บทที่ 27 ทำร้ายร่างกายคนอื่นแล้วยังกล้ามาแถอีก!
หนิงชิงเฟิ่งตกตะลึงอย่างมากเมื่อเห็นหนิงหรานดูเหมือนจะคลั่งขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ด้วยความใ เธอถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
และในตอนนั้นเองในสายตาของหนิงหราน หนิงชิงเฟิ่งก็ดูไม่ต่างอะไรไปจากหุ่นจำลองมนุษย์
หนิงชิงเฟิ่งเห็นหนิงหรานพุ่งเข้ามาหาอย่างดุดัน เธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์ สัญชาตญาณของมนุษย์ทำให้เธอยกแขนขึ้นมาป้องกันตัวเองไว้ด้านหน้าเป็อันดับแรก โดยไม่ได้คิดที่จะตอบโต้กลับไป
เมื่อหนิงหรานเห็นดังนั้น เธอก็หัวเราะเยาะในลำคอ
จุดชีพจรบนแขนก็ไม่ได้น้อยไปกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกายเลย
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เธอก็ลงมือทันที โดยใช้แรงทั้งหมดฟาดไม้กวาดลงบนตัวหนิงชิงเฟิ่งอย่างแรง
หนิงชิงเฟิ่งรู้สึกปวดแปลบที่ข้อมือ จากนั้นก็ชาไปทั้งแขน ราวกับว่าเืหยุดไหล มือของเธอดูเหมือนจะไร้ความรู้สึก
ในใจของเธอหวาดผวาอย่างมาก เธอจ้องมองไปที่หนิงหราน และเมื่อสบตากับเธอ เธอรู้สึกว่าดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเ็าที่จ้องมองมาที่เธอ
น้ำเสียงของหนิงหรานก็ดุดันเช่นกัน “ฉันพูดผิดตรงไหนเหรอ? เธอก็เป็ญาติของฉัน แม่ของฉันเป็พี่สาวแท้ๆ ของเธอ!
ทั้งที่มีสายเืเดียวกัน! แต่เธอกลับพูดถึงแม่ฉันแบบนั้น! เพียงเพราะฉันไม่มีพ่อ ฉันก็สมควรที่จะถูกเธอต่อว่าอย่างนั้นเหรอ?”
“หนิงหราน นังเด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน มือของฉัน…” หนิงชิงเฟิ่งโกรธและใะโด่า
“ทั้งหมดเป็ความผิดของแก! ถ้าไม่ใช่เพราะแกเป็ลูกไม่มีพ่อ ฉันจะต้องก้มหน้าอับอายมาหลายปีแบบนี้เหรอ?!
ฉันยังต้องเลี้ยงดูแกอีก นังเด็กไร้ประโยชน์ กับคนแก่ไร้ค่าอีกสองคน! สิ่งที่ฉันเสียไป แกชดใช้ไหวรึไง?”
ไม่สำนึกผิดจริงๆ!
หนิงหรานยกไม้กวาดขึ้นมาอีกครั้ง แล้วฟาดลงไปอย่างมั่วซั่วสองสามครั้ง ในขณะที่หนิงชิงเฟิ่งยังมึนงง และยังคงตั้งรับอย่างไม่รู้ตัว
หนิงหรานออกแรงผลักอย่างแรง จนหนิงชิงเฟิ่งล้มลงไปกองกับพื้น
เมื่อก้นกระแทกพื้น หนิงชิงเฟิ่งก็มีสีหน้าประหลาดใจ
หนิงหรานพุ่งเข้าไปหาเธอทันที แล้วรัวหมัดต่อยหน้าเธอ
“หนิงชิงเฟิ่ง! ฉันจะฆ่าแก! ฉันจะให้แกหยุดพูดจาเหมือนหมาบ้า! เื่อื่นฉันยอมได้ แต่เื่แบบนี้ ต่อให้ตายฉันก็ไม่ยอม! อย่าแม้แต่จะคิดดูถูกแม่ของฉัน!”
