ลูกสะใภ้เล่นชู้กับพ่อผัว

    ตอนที่ 35: สุสานคนบาปและวาระสุดท้าย

    เวลาล่วงเลยไปอีกหนึ่งเดือน ความตายก้าวเดินกระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะจิต ร่างกายของวรุตม์เข้าสู่ภาวะเสื่อมโทรมอย่างรุนแรงขั้นวิกฤต มะเร็งตับและตับแข็งระยะสุดท้ายแสดงอาการอย่างโหดเหี้ยมและไร้ความปราณี ผิวพรรณและดวงตาของอดีตหมอใหญ่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มอย่างน่ากลัวเนื่องจากภาวะดีซ่าน ช่องท้องของเขาบวมปูดเป่งเนื่องจากภาวะท้องมานน้ำค้างขัง ร่างกายท่อนบนผ่ายผอมลงจนกระดูกซี่โครงโผล่ขึ้นมาเห็นเด่นชัดเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก แทบไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพยุงตัวเองลุกขึ้นจากฟูกที่นอนบนพื้นห้องเช่ารูหนูได้อีกต่อไป เขามักมีอาการเจ็บปวดกระดูกอย่างรุนแรงและปวดท้องด้านขวาบนเนื่องจากเนื้องอกร้ายรุกรานทำลายเนื้อตับจนเกือบหมดสิ้น วรุตม์ไอแห้งสลับกับมีลิ่มเลือดเหนียวสีน้ำตาลดำปะปนออกมาเป็นระยะๆ ในยามค่ำคืนที่ลมพัดแรง เขามักจะตื่นขึ้นมาด้วยพิษไข้ ร้องครวญครางพรึมพำเรียกชื่อลูกชายพชรบ่อยครั้งด้วยความเสียใจสลดใจ ร่างกายของอดีตผู้อำวยการแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลในอดีต บัดนี้กลายเป็นเพียงซากชีวิตที่รอวันแตกดับอยู่บนฟูกนอนเก่าซอมซ่อในห้องเช่ารูหนูชานเมือง บางคืนเขามีอาการคลุ้มคลั่งจากภาวะพิษแอมโมเนียคั่งในสมอง (Hepatic Encephalopathy) ละเมอเพ้อพร่ำหาอดีตที่เคยอยู่ในห้องผ่าตัดสะอาดสะอ้าน ร้องตะโกนสั่งยาพยาบาลเสียงสั่น จนอัญชิสาต้องรีบเข้ามาโอบกอดลูบหน้าอกปลอบประโลมระงับสติอารมณ์ หล่อนต้องคอยเอาน้ำชุบสำลีแตะริมฝีปากที่แห้งผากระแหงของเขาเพื่อบรรเทาความกระหายอย่างทะนุถนอม สภาพห้องเช่ามีกลิ่นอับของฝุ่นผงและกลิ่นอายคนป่วยชวนระทดท้อใจอย่างที่สุด ในซอกมุมกำแพงมีน้ำฝนรั่วซึมลงมาตามฝ้าปูนที่แตกร้าว อัญชิสาต้องคอยนำกะละมังพลาสติกมารองรับน้ำฝน เสียงหยดน้ำกระทบก้นกะละมังดังเปาะแปะตลอดคืนตอกย้ำความลำบาก


