสองกำลังมองฉันอย่างจับผิด เหมือนคุณแม่หวงลูกสาวเลยแววตาแบบนั้น
“ไปทานข้าวด้วยกันนะ มีรุ่นพี่ไปด้วย”
“ไปแน่ จะไปดูว่าใครมาจีบแก” ช้อยว่าอย่างอารมณ์ดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังตีหน้าดุ ๆ ใส่ฉันอยู่เลย เมื่อตกลงกันได้เราก็ออกจากห้องเดินลงไปชั้นหนึ่งเพื่อไปทานข้าวที่ห้างสรรพสินค้าที่พลิ้วเป็คนเลือก เพื่อนฉันมีแค่พลิ้วและช้อยอ้อ มีซีกับแฟนของเขาด้วยที่ตามมา ส่วนเทค เตอร์แล้วก็กระวานบอกจะกลับไปนอนเพราะไม่มีเรียนต่อแล้ว ทีแรกก็กลัวพี่ซีจะอึดอัดใจเพราะมีเพื่อนฉันไปหลายคน เขาเองก็บอกว่าไม่เป็ไรเดี๋ยวพาเพื่อนไปด้วยสองคนั้แ่ที่ไปร้านปิ้งย่างแล้วเจอพี่ซีตอนนี้เวลาก็ผ่านไปเกือบสองเดือนแล้วล่ะ เราคุยกันเรื่อย ๆ พี่ซีก็มีชวนไปทานข้าวบ้าง ไปดูหนังไปเดินเล่นบ้าง มีตอนที่ฉันกลับบ้าน่อาทิตย์ที่แล้วนี่แหละที่เราไม่ได้เจอกันเลยแต่เขาก็ส่งข้อความมาตลอดเลยนะ ส่งมาบ่อยแต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดอะไร แปลกดีเหมือนกัน
“ได้ยินแต่ชื่อขอดูหน้าหน่อยเถอะ” ช้อยบอกอย่างหมายมั่นปั้นมือ ท่าทางจริงจังของเพื่อนทำเอาฉันหลุดขำทันที อะไรที่ทำให้เพื่อนจริงจังมากขนาดนี้ แค่อยากเจอหน้าพี่ซีเนี่ยนะ เกินไปแล้ว จุดมุ่งหมายของเพื่อนฉันนี่มันเกินไปแล้ว เราเดินมาจนถึงหน้าคณะพี่ซียืนรออยู่กับเพื่อนเขาสามคน พอเห็นเดินเข้าไปใกล้เขาก็โบกมือให้กระทั่งเดินเข้าไปใกล้พี่ซีก็ยื่นมือมาช่วยถือชีทเรียนและกระเป๋า
“นี่เพื่อนพี่ครับ แม็ก มีน แล้วก็ตั้งโอ๋” พี่ซีแนะนำให้ฉันรู้จักกับเพื่อน ๆ ของเขา
“สวัสดีค่ะ ฟองค่ะ ส่วนพี่เพื่อนฟอง ช้อย พลิ้ว ซีแล้วก็แก้วแฟนซีค่ะ” ฉันแนะนำทุกคนไป แต่เหมือนจะมีใครบางคนที่ไม่พอใจที่ฉันแนะนำเธอไปแบบนั้น แต่ก็ช่างสิ สถานะของเธอกับซีเป็แฟนกันนี่นา
“ชื่อเหมือนมึงเลยว่ะซี” เพื่อนพี่ซีมองเพื่อนตัวเองกวน ๆ
“อือ ชื่อเหมือนแต่นิสัยไม่เหมือนหรอก ไปกันเถอะหิวแล้ว น้องพลิ้วน้องช้อยไปกับพี่ไหม ขับรถมาหรือเปล่า” พี่ซีถามเพื่อนฉันอย่างสุภาพ เรียกรอยยิ้มเคลิ้ม ๆ จากเพื่อนฉันได้อย่างดี แน่สิ เพื่อนฉันมันชอบคนหล่อ!
