พิธีวิวาห์ระหว่างแม่ทัพใหญ่จ้าวและไป๋หลินถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของคฤหาสน์พยัคฆ์ ลานกว้างกลางจวนถูกตกแต่งด้วยผ้าไหมสีแดงเพลิงและโคมไฟทองคำนับพันดวง โคมแต่ละดวงส่องสว่างเจิดจ้าจนราวกับกลางวัน ธงมังกรสีดำประดับหัวเสือทองปลิวสะบัดตามลมหนาวของชายแดน กลิ่นธูปหอม กลิ่นอาหารชั้นเลิศ และกลิ่นเหล้าสุราที่ปรุงจากน้ำในบ่อน้ำพิษรุนแรงกว่าเดิม ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนทำให้ทุกคนที่หายใจเข้าไปรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านจากภายใน
ผู้คนนับร้อย — ทั้งขุนนางชายแดน ทหารชั้นผู้ใหญ่ เมียน้อย ฮูหยิน และบ่าวไพร่ที่ได้รับอนุญาตให้มาร่วมงาน — ต่างยืนอัดแน่นอยู่รอบลานพิธี สายตาของทุกคนพร่ามัวและเต็มไปด้วยประกายหิวกระหายที่ไม่อาจปกปิด ฤทธิ์ยา "บุปผาล่มเมือง" ที่ชิงเหยาโปรยลงในบ่อน้ำหลักได้ซึมซาบเข้าไปในเลือดเนื้อของผู้คนทุกคนในจวน ทำให้บรรยากาศในงานมงคลอันควรจะศักดิ์สิทธิ์ กลับอวลไปด้วยกลิ่นคาวของตัณหา ความริษยา และความบิดเบี้ยวที่ไม่อาจบรรยาย
ตั้งแต่เช้าตรู่ บ่าวรับใช้ต่างวิ่งวุ่นเตรียมการ ผู้หญิงในจวนต่างแต่งตัวด้วยชุดที่สวยที่สุดเท่าที่จะหาได้ แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่มีใครจะสวยเท่าเจ้าสาวในวันนี้ ความริษยาที่ถูกกดไว้หลายวันบัดนี้เริ่มปรากฏชัดเจนบนใบหน้าของเหล่าเมียน้อยและนางกำนัล พวกนางมองไปยังเรือนเจ้าสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง
ฮูหยินใหญ่เก่าที่ถูกลดตำแหน่งลงเมื่อวานนี้ ยืนอยู่ในมุมหนึ่งของลานด้วยใบหน้าซีดขาวราวกับผี นางสวมชุดสีเทาเรียบๆ ที่แสดงถึงสถานะใหม่ของนางในฐานะเมียน้อยธรรมดา รอยบวมช้ำจากการต่อสู้เมื่อเช้าวานยังคงปรากฏชัดเจนบนใบหน้า ทำให้นางดูน่าสมเพชและน่าขยะแขยง นางกำขวดพิษเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อแน่น มือสั่นระริกด้วยความอาฆาต
"วันนี้... วันนี้ข้าจะจบเรื่องนี้ให้ได้" นางคิดในใจด้วยความเกลียดชังที่รุนแรงจนแทบคลั่ง "นังแพศยา... เจ้าคิดว่าจะแย่งทุกอย่างจากข้าได้หรือ... ข้าจะให้เจ้ากลืนพิษนี้ลงคอ..."
