จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 55 หลุมพราง

            ปึก! ปึก! ปึก!

            ภายในลานบ้าน เวลานี้นิ้วมือของมู่เฟิงนั้นกำลังถูกห่อหุ้มไว้ด้วยพลังปราณจนดูเสมือนว่ามันเป็นกระบี่เล่มหนึ่งเด็กหนุ่มกระทุ้งนิ้วมือลงไปยังถังขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง โดยภายในถังนั้นได้บรรจุเต็มไปด้วยทรายเหล็กที่กำลังร้อนระอุ

            ขณะที่นิ้วมือกระทุ้งลงไปสิ่งเจือปนที่อยู่ภายในเส้นลมปราณขนาดเล็กบนนิ้วมือของเขาก็ถูกทรายเหล็กที่กำลังร้อนระอุเสียดสีพลังปราณภายในเหล่านั้นจึงถูกขับออกมาหล่อเลี้ยงเส้นลมปราณขนาดเล็กเหล่านี้

            กระบวนการนี้สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ฝึกฝนเป็นอย่างยิ่ง นิ้วทั้งสิบเชื่อมต่อกับเส้นประสาทโดยตรงดังนั้นความเจ็บปวดบนนิ้วมือจึงถูกส่งไปยังต่อมรับรู้ความรู้สึกของเขาอย่างต่อเนื่อง

            ทว่ามู่เฟิงยังคงกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวดและฝึกฝนต่อไป

            แน่นอนว่าบนโลกนี้ไม่มีอัจฉริยะคนใดสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้เองโดยไม่สูญเสียเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อหากต้องการแข็งแกร่งขึ้น ย่อมต้องอดทนต่อความทุกข์ทรมานได้มากกว่าคนอื่นเพราะมีเพียงคนที่ยอมทุ่มเทน้ำพักน้ำแรงของตัวเองอย่างเต็มที่เท่านั้นถึงจะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้

            หลังจากฝึกฝนเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม นิ้วมือทั้งสองของมู่เฟิงนั้นก็เปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือดแล้วเด็กหนุ่มแช่มือของตนลงไปยังอ่างใส่ยาด้านข้างซึ่งภายในอ่างนั้นมีของเหลวสีขาวที่สกัดมาจากหญ้ากระดูกเสืออยู่

            สมุนไพรตัวนี้มีสรรพคุณในการหล่อเลี้ยงกระดูก ทำให้กระดูกแข็งแกร่งขึ้นเมื่อมู่เฟิงแช่มือลงไปเขาก็รับรู้ได้ถึงความชาหนึบและความรู้สึกแสบซ่านเล็กน้อย

            หลังจากแช่สมุนไพรมาครึ่งชั่วยาม ตัวยาภายในอ่างก็ถูกดูดซับไปจนหมดกระทั่งน้ำในอ่างยังเปลี่ยนเป็นน้ำสีใสกระจ่าง

            หลังจากนั้นมู่เฟิงได้นำดาบของเขาออกมาก่อนจะเริ่มฝึกซ้อมวิชาดาบพยัคฆ์หาญต่อในทันที!

            เวลานี้ร่างของเขากำลังโค้งงอราวกับพยัคฆ์ที่เตรียมจะออกล่าทันใดนั้นดาบในมือของเขาก็พลันพุ่งออกไปดุจดังสัตว์ร้ายที่พุ่งกระโจนเข้าหาเหยื่อและเนื่องจากดาบเล่มนี้คืออาวุธปราณขั้นหนึ่งดังนั้นมู่เฟิงจึงสามารถส่งพลังปราณเข้าไปในตัวดาบได้ส่งผลให้อานุภาพการโจมตีของมันทรงพลังมากยิ่งขึ้น โดยครั้งนี้เด็กหนุ่มได้เล็งเป้าไปยังเสาไม้ตรงหน้า!

            เปรี้ยง!

