ตุ้บ!!
เสียงหนึ่งดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในถ้ำโนบลินที่ช่วยพยุงเรซซึ่งาเ็จากการเข้าไปช่วยเหลือบันทรุดร่างลงกับพื้นอย่างหมดแรงภาพของสเนกอนงูั์ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นถ้ำนั้นเป็เหมือนฝันที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็จริงความรู้สึกที่เหมือนเก็บกู้ชีวิตกลับมาจากมือมัจจุราชได้นั้นมันช่างยากเย็นที่จะบรรยายออกมา
พอลและแอลต่างยันร่างขึ้นมาจากพื้นอย่างยากเย็นกล้ามเนื้อแทบทุกส่วนปวดตึงไปหมดจากการออกแรงที่มากเกินขีดจำกัดของร่างกายแต่ถึงอย่างนั้น..ความห่วงใยในชีวิตเพื่อน ๆ ก็ยังเป็แรงผลักดันให้ลุกขึ้นมาจนได้
“โนบลิน เรซ บันเป็ยังไงบ้าง!” พอละโถามขึ้น
“อะ..เอ่อ..ฉันไม่เป็ไร”โนบลินะโตอบ “แต่เรซาเ็แล้วบันก็สลบไปแล้ว”
“ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงใช่ไหม?”แอลถามขึ้นมาบ้างเรซจึงเงยหน้าขึ้นไปพยักหน้าให้กับเพื่อนแถมด้วยรอยยิ้มที่บ่งบอกว่าสบายดี
หลังจากเหตุการณ์เผชิญหน้ากับงูั์สเนกอนผ่านพ้นไปเด็ก ๆกลับมารวมกลุ่มกันนั่งพักที่ผนังถ้ำพร้อมทั้งนำยาเม็ดฟื้นฟูขึ้นมากินเพื่อรักษาอาการาเ็กล้ามเนื้อและบรรเทาอาการเหนื่อยล้า
“เฮ้อ..เหนื่อยเป็บ้าเลย”พอลบ่นขึ้นอย่างอ่อนล้า “ฉันยังไม่เคยออกแรงมากมายขนาดนี้มาก่อนเลยเ้าสเนกอนนี่มันอึดเป็บ้านเลย นี่ขนาดเป็แค่สัตว์ร้ายระดับกลางยังโหดขนาดนี้ถ้าเราเจอตัวที่เก่ง ๆ กว่านี้คงซี้แหง”ถึงแม้จะเหนื่อยล้าเพียงใดแต่พอลก็ยังคงมีแรงที่จะปากเสียได้เช่นเดิม
“แต่พวกนายก็สุดยอดไปเลยนะทั้งที่ใช้เวทไม่ได้แท้ ๆ แต่ก็ยังเอาชนะสัตว์เวทได้ฉันนับถือเลยจริง ๆ”โนบลินพูดขึ้นมาบ้าง
“แล้วก็..ฉันต้องขอโทษด้วยนะที่พาให้พวกนายต้องมาเสี่ยงอันตรายแบบนี้”
โนบลินก้มหน้าลงอย่างเศร้าๆ ความรู้สึกผิดทั้งหลายต่างประเดประดังถาโถมเข้ามาในจิตใจความรู้สึกไร้ค่าที่ไม่สามารถทำอะไรได้ในสถานการณ์คับขันนั้นทำให้โนบลินรู้สึกคล้ายเป็ตัวถ่วงของเพื่อน ๆ
“เอาน่า..อย่าคิดมากไปเลยรู้ไหมั้แ่ที่มีนายอยู่ฉันสนุกมากเลย ถ้าไม่มีนายในบ้านเด็กกำพร้าด้วยป่านนี้พวกฉันสี่คนก็คงได้แต่วิ่งเล่นไปเรื่อยเปื่อยแต่พอมีนายเข้ามาสอนให้พวกเราได้เรียนรู้อะไรตั้งหลายอย่างแล้วยังสอนวิธีต่อสู้ให้อีกแค่นี้ฉันก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วเพราะอย่างนั้นนายอย่าคิดมากเลย” เรซหันมาพูดกับโนบลินอย่างจริงจัง
