หัวหน้าผู้น่ายำเกรง = พ่อบ้านผู้เกรงกลัวเมีย
ความเดิมตอนที่แล้ว
“นี่ฉันไม่อยู่แค่อาทิตย์เดียว บ้านเละเทะขนาดนี้เลยเหรอ!”
เสียงเล็กแหลมะโขึ้นอย่างเสียงดัง ทำเอาเตชินทร์ที่กำลังนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้งตื่น เขารีบมองไปยังต้นเสียงทันที
------------------------------------------------------------------------------
ตาทั้งสองข้างของเตชินทร์เบิกกว้างด้วยความใเมื่อได้เห็น เมนิลา ไกด์นำเที่ยวสาวสวยวัย 28 ปี ซึ่งเป็แฟนของเตชินทร์กำลังยื่นจังก้า ปั้นหน้าั์ด้วยความโมโหอยู่ตรงประตู ข้างตัวเธอมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่วางอยู่
เตชินทร์หน้าถอดสี แต่ก็ทำใจดีสู้เสือ เขาลุกขึ้นไปกอดเมนิลา แล้วหอมแก้มเธอไปฟอดใหญ่ทั้งซ้ายขวา
“ตัวเองไปทัวร์ตั้งหลายวัน เค้าคิดถึงมากเลยนะรู้ไหม”
เมนิลาใช้มือดันหน้าเตชินทร์ออกห่างจากตัวเอง “อย่ามาตีเนียน…”
จะไม่ให้เธอโกรธได้อย่างไร เพราะสภาพบ้านที่เธอเห็นในตอนนี้ไม่ต่างจากบ่อขยะดีๆ นี่เอง ทั้งถุงเท้าที่ถูกถอดทิ้งกระจัดกระจายตามทางเดิน บนโซฟามีเสื้อผ้าที่เธอซักเอาไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน วางกองไว้โดยที่ยังไม่พับเก็บเข้าตู้! ไหนจะกล่องอาหารตามสั่งจากหลากหลายร้านค้าบนโต๊ะที่ไม่เคลียร์ให้เรียบร้อย
เมื่อมองไปที่ซิงค์ ก็ทำเอาเมนิลาลมแทบจับ เมื่อได้เห็นเศษซาก (ที่ไม่) อารยธรรมกองพะเนินจนล้นออกมาจากซิงค์ล้างจาน และที่ปรี๊ดหนักสุดก็เห็นจะเป็ กางเกงในใส่แล้วที่ม้วนขดเป็เลขแปดถอดอยู่ข้างตะกร้าผ้า เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ อีกนิดเดียวแท้ๆ ทำไมถึงไม่โยนให้ลงกันนะ!
“อย่าโมโหเลยนะจ๊ะคนดี เดี๋ยวหน้าเหี่ยวเร็วน้า” เตชินทร์พยายามพูดให้เธอใจเย็นลง
เมนิลาตวาด “กลับบ้านมาเจอสภาพแบบนี้ เป็ใครก็โมโหป้ะ ต้องให้บอกกี่ครั้ง นายถึงจะยอมปรับปรุงตัวเองฮะ!?”
เตชินทร์จากที่ทำหน้าทะเล้นก็ค่อยๆ เจื่อนลง เขายืนกุมเป้านิ่ง ได้แต่มองริมฝีปากอวบอิ่มขยับเทศนาเขาเป็รอบที่ล้านอย่างเงียบๆ คิ้วเรียวยาวขมวดมุ่นเข้าหากันแน่น ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเปลือกไม้ที่ใกล้จะไหม้เพราะอารมณ์โกรธาจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่วางตา จมูกที่โด่งรับกับใบหน้านั้นผ่านการถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีกจนนับไม่ถ้วน และเพราะระดับอารมณ์ที่ไม่มีทีท่าว่าจะลง ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น จนต้องรวบผมลอนธรรมชาติที่ผ่านการทำย้อมสีแอชบราวน์มาอย่างดี ขึ้นมัดเพื่อระบายความร้อน
สวยแต่ขี้บ่นชะมัด
เตชินทร์ทำได้แค่บ่นกับตัวเอง…ตัวตนแฟนสาวของเขาในตอนนี้ช่างแตกต่างจากนางสาวเมนิลาในวัย 18 ปี ที่เตชินทร์ตามจีบเมื่อสมัยเรียนมหา’ ลัยเหลือเกิน
10 ปีที่แล้ว
เตชินทร์ในวัย 21 ปี ใช้แรงทั้งหมดที่มีในเช้านี้ วิ่งกระหืดกระหอบไปที่ตึกเรียนอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อลงเรียนวิชา มนุษยสัมพันธ์ หนึ่งในวิชาเลือกของทางมหาวิทยาลัยที่เขายังเก็บไม่ครบ ซึ่งถ้าเขาไม่สามารถลงทะเบียนเรียนในครั้งนี้ได้ เด็กมหา’ลัยปี 4 อย่างเขาน่าจะต้องเรียนจบพร้อมนักศึกษาครุศาสตร์ที่เรียนถึง 5 ปีอย่างแน่นอน!