            ทันทีที่ดาบเล่มนั้นถูกตวัดออกมา ปราณดาบสีทองก็พวยพุ่งไปยังเสาไม้ในทันใดก่อนจะเหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยของดาบที่ไม่ได้ลึกมากเอาไว้บนนั้น

            มู่เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ค่อยพอใจกับอานุภาพพลังของดาบเล่มนี้เท่าไรนัก

            “ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ของวิชาดาบพยัคฆ์หาญมีเพียงรูปลักษณ์แต่ไม่มีจิตวิญญาณของพยัคฆ์ ปราศจากอำนาจและไร้ซึ่งพลังหากเจ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไปย่อมไม่มีทางแสดงพลังที่แท้จริงของวิชาดาบพยัคฆ์หาญออกมาได้"

            ฉับพลันนั้นเสียงของซีเยว่ก็ดังขึ้นเพื่อชี้แนะอีกฝ่าย

            “มีเพียงรูปลักษณ์แต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณของพยัคฆ์...”

            มู่เฟิงคิดวิเคราะห์ตามคำพูดนี้อย่างถี่ถ้วน จากนั้นเขาได้เหวี่ยงดาบไปยังเสาไม้ครั้งแล้วครั้งเล่าพยายามค้นหาจิตวิญญาณของพยัคฆ์ที่ซีเยว่กล่าวถึง

            เมื่อเวลาผ่านพ้นมาถึงช่วงบ่าย เด็กหนุ่มก็ได้เปลี่ยนไปฝึกฝนวิชาหมัดต่อ คราวนี้เป็นวิชาหมัดเก้าเพลิงสุริยาที่ซีเยว่เคยกล่าวถึง!

            วิชาหมัดนี้จะเป็นการปลดปล่อยพลังปราณธาตุไฟออกมาเนื่องจากเป็นทักษะวิชาระดับนิลกาฬขั้นสูงดังนั้นอานุภาพพลังของมันจึงน่าพรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ทักษะวิชาหมัดเก้าเพลิงสุริยาที่มู่เฟิงกำลังฝึกฝนอยู่ในขณะนี้ยังเป็นทักษะวิชาที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเขาและในขณะเดียวกันมันก็ฝึกฝนได้ยากเป็นอย่างยิ่ง

            ในช่วงเช้าเด็กหนุ่มจะทำการฝึกฝนดรรชนีทองคำตัดสะบั้น ส่วนช่วงสายจะฝึกฝนวิชาดาบพยัคฆ์หาญพอถึงช่วงบ่ายก็ฝึกฝนวิชาหมัดเก้าเพลิงสุริยา และตกเย็นเขาก็จะทำการฝึกวาดลายเส้นเพิ่มอีกหนึ่งชั่วยามหลังจากนั้นจึงจะไปนั่งสมาธิเพื่อฝึกฝนกำลังภายใน รวมทั้งกินยาบ่มเพาะพลังปราณเข้าไปเพื่อเพิ่มระดับพลังปราณโดยในตลอดหลายวันการฝึกฝนของเขายังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้

            แต่หลายวันต่อมา มู่ไห่ก็ได้มาพบมู่เฟิงถึงเรือนพัก

            “เสี่ยวเฟิง ข้ามีเรื่องต้องการรบกวนเจ้า และเกรงว่าครั้งนี้อาจจะต้องใช้เวลานานเสียหน่อย”

            มู่ไห่กล่าวขึ้นด้วยความลำบากใจ

            “เรื่องสลักลายเส้นหรือขอรับ?”

            มู่เฟิงหัวเราะร่าขณะกล่าวขึ้นเขาสามารถคาดเดาจุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว

            “ถูกต้องช่วงเวลาไม่กี่วันมานี้เราได้รับคำสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมากจำเป็นต้องจัดทำเครื่องมือปราณขึ้นมาสี่สิบชิ้น”

            มู่ไห่กล่าวขึ้นด้วยความลำบากใจ

            “สี่สิบชิ้น!”

            มู่เฟิงอุทานออกมาเสียงดังอย่างคาดไม่ถึง จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วและกล่าวว่า“ท่านอาไห่ ก่อนหน้านี้โดยปกติแล้วเรามีการจัดทำอาวุธปราณขึ้นมาเท่าไรหรือขอรับ?”

            “อืมก่อนหน้านี้โดยปกติแล้วในหนึ่งเดือนจะมีคำสั่งซื้อเข้ามาสิบกว่ารายการจากนั้นเราจะส่งอาวุธไปยังเมืองอันซี และเชิญให้นักสลักลายเส้นท่านหนึ่งในเมืองทำการลงลายเส้นมีอะไรงั้นรึ?”