“ห๊าววววฉันง่วงแล้วล่ะ ขอนอนตามเ้าสามตัวนั้นก่อนละกัน นายเองก็นอนพักผ่อนด้วยสิ”พอลแกล้งหาวแก้เขิน
“อื้ม”โนบลินพยักหน้ารับจากนั้นจึงจัดแจงพื้นที่ให้พอนอนได้แล้วก็หลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเหนื่อยล้า
เวลาผ่านไปนานพอลสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลังจากที่ได้กลิ่นหอมของเนื้อย่างเขาดีดตัวขึ้นจากพื้นถ้ำและมองไปรอบ ๆ เพื่อหาที่มาของกลิ่นอันหอมหวนยั่วน้ำลายนี้จนเมื่อหันไปทางร่างของสเนกอน พอลก็ได้เห็นภาพของเพื่อน ๆทั้งสี่ที่นั่งล้อมวงกันรอบกองไฟกองเล็ก ๆที่มีเนื้อสัตว์บางอย่างเสียบไม้ย่างอยู่้าส่งกลิ่นหอมฉุยไปทั่ว
“นี่พวกนายกะจะกินไม่แบ่งฉันหรือไงกัน” พอละโออกมาอย่างไม่พอใจที่เพื่อน ๆพากันนั่งล้อมวงย่างเนื้อแล้วปล่อยให้เขานอนหลับอยู่คนเดียว
“แหมทำเป็งอนไปได้น่าพอลก็พวกเราเห็นนายนอนหลับสนิทอย่างนั้นเลยยังไม่อยากกวนเวลานอนของนายไงแล้วนี่เราก็เตรียมส่วนของนายเอาไว้ให้แล้วนี่ไงใกล้จะได้ที่แล้วนายจะนั่งบ่นอยู่ตรงนั้นหรือจะลุกขึ้นมากินด้วยกันล่ะ” บันได้ทียั่วเพื่อนร่างบึ้กก่อนจะหันไปหัวเราะกับเพื่อนๆ ที่อยู่รอบกองไฟ
“มาเถอะพอลกินเนื้อย่างเอาแรงก่อนเมื่อวานนายคงใช้แรงไปเยอะกับการจัดหารเ้างูั์นี่ฉันทำส่วนของนายไว้ให้มากกว่าคนอื่น ๆ เลยนะเนี่ย”
เรซพูดขึ้นมาพลางยกไม้ที่ใช้ย่างเนื้อขึ้นมาให้พอลเห็นหยดน้ำมันจากเนื้อที่ถูกความร้อนอย่างพอเหมาะ สีสันเกรียมนิด ๆความหนานุ่มของเนื้อที่แค่เห็นก็นึกถึงััแรกที่กัดเข้าไปอย่างเต็มคำได้เป็อย่างดีพอลเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้ารีบลุกขึ้นไปหยิบเอาเนื้อย่างในมือเรซมากัดเข้าไปคำโต
“หื้อ!!”พอลส่งเสียงร้องในลำคอเพราะปากของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยเนื้อย่างชิ้นโต
“เป็อะไรไปพอลร้อนเหรอ?”โนบลินถามขึ้น
“อ่าว”พอลส่ายหน้าอย่างเร็วและตอบทั้งที่เนื้อชิ้นโตยังอยู่ในปาก “อะ อ่อย อ้าก เอย”พอลตอบแค่นั้นแล้วก็ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการจัดการเนื้อย่างในมือ
เห็นอย่างนั้นทุกคนจึงลงมือจัดการเนื้อย่างในส่วนของตัวเองด้วยเหมือนกันรสชาติของมันนั้นสุดที่จะบรรยายออกมาความนุ่มของเนื้อััที่รู้สึกได้ั้แ่การกัดคำแรกความหวานฉ่ำของน้ำมันที่แทรกอยู่ในเนื้อซึ่งละลายออกมาเมื่อโดนความร้อนนั้นให้ความรู้สึกกลมกล่อมมากว่าความเลี่ยน แรงดีดสะท้อนของเนื้อที่สุกกำลังดีทำให้การเคี้ยวแต่ละครั้งนั้นเป็ความสุขที่สุดยอดจนทุกคนได้แต่นั่งเงียบกันไป
“สุดยอด!”
