“จื่อหาน ช่วยเหล่าให้ฉันฟังหน่อยสิว่าชีวิตที่แล้วของฉันมันแย่ขนาดไหนเหรอ” หลิงผูเถาทำท่าคิด “ฉันจำได้แค่ว่าหลังจากที่คนตระกูลหวงตามหาหวงเหมยลี่พบ ชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไป ฉันต้องทำงานหนักเพราะพวกเขาตั้งใจทรมานฉัน พวกเขาอยากไล่ให้ฉันกลับมาอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ แต่เพราะฉันไม่ยอมรับพ่อแม่ของตัวเอง และฉันยังอยากใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลหวงต่อ ฉันจึงทนใช้ชีวิตอย่างทรมานอยู่ที่นั่น อาหารการกินของฉันเริ่มดีขึ้นมาหน่อยก็ตอนที่ฉันช่วยนายจากการถูกลักพาตัว แต่นอกเหนือจากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้แล้ว”
“ฉันดีใจที่เธอจำเื่ราวในอดีตไม่ได้” เย่จื่อหานจับมือหลิงผูเถาไว้แล้วยิ้ม “เอาเป็ว่าชีวิตที่แล้วของเธอมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปมาก และยังเปลี่ยนไปในทางที่ดีด้วย”
“ถ้างั้นคุณพ่อกับคุณแม่ของฉันล่ะ พวกเขาเป็ถึงมหาเศรษฐี แต่ทำไมคนตระกูลหวงถึงคิดว่าพวกเขาเป็แค่คนสวนจนๆ”
“นี่คือสิ่งหนึ่งที่ฉันบอกว่าชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อก่อนคุณพ่อกับคุณแม่ของเธอเป็แค่คนสวนจริงๆ แต่ในชีวิตนี้พวกเขาก็เหมือนกับเธอ คือคุณปู่ของเธอที่เป็เ้าของหลิงกรุ๊ปตามหาลูกชายที่แท้จริงพบ นั่นก็คือคุณพ่อของเธอ จากนั้นทรัพย์สมบัติทุกอย่างของตระกูลหลิงก็ตกมาเป็ของเขา ส่วนพี่ชายของเธอ...”
“พี่ใหญ่ทำไมเหรอ?”
“เธอจำได้ไหมว่าใครไปส่งเธอเป็ครั้งสุดท้ายบ้าง”
“มีคุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็นาย” หลิงผูเถาทำหน้าเศร้า “ที่พี่ใหญ่ไม่ไปส่งฉันคงเพราะเขาโกรธที่ฉันเห็นคนตระกูลหวงสำคัญกว่าคนในครอบครัว”
“เธอเข้าใจพี่ซีฮันผิดไปแล้ว ตอนนั้นพอเขารู้ว่าเธอถูกคนตระกูลหวงทรมานจนตาย เขาไปเอาเื่คนที่บ้านนั้น จากนั้นเกิดการต่อสู้ระหว่างเขากับหานซ่งเฉวียน พี่ซีฮันพลั้งมือทำร้ายหานซ่งเฉวียนจนอาการสาหัส สุดท้ายเขาก็ไปเสียชีวิตในคุก”
“เพราะอะไร?” หลิงผูเถาน้ำตาไหลเมื่อนึกว่าตนเองเป็สาเหตุให้พี่ชายต้องเสียชีวิต “คนในคุกรังแกเขาเหรอ?”