    อัญชิสากลายเป็นผู้ดูแลข้างกายเพียงคนเดียวของเขา หล่อนตื่นนอนแต่เช้าตรู่เพื่อเดินทางไปตลาดสดเก่าสลัม ซื้อข้าวสารและเศษเนื้อปลามาต้มเป็นข้าวต้มเหลวป้อนส่งช้อนประคองให้เขา หล่อนต้องประคองร่างผอมบางช้อนหัวเขาขึ้นมาสูงๆ คอยพยุงแก้วน้ำพลาสติกป้อนยาแก้ปวดตามรอบเวลา หล่อนเฝ้ามองอดีตศัลยแพทย์ประสาทผู้เคยสั่งการห้องผ่าตัดขนาดใหญ่อย่างอเนจอนาถใจ บัดนี้แม้แต่การจับช้อนตักอาหารเข้าปากตัวเองยังทำไม่ได้ มือหนาที่เปี่ยมพลังในวันวานกลับสั่นระริกสะท้านจนช้อนเคาะถ้วยดังแก๊งๆ ก่อนจะทำข้าวต้มหกเปรอะเปื้อนเสื้อยืดตัวเก่า หล่อนต้องคอยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาเช็ดคราบอาหารออกจากริมฝีปากและคางของเขาอย่างแผ่วเบาด้วยความนุ่มนวล หล่อนต้มข้าวต้มด้วยเตาแก๊สปิคนิคขนาดเล็กที่มุมห้อง เสียงฟู่ของแก๊สและไอร้อนระเหยขึ้นมาเกาะหน้าต่างบานเกร็ดสะท้อนถึงสภาพชีวิตสลัมชานเมืองอันขมขื่น ท้องฟ้าภายนอกครึ้มฝนและมีเสียงฟ้าร้องครืนครั่นตลอดเวลาคล้ายดนตรีโศกเศร้า หล่อนช่วยทำความสะอาดแผลกดทับที่ขยายวงกว้างตามข้อศอกและก้นบึงของเขาช้าๆ ด้วยก้านสำลีเปื้อนแอลกอฮอล์และยาทาฆ่าเชื้อ ยามที่สำลีเปื้อนน้ำยาซับลงบนปากแผลเหวอะหวะช้ำเลือดที่บริเวณกระดูกก้นกบและกระดูกสะบักไหล่ วรุตม์จะกระตุกเกร็งกายครางซี๊ดเบาๆ ขบฟันเกร็งสะกดความเจ็บแสบปวดร้าวอย่างแสนสาหัส อัญชิสาเป่าลมหายใจอุ่นๆ ชโลมปากแผลให้เขาแผ่วเบากระซิบประโลมปลอบโยน: "อดทนหน่อยนะคะคุณหมอ... อัญญ์จะเช็ดแผลเบามือที่สุดค่ะ... เจ็บตรงไหนบอกอัญญ์นะคะ..." หล่อนประคองท่อนขาลีบแบนของเขาขยับเปลี่ยนท่านอนทุกๆ สองชั่วโมงเพื่อป้องกันไม่ให้ปากแผลกดทับเน่าเปื่อยลุกลามไปมากกว่านี้


    ทว่าในเช้าวันหนึ่งที่ดวงอาทิตย์โผล่พ้นม่านเมฆสลัว ส่องแสงแดดอ่อนๆ สีทองตัดผ่านความชื้นแฉะของสายฝน วรุตม์ขยับลืมตาขึ้นมองอัญชิสาด้วยความแจ่มใสแปลกประหลาดเสมือนเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของสติสัมปชัญญะก่อนหมดลมหายใจ (Lucid Interval) ร่างกายที่เคยนอนนิ่งไร้เรี่ยวแรงพลันขยับเขยื้อนได้เล็กน้อย เขาจ้องมองใบหน้าซูบซีดของอัญชิสาแล้วเอ่ยวิงวอนเสียงแหบพร่าด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่


    "อัญญ์... พยุงฉันไปสุสานของพีทที... ฉันอยากกราบขอขมาลูก... ก่อนที่ฉันจะไม่มีโอกาสลุกขึ้นมาพูดคุยกับเธออีกต่อไปแล้ว... ขอร้องล่ะนะอัญญ์ พ่ออยากขอขมาลูกชายสุดที่รักของพ่อ... ขอขมาความผิดบาปที่พ่อก่อ"