จนเมื่อเนื้อย่างคำสุดท้ายหมดลงบันจึงได้ระบายความรู้สึกข้างในออกมาอย่างมีความสุขความรู้สึกเมื่อยล้าที่ผ่านมาทั้งหมดแทบจะหายเป็ปลิดทิ้ง เด็ก ๆ ต่างพากันยิ้มปริ่มรับความสุขจากรสชาติอันสุดยอดที่ัั
“ถึงในชีวิตนี้ฉันจะเคยกินเนื้ออย่างมาไม่กี่ครั้งแต่ฉันกล้ารับประกันเลยว่านี่เป็เนื้อย่างที่อร่อยระดับต้น ๆ ของโลกนี้แน่นอน”พอลพูดออกมาอย่างมีความสุข
“เกินไปแล้วพอลเพราะที่ผ่านมานายเคยกินแค่เนื้อเซบัปย่างล่ะสิถึงได้บอกว่านี่คือเนื้อย่างรสเลิศขนาดนั้นฉันว่าโนบลินคงจะเคยกินสารพัดเนื้อย่างมานักต่อนักแล้วไอเนื้องูั์นี่คงจะธรรมดาไปเลยใช่ไหมโนบลิน”บันไม่วายพูดขัดพอลแล้วยังหันไปขอความเห็นจากโนบลินเพื่อเสริมคำพูดของตัวเองอีกทาง
“เอ่อ..จริง ๆ แล้วฉันก็ไม่ค่อยได้กินเนื้อย่างแบบนี้ซักเท่าไหร่หรอกนะ”โนบลินตอบอย่างเขิน ๆ พลางเกาหัวแกรก ๆ
“ห๊ะ..อะ..อ่ะอย่างนั้นหรอกเหรอ” บันถามอย่างเหวอ ๆ เพราะไม่คิดว่าโนบลินจะตอบมาอย่างนั้น
“ก็นะ..ก่อนหน้านี้ฉันยังเด็กน่ะกลุ่มคนที่เลี้ยงฉันมาเขายังไม่ให้กินเนื้อเท่าไหร่ฉันได้กินแค่ผลไม้กับพืชสมุนไพรท่านั้นแหละ เพิ่งจะได้ลองกินเนื้อก็ตอนอายุเกือบ ๆห้าขวบแล้ว แต่ไม่นานก็ถูกเ้าพวกอาลันตาเข้าโจมตีฉันก็เลยเคยลิ้มรสเนื้อย่างมาไม่กี่ชนิดเท่านั้นเองแล้วเนื้อที่ฉันเคยกินก็มีแต่เนื้อสัตว์ร้ายทั้งนั้น เนื้อสัตว์เวทมนต์ย่างแบบนี้ฉันก็เพิงจะเคยกินเป็ครั้งแรกเหมือนพวกนายนั่นแหละ”โนบลินเล่าให้เพืื่อน ๆ ฟัง
“อืม อย่างนี้นี่เอง”เรซพูดเป็เชิงเข้าใจที่โนบลินพูด
“แต่ฉันได้ยินมาว่าเนื้อสัตว์เวทนอกจากจะมีรสชาติดีแล้วยังช่วยในการฟื้นฟูพลังด้วยนะแถมยังช่วยเสริมสร้างพลังเวทมนต์ของนักเวทอีกต่างหากเสียดายที่ร่างกายพวกนายยังไม่สามารถดูดซับพลังเวทได้อีกไม่นานพลังพวกนั้นคงรั่วไหลออกไปหมด แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี”