นางจำได้ชัดเจนถึงวันที่นางเข้ามาเป็นฮูหยินใหญ่ครั้งแรก ความภาคภูมิใจและอำนาจที่นางเคยมี การที่บ่าวรับใช้ต้องคุกเข่าลงเมื่อเห็นนาง และการที่นางสามารถสั่งการทุกอย่างในเรือนฝ่ายใน แต่บัดนี้ ทุกอย่างจะตกเป็นของหญิงสาวที่อายุน้อยกว่านางเกือบยี่สิบปี ความคิดนี้ทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกลากลงจากบัลลังก์สูงมาเป็นขอทานข้างถนน
จ้าวเหยียนและจ้าวคัง ยืนอยู่ในแถวหน้าด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดและตึงเครียด ทั้งสองต่างแต่งกายด้วยชุดมงคลสีแดงเข้ม แต่สีหน้าของพวกเขากลับไม่มีความยินดีแต่อย่างใด จ้าวเหยียนกำด้ามดาบแน่นจนเส้นเอ็นโปน ใบหน้าซีดเผือดปนแดงก่ำ ความทรงจำเรื่องคืนที่เขาได้ครอบครองไป๋หลินยังคงติดอยู่ในใจอย่างชัดเจน รสชาติของริมฝีปากนุ่มนวล ความรู้สึกของผิวกายเนียนละเอียด และเสียงครางเบาๆ ที่ทำให้เขาหลงใหล
ความคิดที่ว่าเขาจะต้องเรียกผู้หญิงที่เขาเคยครอบครองว่า "แม่เลี้ยง" ทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความโกรธและความเจ็บปวด เขาจ้องมองไปยังเรือนเจ้าสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความเคียดแค้นปนกัน เขาคิดถึงคืนที่เขาได้ครอบครองนาง ความอบอุ่นของร่างกาย เสียงครางหวาน และความรู้สึกที่เขาเป็นเจ้าของนางอย่างสมบูรณ์
จ้าวคังก็ไม่ต่างกัน เขายืนตัวสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดปนแดงก่ำ ความทรงจำเรื่องที่เขาเคยรุกราน "แม่เลี้ยง" ในคืนที่ถูกยาบดบัง ผสานกับภาพของไป๋หลินที่กำลังจะกลายเป็นแม่เลี้ยงของเขาอย่างเป็นทางการ ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกแทงทะลุหัวใจ เขาจำได้ชัดเจนถึงความรู้สึกเมื่อได้สัมผัสผิวกายนุ่มนวลของนาง ความอบอุ่นที่ห่อหุ้มเขาในคืนแห่งความมึนเมา และเสียงครางเบาๆ ที่ทำให้เขาหลงใหลจนลืมตัว
แต่บัดนี้ นางจะกลายเป็นแม่เลี้ยงของเขาอย่างเป็นทางการ เป็นผู้หญิงที่เขาจะไม่สามารถแตะต้องได้อีกต่อไป เว้นแต่จะเสี่ยงกับการถูกประหารชีวิตในข้อหาล่วงละเมิดแม่เลี้ยง ความคิดนี้ทำให้เขาต้องกัดฟันแน่นเพื่อกลั้นเสียงครางที่จะหลุดออกมา
ซานตู้ หัวหน้าองครักษ์ ยืนอยู่ในตำแหน่งที่เขาควรจะอยู่ เฝ้าระวังความปลอดภัยของแม่ทัพใหญ่ แต่ดวงตาของเขากลับจับจ้องไปที่เรือนเจ้าสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและความผูกพัน เขาจำได้ชัดเจนถึงคืนที่เขาได้ครอบครองร่างกายของนาง ความนุ่มนวลของผิวกาย ความหวานหอมของริมฝีปาก และเสียงครางที่ทำให้เขาเสียสติ
บัดนี้เมื่อรู้ว่านางจะกลายเป็นฮูหยินใหม่ เขารู้สึกทั้งภาคภูมิใจและความหึงหวง เขาคิดถึงคำสัญญาที่นางให้ไว้ในคืนแห่งราคะ ที่นางจะให้เขาเป็นดาบในการจัดการคนที่รังแกนาง เขาพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องนาง แม้จะต้องหันคมดาบเข้าหาเจ้านายของตนเองก็ตาม ความจงรักภักดีที่เขามีต่อแม่ทัพใหญ่มาตลอดชีวิต บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความหลงใหลต่อไป๋หลิน
