หลินเฟิงส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี จากนั้นก็เปิดหน้าต่างแชตของหลิวเยว่หรู เห็นเพียงบนนั้นมีข้อความสั้น ๆ ปรากฏอยู่บรรทัดหนึ่ง
[หลิวเยว่หรู : หลินเฟิง พรุ่งนี้คุณว่างไหม?]
[หลินเฟิง : ว่างสิ มีเื่อะไรเหรอ?]
ไม่นาน หลิวเยว่หรูก็ส่งข้อความตอบกลับมา
[หลิวเยว่หรู : มีเื่จริง ๆ นั่นแหละ คุยทางโทรศัพท์ไม่ค่อยสะดวก ถ้ายังไงพรุ่งนี้คุณแวะมาที่ร้านฉันหน่อยได้ไหม?]
[หลินเฟิง : ไม่ใช่ว่าหยกก้อนนั้นมีปัญหาหรอกนะ?]
[หลิวเยว่หรู : หยกไม่มีปัญหา เป็เื่อื่นน่ะ]
[หลินเฟิง : อ้อ งั้นพรุ่งนี้ฉันโทรติดต่อเธอโดยตรงเลยละกัน?]
[หลิวเยว่หรู : อืม ได้สิ]
[หลินเฟิง : ดึกป่านนี้แล้วยังไม่นอนอีกเหรอ?]
[หลิวเยว่หรู : เพิ่งจะเอนตัวลงนอน กำลังเตรียมตัวจะนอนแล้วล่ะ]
...
เอาเถอะ! หลินเฟิงตัดจบบทสนทนาเสียเอง ในเมื่อหลิวเยว่หรูบอกว่ากำลังเตรียมตัวจะเข้านอนแล้ว หลินเฟิงก็เกรงใจเกินกว่าจะรั้งเธอให้คุยต่อ
ดังนั้น หลินเฟิงจึงเปิดข้อความวีแชตที่ซูเม่ยส่งมา ไม่รู้ว่า 'เพื่อนบ้านแสนดี' คนนี้มีธุระอะไรกับเขาอีก?
[ซูเม่ย : หลินเฟิง อยู่ไหม?]
[หลินเฟิง : อยู่ มีเื่อะไรเหรอ?] หลินเฟิงลูบแก้มตัวเองไปมา จากนั้นก็ตอบข้อความซูเม่ยไป
[ซูเม่ย : ฉันต้องขออธิบายให้ชัดเจนถึงเื่เข้าใจผิดที่เกิดขึ้นเมื่อวานซืนหน่อย] ข้อความของซูเม่ยตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
เปลือกตาของหลินเฟิงกระตุก จากนั้นเขาก็รีบพิมพ์ตอบไปอย่างรวดเร็ว
[หลินเฟิง : อืม เธอว่ามาสิ]
[ซูเม่ย : ขอโทษนะหลินเฟิง ฉันต้องขอโทษนายก่อนเลย]
[หลินเฟิง : ฉันให้อภัยเธอไปแล้วไม่ใช่เหรอ?]
[ซูเม่ย : โจวเหล่ยคนนั้นเป็พวกโรคจิตชัด ๆ เสื้อผ้าที่ฉันตากไว้ตรงระเบียง ถูกเขาขโมยไปเป็สิบกว่าครั้งแล้ว!]
[ซูเม่ย : หมอนั่นจ้องจะขโมยเฉพาะชุดชั้นในของฉัน แถมทุกครั้งที่ฉันเอาชุดชั้นในไปตาก เผลอแป๊บเดียวก็โดนขโมยไปแล้ว!]
[ซูเม่ย : ดังนั้นฉันก็เลยตั้งใจเอาชุดชั้นในที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไปตากไว้ แล้วแกล้งทำเป็ออกไปข้างนอก ตามด้วยแอบกลับเข้ามาในบ้าน นึกไม่ถึงเลยว่าพอเปิดประตูระเบียงออกไป ก็เจอนาย...]
