ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 119 แรกพบฉินมู่หนาน


            หลังจากพักผ่อนเป็นเวลาหนึ่งคืนเช้าวันถัดมา ชุ่ยอวิ๋นก็กลับมาที่จวนองค์ชายหกอีกครั้ง

            แม่นมเสิ่นแค่เห็นชุ่ยอวิ๋นก็เหมือนเห็นมู่หลิงจูจึงไม่อยากจะแลเหลียว สั่งให้นางยืนอยู่กับที่รอไปก่อน

            จื่อเซียงเดินออกมาจากข้างหลังเห็นชุ่ยอวิ๋นยืนอยู่จึงประหลาดใจ ก่อนจะพานางเดินไปที่เรือนลี่เฉวียน

            มู่อวิ๋นจิ่นที่แต่งตัวเรียบร้อยพร้อมจะไปเรียนวิชาที่เรือนหมิงหราน พอเห็นชุ่ยอวิ๋นเข้ามาในเรือนลี่เฉวียนก็แปลกใจไม่ทันตั้งตัว

            “เจ้ามาได้ยังไง?”

            ชุ่ยอวิ๋นทำความเคารพมู่อวิ๋นจิ่นก่อนเอ่ยปากขึ้นว่า “เมื่อคืนคุณหนูสี่กลับจวนหรงไปได้ถูกตระกูลฉินตบตีด้วยเรื่องที่จวนอัครเสนาบดีมู่รอด จนเป็นไข้สูงพระชายาหรงยังไม่อนุญาตให้เรียกท่านหมอมารักษาเลยเพคะ”

            “เมื่อครู่คุณหนูสี่อาศัยจังหวะที่บ่าวรับใช้ใกล้ชิดของพระชายาหรงเดินออกไปสั่งให้บ่าวแอบมาหาพระชายาหกอยากขอร้องให้พระชายาหกช่วยคิดหาวิธีช่วยเหลือด้วยเพคะ”

            ชุ่ยอวิ๋นละล่ำละลัก “เมื่อวานที่คุณหนูมาบอกความลับของพระชายาหรง หวังว่าพระชายาหกจะรักษาคำพูดช่วยคุณหนูให้พ้นจากภัยในตอนนี้ด้วยเพคะ”

            มู่อวิ๋นจิ่นได้ยินดังนั้นก็กวักมือเรียกจื่อเซียงเข้ามา “เจ้าไปหาบ่าวรับใช้ในเรือนบอกให้ต้มยามาชามหนึ่ง และนำยาทาแผลกลับไปด้วย”

            สิ้นเสียงมู่อวิ๋นจิ่นไม่พูดพร่ำทำเพลงเดินออกจากเรือนลี่เฉวียนไป

            ชุ่ยอวิ๋นที่ยืนอยู่ด้านหลังไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่มู่อวิ๋นจิ่นต้องการสื่อจึงหันไปถามจื่อเซียง “พี่จื่อเซียงพระชายาหกหมายความว่าอย่างไร?”

            “เจ้าบื้อเอ๊ย ดูก็รู้ว่าพระชายาไม่อยากเข้าไปจัดการเรื่องนี้เอาแค่เรื่องในจวนยังจัดการไม่ทั่วถึง ย่อมไม่มีเวลายื่นมือไปจัดการถึงจวนหรงหากไปยุ่งเรื่องนี้เข้า คุณหนูสี่อาจแว้งกัดได้ถึงตอนนั้นเรื่องร้อนจะพุ่งเข้ามาไม่หยุด” จื่อเซียงอยู่รับใช้มู่อวิ๋นจิ่นมาเนิ่นนานนิสัยใจคอของมู่อวิ๋นจิ่น เป็นเช่นไรนั้นนางพอรับรู้อยู่บ้าง

            “รอก่อน ยาทานและยาทานั้น เจ้าแอบเอากลับไปบอกคุณหนูสี่ว่าได้มาด้วยความยากลำบากขอให้กลับไปบอกคุณหนูสี่ให้รอข่าวคราวอย่างใจเย็นที่จวนหรงไปก่อน”

            จื่อเซียงอธิบายดังนั้นชุ่ยอวิ๋นพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

            …

            (สลับฉากไปทางมู่อวิ๋นจิ่น)

            ในระหว่างที่มู่อวิ๋นจิ่นมุ่งหน้าไปที่เรือนหมิงหรานกลับพบอาจารย์เฟิงเสวียนโดยบังเอิญ

            “เจ้ามาได้เวลาพอดี วันนี้ไม่ต้องฝึกแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปวัดสุ่ยอวิ๋น”อาจารย์เฟิงเสวียนบอกเล่า

            มู่อวิ๋นจิ่นชะงักไปชั่วขณะ “ไปทำอะไรที่วัดสุ่ยอวิ๋น?”

