ตอนที่ 11
ผมคิดว่าผมไม่ได้ชอบการแยกร่างมากอะไรขนาดนั้น
เมื่อนี่เป็มื้อสุดท้ายในหมู่บ้านหมาป่าซึ่งน่าจะเป็สถานที่แห่งเดียวที่พวกเรามีอาหารมาให้กินฟรีๆโดยไม่ต้องเปลืองแรงพวกเราก็ซัดเนื้อสดๆกันอย่างเต็มคราบราวกับมันคืออาหารมื้อสุดท้ายในชีวิตของพวกเรา…ซึ่งก็มีความเป็ไปได้สูงว่ามันจะเป็เช่นนั้น
สำหรับการเดินทางของกลุ่มมอนสเตอร์เล็กๆกลุ่มหนึ่งไม่น่าจะจำเป็ต้องเตรียมอุปกรณ์ใดๆให้มากความเสบียงก็ไม่มีวิธีขนเอาไปด้วย อีกทั้งพวกเราไม่มีจุดหมายปลายทางที่แน่ชัด แผนที่จึงไม่ได้มีความหมายใดๆสำหรับพวกเราและถึงแม้ว่ามันจะจำเป็ เราก็ไม่รู้ว่าจะไปหามันได้จากที่ไหนอยู่ดีพวกเราที่ตัวเปล่าโปล่งโล่งเปลือยจึงมีสภาพที่พร้อมจะออกเดินทางอยู่ตลอดเวลา
“เอาหินวิบวับกลับมาให้เรย์เร็วๆนะคะทู๊กกโค๊นนนนน!”เด็กสาวหมาป่าดูท่าทางตื่นเต้น าาหมาป่า และบรรดาลูกฝูงออกมาออกันอยู่เต็มไปหมดเพื่อรอส่งพวกเราออกเดินทางเช่นเดียวกัน
“โอเคค้าบบบบ! เรารักเรย์น้าค้าบบบบ!”ติ่งเรย์ทั้งสามขานรับเสียงหวาน
าาหมาป่าแยกเขี้ยวใส่ผมก่อนจะเอ่ยตอกย้ำด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “จำไว้!พวกแกมีเวลาเหลืออีกแค่แปดวัน ถ้าเกิดพวกแกเบี้ยว หมาป่าทั้งฝูงจะตามล่าพวกแกอย่าลืมซะล่ะ” และเสียงของเขาก็คงจะวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวของผมไปตลอดทั้งอาทิตย์แน่ๆ
“ได้รับฉายาพันธมิตรหมาป่า” จู่ๆเสียงในหัวก็ดังขึ้นมาอีกครั้งเป็เสียงเดียวกันกับที่คอยบอกพวกเราให้รับรู้ว่าพวกเราเลื่อนระดับแล้ว ผมสะดุ้งเพราะไม่ได้ทันตั้งตัวคนอื่นๆเองก็มีสีหน้าแปลกใจเหมือนกัน
“เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ”าาหมาป่าถาม
“พวกเราได้ยินเสียงจากข้างในหัว”กะโหลกเซนสบสายตากับาาหมาป่า
“มันมักจะดังขึ้นมาตอนที่ระดับพวกเราเลื่อนขึ้น”ผมกล่าวเสริม “และเมื่อกี้นี้มันก็บอกกับเราว่า เราได้รับฉายาพันธมิตรหมาป่ามา…มันคืออะไรงั้นเหรอครับ” ผมถามกลับ
“เสียงที่พวกเ้าได้ยินในหัวมอนสเตอร์อย่างเราๆเรียกมันว่าเสียงของ สัญชาตญาณ น่ะ” าาหมาป่าบอก“บางทีเวลาที่เราไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรเสียงของสัญชาตญาณจะเป็สิ่งที่คอยนำทางมอนสเตอร์อย่างเราให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง”ผมไม่เห็นรู้สึกเหมือนมันกำลังนำทางหรือแนะนำอะไรผมเลย แต่ก็แอบทึ่งนิดๆ เพราะไม่คิดว่าสัญชาตญาณในโลกนี้มันบอกกันโต้งๆอย่างนี้