    อัญชิสาน้ำตาไหลพราก หล่อนประคองพยุงร่างซากชีวิตเดินได้ของวรุตม์ขึ้นรถแท็กซี่คันเก่าอย่างทุลักทุเล ก่อนออกเดินทางหล่อนต้องช่วยจัดแจงหิ้วกระเป๋าใบเล็ก ใส่ยาลดปวดและขวดน้ำดื่ม คอยจัดเสื้อผ้าที่หลวมโคร่งของวรุตม์ให้เข้าที่เข้าทาง พยุงร่างผอมแห้งประคองเดินก้าวลงบันไดตึกเช่าทีละขั้นอย่างช้าๆ วรุตม์เอนเอียงทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนบ่าบางของหล่อนอย่างหมดสภาพ หล่อนพยายามประคองเขาขึ้นรถแท็กซี่คันเก่าริมถนนทางวิ่ง เดินทางมายังสุสานของตระกูลวรวงศ์ตระการชานเมือง ตลอดเส้นทางอันยาวนาน รถแท็กซี่แล่นผ่านย่านใจกลางเมือง ย่านที่ทำงานเก่าของวรุตม์ และโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่เขาเคยทำงานและดำรงตำแหน่งใหญ่โต ในช่วงที่รถหยุดรอสัญญาณไฟแดง วรุตม์ชำเลืองสายตามองป้ายบิลบอร์ดโฆษณาด้านนอก เห็นภาพถ่ายประชาสัมพันธ์เก่าของโรงพยาบาลที่มีรูปของเขาในฐานะแพทย์สมองชื่อดังยิ้มแย้มอย่างสง่างาม เขาหันกลับมามองฝ่ามือที่สั่นเทา ผิวหนังเหี่ยวแห้งเป็นสีเหลืองเข้มด้วยความรู้สึกสลดหดหู่ใจและคลื่นเหียนอยากอาเจียน ทุกย่างก้าวในอดีตที่เคยสง่างาม บัดนี้กลายเป็นเพียงภาพฝันเลือนลาง ทุกครั้งที่ล้อรถยนต์กระแทกกับหลุมบ่อ วรุตม์จะกระตุกเกร็งกายครางซี๊ดด้วยความเจ็บปวดจากมะเร็งที่ลุกลาม อัญชิสาได้แต่นอนกอดก่ายโอบไหล่ของเขาไว้ คอยประคองพยุงศีรษะของเขาไว้แนบอกเพื่อซับแรงกระแทกจากถนนที่ขรุขระริมทางรถวิ่ง หล่อนกุมมือสั่นสะท้านของเขาไว้แน่นคอยบอกให้เขาอดทนประคองสติไว้


    สุสานแห่งนี้คือที่เก็บศพอันยิ่งใหญ่และหรูหราของตระกูลวรวงศ์ตระการ แท่นหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีราคาหลายล้านบาทที่วรุตม์เคยควักกระเป๋าจ่ายเงินจัดสร้างในสมัยที่เขายังมีเกียรติยศและอำนาจล้นฟ้า บนผนังศิลาจารึกด้านหลังมีรายชื่อบุคคลในตระกูลวรวงศ์ตระการสลักเรียงรายไล่ตระกูลสืบสายเลือดมาหลายรุ่น ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นแพทย์ใหญ่ ศัลยแพทย์ และบุคคลสำคัญในแวดวงชนชั้นสูง ทว่าบัดนี้ชื่อของรองศาสตราจารย์นายแพทย์วรุตม์กลับถูกขูดลบและละทิ้งไว้ ท้องฟ้าเบื้องบนครึ้มฝน ลมพัดใบสนและต้นสนสองข้างทางส่งเสียงหวีดหวิวชวนสลดใจ ป้ายสุสานหินอ่อนของพีทประดับด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ของลูกชายในชุดรับปริญญาแพทย์สีขาวขลิบทอง ช่างดูสง่างามและเปี่ยมด้วยอนาคตที่ดับสูญไป วรุตม์ไม่มีสิทธิ์ได้รับการฝังร่างที่นี่เคียงข้างลูกชายอีกต่อไปแล้วเนื่องจากถูกเพิกถอนชื่อออกจากทำเนียบตระกูลวรวงศ์ตระการอย่างไร้เศษเสี้ยว


    อัญชิสาใช้ผ้าชุบน้ำคอยเช็ดทำความสะอาดฝุ่นผงบนป้ายสุสานของพีทอย่างเบามือ หล่อนลูบไล้รูปถ่ายใบหน้ายิ้มแย้มของพชรด้วยน้ำตาที่เอ่อล้น หล่อนจำรอยยิ้มแสนอบอุ่นและความอ่อนโยนของเขาได้ดี ชายหนุ่มผู้บริสุทธิ์ที่ต้องมาจบชีวิตเพราะไฟตัณหาของพ่อและคู่หมั้น


    วรุตม์ก้าวเท้าเดินโซเซโดยมีอัญชิสาคอยพยุงก้าวผ่านพื้นหญ้าเปียกชื้น ก่อนล้มพับลงคุกเข่าต่อหน้าแผ่นหินสลักรูปถ่ายใบหน้ายิ้มแย้มสดใสของ 'พชร (พีท)' ลูกชายผู้ล่วงลับ เขาลูบแผ่นหินอ่อนสีขาวและร้องไห้โฮจนน้ำตาปนลิ่มเลือดสีเข้มไหลหยดรดพื้นหินอ่อน คราบฝุ่นผงบนหินอ่อนเปรอะเปื้อนฝ่ามือสั่นเทาเหี่ยวแห้ง อัญชิสาคุกเข่าพนมมือไหว้ข้างเขาแผ่วเบา ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดผวาและความรู้สึกผิดบาปหนาแน่น


