ระบบค้นหาสมบัติ : เปิดกล่องลับสู่พลังวิวัฒนาการ

    บทที่ 23 ด้ายแดงคือของปลอม

            หลินเฟิงส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี จากนั้นก็เปิดหน้าต่างแชตของหลิวเยว่หรู เห็นเพียงบนนั้นมีข้อความสั้น ๆ ปรากฏอยู่บรรทัดหนึ่ง

     

            [หลิวเยว่หรู : หลินเฟิง พรุ่งนี้คุณว่างไหม?]

     

            [หลินเฟิง : ว่างสิ มีเ๱ื่๵๹อะไรเหรอ?]

     

            ไม่นาน หลิวเยว่หรูก็ส่งข้อความตอบกลับมา

     

            [หลิวเยว่หรู : มีเ๱ื่๵๹จริง ๆ นั่นแหละ คุยทางโทรศัพท์ไม่ค่อยสะดวก ถ้ายังไงพรุ่งนี้คุณแวะมาที่ร้านฉันหน่อยได้ไหม?]

     

            [หลินเฟิง : ไม่ใช่ว่าหยกก้อนนั้นมีปัญหาหรอกนะ?]

     

            [หลิวเยว่หรู : หยกไม่มีปัญหา เป็๲เ๱ื่๵๹อื่นน่ะ]

     

            [หลินเฟิง : อ้อ งั้นพรุ่งนี้ฉันโทรติดต่อเธอโดยตรงเลยละกัน?]

     

            [หลิวเยว่หรู : อืม ได้สิ]

     

            [หลินเฟิง : ดึกป่านนี้แล้วยังไม่นอนอีกเหรอ?]

     

            [หลิวเยว่หรู : เพิ่งจะเอนตัวลงนอน กำลังเตรียมตัวจะนอนแล้วล่ะ]

     

            ...

     

            เอาเถอะ! หลินเฟิงตัดจบบทสนทนาเสียเอง ในเมื่อหลิวเยว่หรูบอกว่ากำลังเตรียมตัวจะเข้านอนแล้ว หลินเฟิงก็เกรงใจเกินกว่าจะรั้งเธอให้คุยต่อ

     

            ดังนั้น หลินเฟิงจึงเปิดข้อความวีแชตที่ซูเม่ยส่งมา ไม่รู้ว่า 'เพื่อนบ้านแสนดี' คนนี้มีธุระอะไรกับเขาอีก?

     

            [ซูเม่ย : หลินเฟิง อยู่ไหม?]

     

            [หลินเฟิง : อยู่ มีเ๱ื่๵๹อะไรเหรอ?] หลินเฟิงลูบแก้มตัวเองไปมา จากนั้นก็ตอบข้อความซูเม่ยไป

     

            [ซูเม่ย : ฉันต้องขออธิบายให้ชัดเจนถึงเ๱ื่๵๹เข้าใจผิดที่เกิดขึ้นเมื่อวานซืนหน่อย] ข้อความของซูเม่ยตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

     

            เปลือกตาของหลินเฟิงกระตุก จากนั้นเขาก็รีบพิมพ์ตอบไปอย่างรวดเร็ว

     

            [หลินเฟิง : อืม เธอว่ามาสิ]

     

            [ซูเม่ย : ขอโทษนะหลินเฟิง ฉันต้องขอโทษนายก่อนเลย]

     

            [หลินเฟิง : ฉันให้อภัยเธอไปแล้วไม่ใช่เหรอ?]

     

            [ซูเม่ย : โจวเหล่ยคนนั้นเป็๲พวกโรคจิตชัด ๆ เสื้อผ้าที่ฉันตากไว้ตรงระเบียง ถูกเขาขโมยไปเป็๲สิบกว่าครั้งแล้ว!]

     

            [ซูเม่ย : หมอนั่นจ้องจะขโมยเฉพาะชุดชั้นในของฉัน แถมทุกครั้งที่ฉันเอาชุดชั้นในไปตาก เผลอแป๊บเดียวก็โดนขโมยไปแล้ว!]

     

            [ซูเม่ย : ดังนั้นฉันก็เลยตั้งใจเอาชุดชั้นในที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไปตากไว้ แล้วแกล้งทำเป็๲ออกไปข้างนอก ตามด้วยแอบกลับเข้ามาในบ้าน นึกไม่ถึงเลยว่าพอเปิดประตูระเบียงออกไป ก็เจอนาย...]