แต่ก็อย่างว่าแหละขนาดหมาป่า บะๆโอ้วบะๆ กันยังออกมาเป็เด็กสาวหูสัตว์แสนน่ารักได้เลยเื่แค่นี้ไม่ควรทำให้ผมแปลกใจด้วยซ้ำ
แต่ผมก็ยังแอบสงสัยนะ ว่าถ้าถึงฤดูผสมพันธ์เ้าพวกนี้มันจะได้ยินเสียงสัญญาณบอกว่า “เชิญเล่นจ้ำจี้เพื่อปั้มลูกกันอย่างเมามันได้เลยพะยะค่ะ”อะไรประมาณนี้กันไหม
“และด้วยฉายาพันธมิตรหมาป่าจะทำให้มอนสเตอร์เผ่าหมาป่าทุกตัวที่พบเจอเป็มิตรกับพวกแกมากขึ้น”าาหมาป่าอธิบายต่อ “แต่ก็ไม่ใช่ว่าหมาป่าจะไม่สามารถฆ่าพวกแกได้หรอกนะ”เขาย้ำด้วยเสียงดุร้ายในตอนท้าย แวร์วูฟตัวหนึ่งที่ผมเผลอไปสบตาเอานิ้วมากรีดคอตัวเองก่อนจะแสยะยิ้มให้ผม
“ง…งั้นพวกเราไปก่อนนะครับ” ผมรีบๆตัดบทเพื่อจะได้ไม่ถูกย้ำเตือนเป็รอบที่สามเดี๋ยวก็เก็บไปนอนฝันร้ายกันพอดี
“เดินทางดีๆนะทุกคน”เรย์โบกมือล่ำลา พร้อมกับโปรยรอยยิ้มทรงเสน่ห์มาทางด้านนี้
“ค้าบบบบ! เรารักเรย์น้าค้าบบบบ!”ไอ้เ้าพวกติ่งเรย์ก็ยังทำตัวน่าหมั่นไส้เสมอต้นเสมอปลายดีจริงๆ
พวกเราออกเดินทางมุ่งหน้าลงจากสันเขาสู่ป่าผืนใหญ่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาสไลม์ยอมรับตามตรงสำหรับผมในตอนนี้ไม่รู้เลยว่าจะไปหาอัญมณีวิบวับที่เรย์้าได้จากที่ไหนผมมีข้อมูลของโลกนี้อยู่ในมือน้อยเกินไป
กะโหลกเซนที่คิดไม่ออกเหมือนกันเห็นว่าเราควรจะแอบลอบเข้าไปใกล้ๆพวกมนุษย์ถึงตอนนั้นเขาคงน่าจะคิดวิธีหาข้อมูลเกี่ยวกับอัญมณีจากพวกมนุษย์ออกแต่ผมมีแผนที่ดีกว่านั้น
“เราก็แค่หนีไปให้ไกลๆจากอาณาเขตพวกหมาป่าซะเลยเป็ไงเท่านั้นก็จบแล้ว ไม่ต้องเจ็บตัว แถมไม่ต้องปวดหัวด้วย”ทว่าเหล่าติ่งเรย์พูดเป็เสียงเดียวกันว่า
“ไม่ได้เด็ดขาด!!!”
“ความห่างไกลคงจะฆ่าฉันตายแน่ๆ!” ไข่ัเดรกดราม่า
“ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ!”
“นายคงไม่เข้าใจคนที่มีลมหายใจได้เพราะรอยยิ้มของใครบางคนหรอก!” ลูกแก้วฟรานครวนครางออกมา“ชีวิตมันจะไปมีความหมายอะไรถ้าต้องขาดเรย์จังไป”
“อยากมองรอยยิ้มก็ไปเป็ลิ้นไก่ของหล่อนซะเลยสิ! ไป๊!!!”