    "พีท... พ่อขอโทษ... พ่อมันชั่วช้า... พ่อทำลายชีวิตลูก... พ่อแย่งคนรักของลูก... พ่อสร้างตราบาปที่บดขยี้อนาคตของหนู... พ่อสมควรตกลงนรกอเวจีชั่วนิรันดร์..." วรุตม์กราบศีรษะลงบนพื้นดินกรวดเย็นเยือก ร้องไห้โฮจนตัวโยนและกระอักไอเป็นเลือดสดเปรอะเศษพื้นหินอ่อนรอบป้ายวิญญาณของลูกชายสุดที่รักอย่างน่าเวทนาและหมดรูปศักดิ์ศรีหมอใหญ่


    ทันใดนั้น เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังก้าวสลับเข้ามาใกล้ ทั้งสองหันไปพบกิ่งแก้วที่สวมชุดเดรสไว้อาลัยสีดำสนิท ถือช่อดอกไม้สดเดินทางมาเคารพศพลูกชายเช่นกัน มีคนขับรถยืนกางร่มสีดำให้หล่อน กิ่งแก้วหยุดชะงักมองดูภาพอดีตสามีร่างผอมแห้งสีเหลืองดีซ่านและชู้รักสะใภ้ด้วยแววตาเฉยเมยเย็นชาชวนหนาวเหน็บ ไร้น้ำตา ไร้ความกริ้วกราดโกรธแค้น มีเพียงความว่างเปล่าที่แท้จริงในดวงตาคู่สวย


    กิ่งแก้วสบสายตาจ้องมองวรุตม์ด้วยหัวใจที่แห้งเหี่ยวและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่สะกดอารมณ์คนฟังให้หยุดกึก


    "ฉันเคยยกย่องบูชาแกในฐานะสามีที่ดีและพ่อผู้สง่างามของลูก... ยอมอดทนสร้างชื่อเสียงโรงพยาบาลร่วมกับแกมาตั้งยี่สิบห้าปี... ตอนนี้แกนอนเกลือกกลิ้งฝุ่นหินอ่อนซมซานเหมือนหนอนตัณหา แกพยายามเอารอยชู้ของแกมาเคารพศพพีท มันคือการละเมิดความดีงามครั้งสุดท้ายของลูกชายฉัน... มันสายไปแล้ววัธน์... พีทรักและเทิดทูนแกมากนะ เขาอยากก้าวเดินตามรอยแกเป็นแพทย์ผ่าตัดช่วยเหลือผู้คน แต่แกกลับใช้ความเป็นพ่อยัดตราบาปร่วมประเวณีใส่ว่าที่ลูกสะใภ้จนหัวใจลูกชายแหลกสลายดิ่งลงตึก... คืนที่พีทตาย ฉันต้องนั่งกอดเสื้อผ้าและสูดดมกลิ่นของลูกร้องไห้จนแทบจะสิ้นใจตามลูกไป... แกทำลายชีวิตของฉันและพีทจนไม่เหลือเศษชิ้นดี... ต่อให้แกเอาชีวิตสกปรกเน่าเฟะของแกกับนังชู้รักสะใภ้มาคุกเข่ากราบกวาดพื้นร้อยครั้ง พันครั้ง พีทก็ไม่มีวันฟื้นขึ้นมากอดฉันได้อีก... จงทนทุกข์และจมอยู่กับบาปที่พวกแกสองคนช่วยกันก่อจนวันตายเถอะ สัปดาห์นี้ฉันยื่นเรื่องยึดทรัพย์และขายคฤหาสน์ของพวกเราคืนทั้งหมดแล้ว เอาเงินไปตั้งตึกผู้ยากไร้จิตเวชให้หมดสิ้น แกสองคนไม่มีสิทธิ์เหลือเกียรติยศใดๆ ในโลกนี้อีกแล้ว"


    หล่อนวางดอกไม้สดหน้าป้ายวิญญาณพีทและหันหลังก้าวเดินกลับออกไปขึ้นรถยนต์คันโตอย่างไร้ใยดีโดยไม่หันมามองคนทั้งสองอีกเลย ทิ้งให้เสียงฝีเท้าของหล่อนจางหายไปในความเงียบสงัดของสุสาน ปล่อยให้คนบาปทั้งสองต้องนั่งคุกเข่าจมอยู่ในโคลนแห่งกรรมตามลำพัง


