“ป้าระวัง!”แดงร้องเตือนแล้วก็หันไปต่อยผู้ชายที่จับแขน ผู้ชายอีกคนชักมีดออกมาจากเอวส่วนผู้ชายที่จับแขนเด็กสาวก็เอี้ยวตัวหลบหมัดแล้วก็ต่อยท้องแดง “ตั๊บ!”
“โอ๊ย!” แดงจุกจนยืนมิไหว นากเห็นหลานถูกทำร้ายก็ปี่เข้าไปอย่างลืมตัวผู้ชายที่ถือมีดจึงแทงนากเต็มแรง “ฉึก!”
“โอ๊ย!”นากร้องด้วยความเ็ปแล้วก็ทรุดลงไปกองกับพื้น
“ป้า!” แดงใร้องเรียกป้าทั้งๆที่ยังจุก รุ้งมณีถลันเข้าไปตวาดว่า“ไอ้เลว!”
ชายทั้ง 2 มองรุ้งมณีอย่างตะลึง! “โอ้!แม่หญิงเ้าช่างงามนัก!”
ผู้ชายที่จับแขนแดงปล่อยมือทันทีแล้วก็ก้าวพรวดเข้าหาแม่หญิงที่งดงามนางนั้น“แม่ช่างงามหยาดฟ้ายิ่งนัก”
ส่วนผู้ชายที่ถือมีดก็ก้าวเข้าหารุ้งมณีอย่างลืมตัว “ผิวพรรณแม่ช่างขาวนวลเสียจริง”
ทั้งสองคนพูดอย่างลืมตัวตะลึงในความงามของแม่หญิงนางนั้น รุ้งมณีชะงัก! พลางก้าวถอยหลังอย่างตั้งท่าเตรียมพร้อม แดงฉวยโอกาสตอนที่พวกมันเผลอ นางคว้าท่อนไม้ได้ขนาดเหมาะมือก็ลุกพรวดฟาดหัวไอ้คนที่แทงป้าเต็มแรง“โป๊ก!”
“โอ๊ะ!” มันร้องได้เพียงนั้นแล้วก็ล้มทั้งยืนตึง! มีดหลุดมือตกลงพื้น ผู้ชายอีกคนหันไปมองสหายอย่างใรุ้งมณีจึงฉวยจังหวะเตะเข้าก้านคอตั๊บ! ไม่มีเสียงร้องสักแอะมันก็ล้มลงไปกองกับพื้น ต้องขอบคุณคุณลุงเ้าของค่ายมวยข้างบ้านที่สอนมวยให้เธอไว้ป้องกันตัวแดงพุ่งไปคว้ามีดที่ตกพื้นแล้วก็ถลันเข้าไปจับพวกมันปาดคออย่างโกรธแค้น “ตายเสียเถอะไอ้พวกชั่วช้า!”
“อย่า!” รุ้งมณีร้องห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้ว เืพุ่งกระฉุดจากคอเธอตะลึง! ยกมือปิดปาก ได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น พอปาดคอคนแรกแล้วแดงก็ถลันไปปาดคออีกคนอย่างคลั่งแค้น“มึงตาย!ๆๆๆ”
เลือกพุ่งกระฉุดไหลนองแดงฉาน เนื้อตัวแดงเต็มไปด้วยเื พอปาดคอพวกมันเสร็จแดงก็ถลันเข้าไปหาป้า“ป้าจ๋า ป้าอย่าเป็อะไรนะจ๊ะ”
รุ้งมณีได้แต่ยืนตะลึงมองดูชายทั้ง 2 คนกระตุกขาดใจตาย ใจหนึ่งก็นึกสงสารผู้ชายทั้ง2 คนไม่น่าจะต้องมาตายแบบนี้เลย อีกใจหนึ่งก็คิดว่าเด็กสาวทำเกินกว่าเหตุไปรึเปล่า?แต่ถ้าเป็เธอเห็นยายแก้วถูกแทง เธอก็คงเืขึ้นหน้าฆ่าไม่เลี้ยงยิ่งกว่าเด็กสาวเป็แน่
“ป้าจ๋า ป้า! โฮๆๆๆ” แดงกอดป้าร้องไห้โฮ รุ้งมณีตั้งสติได้เธอรีบเข้าไปดูนากทันที นากถูกแทงที่ท้อง เืไหลริน
“รีบห้ามเืก่อนเถอะ” เธอบอกพลางล้วงหาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อเอามากดปากแผลห้ามเื
“โอย!” นากร้องด้วยความเ็ป นางมองหน้าหลานพลางถามอย่างเป็ห่วงว่า“เอ็งเป็อะไรหรือไม่นังแดง?”
