“คุณปรางรัศมีล่ะ” คีรินทร์เอ่ยถามหาหญิงสาวเมื่อเขากลับถึงบ้าน แต่กลับไม่พบเธออยู่ในบ้านหลังนี้
“ออกไปข้างนอกค่ะ” แม่บ้านตอบตามที่ตนทราบ
“ไปข้างนอก” เขาถามย้ำอีกครั้งอย่างประหลาดใจ “ั้แ่เมื่อไหร่”
“ตอนเช้าค่ะ”
“เธอได้บอกไว้ไหมว่าจะไปไหน”
“ไม่ได้แจ้งไว้ค่ะ” แม่บ้านตอบ
เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่ตน้าชายหนุ่มจึงเดินขึ้นไปบนห้องของตนอย่างหงุดหงิด
“จะไปไหนไม่คิดจะบอกกันสักคำเลยรึไง” เขาบ่นกับตนเองอย่างหงุดหงิดแล้วเดินไปจุดบุหรี่สูบที่ระเบียงเพื่อคลายเครียด
พลางคิดถึงเื่ในที่ประชุมวันนี้ นี่าระหว่างซันไชน์กรุ๊ปกับทีพีเจกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วใช่ไหม ในเมื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เขาก็คงต้องเผชิญหน้ากับมัน อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไป
ปรางรัศมีที่เพิ่งกลับมาถึงแต่เห็นรถของคีรินทร์จอดอยู่ เธอจึงรู้ว่าเขากลับมาแล้ว
“คุณคีรินทร์กลับมาแล้วเหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามแม่บ้านที่อยู่แถวนั้น
“กลับมาแล้วค่ะ อยู่ชั้นบนค่ะ” แม่บ้านคนนั้นตอบ
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวคำขอบคุณก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน ในเมื่อคุณพชร บุรุษพยาบาลประจำตัวของเขากลับไปแล้ว หน้าที่ที่ต้องดูแลเขาต่อก็คงจะเป็ของเธอ
ก็อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงเรียกของหญิงสาว
“คุณคีรินทร์คะ ฉันขอเข้าไปนะคะ”
เสียงที่ดังจากหน้าห้องทำให้ชายหนุ่มใ เขารีบดับไฟที่ก้นบุหรี่และทิ้งมันลงที่ทิ้งทันที ไม่ลืมที่จะหยิบสเปรย์มาฉีดใส่ตัวและพรมปากเพื่อดับกลิ่นก่อนจะรีบวิ่งไปนั่งบนรถเข็นเพื่อตบตาหญิงสาวดังเดิม
“เข้ามา”
สิ้นสุดเสียงขานรับของชายหนุ่ม ปรางรัศมีจึงเปิดประตูผลักเข้าไป เห็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนรถเข็นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เธอไปไหนมา”
ทันทีที่พบหน้าเธอ เขาก็ยิงคำถามใส่เธอทันที แสดงออกให้เห็นว่าตนกำลังไม่พอใจที่เธอไปไหนมาไหนโดยไม่บอกให้ตนรู้
“ไปวัดค่ะ วันนี้เป็เกิดของคุณพ่อฉัน ฉันเลยไปทำบุญให้ท่าน ขอโทษนะคะที่ไม่ได้บอกคุณ” หญิงสาวตอบน้ำเสียงนิ่ง ไร้ซึ่งพิรุธใดๆ
“แล้วทำไมถึงไม่บอกฉัน เราจะได้ไปด้วยกัน” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงจากตอนแรก แต่ก็ยังหลงเหลือความไม่พอใจอยู่
“ฉันเห็นว่าวันนี้คุณมีประชุมที่บริษัทเลยไม่อยากรบกวนค่ะ” หญิงสาวเอาเื่งานของเขามาอ้าง ทำให้ชายหนุ่มหมดคำที่จะโต้ตอบ
“ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว ฉันจะพาคุณลงไปข้างล่างนะคะ” เธอพูดพร้อมกับเดินไปจับรถเข็นของชายหนุ่ม แล้วออกแรงเข็นมันลงไปชั้นล่างเพื่อรับประทานอาหารเย็น ก่อนที่เธอจะขึ้นมาส่งเขาที่ห้องนอนอีกครั้ง