“เปล่า” เย่จื่อหานส่ายหน้า “คนตระกูลหานกับคนตระกูลหวงโกรธที่พี่ซีฮันทำให้หานซ่งเฉวียนาเ็ พวกเขาจึงติดสินบนผู้คุม เหตุการณ์ต่อจากนี้เธอคงพอจะเดาได้นะ”
“ทั้งพี่ใหญ่ทั้งนายต้องมาจากไปเพราะฉัน” หลิงผูเถาร้องไห้ออกมาอย่างหนัก “คนอย่างฉันมีค่ามากพอที่พวกนายจะเสียสละให้จริงๆ เหรอ”
“การกระทำของพวกเรามันก็คือคำตอบทั้งหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?” เย่จื่อหานโอบไหล่แล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งจับศีรษะของหญิงสาวให้เธอหันมาซบไหล่เขา “เธอมักจะคิดว่าตัวเองไม่มีค่า แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วนะ ไม่ว่าจะเป็เมื่อก่อนหรือตอนนี้ เธอคือคนสำคัญที่สุดของพวกเรา”
“จื่อหาน ต่อจากนี้ฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฉันจะไม่เป็คนอ่อนแอและยอมให้ใครมารังแกฉันได้อีกแล้ว และฉันจะไม่รอให้พวกนายมาปกป้องฉันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ฉันจะปกป้องทุกคนด้วยเหมือนกัน”
“เถาเถา...ไม่ว่าใครจะมองเธอยังไง แต่สำหรับฉัน เธอก็ยังเป็เถาเถาที่ฉันรักเสมอ” เย่จื่อหานมองหน้าหญิงสาว เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “แต่ถ้าเธออยากจะเปลี่ยน ฉันจะทำให้เถาเถาที่อ่อนหวานของฉันกลายเป็เถาเถาที่ร้อนแรงและเจิดจรัสอย่างไม่มีใครเทียบได้เลยดีไหม”
“เธอจะเปลี่ยนองุ่นเน่าๆ อย่างฉันให้กลายเป็ไวน์เหรอ?”
“แน่นอน แต่...” เย่จื่อหานจุมพิตหญิงสาวเบาๆ “แต่ไวน์อย่างเธอต้องเป็ของฉันแค่คนเดียว ฉันตีตราจองเธอไว้แล้ว เธอห้ามให้ใครมาชิมมันได้อีก เข้าใจไหม”
หลิงผูเถาหน้าแดง “เรา...เรายังเด็กอยู่เลยนะ นายจะทำอย่างนี้กับฉันไม่ได้”
เย่จื่อหานยักไหล่อย่างไม่สนใจ “ไม่รู้สิ ฉันไปอยู่เมืองนอกมานานก็เลยชินกับการแสดงออกแบบนี้แล้วมั้ง”
หลิงผูเถาหุบยิ้มแล้วหรี่ตามอง “นายคงแสดงออกกับสาวๆ ด้วยวิธีนี้ไปเยอะแล้วสินะ”
เย่จื่อหานรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่เลย...ไม่เลย ที่ฉันจะบอกคือที่เมืองนอกเขามักจะแสดงความรักกันแบบนี้ ฉันก็เลยเห็นมันจนชิน แต่ฉันไม่เคยทำแบบนี้กับใครนะ ห้าปีที่อยู่เมืองนอก นอกจากเวลาออกไปเรียนแล้วที่เหลือฉันก็เอาแต่นอนอยู่ในห้อง จริงๆ นะ เถาเถา...เธอให้ฉันลองทำแบบเมื่อกี้กับเธออีกครั้งดีไหม เธอจะได้รู้ไงว่าฉันน่ะมันอ่อนหัด ฉันไม่ได้ช่ำชองกับเื่พวกนี้เลยสักนิด”
เย่จื่อหานพูดพร้อมกับโน้มใบหน้าไปหาหญิงสาวอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่หลิงผูเถาจะผลักเขาออก