แดงส่ายหน้า “ข้ามิเป็อะไรจ้ะป้า ฮือๆๆๆ”
นากพยักหน้าดีใจแล้วก็หลับตาลงเพราะเสียเืมาก รุ้งมณีดูแผลแล้วก็ถามว่า“โรงพยาบาลอยู่ไกลไหม?”
“โรงบานๆ อะไรของมึงห๊ะนังบ้า!ป้าข้าเจ็บขนาดนี้มึงยังจะมาถามหายมบาลอีกรึ! นังบ้านี่!” แดงตวาดใส่
“ไม่ใช่ยมบาล ฉันหมายถึงโรงพยาบาลน่ะ อยู่ตรงไหน? อยู่ไกลไหม?จะได้พาป้าเธอไปหาหมอไง” รุ้งมณีอธิบาย แดงบอกว่า “มิมีหรอกไอ้โรงบานๆ ของเอ็งน่ะส่วนหมอจะไปหาที่ไหนกันเล่าหน้าศึกาเยี่ยงนี้หมอยาก็ถูกต้อนเข้าเมืองหมดสิ้นแล้วศาลาอโรคยาก็อยู่ไกลยิ่งนัก”
“ศาลาอโรคยา?” รุ้งมณีทวนคำแล้วก็คิดถึงตอนสมัยเรียนประวัติศาสตร์การแพทย์แล้วหล่อนก็พยักหน้า “ใช่ๆ ศาลาอโรคยามันอยู่ไหน? อยู่ไกลไหม?”
“ไกล...ไกลมาก อยู่ในเมืองลวปุระนู้น ต้องล่องเรือไปอีก 5 วันจึงจะถึง”แดงตอบพลางชี้มือไปทางปลายน้ำ รุ้งมณีอึ้ง! “5 วันเชียวเหรอป้าคงตายก่อนแน่”
เธอมองหน้าเด็กสาวแล้วก็มองนากอย่างประเมินสถานการณ์ เธอมองไปรอบๆ ตัวเห็นแต่ป่ารกทึบมีแต่เสียงสิงสาราสัตว์ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์อันเคยคุ้น นี่เธอหลุดมาในยุคโบราณจริงๆหรือนี่!
เธอคงต้องตัดสินใจทำอะไรแล้วล่ะ เพราะถ้าขืนชักช้าคนเจ็บคงตายแน่
“มีเข็มกับด้ายไหม” เธอถามแดง
“มี” แดงตอบแล้วก็บอกว่า “อยู่ในเรือ”
“งั้นเธอรีบไปเอามา เอาน้ำมาด้วยนะ แล้วก็ผ้าสะอาดๆ ด้วยล่ะ” รุ้งมณีสั่ง แดงมองหน้ารุ้งมณี“เอามาทำอะไรรึ?”