“ขอไปด้วยนะคะพี่ซี” ช้อยตอบพรางทำตาหวานหยาดเยิ้ม พี่ซีหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะพาพวกเราเดินไปที่รถ
“กูไปกับซีมันดีกว่า หาเพื่อนเม้าส์” เสียงพี่ตั้งโอ๋ดังมาให้ได้ยิน พร้อมกับเสียงวิ่งตึกตักตามมา ไม่นานทั้งพี่ตั้งโอ๋ ช้อยแล้วก็พลิ้วต่างพากันเม้าส์อย่างสนุก ทั้งยังแลกคอนแทคกันเรียบร้อย มีสร้างกลุ่มไลน์อะไรด้วยนะ
“พรุ่งนี้มีเรียนกี่โมงครับ” พี่ซีที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่เอ่ยถามฉันเสียงเบา ฉันที่มัวแต่จ้องข้อมือขาว ๆ ของเขาที่กำลังประคองพวงมาลัยรถยนต์อย่างสบายใจก็มีอันต้องสะดุ้งใจนอีกฝ่ายหลุดหัวเราะกับท่าทีขี้ใของฉัน
“อะไรจะขนาดนั้นครับ แล้วว่าไงพรุ่งนี้น่ะ”
“มีตอนเก้าโมงค่ะถึงสิบเอ็ดโมงแล้วว่างยาว” ฉันตอบคนเป็รุ่นพี่ แล้วหันไปมองด้านหลังที่กำลังหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุก
“ด้านหลังทำอะไรกันคะน่าสนุกจัง” ฉันถามไป
“เปล๊า! ไม่ได้ทำอะไรเลย”
“เสียงสูงมากช้อย แกโกหกอะไรฉันบอกมาเลยนะ” ฉันถามเพื่อนเสียงเข้ม แต่มันกลับหัวเราะสะใจใหญ่เลยไม่มีทาทีจะยอมบอกด้วย น่าน้อยใจจังที่เพื่อนไม่ยอมบอกว่าก่อนหน้านี้ทำอะไรกันถึงได้ดูสนุกกันมากขนาดนั้น
“พี่ซีช้อยถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ?” จู่ ๆ ช้อยที่หยุดหัวเราะก็ถามพี่ซีด้วยน้ำเสียงปนเ้าเล่ห์
“อะไรเหรอครับ? ยากไหม”
“ไม่ยากค่ะ”
“งั้นลองถามมาก่อนครับถ้าตอบได้พี่จะตอบนะ” พี่ซีบอกช้อยไปแบบนั้น
“พี่ซีรู้จักกับฟองตอนไหนเหรอคะ” อ้าว ทำไมถามเื่ฉันล่ะเนี่ย เพื่อนฉันนี่มันร้ายจริง ๆ เลยให้ตายสิ มันตั้งใจจะทำอะไรกันแน่
“อือ ที่จริงพี่รู้จักนานแล้วล่ะั้แ่ฟองมาที่คอนโดแรก ๆ เลย แต่เพิ่งได้คุยทักทายกันตอนนี้ กี่เดือนนะครับฟอง สองหรือสามนะครับ” ท้ายประโยคพี่ซีถามฉันอย่างลังเลที่จะตอบ
“เกือบสองเดือนแล้วค่ะ”
“ครับเกือบสองเดือนแล้ว” พี่ซียืนยัน แต่ที่สงสัยพี่ซีเคยเจอฉันก่อนหน้านี้เหรอ ทำไมฉันไม่คุ้นเขาเลยหรือเราจะเคยเดินผ่านกันเฉย ๆ หรือยังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย
“ชอบเหรอคะแบบนี้น่ะ” อะไรกัน ถามให้เป็ประโยคหน่อยก็ไม่ได้ ฉันยิ่งเข้าใจอะไรยาก ๆ อยู่ด้วย ฉันคิดงอน ๆ
“ครับชอบ”
“ฝากด้วยนะคะ”
“ยินดีครับ” นี่ก็ยินดีไปเสียทุกเื่เลย น่าตีจริง เขาเหมือนผู้ชายทั่วไปเลยนะพี่ซีน่ะ แมน ๆ คุยกันเลยเวลาอยู่กับเพื่อน แต่พอพูดคุยกับฉันเขาพูดเพราะมากให้เกียรติฉันจนบางทีก็นึกอิจฉาตัวเองที่พี่ซีดูแลดี บางทีฉันคุยกับเพื่อนอยู่พอลองเปรียบเทียบตัวเองกับพี่ซีเวลาพูดยังอายเลย เคยถามเหมือนกันว่าทำไมพูดเพราะจัง พี่ซีบอกว่าติดมาั้แ่จำความได้แล้ว เพราะพ่อกับแม่เขาก็พูดแบบนี้กัน เวลาเขาคุยกับน้อง ๆ ก็พูดเพราะนะ ฉันเคยได้ยินครั้งสองครั้งนี่แหละ