ในที่สุดหลินเฟิงก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมตอนนั้นซูเม่ยถึงไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้อธิบายเลย ที่แท้วันนั้นเธอกำลังจงใจล่อเสือออกจากถ้ำอยู่นี่เอง!
ให้ตายสิ! บนหน้าฉันมีคำว่า 'ซวย' สลักเอาไว้หรือไง? ทำไมถึงได้แจ็กพอตแตกไปรับเคราะห์เข้าอย่างจังขนาดนั้น?
ไม่ถูกสิ! ถ้าไม่ใช่เพราะชุดชั้นในตัวนี้ เขาก็คงไม่ได้เปิดใช้งานระบบค้นหาสมบัติ เพราะงั้น นี่ไม่ใช่ความโชคร้ายแต่เป็ความโชคดีต่างหาก!
พอคิดมาถึงตรงนี้ หลินเฟิงก็ไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะดี เห็นเพียงเขาตอบข้อความกลับไปหาซูเม่ยว่า
[หลินเฟิง : ไม่เป็ไร ก็แค่เื่เข้าใจผิด ฉันไม่ได้เป็คนใจแคบขนาดนั้นหรอก]
[ซูเม่ย : นายด่าฉันซะหยาบคายขนาดนั้น ยังไม่เรียกว่าใจแคบอีกเหรอ? : สติกเกอร์ร้องไห้]
[หลินเฟิง : โธ่! ฉันขอโทษเธอเลยก็แล้วกัน? ฉันผิดไปแล้ว!]
[ซูเม่ย : หึหึ ก็ได้ ฉันให้อภัยนายแล้ว]
[หลินเฟิง : ...]
หลังจากซูเม่ยอธิบายเื่นี้จนกระจ่างแจ้งแล้ว หลินเฟิงก็ไม่รู้ว่าทำไม จู่ ๆ อารมณ์ก็เบิกบานขึ้นมาทันที
ที่แท้เธอไม่ได้เป็ผู้หญิงที่มีจิตใจเลวร้ายอะไร เธอแค่รังเกียจพฤติกรรมลักขโมยของโจวเหล่ย และตัวเองก็บังเอิญไปอยู่ผิดที่ผิดเวลาเข้าพอดี ดังนั้นถึงได้เกิดเื่เข้าใจผิดขึ้นในเวลาต่อมา!
ตอนนี้เื่เข้าใจผิดถูกคลี่คลายแล้ว หลินเฟิงกลับรู้สึกละอายใจขึ้นมานิดหน่อย เพราะยังไงเขาก็ด่าซูเม่ยซะยับเยินั้แ่หัวจรดเท้าต่อหน้าผู้คนตั้งมากมาย
ส่วนซูเม่ยไม่เพียงแต่จะไม่เถียงกลับ แต่ยังยอมรับความโกรธเกรี้ยวของหลินเฟิงอย่างเงียบ ๆ ถึงขั้นที่ว่าหลังจากนั้นเธอก็ยังมาขอโทษหลินเฟิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หญิงสาวที่มีเหตุผลขนาดนี้ จะเป็ผู้หญิงเลวไปได้ยังไง? ดังนั้น หลินเฟิงจึงส่งข้อความหาซูเม่ยไปอีก
[หลินเฟิง : เย็นพรุ่งนี้ขอเลี้ยงข้าวเธอสักมื้อ ถือเป็การขอขมาเธอละกัน ได้ไหม?]
[ซูเม่ย : ได้ ตกลงตามนี้ : สติกเกอร์ยิ้ม]
...
หลังจบการพูดคุยกับซูเม่ย จู่ ๆ หลินเฟิงก็รู้สึกคันไม้คันมือทนไม่ไหวขึ้นมา
รูปร่างของซูเม่ยไม่ต้องสงสัยเลยว่าสามารถให้คะแนนเต็ม 100 ได้สบาย ๆ แถมหน้าตาของเธอก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 98 คะแนน ผู้หญิงแบบนี้เรียกได้ว่าเป็เทพธิดาในดวงใจของเหล่าโอตาคุหลายหมื่นหลายพันคนเลยทีเดียว หลินเฟิงเองก็อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้เหมือนกัน!
