บทที่18. ซื้อรถม้า
หลังจบงานประมูลเงินที่ได้จากการประมูลผลไม้ปราณรวมทั้งสิ้น 103,200 ตำลึงทองหลังจากหักค่าธรรมเนียมให้หอประมูลแล้วก็เหลืออยู่ 92,880ตำลึงทองเท่านี้ก็นับว่ามากมายแล้ว
จิ่วจิวน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆ ท่านปู่แหงนหน้ามองจนคอตั้งบ่ามองดูตั๋วเงินเป็ปึกๆ ที่ท่านปู่รับมา นางไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่รู้เพียงว่าจะเป็คนรวยแล้ว
ก่อนออกจากหอประมูลมธุรสคำรามท่านผู้เฒ่าไป๋ยังพาหลานสาวและคนสนิทเดินไปอีกด้านของหอประมูลที่มีการจัดวางสินค้าของขายโดยไม่ต้องประมูลเพื่อหาซื้อของอักขระมิติ
“เ้าสิบสี่กำไรนี่ชอบหรือไม่” ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยถามหลานสาวพร้อมยื่นของตรงหน้าให้ดูใกล้
จิ่วจิวน้อยเอียงคอมองดูกำไลหยกขาวเนื้อเป็เงามันแพะแวววาวด้วยตาเป็ประกาย ท่าทางนั้นทำให้คนที่แอบมองอยู่ไกลๆยกยิ้มมุมปากพร้อมคิดในใจว่าเ้าลูกแมวหนังเหนียวชอบหยกงั้นหรือ
“ฉิบฉี่ชอบเ้าค่ะ แต่มันใหญ่มากเยย” เสียงพูดดูหงอยลงเมื่อมองดูข้อมือตนเองและขนาดของกำไลที่น่าจะไม่พอดีกัน หากใส่ก็คงหลุดออกจากข้อมือน้อยๆเป็แน่
“กำไรอักขระนี้จะหดและยืดออกตามความเหมาะสมของผู้สวมใส่ เ้าไม่ต้องกังวลอย่างไรก็ใส่ได้แน่นอน หากชอบปู่จะซื้อให้เ้าเอง เ้าด้วยนะหวังฉีเราจำเป็ต้องมีของพวกนี้ไว้เก็บของยามเดินทาง” ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยบอกหลานสาวอย่างใจดีก่อนหันมาบอกกล่าวคนสนิทด้านหลังด้วย
“ขอรับนายท่าน”
จากนั้นก็เป็อันว่าจิ่วจิวน้อยได้กำไลหยกขาวนั้นมาสวมที่ข้อมือและเห็นกับตาว่ามันหดลงขนาดหลวมๆ พอดีกับข้อมือน้อย ส่วนท่านพ่อบ้านหวังฉีเลือกเป็แหวนไม้เกลี้ยงๆธรรมดาเรียบ ๆ ที่ถูกที่สุดและไม่สะดุดตาจนดูไม่เหมือนวัตถุที่ลงอักขระมิติมาได้วงหนึ่ง ส่วนตัวท่านผู้เฒ่าไป๋มีอยู่แล้วจึงไม่ได้ซื้อให้ตนเองแต่ก็ยังได้ถุงผ้ามิติขนาดเล็กมาไว้อีกสามใบด้วย
“ฮิ ฮิ” มือน้อยยกแขนเล็กขาวอวบที่มีกำไลหยกอยู่แล้ก็พลิกแขนไปมามองดูอยู่ตลอดและหัวเราะอย่างชอบใจมาก
“ตอนนี้ใส่ไปก่อนเดี๋ยวค่อยทำพันธะการเป็เ้าของทีหลัง ตอนนี้เราไปหาซื้อรถม้าและหาที่พักกันก่อนเถิดแล้วค่อยเดินทางกัน” เพราะทำพันธะการเป็เ้าของต้องหยดเืลงไปด้วย จึงต้องเอาไว้ยามหาที่พักได้ก่อนแล้วค่อยทำให้หลานสาว
“เ้าค่ะท่านปู่”
“ขอรับนายท่าน”
จากนั้นทั้งสามคนนายบ่าวก็เดินออกจากหอประมูลมธุรสคำรามเพื่อเดินทางเข้าตลาดกันต่อ...
