หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ชีวิตประจำวันของหลี่ซิ่วอิงไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้นมากนัก ตื่นมาทำงาน เสร็จงานก็เข้าห้องนอน ไม่ค่อยออกไปที่ใด ส่วนเ้าของจวนนั้นนางได้ยินมาว่าเขากำลังวิ่งวุ่น เกี่ยวกับคดีการติดสินบนเ้าหน้าที่ของสกุลจางและสกุลหลิว กรมคลังถูกตรวจสอบใหม่ทั้งหมด และพบว่าสกุลหลิวดูแลเื่เสบียงที่ส่งไปให้ทหารกว่าร้อยเกวียณ แต่พอไปถึงจริงๆเสบียงที่ได้มีแค่สี่สิบเกวียณเท่านั้น เสบียงถูกสับเปลี่ยนเป็อย่างอื่นให้เหมือนกับว่าข้าวของด้านในครบตามจำนวน เสนาบดีกรมคลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ และจัดการได้ไม่ดีจึงถูกตัดสินคดีไปด้วย เพราะเหตุนี้เทำให้เสบียงที่ส่งไปให้ทหารที่ชายแดนมีไม่พอ ความเป็อยู่ของเพื่อนร่วมสนามรบ เว่ยตงหยางผู้นำทัพออกศึกทุกคราจึงตรวจสอบเื่นี้ด้วยตนเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดำเนินตามเนื้อเื่ในนิยายทุกอย่างจนหลี่ซิ่วอิงมิเป็กังวล นากเอกของเื่อย่างจางเซียวเหยียนจะต้องเลือกระหว่างพระเอกอย่างโจ้วยู่ร์เฟิงหรือตัวร้ายเว่ยตงหยางให้ช่วย ด้วยความฉลาดและการเดินเกมส์ทำให้มีคนหนึ่งที่ต้องเสียใจ อีกคนก็ถึงแม้จะรู้ว่ากำลังถูกใช้งานก็ยอมจำนน
แปะ! แปะ!
เสียงการเดินหมากกระทบกระดานก้อง ความเงียบยามค่ำคืนแม้เสียงยุงที่บินยังได้ยิน ยามนี้ผู้คนในจวนต่างเตรียมตัวเข้านอนกันเสียหมดแล้ว แต่ผู้ใดจะคิดว่าหลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หนึ่งหญิงงงามกับชายวัยกลางคนกำลังทำศึกบนกระดาาหมากกันอยู่ สีหน้าของพ่อบ้านตั๋วตูกำลังเคร่งเครียด คิ้วทั้งสองข้างผูกกันเป็โบ เหมือนกับว่าหมากเกมส์นี้ที่ใช้เวลาเดินมากกว่าหนึ่งชั่วยาม กำลังจะสิ้นสุดลง
แปะ!
สิ้นเสียงหมากตัวสุดท้ายกระทบกระดาษ หญิงสาวร้องออกมาด้วยความดีใจ
"เอาหล่ะ ข้ายอมรับความพ่ายแพ้นี้ เช่นนั้นหากทำอาหารเสร็จเ้าก็เก็บกวาดครัวให้เรียบร้อยด้วย"
"ออมมือแล้ว"
ตั๋วตูเอ่ยจบก็เดินออกไปพักบ้าง หลี่ซิ่วอิงรับคำก่อนที่จะเดินเข้าไปในครัว ในเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วยามก็เป็วันใหม่ ที่จริงพรุ่งนี้เป็วันเกิดของหญิงสาวและเ้าของร่างนี้ มิรู้ว่าเป็เื่บังเอิญหรือมีเหตุผลอันใดหรือไม่ ปกติทุกๆปีนางจะทำอาหารกินเองในห้องเล็กๆ อาจเป็เพราะในโลกเก่านางอยู่ตัวคนเดียวไม่มีครอบครัว พอมาอยู่ที่นี่ถึงแม้จะใช้ชีวิตยากขึ้น แต่นางก็สัญญาว่าจะใช้ชีวิตให้มีความสุข
