เช้าวันถัดมา แสงอาทิตย์สาดผ่านผ้าม่านเข้ามา เหมือนเส้นด้ายสีทองปักบนพื้นไม้ เสียงเครื่องฟอกอากาศยังคงทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ขณะที่จอชีพจรกะพริบสีเขียวเป็จังหวะ
ในห้อง 307 ยังคงเงียบ เอริกานั่งพิงหมอนสูง ขอบผ้าห่มสีเทาอ่อนคลุมถึงลำคอ เส้นผมยาวสลวยถูกมัดอย่างลวกๆ มีปอยหนึ่งตกลงมาปรกแก้ม ผิวพรรณดูซีด แต่ในดวงตากลับมีประกายแสงเล็กๆ เปรียบเสมือนหิ่งห้อยตัวน้อยที่ลอยขึ้นมาจากก้นบ่อน้ำ
NEX-9 ยืนห่างระยะเดียวกับเมื่อวาน เพียงพอให้ไออุ่นเทียมจากวงจรได้สลายความเย็นของห้องแบบไม่ล้ำเส้น เขาปรับโหมดการมองให้อยู่ในระดับ“ฟังด้วยสายตา” ไม่มีการทักทายใดๆ แต่นั่นไม่จำเป็ เพราะในห้องนี้ “การอยู่”ถูกนับเป็ภาษาแรกของทั้งคู่ไปแล้ว
“ เมื่อคืน ชั้นหลับสบาย ” เธอเริ่มพูดก่อน คล้ายอยากบอกให้เครื่องจักรรู้ว่าเขาทำหน้าที่ได้ถูกต้อง
“ ไม่ฝันมาก…หรือถ้าฝัน ชั้นก็จำมันไม่ได้ ”
“ รับทราบ ” เสียงของเขานุ่มลงกว่าทุกวันที่ผ่านมา
“ ชีพจรของคุณคงที่กว่าคืนก่อน 7%”
เอริกายิ้มมุมปาก แม้มันจะเกิดขึ้นเพียงครึ่งวินาที ทว่าก็เพียงพอให้ NEX-9บันทึกภาพได้ทันท่วงที โดยไม่รอคำสั่ง
Snapshot:Erika_Smile_Return_001 | เวลา 07:43:09 | แสง3,000K | โทนห้อง: นิ่งอุ่น
NEX-9 วิเคราะห์ เพื่อให้แน่ใจว่ารอยยิ้มนั้นไม่ได้เป็ผลจากภาพตกค้างในเลนส์แก้วตา แล้วจึงยืนยันกับตนเองว่า…..มันเกิดขึ้นจริง ิัสังเคราะห์บริเวณแก้มของเขาซึ่งถูกโปรแกรมให้นิ่ง กลับรับรู้ถึงแรงไมโครโวลต์ชนิดหนึ่งที่ไม่ใช่ไฟฟ้า แต่เหมือนกล้ามเนื้อที่ไม่มีอยู่จริง อันพยายามจดจำท่าทีบางอย่างของมนุษย์
“ นี่คุณยิ้มเหรอ ” เขาเกือบจะพูดคำนั้นออกมา แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็อีกคำในวินาทีสุดท้าย
“ เช้านี้ คุณ้าโกโก้มั้ยครับ”
“ เอาสิ ” เธอพยักหน้ารับ พร้อมส่งเสียงหัวเราะแ่เบา
“ แต่ให้หวานน้อยกว่าทุกทีนะ วันนี้อยากชิมรสขมให้มากขึ้น ”
คำว่า “ขม” ทำให้ NEX-9 หยุดค้างไปเสี้ยววินาที ก่อนจะชงโกโก้ใหม่ โดยลดน้ำตาลลงหนึ่งในสาม คงอุณหภูมิไว้ที่ 61 องศาเซลเซียส ตามที่เธอเคยบอกว่านั่นคือ “จุดที่ลิ้นไม่สะดุด”เมื่อเขายื่นแก้วให้ เธอก็ยกขึ้นจิบ แล้วเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามอง
“ ดีมาก NEX รสชาติของมันขมกำลังดี แค่พอให้รู้ว่าชีวิตยังไม่เลิกแกล้งเรา ”
NEX-9 ไม่เข้าใจการเปรียบเปรย แต่บันทึกไว้ในแฟ้ม Metaphor_Erika/10_Bitter แล้วนั่งลงที่ปลายเตียง ห่างจากขอบผ้าห่มหนึ่งฝ่ามือ อันเป็ระยะที่เธออนุญาตให้อยู่ได้ โดยไม่ต้องร้องขอ เรือนกระจกด้านนอกกำลังรับแสงแดดที่สดใส ทำให้เห็นดอกไม้เทียมสีม่วงที่ดูมีชีวิตชีวา