คำอธิบายของโนบลินทำให้เด็กๆ คนอื่นต่างทำหน้าเสียดายกันไปตาม ๆ กันเพราะอีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้นพวกเขาก็จะอายุครบสิบปีและร่างกายก็จะเริ่มสร้างสารธารเวทเพื่อรับเอาพลังงานเวทไว้ในร่างกายได้พอได้ยินว่าพลังงานเวทมนต์ที่ได้จากเนื้อสเนกอนนี้ต้องรั่วไหลออกไปอย่างไร้ประโยชน์แบบนี้ก็อดเสียดายไม่ได้
“แล้วอีกอย่าง..”โนบลินอธิบายเพิ่มเติม
“เนื้อของสัตว์เวทแบบนี้เขาไม่ค่อยเอามาย่างกินกันหรอกนะ เพราะมันราคาแพงมากแต่ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันจะขายได้เท่าไหร่แต่เคยได้ยินว่าเนื้อของสัตว์เวทจะมีค่ามากกว่าเนื้อของสัตว์ร้ายอย่างน้อย ๆก็เก้าถึงสิบเท่า”
พรูด!!
ทันทีที่ได้ยินสิ่งที่โนบลินบอกแอลที่กำลังยกขวดน้ำที่เตรียมมาขึ้นดื่มก็พ่นน้ำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ถ้าเป็ไปตามที่โนบลินบอก เนื้อของสัตว์ร้ายที่พวกเขารู้จักก็คือเซบัปมันมีราคาถึงกิโลละหนึ่งเหรียญทองถ้าอย่างนั้นเนื้อของเ้าสเนกอนนี่มันก็ราคากิโลละสิบเหรียญทองเลยสิ
“ทะ..ที่นายบอกว่ามันราคาสูงกว่าเนื้อสัตว์ร้ายเกือบๆ สิบเท่านี่จริงเหรอ” แอลถามขึ้นมาอย่างไม่อยากเชื่อ
“ก็ถ้าเทียบระหว่างสัตว์ร้ายระดับเดียวกันคุณค่ามันก็จะต่างกันประมาณนี้แหละอย่างเซบัปที่เราเคยเอาไปขายมันเป็สัตว์ร้ายระดับต่ำราคากิโลละหนึ่งเหรียญทองถ้าเราเอาเนื้อสัตว์เวทไปขายก็น่าจะได้ราคาประมาณเก้าถึงสิบเหรียญทองแหละ”โนบลินอธิบายง่าย ๆ
“ถ้าอย่างนั้นเนื้อสเนกอนนี่มันก็ราคากิโลละสิบเหรียญทองเลยนะสิ”พอลถามขึ้นอย่างใสุดขีด
“ไม่น่านะ”โนบลินปฏิเสธ
“เฮ้อ..โล่งอกไปทีฉันละนึกว่าตัวเองกินเนื้อย่างราคากิโลละสิบเหรียญทองไปซะแล้วถ้าเป็อย่างนั้นละเสียดายแย่เลย” พอลพูดขึ้นมาอย่างโล่งใจทำให้เพื่อน ๆต่างก็ทำหน้าคลายใจลงไปด้วยเหมือนกัน
“ฉันหมายถึงจะเอาสเนกอนไปเทียบกับเซบัปมันก็ไม่ค่อยถูกนักเพราะเ้างูนี่มันเป็สัตว์ร้ายระดับกลางมาก่อนที่จะพัฒนาเป็สัตว์เวทเพราะฉะนั้นตอนที่เราจัดการมันได้มันได้กลายเป็สัตว์เวทระดับกลางแล้วเพราะอย่างนั้นราคาของมันน่าจะสูงกว่าเนื้อเซบัปซักสิบห้าถึงสิบหกเท่าได้นะ”โนบลินเปรียบเทียบให้เพื่อน ๆ ฟังอย่างง่าย ๆ
พรูด!!!