แสงโคมไฟในครัวดับไปหลายดวง มีเพียงสองถึงสามจุดเท่านั้นที่ยังคงทำหน้าที่ให้แสงสว่าง แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำอาหารเพียงไม่กี่อย่าง
ซ่า ~~~
เสียงพัดหมูซีกโครงจานโปรดถูกตักใส่จาน กลิ่นหอมตลบอบอวนไปทั้วบริเวณ เพียงไม่นานกับข้าวอีกสองถึงสามอย่างก็เป็อันเสร็จ ถึงแม้ว่าเครื่องปรุงที่นี่จะไม่ครบเหมือนโลกเก่าแต่บางอย่างก็ทดแทนกันได้ ถือว่ารสชาติมิได้ผิดเพี้ยนมากนัก นางเบื่ออาหารรสชาติจืดชืดที่นี่เต็มทน ขนาดในโรงเตี๊ยมยังอร่อยสู้ฝีมือมือนางไม่ได้ กินเช่นไรก็รู้สึกไม่ชินเสียทีหรืออาจเป็เพราะนางชอบกินอาหารรสจัดกันนะ
ในค่ำคืนที่เงียบสงบ กว่าจะทำอาการเสร็จก็เป็วันใหม่เสียแล้ว ในช่วยปลายยามจื่อท้องฟ้าที่มืดมิดถูกแต่งต้มด้วยสีขาวระยิบระยับจากดวงดาวเต็มท้องฟ้า พระจันทร์เสี้ยวถูกหมู่เมฆปกคลุม แต่ถึงอย่างนั้นวันนี้ฟ้าก็เปิดไม่มีเมฆฝนตั้งเค้าทั้งที่เป็ฤดูวสันต์ เหมือนกำลังอวยพรและได้ยินคำอธิษฐานของนาง
"สุขสันต์วันเกิดนะหลี่ซิ่วอิง"
หลี่ซิ่วอิงหลับตาอธิษฐานกับดวงดาว หมูผัดซีกโครงถูกปักเทียนแทนเค้ก ลมเย็นพัดปลอยผมปลิว เทียนที่จุดไฟอยู่ดับลงในชั่วพริบตา
"อิงอิง ตั๋วตูอยู่หรือไม่"
เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะของหญิงสาว
"เ้าคือผู้ใด ข้ามิรู้จักและอีกอย่างห้ามเรียกชื่อนี้กับข้า"
หญิงสาวเอ่ยตอบอย่างไม่พอใจมากนักที่คนผู้นี้เข้ามาขัดจังวะนาง
"เหตุใดเสี่ยวหมี่ถึงเรียกเ้าได้ล่ะ ข้าเห็นมันน่ารักดีเลยขอเรียกบ้าง"
"ไม่ได้!"
"เ้ากับข้าสนิทกันแล้ว อย่างหวงไปเลย"
"ไม่ได้ ว่าแต่เ้ามามีเื่อันใด"
"ท่านอ๋องรับสั่งหาอาหาร เลยจะมาแจ้งตั๋วตูให้ทำ"
"เวลานี้หรือ ตั๋วตูไปนอนแล้วล่ะ"
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยตอบไปตามตรง นี่เวลาอันใดแล้วเขาทานขนมหวานหรือผลไม้มิได้หรือ เหตุใดต้องลำบากบ่าวไพร่เช่นนี้กัน ระหว่างนั้นิเพ่ยกลับได้กลิ่นหอมของอาหารก่อนที่จะเบิกตากว้างเมื่อเห็นทางเลือกที่ดี
"อาหารนี้ใช้ได้"
เพี๊ยะ!