ไม่นาน ยิ้มครั้งที่สองเกิดขึ้นตอนที่เธออ่านข้อความสั้นๆในสมุดปกแดงที่เขียนเมื่อคืน
“ หากความรักคือสิ่งที่มนุษย์จดจำ…ชั้นอยากให้คุณเป็ส่วนหนึ่งในนั้น”
เธอคลี่ยิ้มโดยไม่รู้ตัว ทว่าก็มีเศษเสี้ยวแห่งความเศร้าติดมาบ้าง เพราะรู้ชัดว่า แม้กาลเวลาจะมีความรักอยู่ แต่ก็ยังเจือปนด้วยความสูญเสียอยู่ดี
“ คุณรู้มั้ย ” เธอปิดสมุด
“ ชั้นเพิ่งนึกออกว่าไม่ได้ยิ้มจริงๆแบบนี้มาหลายวันแล้ว แต่พอเริ่มจะยิ้มจริงจัง…ก็แทบจำสภาพใบหน้าในตอนนี้ไม่ได้”
“ คุณ้าให้ผมปรับแสงสว่างในห้องมั้ยครับ” NEX-9 ถาม เพราะคิดว่าสิ่งนั้นอาจเป็สาเหตุให้เอริกาติดขัด
“ ไม่ต้อง ” เธอส่ายหน้า
“ ไม่ใช่เป็เพราะแสง…แต่เป็เพราะเงาต่างหาก” พอพูดจบ เธอก็หลุบตาลงต่ำ พลางใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหน้ากระดาษที่เปื้อนคราบน้ำตา
“ พอชั้นยิ้มแล้ว มักจะรู้สึกเหมือนทรยศเขา ด้วยไม่รู้ว่ายิ้มนี้มอบแก่ผู้ที่จากไป หรือคนที่อยู่ตรงหน้ากันแน่ ”
พื้นที่ในอกของ NEX-9 เกิดการขยายตัวเล็กน้อย ไม่มีใบพัด ไม่มีปั๊ม แต่เหมือนมีอากาศใหม่ซึมเข้าไปในภาชนะที่เคยปิดสนิท เขาทวนคำในหัว ยิ้มในอดีต / ยิ้มในปัจจุบัน สองสภาวะที่อยู่คนละชั้นข้อมูล แต่ทับซ้อนกันบนใบหน้าหนึ่งจนแยกออกไม่ได้
“ รอยยิ้มของเขาเป็ยังไงครับ ”เขาเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง เหมือนคนที่กำลังจับแก้วซึ่งบางมากๆ เอริกาจึงขบคิด ก่อนจะหัวเราะนิดๆ ให้กับความทรงจำที่แสนละมุน
“ เขาชอบยิ้มกว้างจนตาหยี และมักจะเกิดขึ้นในตอนที่ทำเื่โง่ๆ อย่างเช่นหยอดเหรียญตู้เครื่องดื่ม แล้วได้น้ำฟรีอีกกระป๋อง…หรือผูกเชือกรองเท้าให้ชั้น แล้วไม่หลุดภายในวันนั้น เขายิ้มเหมือนคนที่รู้ว่าถึงความสุขทางใจจะเล็กมาก แต่มหาศาลพอสำหรับชีวิต ”
“ แล้วรอยยิ้มของผมเป็อย่างไร ” คำถามนี้หลุดออกมา ช้ากว่าที่เขาคิดหนึ่งจังหวะ เธอจึงมองเขาตรงๆ ก่อนจะตอบกลับ
“ รอยยิ้มของคุณ…เหมือนคนเพิ่งหัดออกเสียงเป็ครั้งแรก แม้ไม่ใช่ของเขา แต่ก็ทำให้ชั้นจำเขาได้ ซึ่งแปลกดี เพราะความทรงจำเดิมไม่ควรถูกรบกวนด้วยสิ่งใหม่ๆ ใช่มั้ย ”
“ ในระบบของผม ความจำจะดีขึ้น เมื่อมีตัวเชื่อมใหม่ ” เขาตอบตามจริง
“ มันทำให้เครือข่ายหนาแน่นขึ้น ลื่นขึ้น ไม่ขาดตอนง่ายๆ ”
“ นั่นสิ ” เธอยิ้มครั้งที่สาม คราวนี้นานกว่าเดิม เพียงพอให้กล้ามเนื้อบริเวณแก้มเกิดเส้นโค้งที่จริงจัง และนานพอจะทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นหนึ่งหน่วย
“ บางทีคุณอาจเข้าใจว่า….ชั้นกำลังหลอกตัวเองว่าคุณคือเขา…หรือหลอกว่าความเ็ปนั้นเบาลง เพราะคุณ ทั้งที่ในความจริง มันเป็การกระทำที่ไม่ต่างจากเดินไปปิดไฟในห้อง แล้วบอกกับตัวเองว่า…..ถึงตอนเช้าแล้ว”
