พ่อบ้านซุนกับท่านโหวที่ปรึกษาหารือกันอยู่ค่อนคืนพอใกล้รุ่งสางก็นำหีบใส่เงินทองออกไปยังที่นาในตำบลใกล้ๆ แม้คนภายนอกจะมองว่าท่านโหวดูเป็คนไม่เอาไหนเพราะไม่มีตำแหน่งขุนนางในราชสำนักเพื่อสร้างชื่อเสียงและแสดงความสามารถแท้จริงท่านโหวกลับเป็คนระวังและคิดการรอบคอบผู้หนึ่ง
“พ่อบ้านซุน พวกเราจะฝังที่ดินของตนเองไม่ได้นะหากพวกเขาเกิดอยากกลั่นแกล้งข้า ทำการริบทรัพย์ไปทั้งหมดก็แย่น่ะสิ”
ซุนอี้พยักหน้ารับทราบ “ไปที่นาของท่านแม่ข้าน้อยขอรับ”
“ดีๆ”
คนสกุลซุนรับใช้สกุลเจียงมาสามชั่วอายุคนเป็ที่วางใจเื่ความซื่อสัตย์ ท่านโหวเห็นชอบแล้วพวกเขาก็พากันออกไปยังตำบลที่อยู่ไม่ไกลเมืองหลวงนักท่านโหวผู้เฒ่านอกจากจะเลี้ยงคนไว้จำนวนหนึ่งแล้วยังส่งเสริมคนอีกจำนวนหนึ่งให้มีที่ทำไร่ทำนาและประกอบอาชีพทำให้มีผู้สำนึกในบุญคุณมากมายที่พร้อมจะตอบแทนตำบลที่คนสกุลซุนดูแลที่ดินนี้มีคนอีกมากที่เป็ผู้เคยอาศัยบารมีสกุลเจียง
“ในจวนเราก็คงเหลือแต่เพียงพวกตำราภาพวาด กับเครื่องประดับบ้านแล้วกระมัง?”
“ขอรับเพื่อมิให้ดูผิดปกติ ข้าน้อยจึงเหลือไว้เช่นนั้น”
“ดีๆพ่อบ้านซุน นับว่าเ้าทำได้รอบคอบ”
พ่อบ้านซุนหันไปมองคนติดตามไปช่วยฝังสมบัติอีกสี่คนพวกเขาล้วนเป็คนที่ไว้ใจได้เพราะคือรุ่นหลานของคนที่จวนสกุลเจียงเลี้ยงเอาไว้แม้ว่าท่านโหวจะไม่เอ่ยออกมาตรงๆ แต่พ่อบ้านซุนก็รับรู้ได้ว่าท่านโหวคงจะไปพบเจอเื่อันตรายร้ายแรงเข้าและไม่อาจจะปริปากบอกผู้ใดได้ตัวเขาที่อยู่ข้างกายท่านโหวมาแต่เยาว์วัยจึงได้เร่งรีบทำตามคำสั่งอย่างไม่รีรอ
หลังจากฝังสมบัติเรียบร้อยรถม้าคันใหญ่สามคันก็ออกเดินทางจากจวนสกุลโหวมุ่งหน้าไปยังเมืองต้าชู่เมืองนี้อยู่ทางทิศตะวันตกของแคว้นเหลียน เป็เมืองใหญ่อันดับสองของแคว้นหากข้ามแม่น้ำเชิ่งหัวไปอีกฝั่งก็เป็ดินแดนของแคว้นิ
พ่อตาของท่านโหวเจียงเคยดำรงตำแหน่งแม่ทัพประจำค่ายต้าชู่ซึ่งดูแลชายแดนตะวันออกก่อนจะเกษียณองครักษ์ในสกุลโหวปัจจุบันส่วนใหญ่ก็มาจากสกุลผู้ภักดีของท่านพ่อตา ส่วนแม่ยายของท่านโหวเจียงก็เป็สกุล คบหดีเก่าแก่ของเมืองจึงทำให้สินเดิมของฮูหยินเจียงมีเป็จำนวนมากดังนั้นท่านโหวเจียงจึงไปเมืองต้าชู่เพื่ออาศัยบารมีและความกว้างขวางของสกุลเฝิงของภรรยาในการคุ้มครองความปลอดภัยของครอบครัวเล็กๆของตน
เปรี้ยง! เปรี้ยง!เปรี้ยง!