“ปกติแล้วคุณพชรจะเป็คนช่วยฉันอาบน้ำ แต่ว่าวันนี้เขากลับไปแล้ว” ชายหนุ่มเกริ่น
“คะ?” หญิงสาวขมวดคิ้วสงสัย ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขา้าจะสื่อ
“ช่วยอาบน้ำให้ฉันหน่อยได้มั้ย” เขาบอกความ้าของตนเอง
“เอ่อ…ว่าไงนะคะ” เธอถามย้ำอีกครั้งด้วยความใไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ช่วยอาบน้ำให้ฉันหน่อย…นะ” เขาพูดย้ำอีกครั้งเป็เชิงขอร้อง
หญิงสาวลังเล ทั้งชีวิตนี้เธอไม่เคยต้องอาบน้ำให้ใครเลย จะให้เธอมาอาบน้ำให้เขาที่เป็ชายหนุ่มฉกรรจ์ด้วยมันก็คงต้องมีลำบากใจกันบ้าง
“ช่วยฉันหน่อยนะ” เขาอ้อนวอนอีกครั้ง “เธอดูสภาพฉันสิ เป็แบบนี้ฉันจะอาบคนเดียวยังไงได้” เขาพยายามพูดให้ตัวเองดูน่าสงสาร
ด้วยความเห็นใจจึงทำให้ปรางรัศมีใจอ่อน เธอยอมตอบตกลงที่จะช่วยชายหนุ่มอาบน้ำ
“ก็ได้ค่ะ แต่ฉันจะทำแค่ที่ฉันทำได้ และแค่ที่พอดีนะคะ” ถึงเธอจะยอมตกลง แต่หญิงสาวก็มีขอบเขตความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนเอง
“ได้” ชายหนุ่มรับปาก
ปรางรัศมีเข็นรถเข็นของคีรินทร์เข้าไปในห้องน้ำ เธอค่อยๆพยุงตัวชายหนุ่มให้ลุกขึ้น
“ทำอะไร” เขาถามด้วยความงุนงง
“พยุงคุณไปที่อ่างอาบน้ำไงคะ” เธอตอบอย่างไร้เดียงสา
“เธอจะไม่ให้ฉันถอดเสื้อผ้าก่อนเลยเหรอ” เขาถามอย่างมีเลศนัย
“อุ่ย! จริงด้วย” เธออุทานเบาๆเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนจะปล่อยมือจากร่างของชายหนุ่ม
ปรางรัศมีเดินไปหยิบผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่มายื่นให้ชายหนุ่มที่นั่งหน้าระรื่นอยู่บนรถเข็นวีลแชร์
“ฉันจะหันหลังนะคะ คุณถอดเสื้อผ้าเสร็จก็บอกฉัน” เธอพูดพร้อมกับยื่นผ้าขนหนูผืนนั้นให้ชายหนุ่ม
“เธอจะหันมาก็ได้นะ ฉันไม่ถือ” เขาตอบอย่างทะลึ่งทะเล้น ทำให้หญิงสาวรู้สึกเขินอาย
“แต่ฉันถือค่ะ” ด้วยความเขิน ปรางรัศมีจึงแสร้งเอ็ดเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อกลบเกลื่อน
“เสร็จละ” ไม่นานนักชายหนุ่มก็ส่งสัญญาณบอกเธอว่าเขาถอดเสื้อผ้าเสร็จแล้ว
ปรางรัศมีค่อยๆหันหน้ามาหาคนข้างหลังด้วยหัวใจที่เต้นรัว ชั่วชีวิตนี้เธอไม่เคยต้องดูผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน แต่ด้วยหน้าที่และเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้น่าสงสารเธอจะยอมทำใจดีสู้เสือ
หญิงสาวเลื่อนสายตาจากใบหน้าคมลงมาที่คอ ผ่านลงมาที่แผงอกกำยำอันไร้เสื้อผ้าบดบังโชว์ให้เห็นกล้ามเนื้อท้องที่ปูดนูนขึ้นมาอวดความแน่นของมัน
อึก! เสียงกลืนน้ำลายลงคอดังมาจากคนตัวเล็กซึ่งยืนมองชายหนุ่มร่างเปลือยที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวปิด่ล่างไว้ ใบหน้าสวยตอนนี้เริ่มมีสีแดงฝาดปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ชายหนุ่มอมยิ้มอย่างชอบใจเมื่อเห็นอาการของหญิงสาว