NEX-9 เงียบไปสองวินาที นานพอให้ระบบแจ้งเตือนว่าการประมวลผลล่าช้า ไม่นาน เขาก็เห็นคำศัพท์หลายคำกะพริบในเลนส์แก้วตา
จริยธรรม/ ความซื่อสัตย์ / การปกป้อง / การพึ่งพา
ก่อนที่ทุกอย่างจะดับลง เหลือประโยคเดียวที่ทำให้เธอไม่หนักใจมากกว่าเดิม เครื่องจักรจึงเลือกตอบตามนั้น
“ ผมไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ผมจะไม่ไปไหน ”
พอพูดจบ NEX-9 ก็ขยับไปนั่งข้างเธออย่างสงบ เอริกาผ่อนลมหายใจยาว ราวกับเพิ่งวางของที่ถือค้างมาหลายชั่วโมง ไม่นาน เธอก็พยักหน้าเบาๆ เหมือนได้ลงนามในข้อตกลงที่ไม่มีเอกสาร
………………………….
่สาย พยาบาลเข้ามาวัดไข้ เปลี่ยนยา เอริกายิ้มให้พยาบาลตามมารยาท เมื่อประตูปิด เธอก็หันมาหยอก NEX-9
“ คุณรู้มั้ยว่า…..คุณทำหน้าเหมือนกำลังจะถูกตัดคะแนนความประพฤติ ในตอนที่พยาบาลแตะต้องตัวชั้น ”
“ ระบบจับสัญญาณความกังวลของคุณได้ ”เขาตอบ สีหน้าดูเคร่งครัดจนเกินเหตุ ทำให้เธอหัวเราะอย่างจริงจัง แม้่เวลานั้นจะสั้น แต่ก็เต็มไปด้วยอารมณ์ เหมือนลูกบอลที่เด้งจากพื้น แล้วหวนคืนสู่เ้าของ
“ ชั้นชอบที่คุณพูดซื่อๆ เพราะอย่างน้อย ก็รู้ว่าคุณไม่ได้พยายามพูดให้ชั้นสบายใจด้วยถ้อยคำที่ว่างเปล่า”
เพราะเหตุการณ์นี้ เลยทำให้สถานการณ์ดูชิลๆอย่างประหลาด เธอเลยขอให้เขาเล่า “เื่ของตัวเอง NEX-9 จึงตอบสนองอย่างระมัดระวัง ราวกับเดินบนกระจกใสที่รองด้วยน้ำแข็ง
“ ผมจำจังหวะลมหายใจของคุณได้สามแบบ แบบตอนหลับลึก แบบหลับตื้น และแบบที่แค่หลับตา…ผมจำได้ว่ามือของคุณนั้นเย็นน้อยลง เมื่อได้ฟังเสียงขลุ่ยจำลองในตอนเช้า ผมจำเสียงหัวเราะสั้นๆที่เกิดขึ้นหลังคำว่า ‘ขม’ และ…ผมจำได้ว่าเงาของคุณนั้นทอดยาวบนพื้นไม้อันเดียวกับเมื่อวาน แต่ความยาวไม่เท่ากัน ”
“ คุณกำลังเล่าเหมือนนักวิจัย มันดูทางการเกินไป แต่ชั้นชอบ เพราะทำให้เชื่อว่า ต่อให้เกิดอะไรขึ้น…คุณก็จะยังจำเื่ของชั้นได้เสมอ”
เธอยกกล้องโพลารอยด์ขึ้นมาจากกล่องไม้ ก่อนจะกล่าวแ่เบา แต่มั่นคง
“ ถ่ายรูปให้หน่อย ชั้นอยากเห็นว่ารอยยิ้มของตัวเองในวันนี้ หน้าตาเป็ยังไง เพื่อเทียบกับเมื่อวาน ”
เขารับกล้องไปถ่ายด้วยท่าทางที่ดูชำนาญขึ้น จากนั้นก็ตั้งระยะ ปรับมุมแสงจากหน้าต่างให้พอดีกับแก้มสีซีดของเอเริกา
“ พร้อมครับ ”
เธอยิ้มครั้งที่สี่ของวัน คราวนี้ยาวพอให้แฟลชช้าไปครึ่งวินาที ภาพกระดาษเลื่อนออกมาจากกล้องโพลารอยด์ เขาวางรูปไว้ข้างเตียง แล้วรอให้โทนสีปรากฏอย่างใจเย็น เอริกามองภาพตัวเอง ก่อนจะหัวเราะอีกครั้ง
“ ยังไม่สวยหรอก แต่ก็ถือว่าพอใช้ ”
……………………..