     

            ในที่สุดหลินเฟิงก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมตอนนั้นซูเม่ยถึงไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้อธิบายเลย ที่แท้วันนั้นเธอกำลังจงใจล่อเสือออกจากถ้ำอยู่นี่เอง!

     

            ให้ตายสิ! บนหน้าฉันมีคำว่า 'ซวย' สลักเอาไว้หรือไง? ทำไมถึงได้แจ็กพอตแตกไปรับเคราะห์เข้าอย่างจังขนาดนั้น?

     

            ไม่ถูกสิ! ถ้าไม่ใช่เพราะชุดชั้นในตัวนี้ เขาก็คงไม่ได้เปิดใช้งานระบบค้นหาสมบัติ เพราะงั้น นี่ไม่ใช่ความโชคร้ายแต่เป็๲ความโชคดีต่างหาก!

     

            พอคิดมาถึงตรงนี้ หลินเฟิงก็ไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะดี เห็นเพียงเขาตอบข้อความกลับไปหาซูเม่ยว่า

     

            [หลินเฟิง : ไม่เป็๲ไร ก็แค่เ๱ื่๵๹เข้าใจผิด ฉันไม่ได้เป็๲คนใจแคบขนาดนั้นหรอก]

     

            [ซูเม่ย : นายด่าฉันซะหยาบคายขนาดนั้น ยังไม่เรียกว่าใจแคบอีกเหรอ? : สติกเกอร์ร้องไห้]

     

            [หลินเฟิง : โธ่! ฉันขอโทษเธอเลยก็แล้วกัน? ฉันผิดไปแล้ว!]

     

            [ซูเม่ย : หึหึ ก็ได้ ฉันให้อภัยนายแล้ว]

     

            [หลินเฟิง : ...]

     

            หลังจากซูเม่ยอธิบายเ๱ื่๵๹นี้จนกระจ่างแจ้งแล้ว หลินเฟิงก็ไม่รู้ว่าทำไม จู่ ๆ อารมณ์ก็เบิกบานขึ้นมาทันที

     

            ที่แท้เธอไม่ได้เป็๲ผู้หญิงที่มีจิตใจเลวร้ายอะไร เธอแค่รังเกียจพฤติกรรมลักขโมยของโจวเหล่ย และตัวเองก็บังเอิญไปอยู่ผิดที่ผิดเวลาเข้าพอดี ดังนั้นถึงได้เกิดเ๱ื่๵๹เข้าใจผิดขึ้นในเวลาต่อมา!

     

            ตอนนี้เ๱ื่๵๹เข้าใจผิดถูกคลี่คลายแล้ว หลินเฟิงกลับรู้สึกละอายใจขึ้นมานิดหน่อย เพราะยังไงเขาก็ด่าซูเม่ยซะยับเยิน๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้าต่อหน้าผู้คนตั้งมากมาย

     

            ส่วนซูเม่ยไม่เพียงแต่จะไม่เถียงกลับ แต่ยังยอมรับความโกรธเกรี้ยวของหลินเฟิงอย่างเงียบ ๆ ถึงขั้นที่ว่าหลังจากนั้นเธอก็ยังมาขอโทษหลินเฟิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

     

            หญิงสาวที่มีเหตุผลขนาดนี้ จะเป็๲ผู้หญิงเลวไปได้ยังไง? ดังนั้น หลินเฟิงจึงส่งข้อความหาซูเม่ยไปอีก

     

            [หลินเฟิง : เย็นพรุ่งนี้ขอเลี้ยงข้าวเธอสักมื้อ ถือเป็๲การขอขมาเธอละกัน ได้ไหม?]

     

            [ซูเม่ย : ได้ ตกลงตามนี้ : สติกเกอร์ยิ้ม]

     

            ...

     

            หลังจบการพูดคุยกับซูเม่ย จู่ ๆ หลินเฟิงก็รู้สึกคันไม้คันมือทนไม่ไหวขึ้นมา

     

            รูปร่างของซูเม่ยไม่ต้องสงสัยเลยว่าสามารถให้คะแนนเต็ม 100 ได้สบาย ๆ แถมหน้าตาของเธอก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 98 คะแนน ผู้หญิงแบบนี้เรียกได้ว่าเป็๲เทพธิดาในดวงใจของเหล่าโอตาคุหลายหมื่นหลายพันคนเลยทีเดียว หลินเฟิงเองก็อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้เหมือนกัน!