ทว่า ความหวังก็กลับพังทลายลง เมื่อได้เห็นว่าประตูห้องเรียนถูกล็อกเป็ที่เรียบร้อย ไม่ว่าเขาจะพยายามบิดลูกบิดแค่ไหน ประตูก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิด เตชินทร์ถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อยหอบ เป็เพราะเขาหลวมตัวไปร้านเหล้ากับเพื่อนเมื่อคืนนั่นแหละ เลยเป็สาเหตุให้เขาตื่นสายจนมาไม่ทัน
แต่ดูเหมือน์ยังใจดีกับเขาอยู่บ้าง เพราะจู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดออก พร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินออกมา ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเตชินทร์นั่งอยู่กับพื้น เธอจึงเอ่ยปากถามเขาด้วยเสียงที่นุ่มนวล
“ห้องน้ำไปทางไหน พอจะรู้ไหมคะ”
เมื่อเตชินทร์มองขึ้นไปตามเสียง ก็พบว่าเธอคือ เมนิลา นักศึกษาสาวปีหนึ่ง วัย 18 ปี กำลังมองลงมา ทำเอาเขาตะลึงในความน่ารักของเธอจนลืมตอบเธอกลับไปชั่วขณะ เมนิลาเอียงคอนิดๆ อย่างสงสัยในอาการของเขา ก่อนจะจับผมลอนทัดเข้าที่หลังใบหูตัวเอง นั่นยิ่งทำให้ความงามของเธอแผ่กระจายออกมาราวกับมีออร่าอยู่รอบๆ ตัวเธอ
“นางฟ้า…” เตชินทร์เผลอพึมพำออกมาเบาๆ
“อะไรนะคะ”
เตชินทร์ตื่นจากภวังค์ “อ๋อ เปล่าๆ”
“แล้วพี่มานั่งอะไรตรงนี้คะเนี่ย” เมนิลาถามขึ้นอย่างสงสัย ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ เลยเอี้ยวตัวหันเข้าไปดูสถานการณ์ข้างในห้องเรียน
“ตอนนี้ยังทันนะคะ ทุกคนยังกรอกชื่อลงทะเบียนเรียนอยู่เลย…” เธอโน้มตัวลงมากระซิบเบาๆ “แต่ต้องแอบย่องเข้าไปนะ”
พูดจบก็ยิ้มให้เขาบางๆ นั่นเลยทำให้เตชินทร์ตกหลุมรักเมนิลาเข้าเต็มเปา
เพราะการช่วยเหลือของเธอในครั้งนั้น เลยทำให้เขาสามารถลงทะเบียนเรียนได้อย่างสำเร็จ และเป็โชคชะตาที่ทำให้คนทั้งสองได้มารู้จักกัน และดูเหมือนแต้มบุญของเขายังเหลืออยู่ เพราะ์ได้ดลบันดาลให้เขากับเธอได้นั่งเรียนข้างกันอีกด้วย ดังนั้น ทั้งคู่จึงมีโอกาสได้เจอกันอยู่เรื่อยๆ
“พี่ชินคะ”
เมนิลายื่นกล่องเค้กขนาดเล็กเท่าฝ่ามือออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เตชินทร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทีขวยเขิน
“พอดีเมย์ลองทำช็อกโกแลตหน้านิ่มครั้งแรกน่ะค่ะ เลยอยากให้พี่ลองชิม”
เตชินทร์ตาเป็ประกายเมื่อได้รับเค้กจากคนที่เขาแอบชอบ เขาไม่รอช้า รีบเปิดฝากล่อง แล้วใช้ช้อนพลาสติกจ้วงเค้กเข้าปากอย่างไม่รีรอ เมนิลาอยากจะห้ามเพราะทั้งคู่ยังอยู่ในคลาสเรียน แต่ก็ห้ามไม่ทันเสียแล้ว