แม้จะรู้สึกประหม่าจนแทบทำตัวไม่ถูก แต่ปรางรัศมีก็ยังทำใจดีสู้เสือ พยายามเก็บอาการ ไม่แสดงออกให้คนตรงหน้าสังเกตได้ว่าตนกำลังรู้สึกเขิน
“ฉันจะพยุงคุณไปที่อ่างอาบน้ำนะคะ หลังจากนั้นฉันจะหลับตาแล้วคุณก็รีบดึงผ้าขนหนูออกแล้วนั่งลงในน้ำเลยนะคะ” เธอพูดบอกในสิ่งที่ตนจะทำกับชายหนุ่ม
“ได้” เขาพยักหน้ารับรู้
เธอพยุงชายหนุ่มลุกขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะพาเขาไปที่อ่างอาบน้ำและช่วยพยุงจนเขาสามารถลงไปในอ่างอาบน้ำได้
“ฉันจะหลับตาแล้วนะคะ” เธอพูดเพื่อเป็การให้สัญญาณกับเขาก่อนที่ตัวเองจะหลับตาลง
คีรินทร์มองใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนหลับตาปี๋ด้วยความเอ็นดู เขาแอบยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะคิดแผนบางอย่างออก
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่บรรจุเต็มไปด้วยโฟมฟองโดยที่เขาตั้งใจดึงร่างบางให้ล้มตามตนลงมาด้วย
ตู้มมมม!!!
“ว้าย!!!” หญิงสาวอุทานด้วยความใ เธอลืมตาขึ้นช้าๆพบว่าตอนนี้ตนกำลังอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มโดยที่มีมือหนาของเขากอบกุมเอวบางของเธอเอาไว้แน่น
“ฉันขอโทษ” เขาเอ่ยคำขอโทษแสร้งทำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็อุบัติเหตุที่เขาไม่ได้ตั้งใจ
“ไม่เป็ไร คุณไม่ได้ตั้งใจนิ” เธอตอบอย่างไม่เอาความ พลางขยับตัวจะลุกขึ้นแต่ก็ต้องหยุดชะงักด้วยความใเพราะเสียงร้องห้ามของอีกฝ่าย
“อย่าขยับ! เธอกำลังจะทำน้องฉันตื่น”
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม หญิงสาวก็ต้องหยุดการกระทำของตนเองทันที เธอไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี
ใบหน้าคมแอบยิ้มอย่างชอบใจเมื่อเห็นอาการของอีกฝ่าย เขาก็อดไม่ได้ที่จะไม่แกล้งเธอ
“ไหนๆเธอก็เปียกแล้ว อาบน้ำด้วยกันเลยไหม” เขาแกล้งถามเธอ แต่อีกใจหนึ่งก็แอบหวังให้เธอตอบตกลง
หญิงสาวรีบลุกขึ้นอย่างไม่รีรอ เธอเดินไปหยิบชุดคลุมอาบน้ำมาใส่ แล้วหันไปพูดกับชายหนุ่ม
“คุณอาบน้ำไปก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจะกลับไปอาบน้ำที่ห้องของตัวเอง แล้วฉันจะมาพาคุณเข้านอนค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบ พยายามแสดงท่าทีว่าตนไม่ได้รู้สึกอะไร พอพูดจบเธอก็เดินกลับไปยังห้องของตนเองทันที
ชายหนุ่มได้แต่มองตามอย่างเสียดาย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่รั้งเธอเอาไว้ เพราะกลัวหญิงสาวจะมองว่าตนเป็คนโรคจิต ก่อนจะขำออกมาเบาๆอย่างชอบใจที่แกล้งเธอได้สำเร็จ แล้วเขาจึงลงมืออาบน้ำทำธุระส่วนตัวของตนเองต่อจนเสร็จ