     

            ลองทดสอบประสิทธิภาพของด้ายแดงอีกสักครั้งดีไหมนะ?

     

            ล้มเหลวมาตั้งสองครั้งแล้ว มันก็ต้องสำเร็จสักครั้งแหละมั้ง?

     

            ผู้หญิงสองคนอย่างฉู่อิ๋งอิ๋งและหลิวเยว่หรูต่างก็ไม่ใช่คนธรรมดา คนแรกมีสถานะที่ลึกลับมาก ส่วนคนหลังก็มีสถานะเป็๲สาวสวยรวยเสน่ห์อย่างแท้จริง

     

            การใช้ด้ายแดงกับพวกเธอล้มเหลว พิสูจน์ได้เพียงแค่ว่าหลินเฟิงในตอนนี้ยังไม่คู่ควรกับผู้หญิงแบบนี้

     

            แต่ซูเม่ยแตกต่างออกไป เธอเป็๲เพียงนางพยาบาลสาวธรรมดาคนหนึ่ง และตอนนี้หลินเฟิงเองก็ถือว่าเป็๲คนรวยแล้ว บางทีครั้งนี้อาจจะสำเร็จล่ะมั้ง?

     

            ช่างเถอะ ลองดูหน่อยก็คงไม่เสียหาย ยังไงก็ต้องทดสอบหาอัตราความสำเร็จของด้ายแดงให้ชัดเจนไม่ใช่หรือ?

     

            หลินเฟิงหาข้ออ้างที่ไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลให้ตัวเอง จากนั้นก็ใช้ด้ายแดงเส้นที่สามโดยตรง

     

            [ติ๊ง! โปรดทราบ ๻้๵๹๠า๱ใช้ไอเทมด้ายแดงหรือไม่?]

     

            "ใช่!"

     

            [ติ๊ง! โปรดเลือกเป้าหมายที่จะใช้ด้ายแดง]

     

            "ซูเม่ย!"

     

            ฟุ่บ!

     

            ฉากเดิมปรากฏขึ้นอีกครั้ง เห็นเพียงด้ายแดงปรากฏขึ้นบนข้อมือของหลินเฟิงอย่างกะทันหัน ส่วนปลายอีกด้านหนึ่งก็ทะลุกำแพงไปเชื่อมกับร่างของซูเม่ยที่อยู่ห้องข้าง ๆ

     

            [ติ๊ง! ใช้ไอเทมด้ายแดงสำเร็จ]

     

            เมื่อเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอีกครั้ง หลินเฟิงก็จ้องมองด้ายแดงเส้นนี้ตาไม่กะพริบด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่สุด

     

            แต่สิ่งที่ทำให้หลินเฟิงผิดหวังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ก็คือ ด้ายแดงกะพริบสองสามครั้งแล้วก็ค่อย ๆ เลือนหายไป และตลอดกระบวนการทั้งหมด หลินเฟิงก็ยังคงไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ เลยแม้แต่น้อย!

     

            บ้าเอ๊ย แขกรับเชิญชายจับมือล้มเหลวอีกแล้ว เชิญเดินคอตกออกจากรายการต่อไปได้เลย!

     

            หลินเฟิงส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง นอนมองเพดานอย่างเหม่อลอยเงียบ ๆ ...

     

            ผ่านไปชั่วครู่ จู่ ๆ หลินเฟิงก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีข้อความจากหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่เขายังไม่ได้ตอบกลับ ดังนั้นเขาจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดข้อความวีแชตที่จางเสี่ยวมานส่งมาอย่างรวดเร็ว

     

            [จางเสี่ยวมาน : หลินเฟิง คืนนี้คุณว่างไหม?]

     

            หลินเฟิงมองดูเวลาบนโทรศัพท์มือถือ ข้อความนี้จางเสี่ยวมานส่งมาเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว หลินเฟิงไม่ได้ตอบกลับเธอในทันที และเธอก็ไม่ได้ส่งข้อความที่สองมาถามหลินเฟิงอีกเลย ดังนั้น หลินเฟิงจึงรีบตอบกลับไปหาเธอ

     

            [หลินเฟิง : เมื่อกี้ฉันยุ่งอยู่น่ะ ไม่ทันสังเกตเห็นวีแชต มีเ๱ื่๵๹อะไรเหรอ?]

