สิ่งที่เรียกว่าผู้ถูกเลือกคือผู้ที่พระเ้าทรงเลือกไว้
ในโลกชิงชางมีกลุ่มคนเช่นนี้ พวกเขาดูเรียบง่ายและธรรมดาั้แ่เมื่อตอนยังเล็ก แต่แล้ววันหนึ่งพวกเขาก็จะ 'ตื่น' ขึ้นมา ซึ่งหลังจาก ‘ตื่น’ แล้ว พวกเขาก็เปลี่ยนแปลงไป ไม่เพียงแต่ความเร็วในการฝึกฝนเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า และเมื่อออกผจญภัยพวกเขาก็จะเจอโอกาสที่เฝ้ารอผู้ถูกเลือกอีกมากมายนับไม่ถ้วน พวกเขาเป็เหมือนของขวัญที่ฟ้าประทานและ์บันดาลลงมาให้!
โลกชิงชางนั้นแบ่งออกเป็สามทวีป เขาอยู่ในทวีปชิงซึ่งประกอบด้วยแคว้นเล็ก แคว้นใหญ่ นับร้อย ตอนนี้เขาอยู่ที่แคว้นเจียง เวลาหลายทศวรรษผ่านไปแต่มีผู้ถูกเลือกน้อยกว่าสิบคนในแคว้นแห่งนี้ แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกเลือกยิ่งใหญ่ขนาดไหน
เย่ฉวนประสานมือเข้าหากันอย่างช้า ๆ เขารู้ดีว่าจะต้องโดนคนในตระกูลบีบบังคับแน่ และยังอาจจะถูกฆ่าด้วยหากเขาไม่ยอมถูกปลดจากตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลเย่แต่โดยดี!
เย่หลางกระตุกยิ้ม "เย่ฉวนสังหารข้ารับใช้ต่อหน้าฝูงชนแล้วยังโจมตีท่านผู้เฒ่าตระกูลเย่ อกตัญญู ต่ำช้านัก ไม่รู้ว่าตามกฎของตระกูลเย่นั้นสมควรได้รับการลงโทษอย่างไร!"
ณ ที่นั้นทุกคนมองไปที่เย่หลางซึ่งยิ้มออกมาอย่างเ็า "ตามกฎของตระกูลเราแล้ว สมควรถูกเฆี่ยนจนตายใช่หรือไม่?"
เหล่าผู้าุโต่างพยักหน้าเห็นชอบ เย่หลางเป็ผู้ที่ถูกเลือก ทั้งยังเป็ทายาทสายตรงของผู้เฒ่าตระกูลเย่อีก ต้องไม่เป็การดีแน่หากขัดแย้งกับเย่หลางและผู้เฒ่าตระกูลเย่ในเวลานี้
ผู้เฒ่าตระกูลเย่จ้องมองไปที่เย่ฉวน "ใครก็ได้มาที่นี่ซิ!"
ไม่นานนัก ทหารยามประจำตระกูลเย่หลายสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้นอยู่นอกศาลบรรพบุรุษ
เมื่อเห็นดังนั้นเย่ฉวนจึงพูดออกมาทันที "ในตระกูลเย่ของเรามีกฎอยู่ว่า หาก้าการยอมรับนับถือและได้ใจชาวเมืองมาครอง ทายาทสายตรงจะต้องไม่ปฏิเสธการท้าสู้ใด ๆ จากสมาชิกผู้อ่อนาุโกว่าในตระกูลเย่"
เมื่อกล่าวดังนั้นเขาก็มองตรงไปที่เย่หลาง "ข้าขอท้าเ้า!"
เย่หลางหรี่ตาลงและยิ้ม "ท้าสู้? ก็เอาสิ แต่เราจะประลองกันโดยเดิมพันด้วยชีวิต แล้วเ้ากล้าหรือไม่เล่า?"
"ประลองเป็ตาย!"
เกิดความโกลาหลอึงอลเซ็งแซ่ภายในกลุ่มที่อยู่รอบข้างทันที!
ภายในตระกูลเย่ หากสมาชิกครอบครัวเกิดความขัดแย้งไม่ลงรอยกัน พวกเขาสามารถท้าสู้กันได้ และหากเป็การท้าดวลแบบเอาชีวิต ก็จำต้องเหลือผู้อยู่รอดได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น!
เย่ฉวนยิ้มเยาะ "ได้ มาสู้แลกชีวิตกัน!"