“เอามาทำแผลให้ป้าเธอไง รึว่าเธอจะปล่อยให้ป้าเธอตายล่ะ รีบไปเอามาเร็ว! ขืนชักช้าป้าเธอเืไหลหมดตัวจนตายแน่” รุ้งมณีบอก แดงมองหน้ารุ้งมณีแล้วก็มองหน้าป้าซึ่งหลับตาปรือสีหน้าซีดเซียวแล้วนางก็ประคองป้าลงนอนกับพื้น จากนั้นก็รีบวิ่งไปที่เรือ สักพักแดงวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาพร้อมกับของที่รุ้งมณี้า
“นี่เข็มกับด้าย ส่วนนี่น้ำ แล้วนี่ก็ผ้า” นางบอก รุ้งมณีคว้ากระบอกน้ำมาเทล้างมือแล้วก็เอาน้ำราดผ้าจนชุ่ม เธอบิดน้ำจนหมาดแล้วก็เอาผ้าชุบน้ำเช็ดปากแผล เธอรีบสำรวจาแล้วงนิ้วเข้าไปในแผลเพื่อตรวจดูว่าอวัยวะภายในถูกแทงด้วยรึเปล่าโชคดีที่คนเจ็บถูกแทงโดนสีข้างอวัยวะภายในไม่ได้รับาเ็ไปด้วย
“โอย” นากร้องแล้วก็ปรือตามอง ความเ็ปและเสียเืมากทำให้นางสะลึมสะลือเกือบจะไร้สติรุ้งมณีดึงนิ้วออกแล้วก็เช็ดมือกับเสื้อ เธอกดผ้าเช็ดหน้าห้ามเืเอาไว้ แดงมองการกระทำของรุ้งมณีแล้วก็ถามว่า“เอ็งจะทำอะไรรึ?”
“เย็บแผลน่ะซิ” รุ้งมณีตอบแล้วก็คว้าเข็มกับด้ายไปล้างน้ำ
“เย็บแผล?” แดงทวนคำแล้วก็ถามว่า “เอ็งจะเย็บแผลป้าข้าด้วยเข็มกับด้ายนี่นะรึ?”
รุ้งมณีพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว”
แดงอึ้ง! แล้วก็โวยวายว่า “นังบ้า! เอ็งจะเย็บแผลป้าข้าได้อย่างไร? เนื้อคนนะมิใช่ผ้าผ่อนจะได้เย็บได้”
รุ้งมณีจ้องหน้าแดงแล้วก็ตวาดว่า“ถ้างั้นเธอก็เลือกเอาล่ะกันว่าจะให้ฉันเย็บแผลให้ป้าเธอหรือว่าจะดูป้าเธอเสียเืจนตาย! เธอเลือกเอาเองละกัน!”
แดงหันไปมองป้าแล้วก็ร้องไห้โฮ “ฮือๆๆๆ”
นางมิรู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี นังบ้านี่จะทำอะไรกับป้าก็มิรู้แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ป้าคงตายแน่!
“ว่าไง! เธอจะให้ฉันทำแผลให้ป้าเธอหรือว่าเธอจะปล่อยให้ป้าเธอตายล่ะห๊ะ!” รุ้งมณีตวาด
“ฮือๆๆๆ มึงช่วยป้าข้าได้แน่นะนังบ้า” แดงถามปนร้องไห้เพราะกลัวว่าป้าจะตาย รุ้งมณีเอื้อมมือไปจับบ่าแดงแล้วก็บอกว่า“ช่วยได้ซิ ฉันสัญญาว่าป้าเธอจะต้องไม่ตาย”
เธอบอกน้ำเสียงหนักแน่น แดงมองหน้ารุ้งมณีแล้วก็พยักหน้าอย่างตัดสินใจ“เอ็งจะทำอะไรก็ทำเถอะ เอ็งต้องช่วยป้าข้านะ”
รุ้งมณีพยักหน้าแล้วก็บอกว่า “ถ้างั้นเธอก็มาช่วยฉันเร็วๆ เถอะ ขืนชักช้าป้าเธอจะแย่”
แดงขยับไปนั่งข้างป้าอย่างเป็ห่วง ส่วนรุ้งมณีก็จัดแจงลงมือเย็บแผลโชคดีที่นากสลบไปเพราะเสียเืเยอะ ทำให้เธอเย็บแผลคนเจ็บได้ง่าย
ทุกๆครั้งที่รุ้งมณีจรดปลายเข็มลงบนผิวเนื้อ แดงได้แต่มองอย่างสยดสยอง พอเย็บแผลห้ามเืเสร็จรุ้งมณีก็ถอนหายใจเธอหันไปตรวจชีพจรคนเจ็บแล้วก็โล่งใจเพราะอัตราการเต้นของหัวใจไม่ต่ำมากเกินไป เธอถอยไปนั่งปาดเหงื่อแล้วก็บอกกับแดงว่า“คงต้องรอดูอาการซักพักนึงล่ะ”
แดงมองรุ้งมณีแล้วก็ถามว่า “ป้าข้ามิเป็อะไรแน่นะนังบ้า?”
