เวลาล่วงเลยไปจนถึงตี 3 ถึงตอนนี้ปลาทูก็ได้หลับไปเรียบร้อยในขณะที่ในมือของเค้านั้นยังมีผ้าสีขาวติดอยู่ ส่วนไทเกอร์นั้นก็เริ่มรู้สึกตัวและค่อยๆลุกขึ้น สิ่งแรกที่ทำคือล้วงมือถือออกมาดูเวลา
"ตี 3 แล้วหรอเนี้ย เมาหนักเลยเว้ย!! ฟู่ว! เอ้า..นี่เรามาอยู่นี่ได้ไง ปลาทู โอ้ย!!เมาเป็หมาเลย! ไปอาบน้ำให้สบายตัวดีกว่า" ไทเกอร์ใช้สติที่มีทั้งหมดรวบรวมกำลังที่มีทั้งหมดลุกขึ้นไปอาบน้ำเพื่อให้ตัวเองผ่อนคลายและสร่างเมายิ่งขึ้นเมื่อกลับออกมาก็เห็นว่าปลาทูยังฟุ่บหลับอยู่ข้างโซฟา ด้วยความกลัวว่าจะนอนไม่สบายตัวไทเกอร์จึงคิดจะอุ้มปลาทูขึ้นไปนอนบนโซฟาเเทน เเน่นอนว่าปลาทูเป็คนที่รู้สึกตัวเร็วทันทีที่มีอะไรมาััตัวเขาก็รู้สึกตัวทันที
"หืม..พี่เกอร์!! จะทำอะไรอ่ะ?"
"ก็ไม่มีอะไร แค่จะอุ้มไปนอนบนโซฟา เห็นฟุ่บบนอนอยู่ตรงนั้นน่ะกลัวจะปวดคอไง หวังดี!"
"อ่อ..แล้วนี่พี่ส่างเมาแล้วใช่ไหม?"
"อืม..เมื่อกี้ไปอาบน้ำมาแล้ว"
"OK งั้นทูมีเื่จะถาม"
"เื่อะไร?"
"ตอนพี่เมา พี่ละเมอว่าใครสักคนทำให้แม่พี่ต้องตาย สรุปใครหรอ บอกทูได้ไหม แล้วแม่ทูเกี่ยวอะไรกับเื่นี้ด้วย"
"เอาจริงๆนะนี่ไม่รู้จริงๆหรือแกล้งโง่เพราะถูกแม่หลอกใช้เนี้ย เื่ใหญ่ขนาดนี้มีเหรอที่จะไม่รู้ นอกจากจะสมรู้ร่วมคิดกัน"
"ทูสาบานได้ ทูไม่รู้เื่นี้จริงๆ"
"ในเมื่อนายอยากรู้ ฉันก็จะเล่าให้ฟัง เเต่นายจะมาโทษฉันไม่ได้นะเพราะนายเป็คนที่อยากรู้เอง!!" ไทเกอร์ตัดสินใจเล่าเื่ทุกอย่างที่เขารู้มาให้กับปลาทูฟัง ในขณะที่เล่าไทเกอร์ก็อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหลทำให้ปลาทูต้องเห็นน้ำตาของลูกผู้ชายที่มันไหลออกแก้มทั้งสองข้าง เเต่ที่ลึกซึ้งไปกว่านั้นคือ ไทเกอร์อารมณ์อ่อนไหวมากในตอนที่เล่าเื่นี้และเมื่อปลาทูรู้เื่ทั้งหมดเขาถึงกับชะงักอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกทันที
"เื่ทั้งหมดมันก็เป็แบบนี้แหละ ถ้าทูมั่นใจว่าทูไม่รู้เื่พี่ก็จะไม่เอาความอะไรแต่ทูต้องร่วมมือกับพี่ เพื่อแก้เเค้นให้แม่พี่ด้วย"
"พี่เกอร์คนที่พี่กำลังพูดถึงคือแม่ของทูนะ พี่จะให้ทูร่วมมือกับพี่เพื่อทำร้ายแม่ของตัวเองหรอ ทูทำไม่ได้หรอกนะ!"
"งั้นเราก็คงอยู่คนละฝั่ง!!!" น้ำเสียงของไทเกอร์เปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน เขาลุกพรวดขึ้นพร้อมกับจ้องหน้าปลาทูยังไม่รับสายตา ทางด้านปลาทูเองเข้าใจความรู้สึกที่เขาสูญเสียแม่แต่ปลาทูก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าแม่ของตนเองจะเป็คนทำร้ายแม่ของไทเกอร์จนเสียชีวิต
"ถึงทูจะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ทูสามารถช่วยพี่หาคำอธิบายเกี่ยวกับเื่นี้ได้นะ"
"มันจะต้องมีคำอธิบายอะไรอีก ในเมื่อฉันเห็นกับตา!! หากนายเชื่อแม่มึงตายก็ดูแลแม่ของนายดีๆละกันเพราะถ้านายเผลอเมื่อไหร่..ฉันเอาคืนแน่!!" ไทเกอร์พูดด้วยน้ำเสียงชวนขนลุกในเชิงข่มขู่ก่อนจะขว้างหมอนลงตรงหน้าโซฟาแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ปลาทูนั่งเงียบอยู่ในห้องคนเดียว ถึงตอนนี้ทุกอย่างเงียบสนิทไม่มีแม้แต่เสียงของรถสักครั้ง ปลาทูนางสงบใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะเดินลงไปข้างล่างเรียกรถของโรงแรมให้ไปส่งที่บ้าน ครั้นมาถึงบ้านก็เป็เวลาตีห้า..เป็เวลาที่แม่ของปลาทูก็ตื่นมาใส่บาตรหน้าบ้าน ประจวบเหมาะกับรถโรงแรมก็มาส่งปลาทูที่หน้าบ้านเช่นกัน
"ทู…ทำไมกลับมาตอนนี้ล่ะลูก?"