เย่หลางส่ายหน้า "หนึ่งเดือนนับจากนี้ ข้าและเ้าจะมาตัดสินกัน ว่าใครกันแน่จะเป็คนมีชีวิตอยู่ และใครกันที่จะต้องตาย ณ เวลานั้นอาจารย์ของข้าจะเพิ่งออกจาก่กักตัวบำเพ็ญตนได้พอดี ทั้งข้าและเ้า เราจะสู้จนกว่าจะมีใครตายกันไปข้าง ถึงตอนนั้นท่านอาจารย์จะช่วยเป็พยานได้หากข้าต้องถูกกล่าวหาว่าลงมือฆาตกรรมเ้า!"
เย่ฉวนคิดทบทวนเล็กน้อยก่อนตอบตกลง "ได้!"
เมื่อไม่มีใครพูดอะไรแล้ว เย่ฉวนก็อุ้มเย่หลิงเดินหลังตรงออกมาจากศาลเ้าบรรพบุรุษของตระกูลเย่
เมื่อมองเย่ฉวนและน้องสาวเดินจากไปจนลับสายตา ผู้เฒ่าตระกูลเย่หันกลับมาถามเย่หลาง "เย่ฉวนต่อสู้ติดพันอยู่ที่โลกภายนอกเกือบตลอดเวลา ทักษะติดตัวนั้นนับว่าแข็งแกร่งนัก เ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะเอาชนะเขาได้?"
รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเย่หลาง จิตสังหารในแววตาฉายชัด "พลังข้าเพิ่งจะตื่นขึ้นมา ดังนั้นจิตและร่างจึงยังไม่ได้รวมเป็หนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นแล้วการสังหารเ้าเย่ฉวนมันก็ง่ายพอ ๆ กับการบี้มด! ฉะนั้นหลังจากผ่านเดือนนี้ไป เมืองชิงจะไม่มีผู้ใดเทียบชั้นกับข้าได้อีก!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็พยักหน้าและยิ้มอย่างพอใจ "นับเป็เื่ดี"
เย่หลางมองผู้เฒ่าตระกูลเย่ที่ยืนอยู่ด้านข้างแล้วกระซิบว่า "คนของข้าที่ถูกส่งไปที่หนานชานไม่ได้กลับมา ข้าเห็นว่าหน้าของเ้าเย่ฉวนนั้นดูซีดผิดปกติไปสักหน่อย เย่กู เ้าจงไปสืบหามาซะว่าเกิดอะไรขึ้นกับเย่ฉวนที่หนานชาน"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่พยักหน้ารับและหมุนตัวจากไป
...
หลังจากกลับไปที่ห้องข้างในสวน เย่ฉวนวางเย่หลิงลงบนเตียงเบา ๆ จากนั้นก็นวดแก้มพอง ๆ ของเย่หลิงก่อนจะเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน "เจ็บมากหรือเปล่า"
เย่หลิงปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทิ้งลวก ๆ "ไม่ ข้าไม่เจ็บเลยสักนิด! พี่ชาย ทำไมพวกเขาถึงได้กล้าปลดท่านจากตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลเย่ได้ล่ะ? พี่ชายข้าลงทั้งแรงกายแรงใจไปมากนักเพื่อตระกูลนี้ เหตุใดเย่หลางจึงเป็ผู้ที่ถูกเลือก ส่วนท่านพี่คือคนที่ควรกำจัดทิ้ง? นี่มันไม่ยุติธรรม!"
เย่ฉวนสั่นหัว เขายกมือขึ้นลูบแก้มที่บวมแดงของเย่หลิงอย่างแ่เบา "มันไม่มีความยุติธรรมหรือไม่ยุติธรรมหรอกในเวลานี้ เป็เพราะพี่ไร้ความสามารถเองเ้าจึงถูกคนอื่นทำร้ายเอาได้!"
เย่หลิงส่ายหน้า พลันมีน้ำตาไหลเอ่อออกมาอีกครั้ง "ผิดแล้วเ้าค่ะ เป็ข้าเองที่ไร้ประโยชน์ ข้าช่วยพี่ชายไม่ได้แล้วยังจะมีแต่ถ่วงแข้งถ่วงขา"
เย่ฉวนระบายยิ้มอ่อนก่อนจะดึงจมูกน้องสาวเล่น "เด็กโง่ ข้าเป็พี่ชายเ้านะ คนเป็พี่ชายก็ย่อมต้องปกป้องน้องสาวอยู่แล้วสิ มันเป็เื่ธรรมดา เ้าเข้าใจหรือไม่?"
เย่หลิงลุกขึ้นและกดจมูกลงบนหน้าผากของพี่ชายเบาๆ ก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง "พี่ชาย เมื่อข้าดีขึ้น ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นให้ได้แล้วก็จะปกป้องท่าน!"
เย่ฉวนคลี่ยิ้มและยกมือขึ้นลูบหัวเย่หลิง "ดีมาก เอาเป็ว่าตอนนี้ข้าจะรักษาเ้าก่อนก็แล้วกันนะ! พักก่อนสิ มันสายไปแล้ว!"