เสียงมือเรียวตีมือชายหนุ่มที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบจานอาหาร
"อิงอิง...หลี่ หลี่ซิ่วอิง ข้าขออาหารนี่เถอะนะ ข้าเกรงใจตั๋วตูนะอีกทั้งท่านอ๋องก็หิวแล้วด้วย เ้าก็รู้ว่า่นี้ท่านอ๋องยุ่งมาก ทำงานมิได้พักผ่อน กินก็ไม่เป็เวลา ถือว่าเ้าช่วยข้าเถอะนะ
ิเพ่ยเอ่ยอย่างอ้อนวอน ที่จริงหากเดินไปตามพ่อบ้านตั๋วตูก็ไม่มีปัญหาอันใด ปกติก็เป็เช่นนั้นอยู่บ่อยครั้ง แต่วันนี้เว่ยตงหยางยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน ยามนี้เรียกหาอาหารก็ไม่อยากให้ชายหนุ่มต้องรอนาน หากทำใหม่เกรงว่าคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วยาม
"ก็ได้ แต่ข้ามีข้อแลกเปลี่ยน”
"ได้ แต่อย่ามากว่าความสามารถของข้าก็แล้วกัน"
"ทิ้งหมูซีกโครงไว้ นอกนั้นเ้านำไปได้"
"ขอบใจเ้ามาก"
ิเพ่ยเอ่ยด้วยใบหน้าดีใจก่อนที่จะยกอาหารอกไป
เว่ยตงหยางยังคงนั่งทำงานจนตัวเป็เกลียว ตำรารวมถึงรายงานต่างๆกองพะเนินสูงอยู่บนโต๊ะไม้ มือหนาขยี่ตาก่อนที่จะนวดคลึงบริเวณศรีษะช้าๆอย่างเบามือ อาหารที่ิเพ่ยนำเข้ามายังไม่ถูกตักเข้าปากสักคำจนความร้อนตอนนี้หายไปหมดแล้ว ตาคมมองไปทางประตูใหญ่พบว่าผู้ช่วยของเขาหลับไปเสียแล้ว จึงตัดสินใจกินไปทั้งอย่างนั้น ชายหนุ่มยังจดจ่อที่รายงานต่างๆแต่มือใหญ่กลับเอื้อมมาคีบอาหารเข้าปากอย่างไม่ให้ทุกอย่างต้องเสียเวลา แต่ครั้งแรกที่อาหารเข้าปากกลับทำให้เขาประหลาดใจ เนื่องจากไม่ใช่รสชาติที่กินทุกวัน
"ิเพ่ย หมงเพ่ย!"
เว่ยตงหยางขึ้นเสียงมากขึ้นเพื่อปลุกลูกน้องเขาที่กำลังนั่งกอดกระบี่หลับอยู่ประตูหน้าเรือน
"ขอรับท่านอ๋อง"
"ผู้ใดเป็คนทำอาหารนี่"
"ระ...เรียนท่านอ๋อง หลี่ซิ่วอิงขอรับ วันนี้ตั๋วตูเลิกงานเร็ว อาหารนี้แม่นางหลี่ทำเสร็จพอดีข้าจึงยกมาก่อน"
"นางย้ายไปทำที่ครัวเมื่อใดกัน นางอยู่เรือนตำรามิใช้หรือ”
เว่ยตงหยางเอ่ยถามด้วยความสงสัย หมู่นี่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ไปที่นั้นจึงไม่ได้สักเกต
"มิได้ขอรับ นางเพียงทำอาหารกินเอง ข้าทราบมาว่าวันนี้เป็วันเกิดของนางขอรับ แต่ถึงอย่างนั้นนี่ไม่ใช่อาหารเหลือนะขอรับ เป็นางที่ตั้งใจทำยังมิได้ทานขอรับ หากท่านอ๋องอยากได้ใหม่ ข้าจะไปบอกตั๋วตูเดี่ยวนี้"
"ไม่ต้อง! เหตุใดถึงรู้จักนางมากมายเช่นนี้กัน"
ปัก! เสียงโยนถุงเงินกระทบพื้น ิเพ่ยที่เห็นเช่นนั้นก็รู้ดีว่าผู้เป็นายให้รางวัลหญิงสาว
"พรุ่งนี้ข้าจะนำไปให้นางขอรับ"
"เดี๋ยว!"