    คำพิพากษาแผ่วเบาแต่เยือกเย็นของเมียหลวงเหมือนมีดแหลมจิ้มแทงขยี้จิตวิญญาณคนบาปสองคนจนแหลกพินาศ วรุตม์และอัญชิสาพยุงร่างกลับมายังห้องเช่ารูหนูยามค่ำคืนด้วยสภาพสะบักสะบอมและสิ้นแรงอย่างสมบูรณ์ ความสิ้นหวังสุดทางและกลิ่นอายความตายที่คลุ้งห้องเช่าตอกย้ำให้รู้ว่านี่คือวาระสุดท้ายของวรุตม์แล้ว


    เมื่อกลับมาถึงห้องพัก วรุตม์ทิ้งตัวลงนอนบนฟูกนอนเก่าอย่างหมดสภาพ ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและแหบพร่า มีเสียงดังครืดคราดในทรวงอกอย่างชัดเจนเนื่องจากภาวะปอดติดเชื้อและน้ำท่วมปอดแทรกซ้อน ดวงตาสีเหลืองขุ่นของอดีตหมอใหญ่กวาดมองใบหน้าของอัญชิสาเป็นครั้งสุดท้ายอย่างอาวรณ์ลึกซึ้ง


    "อัญญ์... ฉันเหนื่อยเหลือเกิน... ลมหายใจของฉันกำลังจะหมดแล้ว..." วรุตม์กระซิบแผ่วเบา ฝ่ามือสั่นระริกเอื้อมไปเกาะกุมมือของอัญชิสาไว้แน่น "ลาก่อนนะ... อัญชิสา... ชดใช้กรรมของพวกเรา... ในโลกนี้ให้จบสิ้นเถอะ... ฝากขอโทษพีท... และอนันต์ด้วยนะ... ฉันรักเธอ... แม้ความรักนี้มันจะเปื้อนคราบโคลนตัณหามากเพียงใดก็ตาม..."


    อัญชิสาร้องไห้สะอื้นโฮอย่างไร้เสียง หล่อนก้มลงจูบหน้าผากที่เย็นชืดและเปียกชื้นเหงื่อของวรุตม์ประคองศีรษะของเขาไว้ในอ้อมแขน สวมกอดร่างที่สั่นเทาของเขาอย่างทะนุถนอม ไม่มีความคิดเรื่อง NC ไม่มีความเร่าร้อนปรารถนาป่าเถื่อนใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงความโศกเศร้าและความรักที่แตกสลายท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องก้องไพรป่าและเสียงลมหนาวพัดโชยลอดประตูช่องเกล็ด


    วรุตม์ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ลมหายใจแผ่วลงและสิ้นสติเข้าสู่ภาวะโคม่าลึกอย่างสงบในอ้อมแขนของสะใภ้ชู้รัก ก่อนที่ตัวเขาจะหยุดหายใจลงอย่างสมบูรณ์แบบในเวลาต่อมา ทิ้งให้อัญชิสานั่งร่ำไห้อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างในความมืดสลัวของห้องเช่ารูหนูชานเมือง ดวงตาเหลืองหม่นของอดีตสามีปิดสนิทลงไปชั่วนิรันดร์ ดับสูญชีวิตของคนบาปลงในอ้อมกอดแสนสิ้นหวังชดใช้ผลกรรมบาปหนา


    ทั้งสองร่างนอนกอดก่ายพึ่งพิงกันเงียบๆ ท่ามกลางความเงียบสงัด บ่วงบาปและตัณหาโสมมที่เคยสร้างขึ้นบัดนี้ดับมอดลงไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่ไร้เกียรติยศและศักดิ์ศรีหลงเหลือ ไม่มีคำสรรเสริญ ไม่มีทางออก มีเพียงความมืดมนและน้ำตารสขมปร่าของคนบาปที่ต้องจมดิ่งชดใช้หนี้กรรมชั่วนิรันดร์กาล ปล่อยให้ความเงียบชโลมดวงใจแหลกเหลวไร้ทิศทางหวนคืนสู่หนทางเดิมชั่วชีวิตกาลนานแสนนาน

    คล้ายกับเรื่องลูกสะใภ้เล่นชู้กับพ่อผัว ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    The Lost Swordsman

    The Lost Swordsman

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    476K 499
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786