หลังกลับมาจากห้องน้ำพบว่าเหลือพนักงานประปราย แต่ละคนกำลังเตรียมตัวจะกลับบ้าน รวมทั้งเพลินด้วยจอมพธูมองนาฬิกาที่ฝาผนัง เห็นว่าเป็เวลาเลิกงานแล้วหล่อนจึงเดินกลับไปที่โต๊ะของตน ลงมือเก็บของอีกพอสมควรที่ยังค้างอยู่
เพลินถือกระเป๋าสะพายเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ“ทีแรกว่าจะรอกลับพร้อมจอมแต่พอดีเราต้องพาพ่อไปหาหมอ ถ้ายังไงเราจะแวะไปหาจอมที่บ้านละกันนะ”
“ไม่เป็ไรหรอกเดี๋ยวเราเก็บของอีกไม่นานก็คงเสร็จ...ขอบใจมากนะเพลิน”
ท้ายประโยคเสียงของจอมพธูสั่นพร่าเล็กน้อยแต่ก็ปรับให้เป็ปรกติอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายก็คงรู้สึกได้จึงพูดปลอบใจเพิ่ม “เห็นทีที่มีคนพูดไว้ว่าคนดีๆอยู่ที่ไหน ตกน้ำก็ไม่ไหล ตกไฟก็ไม่ไหม้ สงสัยมันจะไม่จริงซะแล้วมั้ง”
“เพิ่งรู้ว่าเพลินก็ชอบพูดคำคม”
“มันจริงนี่นา...คุณนำโชคยังพูดกับเพลินเลยว่าจอมไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก ปัญหาที่ลูกค้าไม่พอใจการทำงานมันก็มีถมเถไป แถมรายนี้ เท่าที่ฟังคุณนำโชคเล่า เพลินว่ามันออกจะแปลกไปสักหน่อย”
จอมพธูย้ำความคิดเดิม “จอมตัดสินใจแล้วล่ะ”
เสียงโทรศัพท์ของเพลินดังขึ้นพอดีหล่อนจึงเอ่ยขอตัว...ภายในห้องทำงานนั้นจึงเหลืออีกไม่กี่คนและไม่นานก็ค่อยทยอยกันออกจากห้อง โดยเข้ามาทักทายจอมพธูพอเป็พิธี
สุดท้ายทั้งห้องก็เงียบกริบ...เหลือเพียงแค่หล่อนคนเดียว
หญิงสาวกวาดตามองไปทั่วทั้งห้องรู้สึกใจหายไม่น้อย ที่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไปก็จะไม่มีโอกาสได้กลับเข้ามาอยู่ในบรรยากาศการทำงานที่คุ้นเคยถึงแม้ว่าหล่อนจะทำงานที่นี่ได้ไม่ถึงปี อย่างที่ลูกค้าคนนั้นบอกแต่สำหรับหล่อนแล้ว ระยะเวลาไม่ใช่เื่สำคัญเท่ากับอยู่ที่ไหนแล้วสบายใจหรือไม่
การเปลี่ยนงานมาสามที่ทำให้หล่อนเข้าใจดี ว่าถึงที่สุดแล้ว ถ้าเกิดความอึดอัดใจมันก็คงยากเกินที่จะอยู่ร่วมงานกับผู้อื่นได้ และถึงครานั้นก็จะมีผลกระทบกับงานโดยตรง สู้ออกจากงานเสียแต่ตอนนี้จะได้ยุติปัญหาทั้งหมดเสียแต่เนิ่นๆ
หญิงสาวพิงพนักเก้าอี้ลงอย่างเหนื่อยอ่อนหลับตาลงเบาๆ โดยที่ความคิดยังคงโลดแล่นคำนวณถึงบางสิ่ง...นั่นก็คือการเก็บเื่ออกจากงานนี้ไว้เป็ ‘ความลับ’ ต่อครอบครัว
โดยเฉพาะมารดา!