ทุกคนมองดูด้วยความตะลึง พวกเขาไม่เคยคิดว่าหนิงหรานที่อ่อนแอเหมือนลูกไก่ตัวน้อยจะกลายเป็คนดุร้ายแบบนี้ได้
นั่นคือหนิงชิงเฟิ่งนะ!
พวกผู้หญิงในหมู่บ้าน ต่างก็รู้กันดีว่าผู้หญิงคนนี้ปากร้ายที่สุดในบรรดาคนปากร้ายทั้งหมด ปกติทุกคนก็จะพยายามไม่ไปยุ่งกับเธอ แต่ตอนนี้เธอกลับถูกเด็กสาวที่เธอชอบรังแกอยู่ตลอดกำลังตีเธอ?!
และเด็กสาวยังดูเหมือนจะได้เปรียบอีกด้วย?
มีคนอุทานออกมาว่า "โอ้โห! ไม่น่าเชื่อเลย! ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ!"
หลังจากโดนต่อยไปหลายที หนิงชิงเฟิ่งก็รู้สึกตัว
มือขวาของเธอยังชาอยู่ เธอะโและยื่นมือซ้ายออกไปคิดจะข่วนหน้าหนิงหราน แต่หนิงหรานกลับคว้ามือเธอไว้และกดจุดชีพจรอย่างแรง
ทำให้มือทั้งสองข้างของเธอไม่มีแรง
แต่ชาวบ้านคนอื่นๆ นอกจากหนิงหรานก็มองไม่ออกและไม่รู้เื่นี้
หนิงหรานต่อยไปที่หน้าและท้องของหนิงชิงเฟิ่งเหมือนแมวป่าที่ถูกยั่วโมโห
และเธอยังพบว่าตัวเองมีแรงมากกว่าเมื่อก่อน และลงมืออย่างไม่ปราณี
แต่หนิงหรานคือใครกัน?
ในชาติที่แล้ว เธอคืออัจฉริยะทางการแพทย์ที่ทำให้คนนับไม่ถ้วนต้องประหลาดใจ แน่นอนว่าเธอรู้ขีดจำกัดในการต่อยคนอื่นเป็อย่างดี
ถึงแม้หนิงชิงเฟิ่งจะถูกซ้อมอย่างหนัก แต่จริงๆ แล้วเธอไม่ได้รับาเ็ภายในร้ายแรงเลย
ในตอนนั้น หนิงชิงเฟิ่งได้ยินแต่เสียง "ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก" ดังต่อเนื่อง ร่างกายของเธอเ็ปไปทั่ว จนเธอต้องร้องออกมา
"โธ่เว้ย จะฆ่ากันให้ตายเลยรึไง!" หนิงชิงเฟิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะถูกซ้อมจนตาย
แต่มือของเธอยังไม่มีแรง ไม่งั้นหนิงหรานคงโดนเธอจับเหวี่ยงลงไปกองกับพื้นแล้ว
ยัยเด็กบ้านี่อยู่ๆ ก็ทำตัวแปลกๆ?!
"หลิงหลาน แกมัวทำอะไรอยู่ ทำไมยังไม่มาช่วยฉันอีก! ตียัยหนิงหรานนี่ให้ตายไปเลย!"
ตอนแรกไม่มีใครเข้ามาช่วย เพราะชาวบ้านไม่เชื่อว่าหนิงชิงเฟิ่งจะถูกหนิงหรานกดลงไปซ้อมได้
พวกเขาคิดว่าหนิงหรานต่างหากที่จะต้องเจ็บตัว จึงอยากรอดูสถานการณ์ก่อน รอให้หนิงชิงเฟิ่งซ้อมหนิงหรานหนักเกินไป แล้วค่อยเข้าไปห้าม
ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจเสียงร้องของหนิงชิงเฟิ่ง
จางหลิงหลานก็คิดแบบนั้นเช่นกัน
หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูต่างตกตะลึง
เมื่อเห็นท่าไม่ดี จางหลิงหลานก็พุ่งเข้าไปดึงหนิงหราน หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูเหมือนเพิ่งได้สติ รีบเข้าไปห้ามหนิงหราน
"หรานหราน ไม่ต้องตีแล้ว! ไม่ต้องตีแล้ว!"