“ถึงแล้วครับ เอาชีทไว้ในรถก็ได้เดี๋ยวกลับกับพี่” เมื่อจอดรถที่ห้างสรรพสินค้าพี่ซีก็หันมามองมือปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยให้ด้วย เสียงกระแอมไอดังจากสามคนที่นั่งด้านหลังทันที กลับไปต้องคุยกับเพื่อนหน่อยละกระแอมไอบ่อยแบบนี้ไม่รู้ว่ามีอะไรแอบไปติดคอหรือเปล่า
“ขอบคุณค่ะ ไปกันค่ะหิวแล้ว” ฉันเอ่ยชวน ทุก ๆ คนลงจากรถ เพื่อนทั้งสองเดินเข้ามากอดแขนเดินนำเข้าไปในตัวอาคาร ระหว่างเดินก็กระซิบแซวไม่หยุด
“พี่ซีคนดังของคณะเลยนะ ไปเจอมายังไง ทำไมไม่บอก” คนดังเหรอ? ฉันไม่รู้ว่าเขาดังไหม และฉันกับพี่ซีก็ไม่ได้เป็อะไรกันด้วยนะ
“บอกอะไรเล่า ไม่มีอะไรสักหน่อย” ฉันไม่เคยบอกเพื่อนว่าพี่ซีหน้าตายังไง เวลาเพื่อนถามก็บอกว่าพี่ซีเป็รุ่นพี่ แค่นั้นไม่ได้บอกว่าคณะอะไร เพื่อนก็ไม่ได้เซ้าซี้ พอเจอวันนี้เพื่อนถึงกับปิดปากกรี๊ดกันเลยทีเดียว เวอร์มากไหมล่ะเพื่อนฉัน
“แก พอเจอตัวจริงใกล้ ๆ น่ารักมากไม่หยิ่งหรือถือตัวเลยนะ”
“ใช่แก ลืมซะไอ้คนนิสัยไม่ดีแบบไอ้ซี เริ่มต้นใหม่ได้แล้ว”
“นี่ก็ไม่ได้อะไรกับซีแล้ว เป็เพื่อนกันแบบเพื่อนธรรมดาเลย” ฉันบอกเพื่อนทั้งสอง ฉันรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ นะ ไม่ได้อะไรแล้วเพียงแต่ครั้งนั้นมันก็เสียใจที่เขาเชื่อคนที่เพิ่งเคยเจอมากกว่าเพื่อนที่คบกันมานานถึงสามปีอย่างฉัน ฉันเลยนอยด์และเฟลนิดหน่อย ตอนนี้ไม่มีอะไรละ
“แบบนั้นก็ดี อยากจะเม้าส์เื่แฟนมันเหลือเกิน พอทานข้าวเสร็จเม้าส์ต่อค่อยกลับได้ปะ” ช้อยถาม
“ไม่รู้อะ ลองขอพี่ก่อนนะ” เพราะพี่ซีชวนกลับด้วยไง กลัวจะทำให้เขาเสียเวลา
“จ้า ได้จ้า ขอก่อนเนอะ” ช้อยทำหน้าทำตาล้อ ฉันเลยตีที่แขนไปแรง ๆ ด้วยความหมั่นไส้ มันหัวเราะทันทีที่ทำให้ฉันโมโหได้
“นู่นมันยืนรออยู่นู่นละ” พลิ้วบอกสายตามองไปยังมุมหน้าบันไดเลื่อน น่าแปลกที่ครั้งนี้แก้วไม่ได้ยืนเกาะแขนซีอย่างที่เคยทำเวลาอยู่กับพวกฉัน ที่ชอบแสดงความเป็เ้าของชัดเจน ครั้งนี้มันแปลก สายตาแบบนั้นคืออะไร
“ทานอะไรกันดีคะ” ฉันชะงักเท้าไปทันทีเมื่อแก้วเป็คนเอ่ยถาม ซีทำหน้าไม่พอใจอย่างมากเมื่อเราเดินเข้าไปใกล้ และซี...เขากำลังมองฉันอย่างไม่พอใจ มันดูน่ากลัวยังไงไม่รู้
“ผีเข้าเหรอวะ?” พลิ้วหันมาคุยกับพวกฉันเบา ๆ พี่ซีเดินเข้ายืนซ้อนหลังยกท่อนแขนโอบเอวฉันไว้หลวม ๆ โน้มหน้าเข้ามากระซิบที่ข้างหูเบา ๆ
“เพื่อนพี่เปลี่ยนใจมาหมดนะ”
“ได้ค่ะ พี่อยากทานอะไรไหม”
“ไม่ครับ หนูกับเพื่อนเลือกเลย” พี่ซีบอก จากนั้นก็หันไปคุยกับเพื่อนเขา ส่วนฉันมองทางเพื่อนตัวเองอย่างสงสัย ตอนนี้แก้วมองพี่ซีด้วยสายตาแปลก ๆ ที่ไม่อยากจะคาดเดาเลยสักนิดว่าเ้าตัวกำลัง้าอะไรจากพี่ซี แต่พอเธอตวัดสายตามามองฉันกลับมองเคือง ๆ อย่างไม่พอใจ อิหยังวะนิ!!