“อะแฮ่ม” เย่เฉิงเดินจูงมือภรรยาเข้ามาหาลูกชาย เขาตั้งใจจะมาเรียกเ้าลูกชายตัวดีกลับบ้านซะหน่อย แต่กลับได้มาเห็น เอ่อ...ไอ้ลูกชาย แกจะโดนพ่อตาแกไล่ตะเพิดออกจากบ้านก่อนที่จะทันได้สานสัมพันธ์ต่อไหมเนี่ย “ไอ้ลูกชาย ได้เวลากลับบ้านแล้ว อีกเดี๋ยวคุณอาหลิงก็จะตามออกมา แกมายืนอยู่ข้างพ่อก่อนดีไหม”
หลิงผูเถาก้มหน้าอย่างเขินอาย เธอใช้มือบิดไปที่เอวของเย่จื่อหาน “คุณลุงกับคุณป้าจะกลับแล้วเหรอคะ”
“หรือว่าเถาเถาไม่อยากให้ฉันกลับ งั้นฉันอยู่ต่อก็ได้นะ” เย่จื่อหานทนเจ็บ แต่เมื่อเห็นเธอหน้าแดง เขาก็อยากจะแซวเธอต่ออีกสักหน่อย จากความทรงจำในชีวิตที่แล้ว แทบนับครั้งได้ที่เขาจะเห็นรอยยิ้มของเธอ เมื่อเห็นท่าทางที่มีความสุข เขาก็อยากจะให้เธอมีแต่รอยยิ้มที่สดใสอย่างนี้ทุกวัน
“กลับเถอะหลานชาย นี่ก็ดึกมากแล้ว เถาเถาของอาจะได้พักผ่อนสักที” หลิงเหวินไฉเดินหน้ายุ่งเข้ามายืนข้างลูกสาว
“ได้ครับคุณอา เอาไว้วันหลังผมจะมาเยี่ยมคุณอาใหม่นะครับ” เย่จื่อหานหันไปยิ้มให้จินลี่ซือ “วันหลังผมจะมาเยี่ยมใหม่นะครับคุณอาหญิง ตอนเด็กผมจำได้ว่าคุณอาชอบทำขนม และขนมของคุณอาก็อร่อยมากด้วย ผมอยากชิมฝีมือของคุณอาอีกครับ”
“ได้สิจ๊ะ” จินลี่ซือตอบรับอย่างยินดี “สำหรับจื่อหานของเรา อายินดีต้อนรับเสมอ ถ้าเธอว่าง เธอก็พาคุณน้าเจียงมาด้วยนะ ปล่อยให้เธออยู่บ้านคนเดียวไม่ดีหรอก ต้องให้เธอออกไปข้างนอกบ้าง”
“ได้เลยครับ ถ้าวันไหนผมมา ผมจะพาคุณน้าเจียงมาด้วย” เย่จื่อหานตอบรับแล้วหันไปยิ้มกับเจียงหว่าน “ผมคิดว่าคุณน้าอยู่บ้านคนเดียวก็คงจะเหงาเหมือนกัน ได้ออกมาพบคนอื่นบ้างก็ดี”
เจียงหว่านหันไปมองสามีอย่างดีใจ ั้แ่เธอแต่งงานกับเย่เฉิง น้อยครั้งนักที่เย่จื่อหานจะพูดกับเธอ
“น้า...น้าขอบใจเธอมากนะ” เจียงหว่านน้ำตาคลอ
เย่จื่อหานรีบหันหน้าไปทางอื่นอย่างทำตัวไม่ถูก ั้แ่คุณแม่ประสบอุบัติเหตุแล้วเสียชีวิต ก็เป็่เวลาเดียวกับที่เขากลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งพอดี การสูญเสียคนที่รักไปใน่เวลาเดียวกัน แม้จะเป็สอง่เวลา แต่มันก็ทำให้เขากลายเป็คนเก็บตัว
จนเมื่อคุณพ่อแต่งงานใหม่ ความจริงแล้วเขาไม่ได้ไม่พอใจที่คุณพ่อหาแม่เลี้ยงมาให้ แต่พอเขาไม่ได้พูดกับใครมากเข้า ก็กลายเป็ไม่มีใครอยากเข้ามาพูดกับเขาอีก อย่าว่าแต่คุณน้าเจียงหว่านจะไม่กล้าคุยกับเขาเลย แม้แต่กับคุณพ่อ เขาก็ยังทำตัวห่างเหินจากท่าน
“นี่เหนิงเหนิง แกแน่ใจนะว่าบ้านของเถาเถาคือบ้านหลังนี้” เจิ้งซิงอีมองดูคฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์ยุโรป ทั้งยังมีน้ำพุขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้า มันช่างต่างจากเรือนสี่ประสานของเขายิ่งนัก