            “เมื่อคืนที่ผ่านมา ข้าครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานานสุดท้ายตัดสินใจแล้วว่าจะไปดูค่ายกลที่จองจำหรงเฟยเอาไว้ข้ากลัวว่าการลงทุนลงแรงของพวกเราอาจเสียเปล่าได้”

            มู่อวิ๋นจิ่นมิได้ยึกยักแต่อย่างใดนางรีบหันหลังกลับก่อนเอ่ยบอกกับผู้เป็นอาจารย์ว่า “เดี๋ยวศิษย์จะไปตามฉู่ลี่”

            “กลับมา!” อาจารย์เฟิงเสวียนเรียก “เจ้านี่โง่หรือเปล่า เรื่องนี้จะบอกฉู่ลี่ไปทำไมพวกเราแค่ไปดูสถานการณ์มาก่อน แล้วที่เหลือค่อยว่ากัน”

            “ก็ได้…” มู่อวิ๋นจิ่นเดินตามอาจารย์เฟิงเสวียนออกนอกจวนไป

            เมื่อเดินทางมาถึงวัดสุ่ยอวิ๋นเมื่อทั้งสองก้าวลงจากรถม้ามู่อวิ๋นจิ่นสังเกตเห็นว่าอาจารย์เฟิงเสวียนคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ยิ่งนักเขาเดินไปที่กุฏิของท่านอาจารย์ไฮว๋หยวนโดยตรง

            ท่านอาจารย์ไฮว๋หยวนเหมือนหยั่งรู้ล่วงหน้าพอพวกเขาทั้งสองเดินเข้ามาใกล้ ก็เปิดประตูต้อนรับโดยไม่ต้องเคาะ

            “ฮ่า ๆ ๆ ๆ อาตมาว่าแล้วทำไมวันนี้วิหคร้องถึงส่งเสียงร้องระงมไม่หยุดที่แท้มีสหายเก่ามาเยี่ยมนี่เอง นับเป็นนิมิตหมายที่ดี”

            “ไฮว๋หยวน เจ้ากับข้าไม่ได้พบหน้ามานานหลายปีวันนี้มารำลึกเรื่องราวในอดีตสักหน่อย”

            “ได้สิ”

            เมื่อทั้งสองทักทายปราศรัยกันเรียบร้อยแล้วอาจารย์เฟิงเสวียนจึงหันมามองมู่อวิ๋นจิ่น “ข้ากับท่านอาจารย์ไฮว๋หยวนมีเรื่องคุยกันเจ้าออกไปเดินเล่นตามใจชอบได้”

            หลังจากนั้นอาจารย์เฟิงเสวียนก็เดินเข้าไปในกุฏิของท่านอาจารย์ไฮว๋หยวน

            มู่อวิ๋นจิ่นเบะปากด้วยความงงจ้องประตูกุฏิที่ถูกปิดด้วยความโมโห ไหนว่าจะมาตรวจดูค่ายกลมิใช่หรือ?

            ตาแก่นี่น่ะ!!!

            มู่อวิ๋นจิ่นสะบัดหน้าก่อนจะเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยจนมาพบเข้ากับต้นไม่พันปีต้นนั้นโดยไม่รู้ตัว

            พระที่เฝ้าอยู่ตรงนั้นตั้งแต่รู้ฐานะที่แท้จริงของมู่อวิ๋นจิ่นก็มิกล้าเอ่ยห้ามนางแต่อย่างใด

            มู่อวิ๋นจิ่นเดินเข้าไปในลานด้านในและเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้พันปี เวลานี้โดยรอบไม่มีผู้ใดนางจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะที่มีหมึก พู่กันและกระดาษแดงเขียนคำอวยพรวางอยู่

            พอมู่อวิ๋นจิ่นบรรจงตวัดพู่กันจีนเขียนว่า…พวกเราจะไปด้วยกันได้ดี!