            มู่ไห่ถาม

            “เมื่อก่อนในหนึ่งเดือนจะมีคำสั่งซื้อประมาณสิบถึงยี่สิบรายการเหตุใดคราวนี้กลับมีคำสั่งซื้อเข้ามามากมายภายในเวลาไม่กี่วันข้าคิดว่ามันมีบางอย่างไม่ถูกต้อง”

            มู่เฟิงขมวดคิ้ว พลางพึมพำออกมาอย่างครุ่นคิด

            เมื่อได้ยินดังนั้นมู่ไห่ก็นิ่งไปทันทีเขาคิดตามคำพูดของมู่เฟิงอย่างรวดเร็ว ในคราแรกเขาก็รู้สึกดีใจที่มีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามามากมายและไม่ได้ทันคิดถึงเรื่องอื่นใดอีก ดังนั้นเมื่อมู่เฟิงกล่าวขึ้น เขาถึงค่อยรู้สึกว่ามันผิดปกติเช่นกัน

            “ช้าก่อน หรือว่าที่เจ้าต้องการจะสื่อก็คือ...”

            ดวงตาของมู่ไห่เป็นประกายเมื่อเขาตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง

            “ข้าคิดว่าอาจเป็นเช่นนั้นขอรับ”

            มู่เฟิงพยักหน้า เขาหรี่ตาลงก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ท่านอาไห่ เรื่องสินค้าที่ถูกปล้นไปเมื่อคราวก่อนท่านไม่สงสัยหรือว่าอาจจะเป็นฝีมือของคนในเมืองอันหนาน?”

            มู่ไห่กล่าวตอบในทันทีว่า “อันที่จริงข้าก็กำลังสงสัยคนกลุ่มหนึ่งแต่ยังไม่แน่ใจเท่าใดนัก หากเป็นอย่างที่ข้าคาดเดา เกรงว่าคำสั่งซื้อในรอบนี้อาจเป็นหลุมพราง”

            มู่เฟิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ถูกต้อง ข้าเองก็คิดเช่นนั้นไม่อย่างนั้นเหตุใดจึงมีรายการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นมามากมายเช่นนี้”

            “ฮึ่ม ทำเช่นนี้นับว่าอีกฝ่ายนั้นกล้ามาก ครั้งก่อนลงมือปล้นชิงไปแล้วมาครั้งนี้ยังคิดว่าจะทำสำเร็จอีกรึ?”

            มู่ไห่กล่าวเสียงเย็น

            “ฮึๆ ท่านอาไห่ แผนการของอีกฝ่ายนับว่าฉลาดไม่น้อยเมื่อก่อนในตอนที่ข้าออกทัพท่านพ่อเคยเอาชนะกองทัพฝ่ายศัตรูด้วยวิธีการเดียวกันถึงสองครั้ง เพราะเหตุใดน่ะหรือเพราะครั้งแรกใช้ได้ผลแล้ว ดังนั้นฝ่ายศัตรูจึงวางใจและไม่คิดว่าจะถูกใช้แผนเดิมซ้ำเป็นครั้งที่สอง”

            “เป็นเช่นนี้นี่เอง ในเมื่ออีกฝ่ายเคยปล้นเราไปได้แล้วครั้งหนึ่งแม้ในอนาคตเราจะเสริมการป้องกันให้มากขึ้น แต่เราก็คงไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะปล้นเราอีกเป็นครั้งที่สองซึ่งคนส่วนใหญ่คงคิดเช่นนี้ จึงก่อให้เกิดช่องว่างจนทำให้เกิดความเสียหายตามมา”

            มู่เฟิงแย้มยิ้ม แม้เขาจะอายุยังน้อย ทว่าสติปัญญาของเขานั้นเทียบเท่ากับผู้ใหญ่คนหนึ่งเลยทีเดียวสิ่งนี้ทำให้มู่ไห่นึกชื่นชมเด็กหนุ่มอยู่ภายในใจ มังกรย่อมให้กำเนิดมังกรเสือย่อมให้กำเนิดเสือดังนั้นบุตรชายของอดีตแม่ทัพอันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรหนานหลิงจะเป็นบุคคลธรรมดาไปได้อย่างไร

            “คุณชายเฟิงช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก คราวนี้อีกฝ่ายคงคำนวณพลาดแล้ว ครั้งนี้เราจะไม่จัดทำอาวุธปราณที่เมืองอันซี”

            มู่ไห่หัวเราะร่า

            “ไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรเรายังต้องทำไปตามเดิมในเมื่ออีกฝ่ายต้องการใช้กลยุทธ์นี้กับเรา เหตุใดเราไม่วางอุบายจับตัวคนร้ายเสียล่ะขอรับ”

            รอยยิ้มเย็นยะเยือกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมู่เฟิง

            ฉับพลันนั้นมู่ไห่พลันตระหนักได้ในทันที “ข้าเข้าใจแล้วคำสั่งซื้อในรอบนี้...”