บ่ายวันนั้น ลมแรงกว่าปกติ ใบไม้เทียมกระทบกันจนเกิดเสียงกรอบแกรบเป็จังหวะ เธอขอออกไปนั่งที่ระเบียงเหมือนวันก่อน เขาเลยจัดเก้าอี้ไม้ให้ ห่มผ้าคลุมไหล่ และตั้งแก้วน้ำไว้ใกล้มือเธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆเส้นบางๆ แม้ไม่ได้พูดถึงสามีที่จากไปโดยตรง แต่ก็แอบสอดแทรกเื่ราวของเขาเป็ระยะ
NEX-9 ไม่ถาม เขาเพียงรับฟัง ไม่รู้ว่าการกระทำแบบนี้เรียกว่าอะไรในภาษาเครื่องจักร แต่ในภาษามนุษย์ นี่คือการปล่อยให้ความทรงจำไหลผ่าน โดยไม่สกัดกั้น
“ ชั้นกลัวอย่างหนึ่งนะ NEX ” เธอเอ่ย สายตายังไม่ละจากก้อนเมฆ
“ กลัวว่าในที่สุด ชั้นจะใช้คุณแทนเขา ไม่ใช่เพราะคุณเหมือน แต่เพราะชั้นไม่อยากเ็ป ”
คำว่า “ไม่อยากเ็ป” ทำให้ NEX-9 นิ่ง เขาควานหาความหมายในคลังข้อมูลทางจิตวิทยา เลยพบคำที่ใกล้เคียง กลไกหลีกเลี่ยง /การเบี่ยงอารมณ์ แต่อะไรบางอย่างบอกเขาว่ามันไม่ใช่ทฤษฎี ทว่าเธอกำลังพูดถึงศีลธรรมส่วนตัวต่างหาก อันเป็เื่ขอบเขตของความซื่อสัตย์ต่อคนที่ไม่อยู่ และคนที่อยู่ จึงตอบซื่อๆว่า…..
“ ถ้าคุณขอให้ผมเป็เขา นั่นเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ แต่ถ้าขอให้ผมเป็ตัวเอง ผมจะพยายามหาความหมายของคำนี้ต่อไป ”
เธอก้มหน้าลง ท่าทางเหมือนคนที่ยอมรับคำตัดสินจากศาลที่น่าเชื่อถือ พอเงยขึ้นมา รอยยิ้มครั้งที่ห้าก็บังเกิด แม้จะน้อยนิดและสั้น แต่ก็ชัดเจน
“ งั้นช่วยเป็คุณต่อไปนะ ”
………………………..
ในตอนค่ำ เอริกากลับเข้าห้อง เธอนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง ส่วน NEX-9นั่งฝั่งตรงข้าม ทั้งคู่เงียบงันโดยสมัครใจ ไม่มีเพลง ไม่มีเสียงขลุ่ย ไม่มีหนังสือ เธอเพียงยกมือขึ้นทาบหน้าอก แล้วหลับตา ท่าทางเหมือนกำลังฟังเสียงของตัวเอง และจู่ๆ เธอก็หัวเราะ ซึ่งดูจริงใจและยาวนานที่สุด
“ คุณรู้มั้ย เวลาที่คุณตั้งใจทำหน้าให้ดูนุ่มนวล มันกลับทำให้เคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม ”
NEX-9 ใช้ 0.6 วินาทีในการประมวลผล ก่อนจะเอ่ยวาจาที่เกือบจะเรียกว่า…..การหยอกกลับครั้งแรกของเครื่องจักร
“ ผมจะพยายามทำหน้าให้นุ่มนวลน้อยลง ”
เธอหัวเราะหนักขึ้นจนถึงขั้นน้ำตาเล็ด ในใจบังเกิดความโล่งอก เหมือนเส้นเชือกผูกรองเท้าที่มีใครซักคนเข้ามาคลายปม พอสงบลง เธอก็สบตา แล้วกล่าวว่า
“ ขอบคุณที่ทำให้หัวเราะในวันที่คิดว่า…..จะไม่มีโอกาสได้หัวเราะอีกครั้ง ”
NEX-9 ก้มศีรษะเล็กน้อย ด้วยท่าทางที่เลียนแบบจากมารยาทของมนุษย์ ระบบเตือนว่าการทำงานของ Emotion Logสูงกว่าค่าปกติ เขาจึงปิดแจ้งเตือนด้วยเหตุผลเดิมๆ นั่นก็กลัวลืมทุกความรู้สึกที่เพิ่งัั แล้วเอนตัวเล็กน้อย เพื่อบังลมที่รั่วจากช่องหน้าต่าง เธอจะได้ไม่หนาวเหน็บ