"ขอรับ"
"เสื้อคลุมคราวก่อนให้นางคืนหรือยัง"
"พ่อบ้านตู๋เพิ่มในเงินเดือนให้นางแล้วขอรับ"
ิเพ่ยรายงานก่อนจะออกไป หลี่ซิ่วอิงผู้นี้น่าคบหามิน้อยถึงกลับทำให้ท่านอ๋องพอใจได้ เขาอยู่กับท่านอ๋องมาตั้งหลายสิบปียังได้รางวัลนับครั้งได้
....
"อิงอิง เ้าดูนี่สิงามหรือไม่"
เสี่ยวหมี่เรียกสหายให้ดูปิ่นเงินรูปดอกไม้ที่ปักอยู่บนหัวนาง วันนี้เป็วันหยุดของคนทั้งคู่ เนื่องจากที่จวนเว่ยอ่องจะให้สาวใช้สลับวันหยุดตามห้องพักในเรือนสาวใช้ ทุกๆหนึ่งเดือนพวกนางจะได้หยุดหนึ่งวัน เพียงแค่หนึ่งวันก็มากพอแล้ว หากเทียบกับการทำงานที่เหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่สองเดือนมานี้หญิงสาวปรับตัวเข้ากับกำแพงจวนเสียแล้ว เรียกว่าความตั้งใจแรกก่อนหน้านี้เริ่มเห็นผล เพราะเ้าของจวนงานยุ่งเสียจนไม่มีเวลามาที่เรือนตำรา ถึงแม้ว่าจะสามารถออกนอกจวนได้เดือนละครั้ง แต่ก็มิได้มีกฎห้ามติดต่อกับผู้คนภายนอก ยังสามารถส่งจดหมายถึงที่บ้านได้หรือรับข้าวของที่นำมาฝากได้ แต่ข้าวของเ่าั้ต้องถูกตรวจสอบอย่างดีเพื่อความปลอดภัย ความแ่าไม่ต่างจากวังหลวงเลยแม้แต่น้อย
"งามมาก เหมาะกับเ้า
"เ้าหันมานี้เดี๋ยว"
เสี่ยวหมี่เอ่ยพลางปักปิ่นอีกอันไปที่เรือนผมงามของหลี่ซิ่วอิง"
"ข้าซื้อให้เ้าเป็ของขวัญวันเกิด"
"ชิ้นนี้แพงไป ข้าไม่รับ"
"เถอะนะอิงอิง ข้าอยากให้เ้า"
"ข้าเอาปิ่นทั้งสองชิ้นนั้น"
เสียงทุ่มเอ่ยอยู่ด้านหลังของหญิงสาวทั้งคู่ ก่อนที่จะยื่นเงินให้พ่อค้าไป ทั้งสองหันมาทางผู้มาใหม่ด้วยความใ ก่อนที่หลี่ซิ่วอิงจะรีบถอดปิ่นนั้นออกจากหัวและยื่นให้ชายหนุ่ม
"นี่เ้าค่ะคุณชาย"
"ได้เช่นไร พวกข้าเห็นปิ่นนี้ก่อนนะ"
เสี่ยวหมี่เอ่ยอย่างทนมิได้ที่พวกนางเลือกซื้อก่อนแท้ๆ แต่กลับถูกจ่ายเงินตัดหน้า
"มีหมี่นี้คือคุรชายโจ้ว โจ้วยู่ร์เฟิง"
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยอย่างแนะนำ กลัวว่าสหายตนจะทำเื่ที่ไม่เหมาะสมเข้า ถึงอย่างไรพวกนางก็เป็เพียงบ่าว เื่ไม่เป็เื่เช่นนี้นางไม่อยากวุ่นวายสิ่งใดเลี่ยงที่จะไม่มีปัญหาได้นางก็จะทำ มิอยากเป็จุดเด่นในชีวิตของเหล่าตัวเอกในนิยายเช่นนี้ อีกอย่างชายผุ้นี้อันตรายไม่แพ้เว่ยงหยางเลยแม้แต่น้อย มีเช่นนั้นจะเป้นพระเอกในนิยายได้เช่นไรกัน