ลองทดสอบประสิทธิภาพของด้ายแดงอีกสักครั้งดีไหมนะ?
ล้มเหลวมาตั้งสองครั้งแล้ว มันก็ต้องสำเร็จสักครั้งแหละมั้ง?
ผู้หญิงสองคนอย่างฉู่อิ๋งอิ๋งและหลิวเยว่หรูต่างก็ไม่ใช่คนธรรมดา คนแรกมีสถานะที่ลึกลับมาก ส่วนคนหลังก็มีสถานะเป็สาวสวยรวยเสน่ห์อย่างแท้จริง
การใช้ด้ายแดงกับพวกเธอล้มเหลว พิสูจน์ได้เพียงแค่ว่าหลินเฟิงในตอนนี้ยังไม่คู่ควรกับผู้หญิงแบบนี้
แต่ซูเม่ยแตกต่างออกไป เธอเป็เพียงนางพยาบาลสาวธรรมดาคนหนึ่ง และตอนนี้หลินเฟิงเองก็ถือว่าเป็คนรวยแล้ว บางทีครั้งนี้อาจจะสำเร็จล่ะมั้ง?
ช่างเถอะ ลองดูหน่อยก็คงไม่เสียหาย ยังไงก็ต้องทดสอบหาอัตราความสำเร็จของด้ายแดงให้ชัดเจนไม่ใช่หรือ?
หลินเฟิงหาข้ออ้างที่ไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลให้ตัวเอง จากนั้นก็ใช้ด้ายแดงเส้นที่สามโดยตรง
[ติ๊ง! โปรดทราบ ้าใช้ไอเทมด้ายแดงหรือไม่?]
"ใช่!"
[ติ๊ง! โปรดเลือกเป้าหมายที่จะใช้ด้ายแดง]
"ซูเม่ย!"
ฟุ่บ!
ฉากเดิมปรากฏขึ้นอีกครั้ง เห็นเพียงด้ายแดงปรากฏขึ้นบนข้อมือของหลินเฟิงอย่างกะทันหัน ส่วนปลายอีกด้านหนึ่งก็ทะลุกำแพงไปเชื่อมกับร่างของซูเม่ยที่อยู่ห้องข้าง ๆ
[ติ๊ง! ใช้ไอเทมด้ายแดงสำเร็จ]
เมื่อเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอีกครั้ง หลินเฟิงก็จ้องมองด้ายแดงเส้นนี้ตาไม่กะพริบด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่สุด
แต่สิ่งที่ทำให้หลินเฟิงผิดหวังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ก็คือ ด้ายแดงกะพริบสองสามครั้งแล้วก็ค่อย ๆ เลือนหายไป และตลอดกระบวนการทั้งหมด หลินเฟิงก็ยังคงไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ เลยแม้แต่น้อย!
บ้าเอ๊ย แขกรับเชิญชายจับมือล้มเหลวอีกแล้ว เชิญเดินคอตกออกจากรายการต่อไปได้เลย!
หลินเฟิงส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง นอนมองเพดานอย่างเหม่อลอยเงียบ ๆ ...
ผ่านไปชั่วครู่ จู่ ๆ หลินเฟิงก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีข้อความจากหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่เขายังไม่ได้ตอบกลับ ดังนั้นเขาจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดข้อความวีแชตที่จางเสี่ยวมานส่งมาอย่างรวดเร็ว
[จางเสี่ยวมาน : หลินเฟิง คืนนี้คุณว่างไหม?]
หลินเฟิงมองดูเวลาบนโทรศัพท์มือถือ ข้อความนี้จางเสี่ยวมานส่งมาเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว หลินเฟิงไม่ได้ตอบกลับเธอในทันที และเธอก็ไม่ได้ส่งข้อความที่สองมาถามหลินเฟิงอีกเลย ดังนั้น หลินเฟิงจึงรีบตอบกลับไปหาเธอ
[หลินเฟิง : เมื่อกี้ฉันยุ่งอยู่น่ะ ไม่ทันสังเกตเห็นวีแชต มีเื่อะไรเหรอ?]