            เมื่อได้สติสัมปชัญญะกลับมานางรู้สึกแปลกใจมิน้อย ด้วยไม่รู้ว่าภาพที่วาดลงกระดาษเหตุใดจึงเป็นใบหน้าหล่อเหลาของฉู่ลี่ไปได้

            “ตายแล้ว ข้านี่คิดเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว!” มู่อวิ๋นจิ่นหยิบกระดาษแผ่นนั้นยกขึ้นส่องดูทำท่าจะขยำโยนทิ้งลงพื้น

            ระหว่างนั้นมือของนางกลับหยุดลงด้วยความลังเลใจ

            เมื่อคิดขึ้นได้ว่ายังมีกระดาษแดงเหลืออีกเยอะนางจึงหยิบกระดาษออกมาเขียนว่า “รู้จักเจ้ามาเนิ่นนานกลับไม่เห็นเจ้าเขียนอักษร”

            ทันใดนั้นเสียงที่แปลกหูดังขึ้นมา มู่อวิ๋นจิ่นจึงหยุดสิ่งที่เขียนอยู่ เงยหน้ามองใบหน้าที่ทั้งแปลกหน้าและคุ้นเคยไปด้วยในเวลาเดียวกัน

            คนผู้นี้เป็นบุรุษสวมชุดสีเงินยาว ร่างกายสูงขาว มือไพล่หลังที่เอวมีหยกงดงามกับถุงหอมชมพูที่ปักไม่ค่อยเรียบร้อยผูกอยู่แต่มิอาจกลบความโดดเด่นในตัวเขาได้เลย

            มู่อวิ๋นจิ่นนั่งนิ่งปรายตามองบุรุษเบื้องหน้ารู้สึกว่าเหมือนเคยพบที่ไหนมาก่อน แต่กลับลืมไปแล้ว

            จากนั้นไม่นานในหัวของมู่อวิ๋นจิ่นก็ฉายภาพที่นางตกอยู่ในทะเลสาบระยับและมีบุรุษคนหนึ่งยื่นมือเข้ามาช่วย

            “ฉินมู่หนาน?” มู่อวิ๋นจิ่นมองหน้าบุรุษผู้นี้ด้วยคำถามที่อัดแน่นอยู่เต็มอก

            พอได้ยินที่นางเรียกสายตาของบุรุษผู้นี้กลับนิ่งลง “เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”

            “...”

            มู่อวิ๋นจิ่นเม้มปากแน่นไม่เข้าใจในสิ่งที่บุรุษเบื้องหน้าต้องการสื่อสาร เห็นเขาเอ่ยเช่นนี้สงสัยนางคงจำคนผิดอีกแล้ว มิอย่างนั้นคงไม่หัวเราะหัวร่อแบบนี้

            “อวิ๋นจิ่น เจ้าต้องทำเป็นแสร้งไม่รู้จักกันไปทำไม?” จากนั้นบุรุษผู้นี้เดินมาหยุดเบื้องหน้าสบสายตากับนาง

            อะไรนะ!!!

            อวิ๋นจิ่น???

            เรียกเสียประหนึ่งสนิทสนมกันมานาน……

            “เจ้ายังโทษข้าอยู่ ที่ทิ้งเจ้าไปออกรบที่ชายแดนใช่หรือไม่?” บุรุษผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนมองตานางด้วยความอาลัยอาวรณ์

            ออกรบชายแดน?

            มู่อวิ๋นจิ่นพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวจากคำพูดของเขาที่แท้เขาคือฉินมู่หนานไม่น่าผิดเพี้ยน

            อีกอย่างร่างกายนี้ของนางสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาที่มีต่อเขาประหนึ่งคนคุ้นเคย และมีความสัมพันธ์ต่อกัน

            “แม่ทัพฉิน ขอบคุณมากที่ช่วยเหลือข้าในวันที่ตกทะเลสาบระยับจนถึงวันนี้ยังไม่มีโอกาสไปขอบคุณถึงจวน วันนี้พบกันโดยบังเอิญขอถือโอกาสนี้ขอบคุณอย่างเป็นทางการเสียเลย” มู่อวิ๋นจิ่นพยายามเปลี่ยนหัวข้อจะได้ไม่ต้องรู้สึกเก้อเขินในปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับร่างนี้

            สิ้นเสียงขอบคุณนางจึงหันหลังเดินจากไป

            พอเดินได้เพียงสองก้าวเท่านั้นกลับมีมือจับเข้าที่ไหล่ของนาง และยังคงเป็นฉินมู่หนานที่ตามนางไม่ปล่อย “ไหนว่าคุยกันแล้วนี่ รอให้ข้าชนะศึกกลับมา จะตบแต่งเจ้าเป็นภรรยาพาออกจากกรงที่กักขังเจ้าอย่างจวนอัครเสนาบดีมู่มิใช่หรือ?”