“นี่เธอเรียกฉันว่านังบ้าๆ อยู่ได้ ฉันชื่อรุ้งมณี ถ้าเธอเรียกฉันว่านังบ้าอีกทีฉันจะตบเธอให้คว่ำเลย”รุ้งมณีตวาดอย่างเคืองๆ แดงสะอึกนึกกลัวท่าทีของรุ้งมณีพลางนึกในใจว่า นังบ้านี่น่ากลัวยิ่งนักครั้นพอมองไปที่ศพของผู้ชายทั้ง 2 นางก็มองอย่างมิอยากจะเชื่อว่าตัวเองจะฆ่าพวกมันได้
“เอ่อนี่...นังบ้า” นางเรียกรุ้งมณี แต่พอสบตากับสายตาดุๆ ของอีกฝ่ายนางก็รีบเปลี่ยนคำเรียกว่า“นี่เอ็ง...ทำไมป้าข้ายังมิตื่นเสียที?”
รุ้งมณีเอื้อมมือไปจับชีพจรคนเจ็บแล้วก็บอกว่า“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าป้าเธอจะฟื้นเมื่อไหร่เพราะป้าเสียเืเยอะมากคงต้องรอดูอาการไปก่อนนั่นแหละ”
“เอ่อ...พวกเราช่วยกันหามป้าลงเรือได้ไหมนัง...เอ่อเอ็ง” แดงถาม
“แต่ป้าเธอเสียเืไปมากนะ ควรจะให้ป้าได้นอนนิ่งๆ จะดีกว่า” รุ้งมณีแย้ง แดงชี้ไปที่ศพแล้วก็ถามว่า“เอ็งมิกลัวรึ?”
รุ้งมณีหันไปมองแล้วก็บอกว่า “ไม่กลัวหรอก ศพลุกขึ้นมาทำอะไรใครไม่ได้หรอกแต่คนเป็ๆ นี่ซิน่ากลัวกว่า”
แดงพยักเพยิด “ก็จริงของเอ็ง ข้ามิได้กลัวพวกมันหรอก แต่ข้ากลัวว่าพวกมันจะมิได้มีแค่2 คนเท่านี้น่ะซิ”
รุ้งมณีชะงัก! จริงซิ...เธอก็ลืมคิดถึงข้อนี้เลยถ้ายังมีคนอื่นอยู่ พวกมันต้องมาตามหาพวกเพื่อนๆ ของมันแน่
“งั้นเราช่วยกันหามป้าลงเรือเถอะ” เธอบอกพลางมองไปรอบๆ อย่างกังวล แดงรีบลุกเก็บข้าวของไปไว้ที่เรือพลางจัดที่ทางในเรือรอท่า ครั้นพอจัดเสร็จแล้วนางก็รีบวิ่งกลับไปหาป้า จากนั้นทั้ง2 คนก็ช่วยกันหามนากลงเรืออย่างทุลักทุเล ครั้นพอลงเรือเรียบร้อยแดงก็รีบแก้เชือกขึ้นเรือ นางคว้าไม้พายแล้วก็ไปนั่งคัดท้ายเรือส่วนรุ้งมณีก็ช่วยพายทางหัวเรือ เธอเคยไปเที่ยวพายเรือแคนนูกับเพื่อนตอนสมัยเรียนอยู่บ้างทำให้เธอพอจะพายเรือเป็บ้างนิดหน่อยเรือลำน้อยค่อยๆ เคลื่อนไปตามลำน้ำ แสงแดดยามบ่ายส่องลอดกิ่งไม้ลงมาเห็นน้ำใสแจ๋วฝูงปลาแหวกว่ายหนีเรือพายอย่างตื่นใ แดงเห็นรุ้งมณีร้อนเหงื่อไหลก็หยิบผ้าโยนให้“เอาผ้าคลุมหัวไว้ซิ แดดมันแรง”