เย่หลิงพยักหน้ารับคำ "พี่ชาย ท่านเล่าเื่ให้ข้าฟังหน่อย"
เย่ฉวนอมยิ้มก่อนจะเริ่มเปิดปากเล่า "เมื่อนานมาแล้วมีูเาลูกหนึ่ง ข้างบนนั้นมีวัดอยู่ และวัดนั้นก็..."
เย่หลิงไป่กลอกตาใส่เย่ฉวน "พี่ชาย ท่านเล่าเื่นี้ตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้ว หนนี้ข้าอยากฟัง..."
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามเย่หลิงก็นอนหลับสนิท
หลังจากยกตัวน้องสาวสอดเข้าไปใต้ผ้าห่มเรียบร้อย เย่ฉวนย่อตัวนั่งลงด้านข้าง เมื่อเปิดเสื้อคลุมออกเล็กน้อย าแเป็ทางยาวที่ท้องยังคงมีเืออก
เพื่อที่จะได้สิทธิ์ในการขุดเหมืองนั้น เขาได้เข้าต่อสู่กับตระกูลหลี แต่แล้ว่ที่ไม่ทันได้ระวังตัวเขาก็โจมตีโดยชายลึกลับ และถึงแม้จะสังหารอีกฝ่ายได้ แต่มีดของชายลึกลับคนนั้นกลับแทงเข้าตันเถียนของเย่ฉวนจนได้รับความเสียหาย
"ตันเถียนของข้าเสียหายซะแล้ว!"
เย่ฉวนค่อย ๆ หลับตาลง นี่หมายความว่าร่างกายของเขาไม่สามารถทนรับต่อความรุนแรงของพลังนั้นได้ เขาอาจไปไม่ถึงขั้นที่หกอย่างผู้เฒ่าตระกูลเย่ เย่ฉวนคงไม่มีโอกาสบรรลุขั้นหกผสานลมปราณและไม่อาจใช้พลังลมปราณได้อีกแล้ว!
แต่แค่ใช้ลมปราณไม่ได้มันเป็เพียงปัญหารองเท่านั้น!
เย่ฉวนเหลือบมองไปที่เย่หลิงซึ่งนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของนางซีดขาวด้วยความหนาวเหน็บแม้ว่าตอนนี้ร่างกายจะถูกคลุมด้วยผ้าห่มสามชั้นก็ตาม
"พิษธาตุเย็น!"
เมื่อครั้งยังเด็ก เย่หลิงเคยถูกโจมตีด้วยพลังไอเย็นดังนั้นร่างกายของนางจึงอ่อนแอตลอดทั้งปี หากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเขาพยายามอย่างหนัก และเสียสละตัวเองอย่างมหาศาลเพื่อที่จะได้เป็ผู้สืบทอด ทายาทสายตรงของตระกูลเย่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มีโอกาสได้รับสมุนไพรและยารักษาอยู่ทุก ๆ เดือน เย่หลิงคงจะตายจากเขาไปนานแล้ว
มือข้างขวาของเย่ฉวนกำแน่น "นับแต่นี้ไปข้าเองก็ไม่ได้เป็ทายาทผู้สืบทอดตระกูลเย่อีกแล้ว ไม่รู้ว่าทางนั้นจะยังส่งสมุนไพรกับยารักษามาให้เ้าอยู่อีกหรือไม่?"
"อาการของเย่หลิงเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว หากข้า้ารักษานาง มีเพียงทางเดียวนั่นก็คือต้องพานางไปวิทยาลัยฉางมู่ที่อยู่ในเมืองหลวง แพทย์ที่ดีที่สุดอยู่ที่นั่นและหากข้าจะไป ก่อนอายุ 18 ปี ข้าต้องเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่หกให้ได้ก่อน"
"เดิมทีข้ายังมีเวลาอีก 6 เดือนก่อนจะอายุครบ 18 แต่ดูตอนนี้สิ จุดตันเถียนของข้าเสียหาย โอกาสที่ข้าจะบรรลุขึ้นไปอีกขั้นริบหรี่ยิ่งนัก!"
เมื่อคิดได้ดังนี้เย่ฉวนก็หันกลับไปมองหน้าเย่หลิงซึ่งกำลังหลับใหลอยู่ในห้วงแห่งฝัน "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ก็จะรักษาเ้าให้ได้ เ้าจะต้องหาย!"