“อยากกินสเต็กอะ ฟองไปไหม?”
“ได้ ๆ อยากกินเหมือนกัน” เมื่อตกลงกันได้เราก็เดินหาร้านสเต็กเพราะครั้งนี้เรามีหลายคนทางร้านเลยต้องต่อโต๊ะให้ ระหว่างรออาหารเพื่อนพี่ซีก็ชวนคุยเล่นไปเรื่อยสนุกเพื่อนฉันล่ะ ทั้งช้อยและพลิ้วชอบเม้าส์มากมีนัดกันไปปาร์ตี้ด้วยนะ นัดกันไปปิ้งย่างด้วย เอาเข้าไปอะไรจะสนุกขนาดนั้น
“พี่ซีอยู่ปีสี่ใช่ไหมคะ” เราที่กำลังคุยเล่นกันอยู่เงียบเสียงไปทันทีเมื่อได้ยินแก้วถามพี่ซี คนข้าง ๆ ที่เล่นโทรศัพท์อยู่เงยหน้าขึ้นมองคนถามนิ่ง ๆ
“ครับ” คำตอบก็นิ่งเช่นเดียวกับใบหน้า แก้วหน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อยก่อนจะฉีกยิ้มกว้างชวนพี่ซีคุยต่อ ส่วนแฟนเธอที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็จ้องฉันไม่ละสายตาไปไหน ยิ่งมองแบบนั้นพี่ซีที่นั่งข้าง ๆ ก็เบียดเข้ามาใกล้แสร้งชวนดูหน้าจอโทรศัพท์เขาทั้งที่ไม่มีอะไรให้ดูเลยยอกจากคลิปการ์ตูนสั้น ๆ ในอินสตราแกรม
“อันนี้น่ากินจัง” คลิปทำชานมไข่มุก
“หึ ทานข้าวเสร็จจะพาเดินไปซื้อนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“อะแฮ่ม ใจเย็นค่ะมึง ใจเย็นคนเยอะนะใจเย็น” เสียงพี่ตั้งโอ๋กระแอมน้ำเสียงเจือแซว สายตาทุกคนมองมาที่ฉันและพี่ซีกันอย่างเปิดเผย ฉันขยับออกห่างจากพี่ซีทันทีแต่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจอะไรมากนักเขายังคงเอนเอียงมาใกล้ฉันพร้อมกับตอบเพื่อนเขา
“แล้วไงอะ นี่ไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดซะหน่อย”
======
มาแล้วค่ะมาแล้ว ใครที่ถือคบเพลิงอยู่ ใจเย็นๆแล้ววางคบเพลิงลงนะคะ มาแล้วค่ะ ^_^
จากตอนที่แล้ว แอบยิ้มกับคอมเม้นของทุกคนเลย ไม่รู้ว่าเม้นเพราะหัวร้อนเพราะเค้าแกล้งหรืออะไร แต่ขอบคุณมากๆเลยนะคะ เหนื่อยๆก็มาอ่านคอมเม้นของทุกคน หายเหนื่อยเลยค่ะ