“ขอบใจเธอมากนะ” รุ้งมณีรับผ้ามาพลางยิ้มให้ แล้วเธอก็เอาผ้าคลุมหัวไว้จากนั้นเธอก็ช่วยพายเรือต่อ ครั้นพอพายไปได้ซักพักก็ไปถึงจุดที่แม่น้ำกับแม่น้ำอีกสายมีกลุ่มเรือน้อยใหญ่ขนข้าวของผู้คนหนีทัพกาสีล่องมาตามแม่น้ำหลายลำ แดงคัดท้ายเรือเข้าไปใกล้เรือลำที่อยู่ใกล้ที่สุด
“ป้าจ๊ะป้า ป้าจะไปที่ใดกันหรือจ๊ะ?” นางถามพลางยกมือไหว้ หญิงสูงวัยรับไหว้แล้วก็บอกว่า“ไปลวปุระซินังหนู เขาว่าไอ้พวกกาสีมันมาถึงบ้านดอนแล้ว อยู่มิได้แล้วนังหนูแล้วพวกเอ็งมาจากไหนกันรึ?”
“ข้ามาจากบ้านดอนจ้ะป้า” แดงตอบ ผู้คนในเรือลำนั้นแตกตื่นกันใหญ่“เอ็งมาจากบ้านดอนรึ? แล้วไอ้พวกกาสีมันมาถึงรึยัง?”
“พวกมันมาแล้วจ้ะป้า มันไล่ฆ่าปล้นสะดมเผาบ้านเผาเมืองดีว่าพวกฉันหนีมาได้จ้ะ” แดงตอบ ผู้ชายที่คัดท้ายเรือมองเห็นนากนอนเจ็บอยู่ก็พูดว่า“แล้วนั่นแม่พวกเอ็งรึ?”
เขาถามแล้วก็คาดเดาเอาเองว่า “คงจะถูกกาสีมันฟันเอาล่ะซิท่าดีแล้วที่พวกเอ็งหนีรอดมาได้”
แดงยังมิทันจะได้พูดอะไร หญิงสูงวัยก็ถามว่า “แล้วนี่พวกเอ็งจะไปลวปุระรึ?”
แล้วนางก็พูดต่อว่า “ถ้าเช่นนั้นพวกเอ็งก็พายเรือเกาะกลุ่มไปกับพวกข้านี่แหละ”
นางชี้มือไปทางกลุ่มเรือด้านหน้าพลางบอกว่า “พวกนั้นก็ญาติๆ ข้าทั้งนั้น”
แดงยกมือไหว้แล้วก็บอกว่า “ขอบพระคุณจ้ะ ข้ามิได้ไปลวปุระหรอกจ้ะป้าพวกข้าจะขึ้นเหนือไปทางโกศลจ้ะ ลุงข้าอยู่ที่นั่นจ้ะป้า”
“งั้นรึ” หญิงสูงวัยพยักหน้ารับรู้แล้วก็บอกว่า “ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขออวยพรให้พวกเอ็งไปถึงอย่างปลอดภัยเถอะนะ”
“ขอบใจจ้ะป้า” แดงบอกแล้วก็ค่อยๆ ดันเรือออกห่าง รุ้งมณียกมือไหว้คนในเรือลำนั้นแล้วก็ช่วยแดงพายเรือพอเรือออกห่างจากกลุ่มเรือ แดงก็ถามรุ้งมณีว่า “เอ็งจะไปลวปุระหรือไม่?ถ้าเอ็งอยากไปลวปุระข้าจะฝากเอ็งไปกับพวกนั้น”
ก็มิรู้ว่าเพราะอะไรถึงถามออกไปเช่นนั้น รุ้งมณีหันไปมองหน้าแดงแล้วก็ถามว่า“ถ้าฉันไปกับพวกนั้นแล้วใครจะดูแลป้าล่ะ?”