“โอ้ว…เบเบ้” ก้อนหินจิลเพ้อออกมา
“อ๊ากกกกกก! ตูจะบ้าตาย!!!”หัวผมปวดตุ้บๆเหมือนกับไมเกรนจะกำเริบ
“งั้นให้มันเป็แผนสุดท้ายก็แล้วกัน”กะโหลกเซนสรุป ดูจากอาการจะเป็จะตายของคนอื่นๆแล้วผมก็คงไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากยอมเห็นด้วยไปกับเขา
พวกเราเดินกันต่อเรื่อยๆจนมาพบกับสระน้ำขนาดใหญ่ที่มีใบบัวลอยคออยู่ทั่วดอกบัวสีฟ้าครามดูแปลกตาเบ่งบานอยู่ตรงบริเวณใจกลางสระน้ำในสระใสสะอาดจนมองเห็นปลาที่เวียนว่ายอยู่ก้นสระได้อย่างชัดเจนผมไม่พบมอนสเตอร์ตัวอื่นๆในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งนั่นเป็เื่ที่ดีพวกเราเลยลงความเห็นกันว่า พักกินน้ำตรงนี้ซักพักก็คงไม่เลวนะ
“จริงด้วย! เรามาดูความสามารถใหม่ที่เราได้กันเถอะ”ผมซึ่งเกือบจะลืมเื่นี้ไปซะสนิทร้องขึ้นมา เพื่อนๆเห็นดีเห็นงามด้วยเพราะในโลกเก่าพวกเราก็มักจะทำอะไรแบบนี้อยู่เสมอ ทุกคนมีความเข้าใจตรงกันว่าการรู้ขีดความสามารถของคนในทีมจะทำให้พวกเราทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้นไม่ติดขัดมากนัก ซึ่งนั่นก็เป็อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ทำให้กลุ่มของพวกผมสนิทกันสุดๆ
ทุกคนเรียกหน้าจอความสามารถให้มันปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของพวกเขาผมกวาดสายตามองข้อความใหม่ที่เพิ่มขึ้นมานอกจากย่อยสลายกับแบ่งร่าง
“ความสามารถใหม่ของฉันเป็ะุสไลม์” ผมบอกกับทุกคน แค่ชื่อมันอาจจะฟังดูดีนะ แต่เมื่อลองไล่สายตาอ่านรายละเอียดของมันแล้วผมก็แทบอยากจะร้องออกมาดังๆว่า ไอ้เทพพระเ้าเฮงซวย!
ผมรู้! บางทีผมอาจจะดูหยาบคายเกินไปหน่อย แต่เชื่อผมเถอะถ้าคุณได้มาเผชิญชะตาชีวิตแบบเดียวกันกับผม การได้ลงความหงุดหงิดกับเทพเ้าบ้างในบางครั้งจะกลายเป็เื่ที่ทำให้คุณรู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ
ถึงไหนแล้วนะ…รายละเอียดความสามารถใช่ไหม ผมต่อเลยนะ
“ใช้ร่างกายหนึ่งในห้าส่วนของตัวเองยิงใส่ศัตรูส่วนที่ถูกยิงออกไปจะกลายเป็ร่างแยกของตนเองที่มีพลังหนึ่งในห้าส่วน”ผมสรุปความสามารถให้เพื่อนๆฟังแบบสั้นๆ “แน่นอนว่าค่าสถานะต่างๆก็จะลดลงไปหนึ่งในห้าส่วนด้วยเช่นกัน”
“ก็แค่ทักษะแบ่งร่างอีกทักษะหนึ่งไม่ใช่รึยังไง”ไข่ัเดรคพูด“นี่นอกจากแบ่งร่างยิบย่อยแล้วนายไม่คิดจะมีความสามารถอื่นเลยรึยังไงกัน”
“แล้วจะให้ฉันไปถามใครกันล่ะ!” ผมรู้สึกหัวเสียสุดๆเลยล่ะตอนนี้ ทำไมผมถึงได้แต่ความสามารถเกี่ยวกับการแยกร่างล่ะเนี่ยเอ…หรือว่าบางทีผมอาจจะเป็ลูกผสมระหว่างเผ่าสไลม์กับเผ่านินจาก็ได้