“น่ากลัวนะ”เสียงเอ่ยเบาๆ จากหญิงสาวที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนฟูกที่ปูเอาไว้ทำให้สาวใช้ทั้งสองรีบเอ่ยปลอบ
“นี่คงเป็ไปตามคำทำนายของท่านราชครูเ้าค่ะ”
“ลางร้ายที่จะกลายเป็ดีน่ะหรือ?”
“เ้าค่ะหากว่าเราเดินทางถึงเมืองต้าชู่ ท่านหญิงก็จะได้พักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรงดังเดิม”
เจียงลู่ซือพยักหน้า“ข้าเบื่อสภาพนี้เต็มทีแล้ว”
ซุนมี่รู้ว่าเ้านายผู้คล่องแคล่วและกระฉับกระเฉงของตนคงจะรู้สึกรำคาญที่ต้องเอาแต่นั่งๆนอนๆ โดยมิได้ออกไปฝึกกระบี่ ขี่ม้า ยิงธนู หรือเรียกเอามิตรสหายมารวมตัวกันไปฟังนักเล่านิทานตามโรงน้ำชาหรือไปรวมตัวตามโรงงิ้ว
ด้วยความที่ท่านหญิงเจียงเป็สตรีที่มีชื่อเสียงด้านเสเพลจึงทำให้นางกลายเป็สตรีที่ไม่มีบุรุษในสกุลหรือฐานะเท่าเทียม้าจะสู่ขอไปเป็ลูกสะใภ้ปีนี้อายุสิบแปดแล้วก็ยังไม่อาจจะคู่หมายได้แม้สักคน แต่ครอบครัวท่านหญิงก็ไม่ยี่หระเพราะพวกเขาร่ำรวยและไม่เคยห่วงว่าผู้อื่นจะมองตนอย่างไร
“ใกล้จะถึงเขตเขาหงส์แล้วเ้าค่ะท่านหญิง”ซุนลี่มี่เปิดหน้าต่างรถม้าออกไปเมฆฝนที่เคลื่อนตามหลังมา
ฝนเพียงปรอยสายแต่เสียงฟ้าร้องกับฟ้าผ่านั้นดูน่ากลัวยิ่งนักพ่อบ้านซุนนั่งอยู่ด้านหน้ารถม้าของท่านหญิงซึ่งเป็คันที่สองคันแรกมีหัวหน้าองครักษ์สกุลเจียงคอยดูแลท่านโหวและฮูหยิน ส่วนคันสุดท้ายเป็เหล่าสาวใช้ที่นั่งเฝ้าสัมภาระส่วนบ่าวรับใช้และองครักษ์ที่เหลือขี่ม้าตามไป
ูเาหงส์เป็เขาขนาดเล็กเมื่อเทียบกับเทือกเขาหลงเฟยซาน(ัทะยาน) ที่ยิ่งใหญ่ เขาหงส์ทอดตัวตามแนวทิศเหนือลงใต้มองดูคล้ายนกกำลังบินอยู่เื้ัเมืองเหลียนซึ่งเป็เมืองหลวง ชัยภูมิของเมืองเหลียนเป็ตามที่ปฐมกษัตริย์้านั่นคือด้านหลังติดูเาด้านหน้าเป็ที่ราบลงสู่ทะเล
เส้นทางการเดินทางไปยังเมืองต้าชู่ต้องเลียบไปทางใต้ของเขาหงส์ซึ่งเป็เส้นทางค่อนข้างชันทว่าฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้ค่อยๆขุดเส้นทางทำให้ถนนที่ผ่านขึ้นไปด้านข้างเขาหงส์มีขนาดใหญ่และกว้างขวางด้านล่างถนนเส้นนั้นเป็่โค้งของแม่น้ำฉงเกาพอดี จุดนั้นทุกคนเรียกว่า“ผาเขาหงส์”