เสียงน้ำที่พุ่งกระจายออกจากปากของแอลที่กำลังจะดื่มน้ำอีกครั้งกิโลละสิบห้าสิบหกเหรียญทอง? แล้วเมื่อกี้พวกเขากินกันไปอย่างอิ่มหนำสำราญไม่รู้ว่ากินกันไปเท่าไหร่แล้วแค่คิดก็ให้รู้สึกอยากจะล้วงเอาเนื้อย่างที่กินไปออกมาล้างน้ำเสียให้ได้
“ถะ..ถ้าอย่างนั้นเมื่อกี้ที่เรากินกันไปมันไม่เกินร้อยเหรียญทองเลยหรือไงกันโนบลิน”เรซถามออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ก็น่าจะประมาณนั้นละมั้ง”โนบลินตอบอย่างไม่คิดอะไร
“ไอ้เ้าบ้าทำไมไม่บอกกันก่อนเล่าถ้ารู้ก่อนฉันจะยอมทนหิวแล้วเก็บเนื้อพวกนั้นไปขายเอาเงินซะยังดีกว่าเอามาย่างกินแบบนี้โถ่เอ๊ย เสียดายเป็บ้า” พอลโวยวายโนบลินที่ไม่ยอมบอกเื่นี้ก่อน
“เอาน่า ๆก็ฉันเห็นพวกนายออกแรงกันไปซะขนาดนั้นก็ต้องได้รับอะไรตอบแทบบ้างแล้วฉันเห็นว่าเนื่อสเนกอนมันช่วยเื่ฟื้นฟูร่างกาย ก็เลยแนะนำให้กินแล้วที่สำคัญ” โนบลินหันไปทางร่างของสเนกอนที่ยังนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
“เนื้อของสเนกอนที่เหลืออยู่นี่ฉันว่าพวกเราเก็บกันไปไม่หมดหรอกมั้ง” โนบลินพูดขึ้นหลังจากกวาดสายตามองร่างของงูั์สเนกอนที่นอนอยู่บนพื้น
“อืมจะว่าไปที่นายพูดมันก็ถูกอะนะ ฮ่า ๆ ๆ”พอลหัวเราะแก้เขินที่โวยวายใส่โนบลินไปก่อนหน้านี้
“แล้วเราจะเอายังไงกันต่อล่ะโนบลิน”แอลถามขึ้นมาทำให้สายตาของเพื่อน ๆ ต่างหันมามองเ้าคนเ้าแผนการตรงหน้า
“อืม ฉันว่าเราคงต้องช่วยกันแยกเก็บชิ้นส่วนของสเนกอนกันก่อนแล้วค่อยออกตามหาผลึกเวทกันต่อแล้วค่อยกลับบ้านฉันภาวนาขออย่าให้ต้องเจอเ้าตัวปัญหาแบบเ้างูั์นี่อีกเลยแค่นี้เราก็หายออกจากบ้านมานานจนคุณลอเลนซ์คงเป็ห่วงแน่แล้ว”
หลังจากได้ฟังแผนการของโนบลินเด็กๆ ต่างก็เห็นด้วยจึงรีบพากันชำแหละร่างของงูั์เพื่อเก็บชิ้นส่วนที่สำคัญของมันกันอย่างแข็งขัน
เด็ก ๆช่วยกันเก็บเนื้อและเืของสเนกอนกลับไปก่อน ในขณะที่หนังและกระดูกของมันนั้นเด็ก ๆ เลือกที่จะแยกออกไปซ่อนในโพรงถ้ำเพื่อที่จะได้มานำกลับออกไปในภายหลัง