            “ทำไมถึงไม่รอข้ากลับมา ทำไมต้องใจจืดใจดำแต่งกับคนอื่นไปด้วย…”

            “อวิ๋นจิ่น พวกเรามีวันเวลาแห่งความสุขร่วมกันมากมายหรือว่าเจ้ากลับลืมมันจนสิ้นไม่เหลือเยื่อใยต่อกันอีกแล้ว?”

            “ตั้งแต่ที่ข้ากลับจวนไป อยากออกมาหาเจ้าอยู่ตลอดเวลาแต่ยังหาเวลาที่เหมาะสมไม่ได้เลย วันนี้ข้าพบหน้าเจ้าที่วัดสุ่ยอวิ๋นย่อมรู้ว่าเป็นโอกาสเบื้องบนประทานให้”

            “อวิ๋นจิ่น เจ้ากล้าพูดหรือไม่ ว่าไร้ความรักใคร่ที่มีให้กัน?”

            มู่อวิ๋นจิ่นยังคงยืนหันหลังให้ฉินมู่หนานพร้อมกับฟังคำพูดที่ยืดยาวจนเหงื่อไหลไคลย้อย มิอาจตั้งตัวกับข้อมูลที่ได้รับมากมายตรงหน้านี้

            นึกไม่ถึงว่าเจ้าของร่างนี้จะมีใจปฏิพัทธ์กับฉินมู่หนานมาก่อน

            โลกทั้งใบของมู่อวิ๋นจิ่นในเวลานี้เหมือนจะพังทลายลงตรงหน้าแต่ในเมื่อวิญญาณของนางอยู่ในร่างนี้ไปแล้วจึงไม่ได้เป็นมู่อวิ๋นจิ่นคนเก่าที่ฉินมู่หนานรู้จักอีกต่อไป นางจะทำเช่นไรดีเพื่อที่จะอธิบายให้ฉินมู่หนานเข้าใจในสิ่งที่ยากจะเชื่อนี้

            “อวิ๋นจิ่น เจ้ามองข้าหน่อยจะได้หรือไม่?” ฉินมู่หนานก้าวมายืนเบื้องหน้ามู่อวิ๋นจิ่นพลางก้มมองนางด้วยสายตาอบอุ่น

            มู่อวิ๋นจิ่นเม้มริมฝีปากก่อนจะลดระดับสายตาลงไปที่พื้น “แม่ทัพฉิน บัดนี้ข้าได้แต่งงานกับองค์ชายหกไปแล้วเรื่องราวในอดีตอย่าได้เอ่ยถึงอีกเลย”

            ทันใดนั้นมู่อวิ๋นจิ่นสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ซ่อนความโกรธเคืองพัดเข้ามาปะทะร่างกายของนาง นางเกรงว่าฉินมู่หนานอาจควบคุมอารมณ์มิได้จึงถอยผงะไปหลายก้าว

            “เจ้ากลัวข้า?” สายตาฉินมู่หนานมองมายังนางเสมือนว่าตนนั้นเพิ่งถูกทำร้ายปางตาย“อวิ๋นจิ่น เจ้าช่างอำมหิตเหลือเกิน!”

            สิ้นเสียงแล้วฉินมู่หนานดึงหยกชิ้นนั้นกับถุงหอมสีชมพูออกจากผ้าคาดเอวหางตาของมู่อวิ๋นจิ่นเหลือบเห็นด้ายที่หลุดลุ่ย

            จากถุงหอมพอจะทราบได้ทันทีว่าผ่านการใช้งานมานานหลายปี

            “ในเทศกาลชีซี[1]ปีนั้น เจ้าได้มอบถุงหอมนี้ให้กับข้ายังจำได้หรือไม่ว่าตอนนั้นเจ้าพูดอะไรกับข้าบ้าง?”

            นี่เป็นถุงหอมที่เจ้าของร่างเก่ามอบให้อีก!เห็นดังนั้นมู่อวิ๋นจิ่นจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และพยายามตั้งสติ

            โอ๊ย!ใครจะไปรู้ล่ะว่าเจ้าของร่างเก่าพูดอะไรไปบ้าง!

