ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เอได้ลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงเขารู้ตัวแล้วว่าเขาอยู่ในเกมแล้วแต่ด้วยความเคยชินเข้าเลยตอบไปว่า
“ครับ ครับเดียวผมลงไปครับแม่”
‘หือ!!! ?#?##?’ เอได้แต่เอามือกุมหัว
“เออ! เออย่าลืมลงไปกินข้าวเช้านะ”เอเลน่าว่าแล้วก็เดินลงไปด้านล่าง
“โอเค พลาดก็พลาด ลุกไปเลยแล้วกัน”ว่าแล้วเอก็ลุกขึ้นจากเตียงหยิบน้ำพุวิเวียนแล้วเดินเปิดประตูลงไปชั้นล่าง เมื่อเอลงมาเสร็จเขาก็เห็นเอเลน่ากับมาริน่าที่กำลังนั่งรอเขาอยู่บนโต๊ะอาหารเขาจึงทักมาริน่าน้อยออกไป
“สวัสดีมาริน่า นอนหลับสบายดีไหม”
“สบายดีคะพี่ชาย ฮิฮิ” เมื่อเห็นสองพี่น้องกลั้นขำเขาก็อดยิ้มไม่ได้
“พี่ชายนี้ตื่นสายจังเลยนะคะ แถมเรียกพี่สาวว่าแม่อีก ฮิฮิ” เธอพูดพลางหัวเราะใส่เขาจนเขาอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้
“นี่ๆ มาริน่าตัวน้อยอยากดืมน้ำหวานไหม”
“อยากคะ ไหนๆ มันอยู่ไหนคะ”
“นี่ไง พี่ได้มาจากตู้กดน้ำอัตโนมัติของกิลนักพจนภัยเลยนะเนี่ย เป็ไงสุดยอดไหมละ”
“หู๊ย!!! พี่มีตังซื้อน้ำนี้ได้ยังไงกันคะ มันแพงมากๆเลยนะ”
“นี้หรอ พี่ว่ามันก็ไม่ได้แพงขนาดนั้นนะ”
“แพงมากเลยนะคะเพราะมันจะออกมา 10 กระป๋องต่อเดือนเองคะ”
“มาริน่านี้รู้จริงเลยนะ แล้วที่ว่าแพงเนี่ยมันราคาเท่าไหร่หรอคะ” เอถามมาริน่าอย่างเอ็นดู
“อืม!!! มันราคาตั้ง 2 เหรียญทองเลยนะคะ”
“จริงหรอเนี่ย เ้านี้เนี่ยนะ”
“จริงคะ มาริน่าไม่โกหกหรอกแน่นอนคะ” มาริน่าเว้นวรรคไปซักพักก่อนที่จะถามขึ้นมาอีกครั้ง
“พี่สนใจเอามันไปประมูลในตู้ประมูลไหมคะรับรองว่าอาจจะได้เพิ่มหลายเหรียญเลยคะ” เมื่อเอได้ยินแบบนั้นเขาจึงหันหน้าไปหาเอเลน่าประมาณว่าจะถาม เขาก็เห็นเอเลน่าผงกหัวให้และยิ้มอย่างอายๆ
“ถ้าอย่างนั้นพี่ว่าเราเอามันไปประมูลแล้วเอาตังมาแบ่งกันดีไหมคะ”
“จริงหรอคะ ปะไปกันเลยคะ ไปตอนนี้เลย” มาริน่าะโลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งมาจูงมือของเอ โดยไม่สนพี่สาวของตัวเองที่กำลังจะบ่นให้เธอแล้วทั้งสามคนก็เดินมาถึงหน้าธนาคารแห่งหนึ่งซึ่งมีตู้ขนาดตู้แช่น้ำอัดลมตามร้านโชหวยทั่วไปทั้งสามเดินเข้ามาแล้วมาริน่าก็ขอกระป๋องน้ำอัดลมในมือของเอ เธอเอามือไปวางไว้บนตู้แล้วก็วางกระป๋องน้ำอัดลมลงไป