ส่วนตอนนี้คนหน้านิ่งที่เอาแต่เฝ้ามองเ้าลูกแมวหนังเหนียวได้ยินว่าทั้งสามจะออกเดินทาง แต่เขายังไม่รู้ข้อมูลว่าทั้งสามคนนั้นจะเดินทางไปที่ใด ส่วนตัวเขาเองก็มีภารกิจที่ต้องเดินทางลงทางใต้ของแคว้นซ่ง เพื่อตามหาตระกูลของอดีตผู้รับใช้เช่นกัน
“หากคราวหน้ายังได้พบเ้าอีก ข้าจะเข้าไปบีบแก้มกลมๆ ของเ้าให้ได้เ้าลูกแมวน้อยหนังเหนียว หึ หึ หึ” เสียงทุ้มติดเ็าเอ่ยออกมาพร้อมหัวเราะในลำคอเบา ๆ ชวนให้อิงเฉิงที่ยืนอยู่ด้านหลังของผู้เป็นายขนคอลุกขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ มองตามแผ่นหลังร่างเล็กๆกลมๆของเด็กน้อยวัน3หนาวไปจนลับสายตา พร้อมคิดในใจว่าสตรีทั่วดินแดนเบื้องบนทิ้งชายผ้าเช็ดหน้าเพื่อยั่วยวนนายท่านยังไม่สนใจ กลับมาต้องตาต้องใจอันใดกับเด็กน้องวัย3หนาว แถมอายุนายท่านตอนนี้ยัง....เอ่อไม่กล้าคิดต่อเลยทีเดียว ไม่สิ! หรือนายท่านเอ็นดูคุณหนูผู้นั้นจึง้ารับเป็บุตร ต้องเป็เช่นนั้นแน่ๆ...
ทางด้านจิ่วจิวน้อยที่มองของกินตามข้างทางอย่างเพลินตาเพลินใจอยู่นั้นจู่ ๆ ก็รู้สึกหนาวเย็นเยือกขึ้นมาจนต้องยกมือกอดตัวกอดพุงไว้แน่นๆ
“หนาวหรือเ้าสิบสี่”
“เมื่อกี้มันยู้สึกวูบ! วาบ! ฮุ้ย!หนาวเ้าคะท่านปู่แต่ว่า..แต่ว่าตอนนี้ไม่หนาวแล้ว” เ้าตัวน้อยพยายามอธิบายความรู้สึกที่ขนลุกเย็นๆให้ท่านปู่ฟัง และมือน้อยก็โบกไปมาประกอบท่าทางด้วย
“คงเพราะลมพัดมาวูบหนึ่งเมื่อครู่นี้นะขอรับ” ท่านพ่อบ้านหวังฉีกล่าวขึ้นมาเพราะเมื่อครู่ดูเหมือนจะมีลมพัดผ่านมาวูบหนึ่งจริงๆ
“เอาละไม่เป็อันใดก็ดีแล้ว เช่นนั้นเดี๋ยวไปที่โรงรับแลกเงินก่อนแล้วค่อยไปดูรถม้ากันนะ”
ท่านผู้เฒ่าไป๋เอาตั๋วเงินไปแลกเป็เงินตำลึงมาติดไว้ส่วนหนึ่งอีกส่วนก็เก็บไว้ก่อน จากนั้นทั้งสามก็ไปถึงตลาดค้าสัตว์ที่มีทั้งสัตว์ธรรมดาและสัตว์อสูริญญา มีทั้งเกวียนและรถม้าขาย ท่านผู้เฒ่าไป๋เลือกใช้ม้าที่เป็สัตว์อสูริญญาซึ่งก็ได้มาสองตัว แต่ถึงจะบอกว่าเป็สัตว์อสูริญญาแต่ก็เป็เพียงขั้นต่ำจนแทบไม่มีพลังิญญาเลยด้วยซ้ำ แต่ที่ท่านผู้เฒ่าไป๋เลือกที่จะซื้อมันมาเพราะฝีเท้าและแรงวิ่งของมันย่อมดีกว่าม้าธรรมดานั้นเอง และทั้งตลาดก็มีเพียงเ้าม้าสองตัวนี้เท่านั้นที่เป็สัตว์อสูริญญาเหลืออยู่
เมื่อซื้อม้าและเทียมรถม้าขนาดกลางเสร็จแล้ว ท่านพ่อบ้านหวังฉีก็เป็คนขับส่วนท่านผู้เฒ่าไป๋และจิ่วจิวน้อยก็ขึ้นไปนั่งอยู่ในรถม้า ซึ่งด้านในก็กว้างขวางจนสามารถนอนได้เลยทีเดียว เ้าตัวน้อยตื่นเต้นมากเพราะนี่คือการนั่งรถม้าครั้งแรกของนางเลยทีเดียว และไม่นานพ่อบ้านหวังฉีก็บังคับรถม้ามาที่โรงเตี้ยมเพื่อเข้าพักผ่อนพรุ่งนี้เช้าจึงจะออกเดินทางกัน
ภายในห้องพักนั้นเอง..