"ขออภัยที่ข้าด่วนซื้อให้โดยมิได้ถามเ้าก่อน เพียงปิ่นนั้นเหมาะกับพวกเ้าทั้งสองมาก"
"พวกข้ารับปิ่นนี่ไม่ได้เ้าค่ะ"
หลี่ซิ่วอิงไม่ได้พูดเปล่าแต่ยังเอาปิ่นนั้นยัดใส่มืออาเตียน ผู้ช่วยของเขาที่นางเองก็เคยพบแล้วเหมือนกันที่จวนสกุลจาง
"พวกข้าขอตัวเ้าค่ะ"
“เช่นนั้นแม่นางทั้งสองระวังตัวด้วย”
หญิงสาวทั้งคู่เอ่ยจบก็ไปทันที ดวงตาคมมองตามหลังพวกนางทั้งคู่ที่เดินออกไปได้ไม่ไกลนัก นางหลบหน้าเขาอย่างมิต้องสงสัยหรือไม่นางก็ไม่ได้อยากรู้จักเขามากกว่า เห็นทีว่าเสื้อคลุมครั้งก่อนที่เอามาคืน คงเพราะไม่อยากให้มีเื่อันใดตามมาทีหลัง นางไม่ได้ให้เขาตรงๆนั้นแสดงว่านางเลี่ยงพบเข้าเช่นกัน"
"ปิ่นขอรับคุณชาย"
อาเตียนยื่นปิ่นให้ผู้เป็นาย
"อิงอิงหรือ"
โจ่วยู่ร์เฟิงกำปิ่นในมือพร้อมยกยิ้มที่มุมปาก นางชั่งเป็หญิงที่น่าสนใจมิน้อย จากนั้นเอียงตัวไปกระซิบสั่งการลูกน้องให้ทำบางอย่าง
....
หญิงสาวทั้งคู่หลังจากที่ปลีกตัวออกมาจากโจ้วยู่ร์เฟิงได้ก็ยังคงเลือกซื้อของกันต่อ พวกนางพึ่งมาได้ไม่ถึงเค่อเลยด้วยซ้ำ หากจะกลับเพียงเพราะเื่เท่านี้เกรงว่าจะหมดสนุกกันเสียเปล่า วันหยุดไหนเลยจะหาง่ายๆกัน
"อิงอิง เ้ารู้สึกว่ามีสิ่งใดแปลกๆหรือไม่"
เสี่ยวหมี่กระซิบถามสหายของตนที่กำลังเลือกเครื่องหอมอยู่
"ข้าเห็นมาสักพักแล้ว เ้ามิต้องกลัวที่นี่ตลาด ขอเพียงเราอยู่กับผู้คนมากๆก็ปลอดภัย”
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยปลอบสหายของตน นี่มันวันอะไรกันแน่ เหตุใดทุกคราที่ก้าวเท้าออกจากจวนเว่ยถึงมีแต่เื่ราวกัน จะให้นางอยู่แต่จวนเป็ผีเฝ้ากำแพงไปเลยหรืออย่างไร ดวงตางามชำเลืองมองไปยังชายฉกรรจ์สามถึงสี่คนที่ตามพวกนางอยู่
"เอาอันนี้เ้าค่ะ"
หลี่ซิ่วอิงเลือกถุงหอมก่อนจะยื่นเงินให้เ้าของร้าน แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่า ผู้ร้ายไม่ได้มีเพียงสี่คนนั้น แต่อีกคนคือเ้าของร้านที่กำลังยืนขายของให้นางอยู่ที่นี่ วัตถุเงาวับที่ไม่ต้องบอกว่าคือสิ่งใดจี้ที่หลังของนางอยู่ เพียงไม่นานหนึ่งในคนร้ายก็เข้ามาประชิดตัวเสี่ยวหมี่เช่นกัน ปลายแหลมของมีคมจี้หญิงสาวจนรู้สึกเจ็บแปล๊บ คาดว่าคงเป็รอยแผลเล็กน้อยเท่านั้น
"เดินไป เงียบๆ"
เ้าของร้านเครื่องหอมที่บัดนี้กลายเป็คนร้ายแล้วเรียบร้อยออกคำสั่งให้หญิงสาวเดินไปยังตรอกลึกที่ไม่มีผู้คน