เหล่าเมียน้อยและนางกำนัลต่างมองหน้ากันด้วยสายตาที่บิดเบี้ยว ความริษยาที่ถูกยกระตุ้นจากฤทธิ์ยากำลังลุกโหมขึ้นอย่างไม่สามารถควบคุม พวกนางที่เคยต่อสู้กันเมื่อเช้าวาน บัดนี้กลับรวมตัวกันด้วยความเกลียดชังร่วมกันต่อไป๋หลิน ผู้ที่จะมาแย่งตำแหน่งและความสนใจจากพวกนาง
เมียน้อยคนที่หนึ่งกัดฟันแน่นจนเสียงแทบดัง นางคิดถึงความพยายามทั้งหมดที่นางทำเพื่อให้ได้รับความสนใจจากแม่ทัพใหญ่ การแต่งตัวให้สวยงาม การฝึกฝนดนตรีและการเต้นรำ การเรียนรู้ศิลปะต่างๆ แต่ทุกอย่างกลับไร้ค่าเมื่อเทียบกับเสน่ห์ธรรมชาติของไป๋หลิน ความแตกต่างนี้ทำให้หัวใจนางแทบแตกสลาย
เมียน้อยคนที่สองมองไป๋หลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและความโกรธ นางเห็นชุดแดงสวยงามที่ไป๋หลินจะสวมใส่ เครื่องประดับหยกที่จะประดับผม และท่าทางที่สง่างามราวกับนางฟ้า ทุกอย่างที่นางใฝ่ฝันจะได้รับ นางคิดถึงคืนที่นางพยายามเข้าไปหาแม่ทัพใหญ่ แต่ถูกปฏิเสธอย่างเย็นชา ขณะที่ไป๋หลินกลับได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น
ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่มาร่วมในพิธีนี้ ต่างมีสีหน้าที่แตกต่างกัน บางคนแสดงความยินดี บางคนแสดงความประหลาดใจ แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาต่างรอคอยที่จะได้เห็นเจ้าสาวที่ได้ยินชื่อเสียงในเรื่องความงาม ฤทธิ์ยาที่ซึมซาบในร่างกายทำให้ความปรารถนาของพวกเขารุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ พวกเขาต้องใช้สมาธิทั้งหมดเพื่อไม่ให้ตัวเองแสดงออกอย่างไม่เหมาะสม
ทหารองครักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่รอบลาน ต่างมีสายตาที่พร่ามัวและเต็มไปด้วยความปรารถนา พวกเขารอคอยที่จะได้เห็นเจ้าสาวที่ทุกคนในจวนต่างพูดถึงด้วยความชื่นชม ฤทธิ์ยาที่ซึมซาบในร่างกายทำให้ความปรารถนาของพวกเขารุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ
เมื่อเวลาผ่านไปช้าๆ บรรยากาศในลานพิธียิ่งหนักอึ้งขึ้น ทุกคนต่างรอคอยการปรากฏตัวของเจ้าสาว เสียงกระซิบและเสียงแสดงความคาดหวังเริ่มดังขึ้นจากฝูงชน กลิ่นธูปหอมผสมกับกลิ่นเหล้าสุราที่ปรุงจากน้ำพิษทำให้อากาศหนาแน่นไปด้วยความตึงเครียดและความปรารถนา
แล้วในที่สุด... ประตูเรือนเจ้าสาวก็เปิดออกอย่างช้าๆ
ชิงเหยาในคราบไป๋หลิน เดินออกมาจากเรือนเจ้าสาวด้วยก้าวเท้าที่สง่างามและช้าๆ ชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงที่นางสวมใส่ถูกตัดเย็บจากผ้าไหมเนื้อดีที่สุดในจวน ผืนผ้าที่บางเบาแต่หนักแน่นไหวพลิ้วตามลม เน้นสัดส่วนยั่วยวนของนางอย่างถึงที่สุด เนินอกอวบอิ่มถูกยกขึ้นสูงด้วยเข็มขัดทองคำ เอวคอดกิ่วถูกห่อรัดจนดูบางเฉียบ สะโพกผายกว้างที่โค้งเว้าอย่างสมบูรณ์แบบถูกเน้นย้ำใต้ชายกระโปรงยาวที่พลิ้วไหว
ผมยาวสลวยถูกมัดเป็นมวยสูงประดับด้วยปิ่นหยกแกะสลักรูปหงส์และดอกไม้แดงสด ใบหน้าของนางถูกแต่งแต้มอย่างประณีต — ริมฝีปากแดงฉาน ดวงตาที่ดูเมตตาแต่แฝงประกายลึกลับ — ทำให้ทุกคนที่มองเห็นต้องอ้าปากค้างด้วยความงดงามที่แทบลืมหายใจ
เสียงกระซิบแห่งความชื่นชมดังขึ้นจากฝูงชน "สวย... สวยจริงๆ..." "ไม่เคยเห็นหญิงสาวที่สวยขนาดนี้มาก่อน..." "เหมือนนางฟ้าลงมาจากสวรรค์..." "ไม่แปลกใจที่แม่ทัพใหญ่หลงใหล..."