ตอนนี้หนิงหรานแทบจะคลั่งไปแล้ว
ทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ เธอเพิ่งเคยปล่อยตัวปล่อยใจต่อยคนแบบนี้เป็ครั้งแรก
กำปั้นทุบลงไปบนร่างของหนิงชิงเฟิ่งทีละครั้ง เสียงปั่กๆ ดังขึ้น หมัดต่อหมัด ทุกท่วงท่าพุ่งตรงไปที่หนิงชิงเฟิ่ง
ต้องยอมรับว่ามันรู้สึกสะใจมาก ที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกไปทั้งหมด!
หนิงหรานรู้ว่าตัวเองทำรุนแรง แต่เธอไม่เสียใจเลยสักนิด
ถ้าการฆ่าคนไม่ผิดกฎหมาย เธออยากจะฆ่าหนิงชิงเฟิ่งเพื่อแก้แค้นให้กับความแค้นกว่าสิบปีในชาติที่แล้ว!
ดังนั้นเมื่อถูกจับแยกออก หนิงหรานจึงไม่ขัดขืน แต่ก็ยังเตะหนิงชิงเฟิ่งไปอีกทีด้วยความไม่พอใจ
ชาวบ้านที่มุงดูต่างก็เงียบกริบ
"หนิงหรานก้าวร้าวขนาดนี้เลยเหรอ?"
"โอ้โห ไม่น่าเชื่อเลย!"
"ตายายของเธอเป็คนนิสัยดี ทำไมถึงมีหลานสาวก้าวร้าวแบบนี้ได้? หรือว่าเป็เพราะได้นิสัยจากพ่อของเธอกันนะ?"
"ถ้าอย่างนั้น พ่อของเธอจะก้าวร้าวขนาดไหนกัน!"
การต่อยคนก็เหนื่อยเหมือนกัน
หนิงหรานหอบหายใจ เมื่อได้ยินชาวบ้านพูดคุยกัน เธอก็ได้แต่พูดไม่ออก
สวีอวี้จูรีบดึงเธอถอยห่างออกไป กลัวว่าหนิงชิงเฟิ่งจะตั้งสติได้และพุ่งเข้ามาแก้แค้นหนิงหราน
จางหลิงหลานประคองหนิงชิงเฟิ่งขึ้นด้วยความหวาดกลัว
หนิงชิงเฟิ่งโกรธจนตัวสั่น อยากจะตีหนิงหรานให้ตายคามือ
"หนิงหราน นังคนชั้นต่ำ แกกล้าดียังไงมาตีฉัน!"
"ทำไมจะไม่กล้า? ในเมื่อเธอกล้าดูถูกพ่อแม่ฉัน ฉันก็กล้าต่อยเธอเหมือนกัน!"
หลังจากหนิงหรานหายเหนื่อยแล้ว เธอก็หัวเราะเยาะ
"แม่ของฉันเป็พี่สาวแท้ๆ ของเธอ ฉันเป็หลานสาวแท้ๆ ของเธอ! ตายายของฉันเป็พ่อแม่แท้ๆ ของเธอ! เธอก็รู้ดี แต่ก็ยังพูดจาหยาบคายออกมาได้ไม่อายปาก ฉันต้องยิ้มให้เธอด้วยรึไง?"
ชาวบ้านบางคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
หนิงชิงเฟิ่งพูดแบบนั้น หนิงหรานไม่โกรธก็แปลกแล้ว
เมื่อหนิงชิงเฟิ่งได้ยินเสียงซุบซิบเหล่านี้ เธอโมโหจนแทบจะกระอักเืตาย
นังเด็กชั้นต่ำนี่ตีคนแล้วยังมีหน้ามาแถอีกเหรอ?