ในระหว่างที่ถังหลี่กำลังยุ่งวุ่นวายกับการจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้สำหรับหยวนอิงอยู่นั้น ขบวนของสำนักพิภพดาราก็เดินทางออกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับกองกำลังนับพันที่จู่โจมเข้ามาหมายเอาชีวิต การต่อสู้อันดุเดือดปะทุขึ้น หลังจากดำเนินไปได้ชั่วขณะหนึ่ง ฝ่ายของสำนักพิภพดาราเริ่มเพลี่ยงพล้ำ เหล่าศิษย์ล้วนได้รับาเ็ไม่มากก็น้อย หยวนอิงซึ่งเปิดฉากการต่อสู้กับศัตรู แรกเริ่มเขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ด้วยพลังฝึกฝนเพิ่มพูนขึ้นมาก หากนับจากวันแรกที่มาถึงสำนักพิภพดารา นี่อาจจะเป็การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตการฝึกยุทธ์ของเขาเลยก็เป็ได้
‘นี่อาจจะเกิดจากแรงกระตุ้นที่้าเอาชีวิตรอดก็เป็ได้ ทำให้ข้าสามารถะเิพลังการต่อสู้ออกมาได้เช่นนี้’ หยวนอิงครุ่นคิดขณะเข้าโรมรันกับฝ่ายตรงข้าม แม้ว่าบัดนี้ร่างกายจะเริ่มมีเืไหลซึมออกมาจากาแน้อยใหญ่ เขาก็ไม่มีความคิดที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตาแม้แต่น้อย
เมื่อเวลายิ่งผ่านไปทางฝ่ายสำนักพิภพดาราได้เริ่มอ่อนกำลังลง เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะทุ่มเทต่อสู้มากแค่ไหน แต่เนื่องด้วยจำนวนคนที่ต่างกันมากเกินไปจึงไม่สามารถต้านทานได้อีก
ใน่เวลาที่หยวนอิงคิดว่าเขาคงต้องจบชีวิตลงแน่แล้ว ก็เป็จังหวะเดียวกันกับที่ผู้ก่อตั้งสำนัก ถังเฉินปรากฏตัวขึ้น เ้าสำนักตวัดเพียงหนึ่งกระบี่ก็สามารถสังหารทหารนับพัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเ้าสำนักของอีกสี่สำนักใหญ่ที่ใช้เวลาเพียงหนึ่งอึดใจก็ต้องจบชีวิตลงภายใต้คมกระบี่ของถังเฉิน การมาถึงของผู้ก่อตั้งสำนัก [1] ส่งผลให้พวกเขารอดพ้นมาจากหายนะครั้งนี้ได้
หลังผ่านวิกฤติ ทุกคนต่างผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะทยอยล้มลงเพราะพิษาแ ซึ่งก่อนหน้านี้ต่างกัดฟันต่อสู้กันมาจนสุดปลายเชือกแล้ว นั่นย่อมรวมถึงหยวนอิงด้วย เขาไม่อาจทานทนต่อความเ็ปและความอ่อนล้าที่เข้าถาโถมได้เช่นกัน
โชคยังดีที่มีสิทธิ์น้องอย่างรั่วซีช่วยเหลือ ส่งผลให้เขาได้รับการรักษาเบื้องต้นจากถังเฉิน จึงรู้สึกดีขึ้น หลังจากถังเฉินพารั่วซีจากไป หยวนอิงและเหล่าศิษย์ก็ได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มทหารองครักษ์ที่ถูกส่งมาจากเมืองหลวง และพาส่งตัวกลับสำนักด้วยความปลอดภัย
ในอีกด้านหนึ่ง ณ ตำหนักองค์ชายห้า ถังหลี่ซึ่งรอแล้วรอเล่านั้นไม่เห็นร่างของคนที่ตนเฝ้ารอกลับมาสักทีก็เริ่มหงุดหงิดจนไม่อาจอดทนรอได้อีกต่อไป จึงได้มีรับสั่งให้องครักษ์เงาไปสืบข่าวคราวของหยวนอิงว่ากำลังทำอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่กลับมาเสียที แต่แล้วถังหลี่ก็ต้องใครั้งใหญ่ เพราะข่าวคราวที่ได้รับนั้นกลับกลายเป็ข่าวร้าย
“เ้าว่าอะไรนะ พูดใหม่อีกครั้ง” ถังหลี่ะโขึ้นเสียงดังอย่างลืมตัว นิ้วมือเรียวยาวที่จับหนังสือไว้สั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีขณะฟังคำรายงาน
“เอ่อ เรียนองค์ชาย ข่าวที่พวกกระหม่อมได้รับคือ ท่านอ๋องถังอิงได้เดินทางกลับสำนักพิภพดารากับคณะ แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น คณะของสำนักพิภพดาราถูกซุ่มโจมตีจากฝ่ายฏ ซึ่งได้นำกำลังทหารมานับพัน อีกทั้งยังได้ร่วมมือกับสี่สำนักใหญ่เข้าล้อมโจมตี” หัวหน้าองครักษ์เงาก้มหน้าก้มตารายงานด้วยร่างสั่นเทา เพราะรับรู้ได้ถึงความอันตรายอย่างยิ่งยวด ที่แผ่ออกมาจากบุคคลเบื้องหน้า
หลังฟังคำรายงาน ถังหลี่แทบประคองสติไม่อยู่ เขากัดฟันแน่นก่อนจะถามออกไปด้วยเสียงเบาหวิว “แล้วอย่างไรต่อ หยวนอิงเล่าเป็เช่นไร”
“ตอนนี้ยังไม่ทราบข่าวคราวพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงรู้ว่า ยามนี้ทางราชสำนักได้ส่งทหารจากทั้งสามฝ่ายออกไปสนับสนุนช่วยเหลือ” เขารีบตอบคำถามออกมารวดเดียวโดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง
ถังหลี่หายใจเข้าออกอย่างรุนแรงพยายามระงับอารมณ์ความรู้สึกที่ประดังประเดเข้ามา ไม่ว่าจะเป็ความรู้สึกโกรธแค้น เป็ห่วง แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันคือความกลัว กลัวว่า คนที่เขารักจะจากไปโดยไม่หวนกลับ เพียงแค่คิดก็แทบหายใจไม่ออก เขาพยายามสลัดความคิดร้ายๆ เ่าั้ออกไปจากสมองและกลับมาตั้งสติอีกครั้ง
ยามนี้หยวนอิงอยู่ระหว่างเส้นแบ่งระหว่างความเป็และความตาย ข้าไม่สามารถนั่งรออยู่ที่นี่ได้ เร็วเท่าความคิดถังหลี่ได้สั่งการให้กระจายข่าวออกไปว่าเขาป่วยไม่รับแขก จากนั้นก็นำทหารฝีมือดีกลุ่มหนึ่งลอบออกจากตำหนัก มุ่งหน้าไปยังทิศทางของสำนักพิภพดาราทันที
[1] ฉากการต่อสู้่นี้สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก คู่บำเพ็ญข้า โคตรเทพ