"พี่ชาย พวกข้าเป็เพียงบ่าวรับใช้เท่านนั้น มิได้มีเงินทองมากมายให้พวกท่าน ท่านอยากได้ใช้หรือไม่ พี่ชายปล่อยเพียงครู่ข้าจะนำเงินออกมาให้เ้าค่ะ"
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยอย่างต่อรอง
"อื้อๆ"
เสี่ยวหมี่ที่ใกลัว เอ่ยเสริมคำพูดของสหาย
"ไม่ต้องห่วง เงินทองพวกข้าล้วนมีใช้ไม่ขาดมือ ขาดก็เพียงแค่สาวงามข้างกาย"
หนึ่งในคนร้ายเอ่ยตอบ อีกทั้งยังใช้สายตาแทะโลมหญิงสาวอีกด้วย มือหยาบกร้านค่อยๆเอื้อมมือหวังที่จะััที่บั้นท้ายของเสี่ยวหมี่
"พี่ชาย! พี่ชายใจเย็นๆก่อนสิเ้าค่ะ"
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยขัดก่อนที่ฝ่ามือของชายชั่วผู้นั้นจะััถึงตัวเสี่ยวหมี่
"หรือว่าเ้าจะเป็คนเริ่มก่อนดี"
ชายผู้นั้นเปลี่ยนทิศมาทางหลี่ซิ่วอิงแทน มือหยาบกร้านเอื้อมไปหวังจะััเข้ากับใบหน้างาม หญิงสาวหันหลบด้วยความกลัว แต่จังหวะก่อนที่จะถูกใบหน้านาง กลับมีก้อนหินปริศนาประทะฝ่ามือนั้นจนเกิดเป็โลหิตสีแดงสด
"ผู้ใดว่ะ"
เสียงะโลั่นออกมาด้วยความโมโห โลหิตแดงหยุดลงบนพื้นเป็ทางยาว คนร้ายที่เหลือต่างทำท่าเตรียมการป้องกันต่อสู้ทันที หญิงสาวทั้งคู่หลังหลุดจากการจับกุ่มก็รีบวิ่งเข้าหากัน แต่ก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ เนื่องจากตนยังถูกคุมตัวเอาไว้อยู่
"ผู้ใด แน่จริงก็ออกมาสิว่ะ"
บนหน้าต่างชั้นสองของโรงเตี๊ยม สามารถเห็นเหตุการณ์ด้านล่างได้อย่างชัดเจน มุมปากหนาโค้งขึ้นอย่างพอใจ นิ้วเรียวคีบก้อนหินชิ้นเล็กอย่างสบายอารมณ์ จากนั้นพุ่งทยายลอยตัวลงมาจากนั้นสองของโรงเตี๊ยมทางหน้าต่าง อาภรณ์ขาวทั้งตัวปลิ้วพัดตามสายลม เส้นผมดำหนาคลอเคลียไปตามเนื้อผ้า ใบหน้าที่สมบรูณ์แบบบวกกับกลิ่นหอมเฉพาะตัว ฉากเหตุการร์เช่นนี้คงหนีไม่พ้นบุรุษช่วยหญิงงามในนิยาย ร่างสูงทะยานลงมาแตะที่พื้น ดวงตาคมยังคงทำท่าสบายๆอย่างมิเป็กังวล ชายหนุ่มมองมาทางหลี่ซิ่วอิงอย่างสนใจ
"ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่าให้ระวังตัว ห่างจากข้าเพียงไม่นานเหตุใดถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้กัน"
เสียงทุ่มเอ่ยอย่างตำหนิหญิงสาว ท่าทางคำพูดหยอกล้อทำให้คนร้ายเ่าั้มีน้ำโหขึ้นไม่น้อย
"เ้าเองหรือที่ทำมือข้าให้เป็เช่นนี้ อยากเป็บุรุษช่วยสาวงามมิประเมินตน"