            แต่หากมอบถุงหอมให้ในเทศกาลชีซีมู่อวิ๋นจิ่นพอคาดเดาได้ไม่ยากว่าน่าจะพูดสิ่งใด

            “ยังจำได้หรือไม่ เจ้าบอกข้าว่าเจ้าใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะปักรูปบนถุงหอมนี้ หวังว่าหลังจากผ่านพิธีวัยปักปิ่น[2]จะแต่งงานกับพี่หนานคนนี้ อีกทั้งทุกปีจะช่วยปักถุงหอมหนึ่งใบให้พี่หนาน”น้ำเสียงฉินมู่หนานเปี่ยมด้วยความเศร้าสร้อยทรมานจับใจ

            มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วทันใดนั้นนางรู้สึกปวดใจเหลือเกินเมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ป้าซูลงมือฆ่าเจ้าของร่างเก่า “มู่อวิ๋นจิ่น” ให้ตายถ้านางยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้และทราบว่าฉินมู่หนานได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพ นางจะต้องดีใจเป็นแน่

            ทว่าน่าเสียดายเหลือเกิน….

            โชคชะตามักเล่นตลกกับชีวิตของคนเสมอ!!!

            “แม่ทัพฉิน ตอนนี้การรื้อฟื้นเรื่องในอดีต มันคงไร้ความหมายแล้วในใต้หล้านี้ยังมีสตรีอีกมากมายที่เหมาะสมกว่าข้า” มู่อวิ๋นจิ่นมองฉินมู่หนานด้วยรอยยิ้มให้กำลังใจ

            พอสายตาของฉินมู่หนานและมู่อวิ๋นจิ่นบรรจบกันฉินมู่หนานสัมผัสได้ถึงแววตาที่เปลี่ยนไปของมู่อวิ๋นจิ่นเหมือนว่าทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทั้งน้ำเสียง ความอ่อนโยนไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว

            ชั่วพริบตาเดียวสายตาของมู่อวิ๋นจิ่นแฝงด้วยความใคร่รู้

            “ห่านป่าโบยบินลงทิศใต้…” ฉินมู่หนานเอ่ยกลอนออกมาหนึ่งวรรค

            ด้านมู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วด้วยความงุนงงไม่เข้าใจว่าฉินมู่หนานจะเอ่ยกลอนมาทำไม นางจึงนิ่งงันไม่เอ่ยวาจาใด

            “เจ้ารู้หรือไม่ว่าวรรคต่อไปคืออะไร?” ฉินมู่หนานถามขึ้น

            มู่อวิ๋นจิ่นถอนหายใจมองฉินมู่หนานอย่างจนปัญญา “ข้าไม่ชอบต่อกลอน”

            เมื่อนางพูดจบก็หันเดินจากไปเมื่อเงี่ยหูฟังฝีเท้า พบว่าไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของฉินมู่หนานไล่ตามมาแล้วนางจึงเร่งสาวเท้าไปด้วยความรวดเร็ว

            ฉินมู่หนานมองดูมู่อวิ๋นจิ่นจากด้านหลังย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ทั้งน้ำเสียง ท่าทาง และรอยยิ้มที่ส่งให้

            ที่แท้นางสูญเสียความทรงจำนี่เอง!!!

            โชคยังดีที่นางสูญเสียความทรงจำเพียงแค่นี้

            เขากลัวเหลือเกินว่านางจะลืมห้วงเวลาอันแสนหวานที่ได้มีกันและกันไป

            ‘อวิ๋นจิ่น ไม่ว่าตอนนี้เจ้าจะอยู่กับใครข้าต้องเอาเจ้ากลับมาอยู่ข้างกายให้จงได้ครั้งหน้าข้าไม่ยอมให้เจ้าหนีไปแบบนี้อีกแล้ว’

            ………………………………………………………………………………………………………….

            [1] เทศกาลชีซี เป็นวันแห่งความรักของจีน เทียบเท่าเทศกาลวันวาเลนไทน์ของสากล

            [2] พิธีวัยปักปิ่น เป็นพิธีที่เด็กสาวอายุสิบห้าปีเข้ารับการปักปิ่นมรกตแสดงถึงวัยที่สามารถออกเรือนมีครอบครัวได้แล้ว

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604