“เอาล่ะ ฉันว่าเท่านี้น่าจะพอแล้วล่ะเรายังต้องเหลือที่ว่างไว้เผื่อผลึกเวทมนต์ที่อาจจะเจออีกเพราะอย่างนั้นเอาไปแค่นี้ก็พอ”โนบลินบอกเพื่อน ๆ ที่กำลังพยายามยัดเนื้อของสเนกอนเข้าไปในกระเป๋าให้ได้มากที่สุด
“อืมถ้านายว่าอย่างนั้นก็ได้”บันตอบอย่างเสียดายเนื้อที่เหลือแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทิ้งไว้อย่างนั้นเพราะพื้นที่ในกระเป๋าเต็มไปแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ออกตามหาผลึกเวทกันต่อดีกว่านะโนบลิน”เรซชักชวนเด็ก ๆ ทุกคนจึงออกเดินทางค้นหาผลึกเวทต่อไป
“อ๊ะ”ผ่านไปนับชั่วโมงนับจากที่พวกเด็ก ๆ ออกค้นหาผลึกเวทมนต์โนบลินก็ร้องขึ้นอย่างใเมื่อมองเห็นอะไรบางอย่าง
“มีอะไรหรือโนบลิน”บันถามขึ้นอย่างสงสัย
“ฉันว่าเราเจอแล้วล่ะ”โนบลินตอบอย่างตื่นเต้น
“ไหน ๆ ๆ ๆเจออะไรขอดูหน่อย” พอลเอะอะโวยวายมาดูว่าที่โนบลินพูดถึงนั้นคืออะไร
“ฉันว่าในในช่องนี้น่าจะมีผลึกเวทอยู่นะเพราะข้างหน้ามีแต่หญ้าเวทมนต์เต็มไปหมดเลย”โนบลินอธิบายพร้อมกับชี้ไปที่พื้นซึ่งเต็มไปด้วยหญ้าเวทมนต์เกลื่อนกลาดไปทั่วพื้นที่
“อย่างนั้นเราเข้าไปดูกันเถอะ”เรซชวนเพื่อน ๆ เข้าไปข้างในซอกถ้ำที่โนบลินคาดว่าจะมีผลึกเวทอยู่
พอลได้ยินดังนั้นไม่รอช้าเดินแหวกกลุ่มเพื่อนแล้วเดินนำไปก่อนคนอื่น ๆ จึงพากันเดินตามเข้าไปด้วยความระมัดระวัง
“นะ..นี้ไง”โนบลินพูดขึ้นมาพลางชี้ไปที่มุมด้านหนึ่งของถ้ำซึ่งมีผลึกสีม่วงอมฟ้าเกาะติดอยู่ตามพื้นและผนังถ้ำเต็มไปหมดพวกมันส่องแสงสีม่วงอ่อน ๆ ออกมาจนเกิดเป็ละอองแสงสีม่วงสวยงาม
“นั่นน่ะเหรอผลึกเวทมนต์่สวยงามเหลือเกิน” บันรำพึงรำพันออกมาอย่างลืมตัว
“นี่แหละผลึกเวทมนต์ที่พวกเราตามหาในที่สุดก็เจอแล้ว” โนบลินหันไปบอกกับเพื่อน ๆซึ่งตอนนี้เก็บซ่อนสีหน้าตื่นตาตื่นใจเอาไว้ไม่มิด
“ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปเก็บกันเลยดีไหม”พอลถามขึ้นมาอย่างตื่นเต้นพลางหันมาขอความเห็นจากโนบลิน
“อื้ม”โนบลินพยักหน้าเป็เชิงให้สัญญาณกับเพื่อน ๆ ให้เริ่มเก็บผลึกเวทมนต์ได้
...ในที่สุดความพยายามที่จะตามหาผลึกเวทมนต์ก็สำเร็จขึ้นมาจนได้...