แต่เบื้องหลังคำชมเหล่านั้น กลับซ่อนความริษยาและความแค้นเคืองที่รุนแรง เหล่าเมียน้อยต่างกัดฟันแน่นจนเลือดซึม ฮูหยินใหญ่เก่าจ้องมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ส่วนผู้ชายทุกคนต่างมองด้วยความหิวกระหายที่ไม่อาจปกปิด
นางคือดอกไม้เพลิงที่กำลังจะเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง
แม่ทัพใหญ่จ้าวยืนรออยู่บนแท่นพิธีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความยินดีและฤทธิ์ยา ร่างกายชราแต่ยังคงกำยำในชุดมงคลสีแดงเข้ม ดวงตาของเขาจ้องมองไป๋หลินราวกับจะกลืนกินนางทั้งเป็น เขาไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจขนาดนี้มาก่อน ผู้หญิงที่งดงามที่สุดในโลกกำลังจะเป็นของเขา
เมื่อนางเดินขึ้นแท่นพิธี ชิงเหยาจงใจสบตากับจ้าวเหยียนและจ้าวคังด้วยแววตาโหยหาที่แตกต่างกัน
กับจ้าวเหยียน นางสบตาด้วยสายตาที่อ่อนหวานและเศร้าสร้อย ราวกับกำลังบอกเขาว่า "ข้ายังเป็นของท่าน... แต่ท่านพ่อท่านกลับแย่งข้าไป" สายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเสียใจที่ต้องแยกจากกัน ทำให้จ้าวเหยียนรู้สึกเหมือนถูกมีดแทงใจ
กับจ้าวคัง นางสบตาด้วยสายตาที่แฝงความยั่วยวนและท้าทาย ราวกับกำลังกระซิบว่า "ท่านเคยครอบครองข้า... และข้าก็ยังโหยหาท่านอยู่" สายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความลับที่พวกเขาแบ่งปัน ทำให้จ้าวคังต้องกัดฟันเพื่อไม่ให้ตัวเองแสดงออก
สายตาเพียงแวบเดียวของนาง กลับจุดประกายเพลิงคลั่งแค้นในใจของพี่น้องทั้งสองให้ลุกโหมขึ้นอย่างไม่สามารถดับลงได้
จ้าวเหยียนกำด้ามดาบแน่นจนเส้นเอ็นโปน ใบหน้าซีดเผือดปนแดงก่ำ ความเจ็บปวดจากการเห็นสตรีที่ตนเคยสมสู่กลายเป็นเมียของบิดาแท้ๆ ทำให้เขาอยากชักดาบฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้า เขาคิดถึงคืนที่เขาได้ครอบครองนาง ความอบอุ่นของร่างกาย เสียงครางหวาน และความรู้สึกที่เขาเป็นเจ้าของนางอย่างสมบูรณ์
จ้าวคังกัดฟันกรอดจนเลือดซึมจากมุมปาก ดวงตาแดงก่ำด้วยความริษยาและความหิวกระหายที่ถูกยกระตุ้น เขาจำได้ถึงคืนที่เขารุกรานนาง ความรู้สึกผิดที่ผสมกับความสุขสุดขีด และตอนนี้นางกำลังจะเป็นแม่เลี้ยงของเขาอย่างเป็นทางการ
ฮูหยินใหญ่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าซีดขาวราวกับผี ความอัปยศจากการถูกลดอำนาจลงต่อหน้าทุกคนในจวน ทำให้หัวใจนางแทบระเบิด นางกำขวดพิษที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อแน่น มือสั่นระริกด้วยความอาฆาต "นังแพศยา... วันนี้ข้าจะให้เจ้ากลืนพิษนี้ลงคอ..."