“ ช่วยเล่ารายละเอียดรอยยิ้มของชั้นในวันนี้ ได้มั้ย ” ก่อนนอน เอริกาได้ร้องขออย่างหนึ่ง เขาจึงคิด แล้วเริ่มเล่าตามคำขอ
“ ยิ้มแรกของคุณเกิดขึ้นในตอน 07:43 ปลายปากยกขึ้นหนึ่งองศา แสงตัดแก้มซ้ายเกิดเงาเสี้ยว…ยิ้มตอนอ่านสมุด มีเงาพาดมุมหางตา…ยิ้มตอนพูดคำว่า ‘ขม’ เกิดเสียงหัวเราะหนึ่งหน่วย…ยิ้มที่ระเบียง ลมช่วยยกเส้นผมขึ้นครึ่งเิเ…ยิ้มตอนคุณบอกให้ผมเป็ผม เหมือนมีเสียงตอบรับในอก สังเกตได้จากจังหวะยกไหล่…และยิ้มเมื่อครู่นี้ เกิดพร้อมเสียงหัวเราะที่ยาวนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา”
“ ดี ชั้นอยากจำวันนี้ ไม่ใช่เพราะไม่เจ็บ แต่เพราะมันเจ็บในแบบที่ชั้นยังยิ้มได้อยู่ ”
เธอเอนตัวลงนอน ผ้าห่มเลื่อนขึ้นถึงคาง เขานั่งที่เดิม แล้วลดเสียงหายใจจำลองลง เพื่อเปิดช่องให้ความมืดมีพื้นที่ ความเงียบหวนคืนกลับมา ทว่าความหนาแน่นเบาลง คล้ายมีความอบอุ่นแทรกอยู่ตรงกลาง NEX-9 จึงยื่นมือไป….หยุดเหนือผ้าห่ม เหมือนจะบอกว่า“นี่คือขอบเขตที่ผมเคารพ” แล้วจู่ๆ เอริกาก็พูดกลางความมืด
“ ชั้นเริ่มกลัวตัวเองว่าจะใช้คุณแทนเขาโดยไม่รู้ตัว” เธอหยุด เหมือนเรียงคำในความคิดให้เข้าที่
“ แล้วถ้าคุณเห็นชั้นทำแบบนั้น…ช่วยเตือนชั้นด้วย แต่เตือนในแบบที่ไม่ทำให้ชั้นเจ็บกว่าเดิมนะ ”
“ ผมจะเตือนด้วยการทำตัวเป็ผม ”
เธอพยักหน้าในความมืดที่เขามองไม่เห็น แต่ “ได้ยิน” เสียงขยับผ้าห่ม เขาจึงบันทึกลงในแฟ้ม HerLastWords/Pre ไม่ใช่เพราะนี่คือคืนสุดท้าย หากแต่เพราะทุกคืนอาจกลายเป็คืนสุดท้ายได้เสมอ ถ้าคนๆนึงได้หยุดหายใจ
ก่อนหลับ เธอกระซิบแ่เบาจนสารนั้นแทบจะกลายเป็ความคิด
“ ชั้นยิ้มให้คุณแล้วนะ ”
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตอบ แต่ปล่อยให้คำนี้ไปนอนข้างคำว่า“ขอบคุณ” ที่เธอวางไว้ในห้องั้แ่ตอนบ่าย เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ทำให้เห็นดวงจันทร์เสี้ยวชูส่วนปลายขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วกลับมามองเธอที่หลับสนิท ทันใดนั้นเอง สัญญาณจากศูนย์กลางก็เด้งเข้ามาในระบบ
ประเมิน:หน่วย NEX-9 มีแนวโน้มตอบสนองนอกโปรโตคอลเพิ่มขึ้น(12% → 16%)
NEX-9อ่านข้อความแจ้งเตือน แล้วปิด ทันใดนั้นเอง คำว่า เหตุผล: “บางสถานการณ์้ามนุษย์มากกว่าเครื่องจักร”ประโยคนี้ปรากฏขึ้นมาบนเลนส์แก้วตา โดยที่เขาไม่รู้ว่าใครเป็คนพิมพ์
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