ทว่า เขาเองก็ไม่สนใจ ยังคงตักเค้กเข้าปากคำแล้วคำเล่าด้วยความเอร็ดอร่อย พลางหลับตาพริ้มเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุขเหมือนตัวละครในอนิเมะญี่ปุ่นก็มิปาน
“อร่อยไหมคะนิสิต”
“อร่อยคร้าบบ เอ้ยยย… ขอโทษคร้าบบบ” เมื่อเขาลืมตาขึ้นมา ก็พบกับอาจารย์กำลังยืนท้าวเอวอมยิ้มมาทางเขา ส่วนนักศึกษาคนอื่นๆ ก็หัวเราะร่วนกับท่าทีเด๋อด๋าของเตชินทร์
เมนิลาเองก็แอบยกมือขึ้นปิดปากขำเบาๆ ไปกับเขาด้วย
เตชินทร์ยิ้มแห้งแล้วยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองแก้เขิน “แฮ่ๆ …”
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ความสัมพันธ์ของเตชินทร์และเมนิลาพัฒนาอย่างก้าวะโจนเป็ความรู้สึกที่ดีต่อกัน จากแค่คนรู้จักกลายเป็คนที่เริ่มจะรู้ใจเข้าเสียแล้ว
“อ๊ะ…”
ทันทีที่รถโดยสารประจำทางของมหาวิทยาลัยจอดเทียบท่า นักศึกษาต่างกรูขึ้นมาบนรถอย่างกับซอมบี้ จนทำให้ตัวของเมนิลาที่กำลังยืนอยู่ตรงกลางทางเดินถูกดันเข้าไปแนบชิดที่อกเตชินทร์โดยไม่ทันระวังตัว
ตึก! ตัก! ตึก! ตัก!
แม้เสียงรอบข้างจะดังจอแจ แต่เสียงหัวใจของชายหนุ่มตรงหน้ากลับเต้นแรงและดังมากยิ่งกว่า แม้เตชินทร์จะหลีกเลี่ยงความเขินด้วยการทำทีมองไปทางอื่น ทว่า เมนิลาก็รับรู้ได้อยู่ดี
เมนิลามีความสุขจนอดอมยิ้มไม่ได้ เตชินทร์เองก็เช่นเดียวกัน
ยิ่งนานวัน ความรู้สึกที่ก่อเกิดขึ้นในใจของพวกเขาก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หากแต่ ไม่มีใครกล้าที่จะบอกความรู้สึกของตัวเองออกมาสักที เพราะต่างฝ่ายต่างไม่แน่ใจว่า เขาหรือเธอจะคิดแบบเดียวกันหรือเปล่า
กระทั่งวันหนึ่ง…
“เมย์…”
เมนิลาละสายตาจากหนังสือเรียนหันขึ้นมามองเตชินทร์ที่กำลังหย่อนก้นนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนข้างๆ เธอ
“เอ่อ…”
เตชินทร์อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ยอมพูดสักที จนเมนิลาเลิกคิ้วเอียงคอสงสัย
“พี่มีเพลงอยากให้ฟัง”
พูดจบก็ยื่นหูฟังมาให้เธอ ก่อนจะตัดสินใจเปิดเพลง รักเธอ ของ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ขึ้นมา
“เคยไหมบางทีถ้าเธอ้าพูดอะไรออกไป
เคยไหมบางทีคำพูดมันไม่ยอมตรงกันกับใจ
ทั้งที่พยายามและไม่ว่าจะเตรียมตัวสักขนาดไหน
เหมือนฉันอย่างที่กำลังเผชิญหน้าความเป็จริง
และถึงแม้ข้างในพยายามพูดออกไปให้หมดทุกสิ่ง…อย่างที่ตั้งใจ
แต่มันก็เหมือนเคย ไม่ว่าจะเปิดเผยสักเท่าไร
เมื่อต้องพูดคำนั้น เสียงฉันมันก็หายไป…”
ในขณะที่เพลงกำลังจะขึ้นท่อนถัดไป เมนิลาเหลือบสายตาขึ้นไปเห็นเตชินทร์โดยบังเอิญ เขามองนิ่งมาที่เธอเหมือน้าจะสื่ออะไรบางอย่าง สักพัก เขาก็เริ่มขยับปากไปตามเพลง
“อ่านปากของฉันนะ ว่า...”