นางคิดถึงวันที่นางเข้ามาเป็นฮูหยินใหญ่ครั้งแรก ความภาคภูมิใจและอำนาจที่นางเคยมี การที่บ่าวรับใช้ต้องคุกเข่าลงเมื่อเห็นนาง และการที่นางสามารถสั่งการทุกอย่างในเรือนฝ่ายใน แต่บัดนี้ ทุกอย่างจะตกเป็นของหญิงสาวที่อายุน้อยกว่านางเกือบยี่สิบปี
พิธีเริ่มต้นขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
แม่ทัพใหญ่จ้าวประกาศเสียงกึกก้อง "วันนี้ ข้ารับไป๋หลินเป็นฮูหยินคนใหม่ของข้า! ขอมอบอำนาจหลังบ้านทั้งหมดให้นาง!"
เสียงปรบมือดังขึ้น แต่ส่วนใหญ่เป็นเสียงที่แผ่วเบาและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ทุกคนทำเป็นแสดงความยินดี แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความริษยา
ขุนนางชั้นผู้ใหญ่บางคนกระซิบกัน "ทำไมต้องเป็นหมอหญิงคนนี้" "นางมีอะไรพิเศษ" "ฮูหยินใหญ่คนเก่าจะเป็นอย่างไร" แต่พวกเขาไม่กล้าแสดงออกอย่างเปิดเผย
เหล้าในจอกมงคลถูกยกขึ้นทุกมือ ทุกคนดื่มกินเหล้าที่ปรุงจากน้ำในบ่อน้ำพิษรุนแรงกว่าเดิม ฤทธิ์ยาที่เข้มข้นยิ่งขึ้นทำให้สายตาของผู้คนยิ่งพร่ามัว ความหิวกระหายในกามารมณ์พุ่งพล่านขึ้นอย่างรวดเร็ว
ชิงเหยาในชุดเจ้าสาวยืนเคียงข้างแม่ทัพเฒ่า นางยิ้มอย่างสง่างาม แต่สายตากวาดมองไปทั่วลานด้วยความพึงพอใจ นางเห็นความโกรธแค้นในดวงตาของฮูหยินใหญ่ ความเจ็บปวดในสายตาของจ้าวเหยียนและจ้าวคัง ความริษยาของเหล่าเมียน้อย และความหลงใหลของทหารองครักษ์
"ทุกคนที่ยืนอยู่ที่นี่... ล้วนเป็นหมากที่ข้าวางไว้ตั้งแต่แรก" นางคิดในใจด้วยความพึงพอใจ "พวกเจ้ากำลังจะเข่นฆ่ากันเองด้วยมือของพวกเจ้าเอง"
เมื่อถึงเวลาดื่มจอกสุรามงคล ฮูหยินใหญ่ที่ยืนอยู่ใกล้แท่นพิธี กำขวดพิษแน่น นางรอจังหวะที่เหมาะสม เมื่อทุกคนกำลังมองไปที่การแสดงดนตรี นางแอบเทพิษลงในจอกสุราของไป๋หลินอย่างรวดเร็ว
แต่ชิงเหยาไวกว่า
นางแสร้งทำเป็นสะดุดเท้าเล็กน้อย ร่างกายเอนไปด้านข้าง แล้วใช้ฝ่ามือที่คล่องแคล่วสลับจอกสุราของฮูหยินใหญ่กับจอกของแม่ทัพเฒ่าอย่างรวดเร็วและแนบเนียนในชั่วพริบตา การเคลื่อนไหวที่เนียนเนื่องจนไม่มีใครสังเกตเห็น
ทั้งคู่ยกจอกขึ้นดื่มกินโดยไม่รู้ตัว
ฤทธิ์ยาพิษราคะผสมกับยากระตุ้นหัวใจที่ชิงเหยาเตรียมไว้ ทำให้ใบหน้าของแม่ทัพใหญ่จ้าวแดงก่ำขึ้นในพริบตา ดวงตาของเขาพร่ามัวไปด้วยความคลุ้มคลั่งที่ไม่อาจควบคุม เส้นเลือดบนหน้าผากโปนขึ้นมา ลมหายใจเร่งเร็วขึ้น
เขาหันไปมองไป๋หลินด้วยสายตาที่บ้าคลั่ง "ไป๋หลิน... เจ้า... เจ้าของข้า..."