“เ้าสิบสี่มาทำพันธะผู้เป็เ้าของกับกำไลหยกก่อน”
“เ้าค่ะ” ร่างเล็กเดินเข้าไปหาท่านปู่อย่างว่าง่าย
“อดทนไว้นะเ้าสิบสี่ มันจะเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” มือเหี่ยวย่นที่เกินจากร่องรอยของกาลเวลาจับเข้าที่แขนเล็กๆ ของหลานสาว
“เ้าค่ะท่านปู่วว ฉิบฉี่จะอดทนมากๆ”
“เด็กดี ๆ” เมื่อปลอบหลานสาวแล้วท่านผู้เฒ่าไป๋หยิบเอาเข็มเงินจิ้มที่ปลายนิ้วชี้เล็กๆ ของหลานสาว ก่อนจะให้นางป้ายหยดเลือกที่กำไลหยก เมื่อเรียบร้อยแล้วเืสีแดงชาดก็ค่อยๆ ซึมหายลงไปในกำไลหยกฉับพลันก็เกิดแสงวาบขึ้นมาวูบหนึ่งแล้วจางหายไปอย่างรวดเร็ว
“เอาละเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็เก็บของใส่ลงไปเวลานึกอยากจะใช้สิ่งใดเ้าก็เพียงนึกถึงสิ่งนั้นก็จะออกมาให้เอง”
“เ้าค่ะท่านปู่”
“ส่วนเ้าหวังฉีเ้ากินผลท้อเหมันต์และวารี์เข้าไป จะได้เพิ่มพลังปราณให้มากขึ้น” ท่านผู้เฒ่าไป๋ยื่นของส่งให้ ท่านพ่อบ้านหวังฉีรีบรับของมาและรับคำทันที เพราะการออกเดินทางครั้งนี้อาจพบเจออันตรายได้ตลอด ความแข็งแกร่งจึงจำเป็อย่างยิ่ง
“ขอรับนายท่าน”
“เอาละเ้าสิบสี่เดี๋ยวปู่กับหวังฉีจะโคจรพลังปราณกัน หากเ้าง่วงก็ขึ้นไปนอนบนเตียงตรงนั้นได้เลยเข้าใจหรือไม่”
“ฉิบฉี่เข้าใจเ้าค่ะ ฉิบฉี่จะจินเฉ่าเหมยก่อนแล้วจะไปนอนเ้าค่ะ” ปากจิ้มลิ้มน่ารักเอ่ยบอกก่อนหยิบเอาผลไม้โปรดลูกสีแดงขนาดเท่าไข่ไก่ ที่มีรสชาติหวานฉ่ำออกมากิน
“ได้ๆ”
จากนั้นจิ่วจิวน้อยก็นั่งมองดูท่านปู่และท่านตาพ่อบ้านหวังฉีฝึกพลังปราณกันไปนางก็จับเฉ่าเหมยลูกโตกินไปเคี้ยวจนแก้มตุ่ยไปหมดทั้งสองข้าง นั่งมองดูอย่างเงียบๆพอนานเข้าก็เริ่มง่วง จึงเดินเตาะแตะตาปรือแทบจะปิดไปปีนขึ้นเตียงนอนอย่างทุลักทุเลใช้พุงเกยกระดืบๆ ขึ้นเตียงจนขึ้นมาได้ห่มผ้าและหลับสนิทจนเช้า....