แล้วเธอก็พูดต่อว่า “ฉันไม่ทิ้งคนไข้ของฉันหรอกนะ ฉันอุตส่าห์เสียแรงรักษาฉันก็ต้องรักษาให้ถึงที่สุดแล้วลำพังเธอจะดูแลป้ายังไง เกิดเธอดูแลไม่ดีแผลติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง”
แดงมองรุ้งมณีอย่างซึ้งใจน้ำตาคลอ แม้จะไม่เข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายมากนักแต่ความหมายก็คือนังบ้านี่ไม่ทิ้งนางไป นางรีบปาดน้ำตาทิ้ง รุ้งมณีไม่อยากให้เด็กสาวรู้สึกเขินจึงแสร้งทำทีหันไปพายเรือต่อ
“โอย” นากครางเบาๆ พลางปรือตาขึ้น
“ป้า!” แดงเรียกอย่างดีใจ รุ้งมณีหันไปมองแล้วก็บอกว่า“หยุดเรือก่อนเถอะ ฉันจะดูป้าซักหน่อย”
แดงรีบคัดท้ายเรือเข้าหาฝั่งทันที พอเรือจอดใต้ร่มไม้ริมน้ำ รุ้งมณีก็ขยับไปตรวจอาการคนเจ็บ
“ป้าเป็ยังไงบ้างคะ?” เธอถามพลางจับชีพจรตรวจดู
“โอย...เจ็บเหลือเกิน” นากคราง รุ้งมณีจับมือปลอบ “อดทนไว้นะคะป้าหนูก็ไม่รู้จะหายาแก้ปวดที่ไหนให้ป้ากิน”
“ยาแก้ปวดรึ?” แดงทวนคำแล้วก็บอกว่า “เดี๋ยวข้าไปหาให้”
แล้วนางก็ลุกพรวดก้าวขึ้นฝั่งไป
“เดี๋ยวซิเธอ” รุ้งมณีเรียกแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เธอมองตามอย่างเป็ห่วง เรือก็จะไหลตามน้ำรุ้งมณีจึงรีบหันไปผูกเชือกหัวเรือกับรากไม้ใกล้ๆมือ
“น้ำ ขอน้ำหน่อย...โอย...” นากบอกปนครางเจ็บ รุ้งมณีหยิบกระบอกน้ำไปป้อนให้ นากดื่มน้ำอย่างกระหายจัดจนรุ้งมณีต้องปราม“ค่อยๆ จิบค่ะป้า เดี๋ยวจะสำลักนะคะ ค่อยๆ ค่ะ”
นากดื่มน้ำพอแล้วก็ดันกระบอกออก รุ้งมณีเอากระบอกน้ำวางไว้ที่เดิม เธอชะเง้อมองว่าเมื่อไหร่แดงจะกลับมาเสียที
สักพักใหญ่แดงก็กลับมาพร้อมกับถือต้นฝิ่นมาด้วย “ข้ามาแล้ว”
รุ้งมณีมองแล้วก็ถามว่า “นั่นอะไรเหรอ?”