แล้วทุกคนก็อธิบายความสามารถใหม่ของตัวเองออกมาบ้างผมเชื่อว่าพวกคุณบางคนไม่ได้มีเวลาว่างขนาดมานั่งอ่านบทสนทนายืดยาวที่ส่วนใหญ่เป็เื่ไร้สาระได้ทั้งวี่ทั้งวันหรอกงั้นผมจะสรุปสั้นๆให้พวกคุณฟังเลยก็แล้วกัน
โดยเริ่มจากกะโหลกเซนเขาได้ความสามารถ “มอนสเตอร์กลางคืน”ซึ่งจะทำให้ค่าสถานะต่างๆของเขาเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเข้าสู่่เวลากลางคืน แต่ด้วยค่าสถานะเดิมที่มีอยู่ไม่มากนักทักษะนี้จึงกลายเป็เหมือนของประดับให้ช่องทักษะมันดูเยอะขึ้นมาเฉยๆ
ก้อนหินจิลได้ความสามารถใหม่เป็การ “กินหิน” ชื่อเห่ยดีเนอะ…คิดเหมือนผมกันไหม แต่ถึงชื่อจะดูพิลึก มันกลับมีประโยชน์มากเลยทีเดียวเพราะเมื่อเขาสั่งใช้ความสามารถนี้เขาจะสามารถกินก้อนหินที่มีขนาดไม่ใหญ่มากไปกว่าตัวของเขาได้ เพื่อให้ได้รับพลังชีวิตที่หายไปคืนกลับมาส่วนหนึ่งด้วยแต่พอผมถามเขาว่ารสชาติของหินเป็ยังไงบ้าง เขาก็ตอบผมกลับมาสั้นๆว่า
“แหยะ…” และนี่ก็เป็ข้อเสียอีกข้อของความสามารถนี้นอกจากชื่อที่ฟังดูเห่ยสนิท
ไข่ัเดรคได้ความสามารถในการ“โหม่ง” รายละเอียดบอกไว้เพียงสั้นๆว่า เป็การโจมตีที่แรงกว่า ความสามารถ “พุ่งชน”บางทีผมก็แอบคิดนะว่าหมอนี่เป็เผ่าัจริงๆรึเปล่าน่ะ เพราะแต่ละทักษะที่เขามีนี่แบบ…ธรรมดาจนน่าใจหายเลยจริงๆ
คนสุดท้ายแล้วลูกแก้วฟรานได้ความสามารถ “อาณาเขตแห่งการเยียวยา”น่าจะเป็ความสามารถใหม่ที่พีคที่สุดเท่าที่เพื่อนๆในกลุ่มของผมเคยมีมาเลยก็ว่าได้เพราะนอกจากชื่อที่ฟังดูหรูหราราคาแพงแล้ว สิ่งที่ความสามารถนี้สามารถทำได้ยังเจิศจรัสจัดว่าเด็ดอีกด้วยเพราะเมื่อลูกแก้วฟรานใช้งานความสามารถนี้ เขาจะสร้างอาณาเขตเวทมนตร์เล็กๆขึ้นมารอบๆตัวของเขาสมาชิกในทีมที่อยู่ในอาณาเขตจะค่อยๆได้รับการฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างต่อเนื่อง โหย!!!
ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้ความสามารถนี้หมดความน่าสนใจไปเลยคือ…ตัวคนใช้นี่แหละ
คุณลองนึกภาพตามผมนะสมมุติว่าในจังหวะที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด แล้วคุณเกิดก้าวพลาดถลาเข้าหาฝ่าเท้าของศัตรูจนพลังชีวิตหายไปเกือบหมดคุณก็เลยเกิดอารมณ์แบบว่า เรา้าความช่วยเหลือจากคุณหมอฟรานซะแล้วสิ!แล้วก็วิ่งไปหาหมอนั่นที่กำลังยืนร้องเพลงให้กำลังใจตัวเองอยู่นอกสนามต่อสู้คุณจำเป็จะต้องยืนให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะอาณาเขตฟื้นฟูไม่ได้กว้างอะไรขนาดนั้น
คำถามคือแล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปได้ซักพักหนึ่ง
คำตอบก็คือพลังชีวิตของคุณจะกลับมาเต็มเปี่ยม แต่คุณจะกลายเป็บ้าแทน ซึ่งถ้าใครบอกว่ามันคุ้มค่าก็เชิญเลยครับคุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้!