หลังจากคำว่า ‘ว่า’ เขาพูดคำว่า รักเธอ โดยที่ไม่ออกเสียง
“อยากจะพูดอีกครั้ง ว่า...”
ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันที่เขาพูดคำว่า รักเธอ โดยที่ไม่ออกเสียง
แต่เขาก็ไม่รอให้เธอฟังท่อนต่อไป เตชินทร์ตัดสินใจกดหยุดเพลง ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น เพราะ้าเก็บซ่อนความเขินอายที่เหมือนจะปะทุออกมาอยู่ทุกขณะไว้ไม่ให้เธอเห็น เขาอยากจะแทรกตัวหายไปกับพื้นปูนซีเมนต์ให้รู้แล้วรู้รอด ั้แ่เกิดมา เขาไม่เคยทำตัวหวานเลี่ยนเช่นนี้มาก่อน แม้แต่คนก่อนๆ ที่เคยจีบ เขาก็ไม่เคยทำถึงขนาดนี้ ถ้าเกิดว่า เมนิลามองว่าสิ่งที่เขาทำมันดูเสร่อ เตชินทร์คงไม่มีหน้ามาเจอเธออีกแน่ๆ!
ขณะเดียวกัน เตชินทร์ก็ััได้ถึงแรงสะกิดจากคนข้างกาย เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเตรียมรับผลที่กำลังตามมา ก่อนจะหันหน้าไปหาเธออย่างช้าๆ
เขาพบว่า ที่พวงแก้มทั้งสองข้างของหญิงสาวในตอนนี้แดงระเรื่อยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศสุก เธอเม้มปากแน่น หลุบตาลงต่ำ สักพัก ก็เหลือบตาขึ้นมามองเขาอย่างเขินอาย
ทันใดนั้น เมนิลาก็ขยับปากพูดคำว่า ‘รักเธอ’ แบบไม่มีเสียง แล้วต่อด้วยประโยคที่มีเสียงว่า “เช่นกันนะคะ”
เตชินทร์ที่เข้าใจในสิ่งที่เธอสื่อถึงกับอ้าปากค้างด้วยความอึ้ง เขาไม่คิดว่านางฟ้าอย่างเมนิลาจะยอมตอบรับความรู้สึกที่เขาส่งออกไป อัตราการเต้นของหัวใจเขาในตอนนี้คงไม่ต่ำกว่า หนึ่งร้อยยี่สิบครั้งต่อหนึ่งนาทีแน่ๆ
แต่ทั้งหมดทั้งมวล ล้วนเป็อาการของคนที่กำลังโลดแล่นไปกับความสุขที่ยากเกินจะบรรยายอยู่ ณ ขณะนี้!
และนั่นก็เป็ความรักเมื่อ 10 ปีก่อนที่ช่างหอมหวานละมุนละไม ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่สีชมพูปกคลุมไปทั่วทุกอณูทางเดิน จิตใจมีแต่ความเบิกบาน อีกทั้งยังเป็แรงผลักดันให้พวกเขาตัดสินใจจับมือกันก้าวเดินไปด้วยกันจนเื่ราวความรักของหนุ่มสาวดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน
แต่ทว่า.....
โปรดติดตามตอนต่อไป
--------------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
กรี๊ดกร้าดด เฮียชินของเราเมื่อ 10 ปีก่อน อบอุ่น อ่อนโยนมากกก ...
น้องเมย์โปรดให้อภัยในความซกมกของเฮียเถอะนะคะ
อย่าบ่นเฮียเยอะ เฮียสำนึกผิดบ่ทัน!