ผ่านไปได้ครู่หนึ่งเย่ฉวนก็คิดอะไรบางอย่างออก เขาหยิบแหวนสีดำออกมา เ้าสิ่งนี้คือของดูต่างหน้ามารดาเพราะท่านจากไปได้นานแล้ว
เพราะมารดาจากไปั้แ่เขาอายุสิบปี ทำให้ความทรงจำเย่ฉวนค่อนข้างเลือนราง
ในเวลานั้น ที่ประตูหลังคฤหาสน์ตระกูลเย่ถูกเปิดออก มารดาของน้ำตาไหลพรากในขณะที่กอดเขาเอาไว้แน่น
ไม่ไกลจากตรงนั้น มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งสวมเสื้อคลุมตัวยาวสีดำสนิท อันที่จริงชายผู้นั้นไม่ได้ยืนอยู่ หากแต่ร่างของเขากำลังลอยอยู่เหนือพื้นต่างหาก!
ในความทรงจำอันเลือนราง ชายคนนั้นได้พูดประโยคหนึ่ง "นายหญิง หากท่านไม่ไปเสียั้แ่ตอนนี้ เกรงว่าท่านปรมาจารย์จะต้องโกรธและรู้ตำแหน่งที่อยู่ของพวกเราตอนนี้แน่ ๆ หากเป็เช่นนั้นแล้ว โลกใบนี้คงถึงคราวดับสูญ จนแม้แต่ตระกูลเราเองก็ไม่อาจดำรงอยู่!"
เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายคนนั้นพูด มารดาก็ค่อย ๆ ผละเขาจากอ้อมกอดและบรรจงสวมแหวนให้ "ฉวนเอ๋อร์ เ้าต้องดูแลหลิงเอ๋อร์แล้วก็ดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าเกลียดแม่เลยนะ..."
เมื่อกล่าวจบ มารดาของเขาก็หันหลังจากไปพร้อมกับชายในชุดคลุมสีดำ
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะวิ่งตามหลังคนพวกนั้นไปด้วยท่าทางราวกับคนเสียสติ แต่ทว่าโชคไม่ดีนัก เขาตามไม่ทันเพราะทั้งสองคนเหาะขึ้นไปบนฟ้าและได้จากไปแล้ว
ทั้ง ๆ แบบนั้น เขาก็ยังไล่ตามไปจนสุดกำลังจนกระทั่งไม่เหลือทางให้ไปอีก แต่กระนั้นมารดาก็ไม่เหลียวหลังกลับมาดูเขาเลยแม้แต่นิด นางหายลับขึ้นไปบนฟ้าเหมือนกับผู้ชายในชุดเสื้อคลุมสีดำคนนั้น
ไม่นานนักเย่ฉวนก็หลุดจากภวังค์ เขากำแหวนในมือขวาแน่นทั้ง ๆ ที่ยังมีาแอยู่ตรงฝ่ามือ เมื่อแผลเปิด เืหนึ่งหยดของเขาหยดลงบนแหวนสีดำวงและเมื่อได้ัักับเืมันก็สั่นไหว เย่ฉวนรีบก้มลงมองด้วยความตื่นตะลึง ในขณะที่ก้มศีรษะลงนั้นประกายแสงจากแหวนพลันเปลี่ยนเส้นผมและคิ้วของเขาให้กลายเป็สีดำ
เย่ฉวนหายตัวไปทันที และเมื่อปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง เขาก็อยู่ท่ามกลางหมู่ดาวบนท้องฟ้าที่ไร้จุดสิ้นสุด
ห่างออกไปไม่ไกลมีหอคอยสีดำความสูงสิบสองชั้นกำลังลอยอยู่ หอสูงถูกล็อคไว้ด้วยโซ่สีดำขนาดใหญ่ สี่เส้นซึ่งมีความหนาพอๆกับเสา และที่้าสุดของหอคอยนั้นก็ยังมีกระบี่เสียบอยู่อีกสามเล่ม!
บรรยากาศที่ปกคลุมทั่วทั้งหอคอยนั้นช่างมืดมน
เย่ฉวนระงับความใเอาไว้ก่อน เขามองไปที่้าสุดของทางเข้าชั้นแรก มีนักโทษยืนเฝ้าคุมเวรยามอยู่สองตน ทั่วทั้งกายเป็สีแดงฉานดังเือาบ
ทั้งสองฝั่งของประตูถูกจารึกด้วยอักษรสีแดงสองบรรทัดเข้าคู่กัน
ทางด้านซ้ายเขียนเอาไว้ว่า กักขังผืนฟ้า กักขังแผ่นดิน กักขังพระเ้าและปีศาจไว้รวมกันทุกหนแห่งบนสรวง์
ทางด้านขวาเขียนเอาไว้ว่า ลัทธิเต๋าเป็สิ่งต้องห้าม โชคชะตาเป็สิ่งต้องห้าม ทั่วทั้งโลกา ุ์ผู้ไม่แก่ไม่ตายและมนุษย์ผู้เวียนว่ายตายเกิด ทุกผู้ทุกตนเป็สิ่งต้องห้าม