เราพักผ่อนหย่อนใจกันอยู่ริมสระด้วยความหวังว่า่เวลาสงบสุขแบบนี้จะอยู่ต่ออีกซักพักแต่พวกผมก็ไม่ใช่กลุ่มมอนสเตอร์ที่โชคดีอะไรกันขนาดนั้น เพราะในขณะที่ผมแช่น้ำตื้นๆอยู่อย่างสบายอกสบายใจก้อนหินจิลก็ร้องขึ้นมาว่า “ฉันว่าพุ่มไม้มันสั่นๆนะ”
“คิดไปเองรึเปล่า”ไข่ัเดรคที่ลอยคออยู่กลางสระพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆไม่ทุกข์ไม่ร้อนใดๆ
“ฉันหล่อไปเลยใช่รึเปล่า”ลูกแก้วฟรานกำลังนอนอาบแดดอยู่ริมสระ…เพื่ออะไร!!!
“ลมพัดรึเปล่า”ผมโยกตัวในน้ำตื้นๆเย็นๆพลางฮำเพลงอย่างอารมณ์ดี “อย่าคิดมาก”
“แต่ลมสงบมาพักใหญ่แล้วนะ”กะโหลกเซนบอก และนั่นก็เป็วินาทีสุดท้ายที่เราได้ทำตัวผ่อนคลายกันทุกคนขึ้นมาจากสระด้วยท่าทีตึงเครียด
“ก็คิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าทำไมวันนี้มันสงบสุขนัก”ไข่ัเดรคดูเป็กังวล
“ความหล่อของฉันดึงดูดมอนสเตอร์สาวๆเข้ามาอีกแล้วงั้นเหรอเนี่ย”ลูกแก้วฟรานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อยากขี้เหร่จริงๆ”
“แต่รู้สึกว่าทั้งหมดที่พวกเรามีปัญหาด้วยนี่ตัวผู้ล้วนๆเลยนะ” ผมแย้ง “ฉันว่าเป็ความซวยของนายมากกว่าที่ดูดพวกมันเข้ามาน่ะ”
อุ๊ฟ…ไม่ใช่สิ ผมควรจะบอกว่า เป็ความซวยของพวกเราต่างหากถึงจะถูก
แล้วทุกอย่างก็พลันกระจ่างแจ้งสิ่งมีชีวิตที่ร่างกายใหญ่กว่าเราถึงสี่เท่าก้าวพ้นออกมาจากพุ้มไม้มันชูคอขึ้นสูงบดบังแสงแดดที่สาดส่องลงมาในมุมเฉียง มอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าพวกผมคือเต่าั์ที่มีกระดองหนาสีเขียวเต็มไปด้วยตระไคร่น้ำใบหน้าเหี่ยวย่นมีหนวดเคราหงอกขาวงอกออกมาอย่างผิดธรรมชาติเต่าดวงตาสีอัมพันจับจ้องมาที่พวกผมด้วยท่าทีสงบนิ่ง มันมีนามว่า ผู้เฒ่าเต่า ระดับ10 มอนสเตอร์ที่ไม่ว่าจะตะแคงมองมุมไหนก็เก่งกว่าพวกผมเห็นๆ
ถึงตอนนี้ผมอยากจะะโถามฟ้าดังๆเลยว่า ขอใช้ชีวิตแบบสโลวไลฟ์บ้างไม่ได้เลยรึยังไง!!!
เฮ้อ…คิดถึงเรย์จังเลย : ก้อนหินจิล
โปรดติดตามตอนต่อไป