            “ขอรับ ข้าจะจัดทำอาวุธปราณทั้งหมดขึ้นมาเองหากว่าครั้งนี้ไม่ใช่กับดักของผู้อื่นเราก็ควรเตรียมพร้อมให้ดี”

            มู่เฟิงพยักหน้า

            “เข้าใจแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”

            มู่ไห่กำหมัดคารวะเด็กหนุ่มก่อนเดินจากไปตอนนี้เขาแทบไม่รู้ตัวเลยว่าตนได้ให้ความเคารพต่อมู่เฟิงมากกว่าเมื่อก่อนขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว

            “แม้ข้าจะไม่ชอบการเล่นแง่ แต่หากใครคิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมกับข้าและคนรอบตัวข้ามู่เฟิงผู้นี้ก็จะไม่ยอมให้โดยง่ายอย่างเด็ดขาดเช่นกัน...”

            ประกายคมกริบวาดผ่านดวงตาของมู่เฟิงอย่างรวดเร็ว

            การเอาชีวิตรอดบนโลกนี้ แน่นอนว่าเรื่องกลอุบายและการใช้เล่ห์เหลี่ยมนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้แม้มู่เฟิงจะชื่นชอบการกระทำที่ตรงไปตรงมาแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะใช้เล่ห์เหลี่ยมไม่เป็น

            ศึกสงครามที่เมืองจิ่วเฉวียนในครั้งนั้นได้ส่งผลกระทบต่อความนึกคิดของเขาอย่างมหาศาล!

            หลายวันต่อมา ขบวนรถของตระกูลมู่ได้นำอาวุธจำนวนหนึ่งส่งออกไปยังอีกเมืองส่วนด้านมู่เฟิงนั้นได้ลงมือสลักลายเส้นลงบนอาวุธสำเร็จถึงวันละสองชิ้นและเหมือนว่าอัตราความสำเร็จของเขาจะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น

            หากมีเวลา เด็กหนุ่มจะพามู่จงควบม้าเข้าไปยังเทือกเขาอันหนานเพื่อทำการล่าสัตว์อสูรหนึ่งถึงสองตัว จากนั้นเขาจะดูดซับพลังเลือดของมันเพื่อใช้ในการฝึกฝนและฟูมฟักไข่อสูร

            เพียงพริบตาเดียวเวลาก็ล่วงเลยไปถึงหนึ่งเดือน และเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนก็จะถึงวันสิ้นปีแล้ว

            ในวันหนึ่ง ขณะที่มู่เฟิงกำลังทำการฝึกฝนภายในห้องฝึกซ้อมของเรือนพักอยู่นั้น

            กลิ่นอายพลังฟ้าดินก็โอบล้อมไปทั่วบริเวณ ก่อนที่มันจะเข้ามารวมตัวกันภายในร่างของมู่เฟิงด้วยระยะเวลาที่เร็วกว่าปกติมู่เฟิงกลืนยาบ่มเพาะพลังปราณลงไปหนึ่งขวด เม็ดยาทั้งสิบได้ไหลลงสู่ท้องของเขาจากนั้นพวกมันก็ถูกกลั่นออกมาเป็นพลังปราณจำนวนมหาศาล

            ในที่สุดภายในจุดตันเถียนจื่อฝู่ของมู่เฟิงก็สามารถควบแน่นมวลคลื่นพลังลูกที่สองขึ้นมาได้สำเร็จแล้ว!

            สิ่งนี้สามารถบ่งบอกได้ว่าวรยุทธ์ของเขาได้เลื่อนขึ้นเป็นระดับจื่อฝู่ขั้นสองแล้ว!

            แต่ทันใดนั้น กลับมีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างกะทันหัน!

     

    คล้ายกับเรื่องจุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】 ที่คุณอ่าน

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739