นึกไม่ถึงว่าจางเสี่ยวมานจะตอบกลับข้อความของหลินเฟิงแทบจะในวินาทีนั้น
[จางเสี่ยวมาน : ตอนนี้ยุ่งเสร็จแล้วเหรอ?]
ใบหน้าของหลินเฟิงปรากฏรอยประหลาดใจขึ้นมา ในใจอดเดาไม่ได้ว่า ผู้หญิงคนนี้คงไม่ได้ถือโทรศัพท์มือถือรอเขาตอบข้อความตลอดเวลาหรอกมั้ง?
ดังนั้น หลินเฟิงจึงลองหยั่งเชิงถามไป
[หลินเฟิง : เธอรอฉันตอบข้อความอยู่ตลอดเลยเหรอ?]
[จางเสี่ยวมาน : อืม]
[หลินเฟิง : มีเื่อะไรเหรอ?] เปลือกตาของหลินเฟิงกระตุกเบา ๆ
[จางเสี่ยวมาน : ฉันมีตั๋วหนังอยู่สองใบ คุณไปดูเป็เพื่อนฉันหน่อยได้ไหม? : สติกเกอร์น่าสงสารสุด ๆ ]
หลังจากอ่านข้อความนี้จบ หลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะเกาหัว นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว? จางเสี่ยวมานนึกยังไงถึงมาชวนเขาไปดูหนังเนี่ย?
แต่ยังไงคืนนี้ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ออกไปเที่ยวเล่นหน่อยดีไหมนะ?
[หลินเฟิง : ได้สิ เธอส่งสถานที่มาเลย เดี๋ยวฉันตามไปหา]
จางเสี่ยวมานส่งตำแหน่งพิกัดให้หลินเฟิงอย่างรวดเร็ว สถานที่ที่ระบุไว้คือโรงภาพยนตร์ซิงเฉินแห่งเมืองไห่ฉิน ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านหลานหยวนที่หลินเฟิงอาศัยอยู่มากนัก
[หลินเฟิง : หนังรอบกี่โมง?]
[จางเสี่ยวมาน : ห้าทุ่มครึ่ง]
[หลินเฟิง : โอเค เดี๋ยวฉันจะรีบไป]
หลังจากส่งข้อความนี้ไป หลินเฟิงก็มองดูเวลา ตอนนี้เป็เวลาห้าทุ่มแล้ว ถ้าหากรีบไปตอนนี้ก็ยังทันเวลาเหลือเฟือ
ดังนั้น หลินเฟิงจึงรีบลุกจากเตียง จากนั้นก็จัดทรงผมหน้ากระจกเล็กน้อย แล้วคว้ากระเป๋าถือใบใหม่เดินออกจากบ้านไปทันที
ติ๊ด ติ๊ด!
นึกไม่ถึงว่าเพิ่งจะเดินออกจากบ้าน วีแชตก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง หลินเฟิงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ที่แท้จางเสี่ยวมานก็ส่งข้อความมาหาเขาอีก
[จางเสี่ยวมาน : อย่าลืมพกบัตรประชาชนมาด้วยนะ]
หลินเฟิงเกาหัวด้วยความงุนงง ไปดูหนังก็ต้องพกบัตรประชาชนด้วยเหรอ? โรงหนังออกกฎนี้มาั้แ่เมื่อไหร่กัน?
เมื่อค้นกระเป๋าถือของตัวเองและมั่นใจแล้วว่ามีทั้งบัตรประชาชน บัตรธนาคาร กระเป๋าสตางค์ กุญแจ บุหรี่ ไฟแช็ก และอื่น ๆ อยู่ครบ หลินเฟิงก็ส่งข้อความตอบกลับจางเสี่ยวมาน
[หลินเฟิง : วางใจได้ พกมาแล้ว!]
[จางเสี่ยวมาน : สติกเกอร์ขี้อาย]
[หลินเฟิง : ?]
[จางเสี่ยวมาน : ฉันรอคุณอยู่หน้าโรงหนังนะ]
[หลินเฟิง : โอเค]