ฤทธิ์ยาทำให้ความปรารถนาของเขาลุกโชนขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม เขามองเห็นเพียงร่างกายงดงามของนางที่ห่อหุ้มด้วยชุดแดงเพลิง เนินอกที่ยกสูง เอวที่คอดกิ่ว และสะโพกที่โค้งเว้าอย่างยั่วยวน
แล้วเขาก็ฉุดกระชากร่างของนางลงจากแท่นพิธี ลงไปยังกลางลานกว้างต่อหน้าสายตาของผู้คนนับร้อย
"ข้าจะครอบครองเจ้า... ตรงนี้... ให้ทุกคนได้เห็นว่าเจ้าเป็นของข้า!!"
เสียงตะโกนของเขาดังก้องไปทั่วลานพิธี ทำให้ทุกคนตกใจและหันมามอง ความเงียบสิ้นสุดลงในพริบตา
แม่ทัพเฒ่าฉีกชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงของนางออกอย่างแรง เสียงผ้าขาดดังฉีกกร้าน เนินอกอวบอิ่มและเรือนร่างขาวผ่องของไป๋หลินถูกเปิดเผยต่อสายตาทุกคน
ชิงเหยาแสร้งกรีดร้องด้วยความตกใจ "ท่าน! อย่าเพคะ! มีคนดูอยู่!" แต่ในใจนางกลับยิ้มเยาะอย่างสะใจ
จ้าวเหยียนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาชักดาบออกมาตะโกนลั่นด้วยเสียงที่แตกพร่า "หยุดนะ! นางเป็นของข้า!!"
เสียงดาบถูกชักและเสียงตะโกนดังก้องไปทั่วลานพิธี ทำให้ทุกคนตกใจและหันมามอง ความตกใจและความสับสนแผ่ซ่านไปทั่วฝูงชน
งานมงคลที่ควรจะศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นงานอัปยศในพริบตา
ความโกลาหลระเบิดออกอย่างรุนแรง
จ้าวคังตะโกนลั่นและพุ่งเข้าใส่พี่ชายด้วยความคลั่งแค้น "พี่ชาย! ท่านทำอะไร! นั่นคือแม่เลี้ยงของเรา!" แต่ในใจเขากลับอิจฉาที่พี่ชายกล้าแสดงออก
ฮูหยินใหญ่กรีดร้องและโยนขวดพิษที่เหลือลงพื้น "ไม่! ข้าไม่ได้ใส่พิษ! ข้าไม่ได้ทำ!" นางตระหนักได้ว่าถูกหลอก แต่ก็สายเกินไปแล้ว
เมียน้อยและนางกำนัลเริ่มกรีดร้องและวิ่งวุ่นด้วยฤทธิ์ยาที่ทำให้พวกนางเสียการควบคุม ความริษยาและความปรารถนาที่ถูกกดไว้หลายวันบัดนี้ระเบิดออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
ทหารและบ่าวไพร่ที่ดื่มเหล้ามงคลเข้าไปมากเริ่มเสียสติ บางคนรุกรานนางกำนัลที่ยืนใกล้ๆ บางคนต่อสู้กันเองด้วยความหิวกระหายและความโกรธแค้น ภาพอับจายเกิดขึ้นทั่วลานพิธี
ซานตู้ที่เห็นสถานการณ์ ตัดสินใจเลือกข้างอย่างรวดเร็ว เขาชักดาบออกมาปกป้องไป๋หลิน "ใครก็ตามที่กล้าทำร้ายนาง จะต้องผ่านศพข้าไปก่อน!"
ขุนนางชั้นผู้ใหญ่บางคนพยายามหลบหนี บางคนเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยความมึนเมาจากฤทธิ์ยา ลานพิธีกลายเป็นสนามรบที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง เสียงดาบกระทบกัน และเสียงร้องไห้
ชิงเหยาในร่างไป๋หลินที่ถูกแม่ทัพเฒ่าฉุดกระชากลงกลางลาน ยังคงแสร้งทำเป็นร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่ในใจนางกลับหัวเราะเยาะอย่างสะใจยิ่งนัก นางมองดูความหายนะที่เกิดขึ้นด้วยความพึงพอใจ
"สมบูรณ์แบบ... ทุกอย่างเป็นไปตามที่ข้าวางแผนไว้" นางคิดในใจ "พวกเจ้ากำลังทำลายกันเองด้วยมือของพวกเจ้าเอง"