“ก็ไม่น่าจะผิดนะ ไม่งั้นคนเฝ้าประตูจะเปิดให้เราเข้ามาได้ยังไง” โจวต้าเหนิงมองสำรวจไปรอบๆ “เรือนสี่ประสานของแกก็สวยไปอีกแบบ คฤหาสน์สไตล์ยุโรปก็สวยไม่แพ้กัน เฮ้อ...ทำไมฉันไม่มีบ้านสวยๆ แบบนี้บ้างล่ะ”
“แหมๆ คุณหนูโจว คอนโดมิเนียมส่วนตัวสูงยี่สิบชั้น มีสระว่ายน้ำและสปาส่วนตัวอยู่ชั้นล่าง และยังมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวอยู่บนดาดฟ้า ยังมีอาณาจักรส่วนตัวเล็กๆ ของแกก็กินพื้นที่ไปอีกสามชั้น แกยังมาบอกว่าอิจฉาบ้านของฉันกับเถาเถาอีกเหรอ”
“แต่บ้านของพวกแกมีพื้นดินพื้นหญ้าให้เดินเล่นนี่นา”
“แกก็ไปบอกพ่อกับแม่ของแกให้สร้างบ้านหลังใหม่ไว้ให้สักหลังสิ”
“ไม่เอาอ่ะ ฉันชอบอยู่บนพื้นที่สูง จะได้มองเห็นท้องฟ้าไกลๆ พอเบื่อก็ก้มลงไปมองข้างล่าง เห็นรถยนต์วิ่งไปมาบนถนน มันก็ผ่อนคลายได้ดีนะ”
“เฮ้อ...ก็ใครใช้ให้ฉันกับเถาเถาเป็คนติดดินกันล่ะ ใครมันจะได้ใช้ชีวิตสูงส่งหรูหราเหมือนกับตระกูลโจวของแก”
“น้อยๆ หน่อยเถอะ อย่างพวกแกน่ะเหรอเรียกว่าใช้ชีวิตติดดิน” โจวต้าเหนิงคว้ากระเป๋าเดินทางสีชมพูสดใสส่งให้เจิ้งซิงอี “เอากระเป๋าของแกไปเลย”
“สวัสดีเหนิงเหนิง สวัสดีซินดี้” หลิงผูเถาเดินเข้ามาทักเพื่อน ก่อนที่เธอจะใเมื่อเห็นเพื่อนสนิททั้งสองคนเดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้ามาด้วย “นี่พวกแกจะเดินทางไปต่างประเทศกันเหรอ ไม่ใช่ว่าวันนี้เรานัดกันไว้...”
“อีกหนึ่งเดือนถึงจะเปิดภาคเรียน ฉันกับเหนิงเหนิงถูกคุณพ่อคุณแม่ส่งมาอยู่กับแก” เจิ้งซิงอีบอก
“หมายความว่ายังไง?” หลิงผูเถายังไม่เข้าใจ
“ก็พอฉันขออนุญาตคุณพ่อกับคุณแม่ว่าจะมาบ้านของแก ฉันก็เอา Location ที่แกแชร์ไปส่งให้พวกเขาดู พวกเขาก็ให้คนจัดกระเป๋าเดินทางให้ฉันเลย คุณแม่ของฉันยังโทรไปบอกให้คุณแม่ยัยซินดี้จัดกระเป๋าให้ด้วยเหมือนกัน คุณแม่บอกว่าไปเล่นวันเดียวมันจะไปพออะไร มาตระกูลหลิงทั้งทีต้องอยู่เป็เดือน” โจวต้าเหนิงตอบ
“ว่าแต่ตระกูลหลิงของแกคงไม่ใช่หลิงกรุ๊ป เ้าของไวน์ชื่อดัง ทั้งยังเป็ตัวแทนนำเข้าเครื่องดื่มรายใหญ่ที่เรารู้จักหรอกใช่ไหม” เจิ้งซิงอีถาม ขณะที่ตนเองก็กำลังเหนื่อยหอบ“คุณแม่กะจะให้ฉันมาอยู่ที่บ้านแกถาวรเลยหรือไงนะ”
โจวต้าเหนิงที่เพิ่งลากกระเป๋าใบใหญ่ของตัวเองขึ้นมาได้ จากนั้นก็นั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง “ฉันก็สงสัยเหมือนยัยซินดี้ ดูจากท่าทางของคุณพ่อกับคุณแม่ของฉัน ฉันคิดว่าคุณพ่อคุณแม่ของแกต้องไม่ธรรมดาแน่ ปกติพวกเขาจะไม่อนุญาตให้ฉันไปค้างบ้านเพื่อนคราวละนานๆ แบบนี้”
“พวกแกเข้าใจถูกแล้ว” หลิงผูเถายิ้มให้เพื่อนทั้งสอง “คุณพ่อคุณแม่ของฉันเป็เ้าของหลิงกรุ๊ป”