“ต้นฝิ่นไง” แดงบอกแล้วนางก็จัดแจงเอาต้นฝิ่นไปล้างน้ำ
“เธอเอาต้นฝิ่นมาจากไหนเหรอ?” รุ้งมณีถามอย่างสงสัยต้นฝิ่นหาได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
แดงเหลือบมองแล้วก็มองหาหินก้อนเหมาะๆ มือแทนครกกับสาก “ใกล้ๆ นี่มีเรือนหลังนึงเ้าของเรือนคงจะทิ้งเรือนหนีไปลวปุระแล้วกระมังข้าเห็นมีต้นฝิ่นปลูกเอาไว้ข้าก็เลยถอนมา”
นางบอกพลางบดต้นฝิ่นไปด้วย
“แล้วนั่นเธอบดมันทำไมเหรอ?” รุ้งมณีถามพลางมองอย่างอยากรู้
“ข้าก็บดให้ป้ากินแก้ปวดไง เอ็งมิรู้หรือว่าฝิ่นเป็ยาแก้ปวดน่ะ?” แดงบอกแล้วก็ย้อนถามแล้วนางก็บอกอีกว่า “เนี่ยป้าสอนข้าั้แ่เด็กๆ เชียวนะว่าสมุนไพรอะไรใช้ทำยาได้บ้าง”
รุ้งมณีนิ่งเงียบมองดูแดงบดยา ครั้นพอบดละเอียดดีแล้วแดงก็เอาฝิ่นบดละลายกับน้ำในกระบอก“เสร็จแล้ว”
นางรีบเอายาในกระบอกไปป้อนป้า “ป้าจ๋า กินยานี่ก่อนนะจ๊ะ”
นากปรือตามองแล้วก็ผงกหัวขึ้นกินยา รุ้งมณีมองวิธีรักษาของ 2 ป้าหลานอย่างสนใจพอนากกินยาเสร็จ แดงก็เอากระบอกยาวางไว้ข้างตัวป้า จากนั้นนางก็บอกกับรุ้งมณีว่า“ไปกันเถอะ พายเรือไปอีกสักหน่อยก็จะเจอหมู่บ้าน ข้าจำได้เมื่อก่อนป้าเคยพาข้าเอาข้าวไปแลกผ้าที่ตลาด”
รุ้งมณีพยักหน้ารับรู้ แล้วก็หันไปแก้เชือกจากรากไม้ จากนั้นทั้งสองก็ช่วยกันพายเรือไปเรื่อยๆส่วนนากก็เคลิ้มไปเพราะฤทธิ์ยา
จนกระทั่งไปถึงหมู่บ้านที่แดงบอก ทั้งสองก็ช่วยกันพายเรือไปที่ท่าน้ำซึ่งมีเรือลำเล็กลำใหญ่จอดเรียงรายเต็มไปหมดส่วนมากเป็เรือที่ผู้คนต่างหนีตายมุ่งหน้าไปลวปุระ แดงกับรุ้งมณีเลือกจอดเรือห่างจากเรือลำอื่นๆสักหน่อยเพราะตรงท่าน้ำผู้คนจอแจเกินไป ครั้นพอจอดเรือปั๊ป แดงก็ชะเง้อมองรอบๆ ตัวอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะนางมิค่อยได้ออกจากหมู่บ้านมาที่นี่บ่อยครั้งนักนานๆ ทีป้าถึงจะพามาแลกข้าวแลกของที่ตลาด ส่วนรุ้งมณีก็มองไปรอบๆ ตัวดูความเป็อยู่ของผู้คนฉับพลัน! ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งพายเรือมาเทียบข้างๆ“แม่หนูๆ”
รุ้งมณีกับแดงหันไปมอง
“จ๊ะแม่” แดงขานรับพลางยกมือไหว้ รุ้งมณีจึงไหว้ตาม
“พวกเอ็งพายเรือตามข้าไปที่วัดก่อน พระคุณเ้าท่านอยากพบพวกเอ็งท่านให้ข้ามารอพวกเอ็งอยู่ตรงนี้ั้แ่เพลแล้ว” หญิงสูงวัยบอก
“พระคุณเ้าอยากพบพวกฉันหรือจ๊ะ?” แดงถามอย่างงงๆ ก็นางมิเคยไปวัดที่หมู่บ้านนี้เลยสักครั้งแล้วนางจะไปรู้จักมักจี่กับพระที่วัดนี้ได้อย่างไรกัน? ท่าทางหญิงคนนี้คงจะทักผิดคนกระมัง
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