"ข้าแล้วอย่างไรหรือ ชีวิตพวกเ้าก็เป็เพียงปลวกมด อยู่ไปก็สร้างแต่ความเดือดร้อนให้ผู้อื่น"
โจ้วยู่ร์เฟิงไม่พูดเปล่า ดีดก่อนหินด้วยความเร็วและแรงใส่คนร้ายสี่คนในคราเดียว ทักษะของเขามีใช่คนธรรมดาทั่วไป จากนั้นออกกระบวนท่าเพียงไม่กี่กระบวน ชายคนร้ายเ่าั้ก็ลงไปนอนกองกับพื้น ด้วยวรยุทธ์ที่สูงไม่แพ้ผู้ใดของเขา คนจำนวนเท่านี้แค่จะััตัวชายหนุ่มยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
"คุณชายข้ามาช้าไป"
อาเตียนรีบวิ่งเข้ามาหาผู้เป็นาย
"คุมตัวไปส่งทางการ"
"ขอรับ"
อาเตียนรับคำสั่งก่อนที่จะพาลูกน้องอีกสองสามคน มาพาชายคนร้ายพวกนี้ออกไป
"เป็อันใดหรือไม่ ได้รับาเ็ที่ใด"
โจ้วยู่ร์เฟิงหันมาทางหญิงสาวทั้งคู่
"ข้ามิเป็อันใด คุนชายเป็อันใดหรือไม่"
หลี่ซิ่วอิงรีบเอ่ยปฏิเสธ ชายหนุ่มเพียงส่ายหน้าตอบกลับไปเช่นนั้นเดิม
"ขอบคุณคุณชายโจ้วที่มาช่วยพวกข้าได้ทัน"
หญิงสาวทั้งคู่เลยขอบคุณพลางทำท่าคารวะด้วยความจริงใจ
"ถ้าหากไม่มีอันใดแล้....."
ซี๊ด~~~
ชายหนุ่มส่งเสียงออกมาด้วยความเจ็บ ก่อนที่จะจับไปที่หน้าอกของตนเอง การต่อสู้เมื่อสักครู่ทำแผลเขาฉีกไปส่ะแล้ว ตอนแรกเขาคิดว่าจะไม่บอกพวกนางทั้งสองคน แต่นี่อันใดพอเขาช่วยเสร็จก็จะหนีเขาอีกแล้ว
"ท่านเป็อันใดหรือไม่"
"แผลข้าคงฉีกเสียแล้ว"
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางกุมมือไปที่อกข้างขวา
"เช่นนั้นท่านรีบกลับจวนเถอะเ้าค่ะ จะได้ทำแผล"
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยอย่างเป็กังวล พร้อมเข้าไปพยุงเขาด้วยความเป็ห่วง เสี่ยวหมี่เองก็รีบรับข้าวของมาถือไว้เพื่อให้สหายประคองได้สะดวก
“ข้าเดินมิไหวแล้ว ไปพักที่โรงเตรียมก่อนเถอะ”
โจ้วยู่ร์เฟิงเอ่ยอย่างใช้ความคิด
"เ้าค่ะ"
หลี่ซิ่วอิงประคองเขาเข้าไปด้วยความเต็มใจ คำตอบของหญิงสาวทำให้ตัวตัวโตที่นางกำลังเป็ห่วงอยู่นั้นรู้สึกพอใจไม่น้อย รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฎขึ้นโดยที่ไม่ให้ผู้ใดเห็น
……
คนร้ายนี่ใช้แผนของโจ้วยู่ร์เฟิงไหมนะ แต่จะเป็ไปได้ไง คนนี้คือพระเอกในนิยายที่ยัยย้องเข้ามานะ
สปอย~~~~ ตอนหน้า มีคนหึง!!!!!!!!! อิอิ ????
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————