ขณะที่คิดอะไรเพลินๆเสียงโทรศัพท์ภายในก็ดังขึ้น หล่อนสะดุ้งสุดตัว เหลียวมองโดยรอบก็ไม่มีใครแล้วมิหนำซ้ำเสียงเ้ากรรมก็ดังไม่หยุดหย่อน จนเ้าตัวนึกรำคาญใจไม่วายต้องลุกขึ้นไปรับสาย
“สวัสดีค่ะ...บริษัทดับเบิ้ลพลัสรับตกแต่งภายในค่ะ”
ด้วยความเคยชินเ้าตัวจึงกรอกเสียงทักทาย ราวกับตนเองยังดำรงตำแหน่งเป็พนักงานของบริษัทอยู่เสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยท่าทางเร่งรีบ ดูร้อนรนชอบกล
“ผมก็นึกว่าจะไม่มีคนรับสายแล้วซะอีก...ปล่อยให้คอยอยู่ตั้งนาน”
จอมพธูตัดบทด้วยการถามเข้าประเด็น “ขอโทษนะคะไม่ทราบว่าคุณจะติดต่อใครคะ ตอนนี้พนักงานกลับบ้านหมดแล้วถ้าคุณมีธุระด่วนหรือสำคัญ รบกวนโทร.เข้ามือถือคนที่คุณ้าติดต่อจะสะดวกกว่านะคะ แต่ถ้าโทร.ติดต่อเื่งาน รบกวนติดต่อมาใหม่วันพรุ่งนี้”
“ไม่มีคนอยู่...แล้วคุณเป็ใครล่ะครับทำไมถึงมารับสายผมได้”
จอมพธูตั้งท่าจะวางสายทิ้งเมื่อคิดว่าถูกผู้ชายทางปลายสายยอกย้อนให้นึกแต่ว่าถูกกวนประสาทส่งท้ายการออกจากงานเสียได้ ทว่าหล่อนก็ยังรักษามารยาทตอบกลับอย่างสุภาพ
“ฉันเป็คนนอก...ไม่ใช่พนักงาน”หล่อนปดเสียดื้อๆ จึงได้ยินเสียงอีกฝ่ายค่อนข้างผิดหวัง
“อ้าว...แล้วอย่างนี้ผมจะคุยเื่งานตกแต่งภายในได้กับใครล่ะครับ”
“พรุ่งนี้ไงคะคุณค่อยโทร.มาใหม่”
เสียงชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา “ผมโทร.มาสองสามครั้งแล้วนะครับคุณไม่เคยมีคนรับสายผมสักวัน แล้ววันนี้พอมีคนรับ ดันบอกให้ติดต่อมาใหม่วันพรุ่งนี้”
“ที่นี่เลิกงานห้าโมงเย็นค่ะถ้าคุณโทร.มาก่อนเวลาเลิกงาน ฉันว่าน่าจะมีคนรับสายตามปกตินะคะยกเว้นแต่ว่าคุณจะโทร.มาซะเย็น อย่างวันนี้”
“ถ้าอย่างนั้นผมฝากเื่ไว้กับคุณได้ไหมล่ะครับ”
จอมพธูรีบย้ำในคำตอบเดิม “ฉันไม่ใช่พนักงานที่นี่นะคะคุณ”
ปลายสายถอนหายใจเสียงดังลอดผ่านกระบอกโทรศัพท์เข้ามาอย่างผิดหวัง พร้อมกับไม่ได้ฟังหล่อนสักนิดทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งจะบอกแท้ๆ ว่าหล่อนไม่ใช่พนักงานของที่นี่แต่เขาก็ยังบอกถึงจุดประสงค์ที่โทรศัพท์เข้ามา
“คืออย่างนี้นะครับคุณช่วยฟังผมหน่อย...พอดีผมกำลังกลุ้มใจเื่งานตกแต่งภายในบ้านของผมครับคนก่อนที่รับงานผมไว้ ผมรู้สึกว่ามันไม่ถูกใจน่ะครับผมอยากหาคนใหม่มาทำแทน...แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือผมไม่อยากได้ผู้หญิงครับ”
เมื่อฟังจบดูเหมือนคำบอกเล่าอีกฝ่ายกลับทำให้หล่อนฉุนกึกขึ้นมาซะอย่างนั้นเพราะประโยคในตอนท้ายระบุชัดว่าไม่้า ‘ผู้หญิง’