     

            นึกไม่ถึงว่าจางเสี่ยวมานจะตอบกลับข้อความของหลินเฟิงแทบจะในวินาทีนั้น

     

            [จางเสี่ยวมาน : ตอนนี้ยุ่งเสร็จแล้วเหรอ?]

     

            ใบหน้าของหลินเฟิงปรากฏรอยประหลาดใจขึ้นมา ในใจอดเดาไม่ได้ว่า ผู้หญิงคนนี้คงไม่ได้ถือโทรศัพท์มือถือรอเขาตอบข้อความตลอดเวลาหรอกมั้ง?

     

            ดังนั้น หลินเฟิงจึงลองหยั่งเชิงถามไป

     

            [หลินเฟิง : เธอรอฉันตอบข้อความอยู่ตลอดเลยเหรอ?]

     

            [จางเสี่ยวมาน : อืม]

     

            [หลินเฟิง : มีเ๱ื่๵๹อะไรเหรอ?] เปลือกตาของหลินเฟิงกระตุกเบา ๆ

     

            [จางเสี่ยวมาน : ฉันมีตั๋วหนังอยู่สองใบ คุณไปดูเป็๲เพื่อนฉันหน่อยได้ไหม? : สติกเกอร์น่าสงสารสุด ๆ ]

     

            หลังจากอ่านข้อความนี้จบ หลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะเกาหัว นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว? จางเสี่ยวมานนึกยังไงถึงมาชวนเขาไปดูหนังเนี่ย?

     

            แต่ยังไงคืนนี้ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ออกไปเที่ยวเล่นหน่อยดีไหมนะ?

     

            [หลินเฟิง : ได้สิ เธอส่งสถานที่มาเลย เดี๋ยวฉันตามไปหา]

     

            จางเสี่ยวมานส่งตำแหน่งพิกัดให้หลินเฟิงอย่างรวดเร็ว สถานที่ที่ระบุไว้คือโรงภาพยนตร์ซิงเฉินแห่งเมืองไห่ฉิน ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านหลานหยวนที่หลินเฟิงอาศัยอยู่มากนัก

     

            [หลินเฟิง : หนังรอบกี่โมง?]

     

            [จางเสี่ยวมาน : ห้าทุ่มครึ่ง]

     

            [หลินเฟิง : โอเค เดี๋ยวฉันจะรีบไป]

     

            หลังจากส่งข้อความนี้ไป หลินเฟิงก็มองดูเวลา ตอนนี้เป็๲เวลาห้าทุ่มแล้ว ถ้าหากรีบไปตอนนี้ก็ยังทันเวลาเหลือเฟือ

     

            ดังนั้น หลินเฟิงจึงรีบลุกจากเตียง จากนั้นก็จัดทรงผมหน้ากระจกเล็กน้อย แล้วคว้ากระเป๋าถือใบใหม่เดินออกจากบ้านไปทันที

     

            ติ๊ด ติ๊ด!

     

            นึกไม่ถึงว่าเพิ่งจะเดินออกจากบ้าน วีแชตก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง หลินเฟิงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ที่แท้จางเสี่ยวมานก็ส่งข้อความมาหาเขาอีก

     

            [จางเสี่ยวมาน : อย่าลืมพกบัตรประชาชนมาด้วยนะ]

     

            หลินเฟิงเกาหัวด้วยความงุนงง ไปดูหนังก็ต้องพกบัตรประชาชนด้วยเหรอ? โรงหนังออกกฎนี้มา๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่กัน?

     

            เมื่อค้นกระเป๋าถือของตัวเองและมั่นใจแล้วว่ามีทั้งบัตรประชาชน บัตรธนาคาร กระเป๋าสตางค์ กุญแจ บุหรี่ ไฟแช็ก และอื่น ๆ อยู่ครบ หลินเฟิงก็ส่งข้อความตอบกลับจางเสี่ยวมาน

     

            [หลินเฟิง : วางใจได้ พกมาแล้ว!]

     

            [จางเสี่ยวมาน : สติกเกอร์ขี้อาย]

     

            [หลินเฟิง : ?]

     

            [จางเสี่ยวมาน : ฉันรอคุณอยู่หน้าโรงหนังนะ]

     

            [หลินเฟิง : โอเค]