“ทำรายการสำเร็จ กรุณารับเงินที่ช่องจ่ายเงิน”เสียงตู้ดังออกมาและในขณะเดียวกันก็มีถุงเงินออกมาด้านล่างของช่องรับเงิน
“ไหนดูซิว่าจะได้ซักกี่เหรียญ” เอหยิบถุงมาดูแล้วค่อยๆครีถุงออกเขาก็พบเข้ากับเหรียญทองคำสี่เหรียญด้วยกันเขาทำตัวให้ดูปกติที่สุดก่อนที่จะจูงมือของมาริน่าและเอเลน่ากลับบ้านโดยมีมาริน่าที่ตามะโเพื่อจะดูเงินในถุงมาตลอดทางเมื่อเข้าบ้านเสร็จพวกเขากลับมาที่โต๊ะกินข้าวแล้วเอก็เทเหรียญออกมาจากถุงมาริน่าถึงกับตาโตเอดันเหรียญให้เอเลน่า 1เหรียญก่อนที่จะดันอีกหนึ่งเหรียญแล้วบอกเธอว่าเป็ค่าเช่าบ้านและเขาก็ดันอีก1 เหรียญไปให้มาริน่าแต่แล้วก็มีมือของเอเลน่ามาหยุดมือของเขาและดันเหรียญกลับไป
“ไม่เป็ไรเราได้เยอะแล้ว”
“ไม่เป็ไรคะพี่ชาย”
“โอ้! มาริน่าเด็กดีงั้นถ้าวันนี้พี่ว่างพี่จะซื้อขนมหวานมาฝากนะ”แล้วเอก็ยิ้มเหมือนผู้ร้ายหลอกเด็กได้สำเร็จ เอเลน่าเห็นแบบนั้นก็สายหัวเบาๆก่อนที่พวกเราสามคนจะกินข้าวกันต่อ เมื่อเอหันมาหาข้าวเช้าเขาก็พบเข้ากับขนมปังหวานและซุปที่ตอนนี้เย็นไปแล้วเขาพยายามกินโดยเลียนแบบเอเลน่าแต่ผลที่ได้ดันออกมาเก้ๆกังจนมาริน่าอดเข้ามาสอนไม่ได้ หลังจากใช้เวลาแสนสุขกับสองพี่น้องแล้วเขาก็ขึ้นไปใส่ชุดนักพจนภัย หยิบกระเป๋าและอาวุธก่อนจะออกจากบ้านมา เมื่อเขาออกมาเขาก็พยายามเดินเลี่ยงร้านคู่อริอย่างรวดเร็วเนื่องจากเ้าของสองคนนั้นกำลังจ้องตากันเหมือนปลากัดแล้ว หลังจากเดินมาได้ซักพักเขาก็มาถึงยังกิลนักพจนภัย เมื่อเอใกล้จะถึงประตูเขาก็เจอเข้ากับก๊วนของถวินที่ล็อบบี้กำลังเหมือนจะมองดูอะไรบางอย่าง
“สวัสดีครับพี่ถวิน พี่กำลังมองดูอะไรอยู่หรอครับ”
“ เอ พวกพี่กำลังดูนั้นไง ” ว่าแล้วถวินก็ชี้ไปยังข้องความที่ลอยเด่นเป็สง่า เอเงยหน้าขึ้นมอง
-ประกาศ เควสฉุกเฉินสำหรับนักพจนภัยทุกท่าน-
-เนื่องจากฤดูการรุกรานของมอนเตอร์ใกล้เขามาถึง-
-กษัตริย์ริชาร์ดจึง้ารวบรวมผู้กล้าเพื่อต่อต้านการรุกรานจากมอนเตอร์-
-จึงใคร่ขอความร่วมมือจากนักพจนภัยทุกท่าน ย้ำ-
“พี่ถวินพอจะรู้ไหมครับว่าเขาบังคับไปทุกคนไหม”
“บังคับ พี่ไปถามพนักงานดูแล้ว”
“อ่อ ครับ”
“น้องไปรับเควสเถอะ เดียวคนมาเยอะเครื่องรับเควสค้างไม่รู้ด้วยนะ”
“ทำไมหรอครับ”
“เออน่า ลองไปรับดูแล้วจะรู้”