"ทู…เพิ่งเคลียร์งานเสร็จน่ะแม่ ตักบาตรหรอครับ ทูช่วยนะ"
"แม่ว่าทูเข้าไปพักผ่อนในบ้านก่อนดีไหมลูก เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆน่ะ เดี๋ยวจะไม่ไหวเอานะ"
"ไม่เป็ไรครับแม่ ทูไหว…เสร็จจากนี้ทูมีเื่จะคุยกับแม่กับคุณลุงด้วยนะครับ"
"คุณท่านยังไม่ตื่นหรอกลูก ทูมีอะไรรึเปล่า"
"ทูอยากจะคุยเื่ของคุณป้านภาน่ะครับ"
".........." สุนีย์เบิกตาโพรงเมื่อจู่ๆปลาทูก็พูดถึงชื่อของนภาแม่ของไทเกอร์ เธอไม่รู้ว่าปลาทูไม่รู้เื่อะไรมาแต่ในใจของเขามันก็ร้อนรุ่มจนแสดงออกมาทางสีหน้าและท่าทางของเธอ ไม่เห็นปฏิกิริยาของแม่ยิ่งทำให้ปลาทูอยากจะรู้เื่ของนภาซะตอนนี้เลย เเต่ปลาทูก็ต้องใจเย็นเพื่อรอให้การตักบาตรผ่านพ้นไปก่อน อีกทั้งยังรอให้เดชาตื่น..จึงค่อยมาคุยกันให้เข้าใจทุกคนนั่นเอง หลังจากที่การตักบาตรผ่านพ้นไปสุนีย์ก็รีบเก็บข้าวของเข้าบ้านเป็เวลาเดียวกันกับที่เดชาตื่นอาบน้ำเตรียมตัวลงมาทานข้าวเช้าพอดี
"อ้าวปลาทูไปใส่บาตรกับแม่หรอ ทำไมถึงใส่สูทไปใส่บาตรล่ะ…อย่าบอกนะว่าเพิ่งกลับมา นี่ตาเกอร์ใช้งานปลาทูหนักขนาดนี้เลยหรอ?"
"แกบอกว่าแกเพิ่งเคลียร์งานเสร็จน่ะค่ะคุณท่าน ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณหนูไทเกอร์หรอกค่ะ"
"งานอะไรเคลียร์ข้ามวันข้ามคืน เเต่ก็ชั่งเถอะ..มาๆมาทานข้าวกับลุง…ลุงว่าจะถามเื่งานอยู่พอดี"
"ครับ…ผมก็มีเื่คุณป้านภาอยากถามคุณลุงพอดี"
"........" เดชามองหน้าสุนีย์ด้วยความกังวลก่อนจะหันไปมองปลาทูด้วยความแปลกใจว่าทำไมจู่ๆถึงมาถามเื่นี้ทั้งๆที่เวลาผ่านมาตั้งหลายปีปลาทูไม่เคยพูดถึงเื่นี้เลย คงมีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือไปโดนใจให้ปลาทูอยากรู้เื่นี้เป็แน่ เดชาพยายามทำตัวนิ่ง เดินมานั่งที่โต๊ะอาหารพร้อมๆกับปลาทูและสุนีย์
"แม่สาย..พี่เกอร์ละครับ?"
"คุณหนูยังไม่กลับมาั้แ่เมื่อคืนค่ะ"
"น่าเสียดาย"
"เสียดายอะไรหรอทู"
"ก็ถ้าพี่เกอร์อยู่ เขาจะได้รู้ความจริงสักทีว่าอะไรเป็อะไรไงครับ"
"ความจริงอะไรปลาทู?"
"ก็ความจริงที่…" ปลาทูทำน้ำเสียงหนักแน่นจนสุนีย์เกิดอาการกลัวและประมาทเพราะเขาไม่เคยเห็นปลาทูจริงจังขนาดนี้มาก่อน ทางด้านเดชาเองก็เอาแต่นั่งนิ่งเงียบไม่พูดอะไรเพราะเขาเองก็อยากรู้ว่าสิ่งที่ปลาทูอยากรู้นั้นมันคืออะไรกันแน่และเขาควรจะตอบคำถามของปลาทูอย่างไรถึงจะเหมาะสมนั่นเอง….