“ทำไมคะ...ผู้หญิงไม่ดีตรงไหน”เสียงหล่อนขุ่นขึ้น
“เอ่อ...คือ...ผมไม่ได้ว่าคุณนะครับคือ...” เขาอยากจะอธิบายให้หล่อนฟังเหลือเกินว่าอะไรคือเหตุผลของการไม่อยากได้ผู้หญิงไปทำงาน แต่ก็ตัดสินใจไม่สาธยายความได้แต่ส่งเสียงอึกอักในลำคอ
จอมพธูนิ่งฟังครู่หนึ่งและเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก จึงโพล่งถามออกไป “คุณอยากได้ผู้ชายไปดูแลงานออกแบบเหรอคะ”
“ใช่ครับ”
ความคิดซุกซนในหัวหล่อน แล่นเร็วปรื๋อก่อนจะกุเื่ขึ้นเพื่อเล่นละครรับสมอ้าง...ไหนๆก็กำลังจะตกงานแล้วเมื่อคิดได้ดังนั้น จึงทำทีเป็พูดตบตา “เดี๋ยวสักครู่นะคะฉันจะแนะนำคนไปทำงานให้คุณ”
จอมพธูทำเป็ป้องปากใช้เวลาคิดแวบหนึ่ง ชื่อของเพื่อนเกย์รายหนึ่งก็ผุดขึ้นมาหล่อนจึงะโเรียกชื่อนั้นออกมาดังๆ และทิ้ง่เวลาครู่หนึ่งกลับมากรอกเสียงใส่กระบอกโทรศัพท์ตามเดิม ทว่าคราวนี้น้ำเสียงที่พูดเมื่อครู่กลับดัดเสียกลายเป็ ‘แอ๊บแมน’
“สวัสดีครับผมอานนท์พูด เห็นว่าคุณอยากได้พนักงานออกแบบ”
ปลายสายคงตะลึงหล่อนเองก็แทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เมื่อเขาพูดขึ้นมาเหมือนไม่เชื่อถือ “เอ่อ...คุณอานนท์งั้นเหรอครับ...ใช่ๆครับผมกำลังอยากหานักออกแบบภายในไปแก้งานที่บ้านครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงครับเดี๋ยวผมจะไปจัดการให้...แล้วเราค่อยนัดคุยรายละเอียดกันอีกครั้งดีกว่าไหมครับ”
อานนท์ ‘ตัวปลอม’ รีบสรุปตัดความเพราะเกรงว่าจะหลุดพูด ‘คะขา’ ออกไปจึงรีบจดเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้าหนุ่มรายนั้นใส่กระดาษใกล้มือและกล่าวนัดแนะกันทิ้งท้าย ว่าจะพบเจอกันวันพรุ่งนี้ที่ไหน
เมื่อฝ่ายนั้นวางสายไปแล้วกลายเป็จอมพธูนั่นเอง ที่คิดไม่ตก เมื่ออุตริไปโกหกพกลมรับสมอ้างเป็ชายหนุ่มทีแรกก็คิดเพียงเล่นๆว่า้าแกล้งอีกฝ่าย โทษฐานที่พูดจาไม่เข้าหูเหมือนดูแคลนเพศหญิง
ที่ไหนได้ กลายเป็หาเื่มัดตัวสร้างความลำบากใจอย่างยากจะหาทางแก้โดยง่าย...เชือกเวลาผูกปมมัดแน่นกว่าจะแกะปมออกทีละนิด คงใช้เวลาเอาการทีเดียว ถ้าอย่างนั้น เพื่อไม่ให้เสียเวลาเห็นทีจะต้องใช้กรรไกรตัดฉับ จะได้รู้แล้วรู้รอด!
ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออกจึงได้แต่มองชื่ออีกฝ่าย ผู้เป็เ้าของเบอร์โทรศัพท์ในกระดาษ
‘คุณนามนิมิตภาพ’
อ่านแล้วก็นึกขำ...คนอะไรกันชื่อ ‘นาม’ คำเดียวสั้นๆ
...............................................จบตอนที่ 1