เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้นางสาวิตรีได้สติจากที่นั่งคิดไปคิดมาอยู่ในภวังค์คนเดียวมาตลอดั้แ่เช้ายันบ่ายและเมื่อได้เห็นว่าเป็หมายเลขของใครก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างยินดี
“คุณพี่ขา”
เสียงเรียกหวานจ๋อยไม่ต่างจากสมัยที่แต่งงานกันใหม่ๆทำให้ชายสูงวัยที่ยังคงความหล่อเหลาและดูดีอมยิ้มเต็มแก้ม แม้ต่างฝ่ายต่างไม่ได้เห็นหน้ากันแต่ก็รับรู้ถึงอารมณ์และความรู้สึกของกันและกันได้เป็อย่างดี
“เรียกแบบนี้มีเลศนัยนะนี่”
นายเศรษฐศักดิ์ ผู้เป็สามีและพ่อของลูกกระเซ้ามาตามสาย นั่นทำให้คนที่นั่งคิดไม่ตกมาั้แ่เช้าหัวเราะแหะๆเหมือนเด็กแอบทำความผิดไว้
“คุณพี่จะกลับมาวันไหนคะทำไมรอบนี้ไปนานจัง”
“ทำไมล่ะลูกชายก็อยู่ยังเหงาอีกเหรอ”
“สาไม่ได้เหงาสักหน่อย”นางค้อนลมค้อนแล้งแทนสามีที่ไปดูงานที่ต่างแดนได้ราวๆ สองสัปดาห์แล้ว
“คิดถึงงั้นสิ”นายใหญ่ของบ้านยังคงอารมณ์ดีที่ได้แกล้งเมีย
“ค่ะสาคิดถึงคุณพี่มากๆ ๆ ๆ” นางเน้นคำไม่เกรงใจวัยนั่นก็เพราะั้แ่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาก็เสมอต้นเสมอปลายต่อกันแบบนี้มาโดยตลอด ต่อให้แก่กว่านี้ก็คงจะเป็แบบนี้ไปเรื่อยๆนั่นแหละ
“น่าจะอีกเดือนนึงนะงานยังไม่เสร็จเลย” เสียงทุ้มละมุนของคู่ชีวิตจริงจังจนนางสาวิตรีหน้าหงอยไม่คิดว่าเขาพูดเล่นแน่
“โธ่นานจัง ทีตอนพาสาไปด้วยไปแค่แป๊บเดียว พอฉายเดี่ยวคุณพี่ก็ไปนาน”
“ฮ่าๆ”ผู้เป็สามีหัวเราะลั่น รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้ทำให้ภรรยากระเง้ากระงอด
“เอาๆไม่แกล้งแล้ว แค่นี้นะ” ว่าแค่นั้นสายก็ตัดไปท่ามกลางความงุนงงสงสัยของสาวิตรี แต่ก่อนที่จะได้โทรกลับไปใหม่ก็แว่วได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดเสียก่อน
และครั้นเห็นคนก้าวขาลงมาจากประตูรถด้านหลังนางก็วิ่งหน้าตั้งไม่แคร์สังขารเข้าไปหาทันที
“อย่าวิ่งคุณสา เดี๋ยวก็ได้ล้มขาหักหรอก” ผู้เป็สามีท้วงเสียงดุ ก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอาเมื่อภรรยาหาได้ฟังไม่
“คุณพี่กลับมาแล้วเข้าบ้านกันค่ะ สามีเื่จะเล่า”
ว่าจบนางก็คล้องแขนสามีพาเดินเข้าบ้านทันทีโดยลืมเื่ที่เขาแกล้งอำว่าจะยังไม่กลับมาเสียสนิท...
“หาเื่ใส่ตัวอีกแล้วเดี๋ยวเ้าริวมันก็อาละวาดบ้านแตก”
ทันทีที่ฟังเื่ราวของลูกชายจากปากภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากจบ คุณเศรษฐศักดิ์ก็เปรยขึ้นทันทีอย่างคนที่รู้จักนิสัยของบุตรชายดีว่าเื่บางเื่ที่สหัสวัตมองว่าเป็เื่ที่ยอมไม่ได้ เขาก็จะไม่ยอมอ่อนข้อหรือยอมรับเด็ดขาด
“ไม่นะคะ สาไม่ได้บังคับลูก ริวบอกเองว่าอยากแต่งงานแล้วค่ะคุณพี่”
“มันจะเป็ไปได้ยังไงที่เ้าริวจะอยากแต่งงานแต่งกับหนูเกรซก็ว่าไปอย่าง นี่ใครก็ไม่รู้ ผมไม่อยากจะเชื่อ”
“จริงๆ ค่ะริวเขาเลือกเ้าสาวของเขาเองเลย”
“แล้วถูกใจคุณแม่ไหมล่ะ” หันมาถามพลางจ้องหน้าภรรยาอย่างจับผิด
“แหะๆถูกใจสิคะ แหม ก็เลือกจากที่สาคัดไว้ทั้งนั้น”
“คุณนี่จริงๆเลย ปากก็บอกไม่เหงา แต่ก็หาเื่อุ้มหลานอยู่นั่น”
นางสาวิตรีขยับเข้าไปซบหน้าลงที่ต้นแขนของสามีอย่างประจบก่อนจะเอ่ยออดอ้อน
“จะกี่ปีคุณพี่ก็รู้ใจสาไม่เคยเปลี่ยนเลยค่ะสารักคุณพี่” การบอกรักแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้เกิดขึ้นเป็ประจำระหว่างคู่ชีวิตรุ่นใหญ่คู่นี้
“เอาๆ ว่าไงว่าตามกัน ดูซิจะได้ลูกสาวเขามาผลิตหลานให้ไหมผมต้องเตรียมตัวเป็ปู่แล้วสิ ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้จะมาถึง นี่ผมแก่แล้วจริงๆ สินะ”
ว่าแค่นั้นก็ถอนหายใจเบาๆโดยที่นางสาวิตรีก็ได้แต่บีบนวดแขนให้อย่างประจบพร้อมรอยยิ้มยินดี โดยไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก
สิ่งที่หวังจะเป็ไปอย่างที่คาดคิดหรือไม่คงต้องลุ้นกันต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้...