ในแม่น้ำฉงเกาเวลาเดียวกัน
เรือขนาดใหญ่ที่ล่องตามแม่น้ำมาจากเมืองต้าเป่ยบรรทุกฝ้ายและผ้าทอจำนวนมากเพื่อนำมาส่งยังเมืองหลวงสิงเซียนผู้เป็บุตรคนรองของสกุลพ่อค้าใหญ่แห่งต้าเป่ยยืนอยู่บนหัวเรือพร้อมด้วยภรรยาและบุตรสาววัยสิบสอง
“ท่านพ่อเ้าคะพวกเราเข้าเขตเขาหงส์แล้วใช่หรือไม่?” เด็กหญิงชี้ไปยังูเาที่มองเห็นเบื้องหน้า
“ถิงถิงเดี๋ยวเ้าจะได้เห็นใกล้กว่านี้อีก เพราะเรือของเราจะต้องผ่านผาเขาหงส์ตำแหน่งนั้นเป็่โค้งของแม่น้ำที่มองเห็นเขาหงส์ได้ใกล้ที่สุด”
เด็กหญิงตัวน้อยปรบมือด้วยความยินดีนี่เป็ครั้งแรกที่นางได้รับอนุญาตให้ออกเดินทางมาพร้อมบิดามารดาพี่ชายของนางอายุสิบห้าแล้วจำต้องอยู่ร่ำเรียนจึงไม่อาจติดตามมาด้วยได้ฮูหยินสิงชี้ให้บุตรสาวดูทิวทัศน์โดยรอบด้วยความตื่นเต้น
เรือเริ่มแล่นเข้าใกล้บริเวณที่เรียกกันว่า“ผาเขาหงส์” คนทั้งเรือร้องเรียกกันให้ระมัดระวังเพราะ่นี้เป็่โค้งแม่น้ำไต้กงเรือต้องคอยระวังน้ำวนเพื่อป้องกันมิให้เรือซวนเซ
“เอ๊ะ! ทำไมคนบนนั้นมีเยอะจังเ้าคะ?”สิงถิงถิงชี้ไปยังถนนบนเขาหงส์ชายฉกรรจ์ชุดดำจำนวนมากพร้อมดาบครบมือยืนอยู่ให้พรึ่บ
“ระวังโจรปล้น!” สิงเซียนที่มองตามบุตรสาว รีบร้องะโเตือนให้คนทุกคนบนเรือเตรียมพร้อม
ระหว่างการเดินทางมาค้าขายเป็เื่ธรรมดาที่ต้องเจอโจรตามรายทางสิงเซียนเองพอมีวิชากระบี่ คนของสกุลสิงเองก็ล้วนถูกฝึกการใช้ดาบเพียงแต่ครั้งนี้คาดไม่ถึงว่าจะมีโจรจำนวนมากกำลังขมักเขม้นพายเรือเล็กเข้ามาล้อมเรือใหญ่ของพวกเขา
“ฮูหยินเ้าพาถิงถิงไปหลบในเรือเร็วเข้า!” สิงเซียนรีบร้องสั่งภรรยา ที่ยืนอยู่บนระเบียงเรือชั้นสอง
“เ้าค่ะท่านพี่”นางรับคำแล้วรีบพาบุตรสาวเข้าไปหลบในเรือ
คนชุดดำพร้อมดาบใหญ่เริ่มบุกขึ้นมาบนเรือ
“ยึดเรือให้ได้!”
****************************
ไรท์แนะนำ...อีบุ๊กที่วางจำหน่ายเดือนพฤษภาคม 2565
เื่ "ปราบรักนักคุ้มภัย" และ "เ้าสาวข้าเป็มือปราบ" และมีแบบเซ็ทจำหน่ายนะคะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE5NDg4NiI7fQ
