ตอนที่12 ชอปปิง
ครั้นไช่อิงกำลังเดินผ่านห้องทำงานของสามีประตูห้องพลันเปิดออกพร้อมกับเหลียงเกอชะโงกหน้าออกมาเรียกเธอไว้ทันทีว่า
“เดี๋ยวครับคุณไช่อิง! พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวให้พร้อมนะครับเวลาเก้านาฬิกาจะพาไปชอบปิงที่ห้าง”
“จริงเหรอคะ?!” ไช่อิงยืนตะลึงถามอย่างไม่เชื่อในทันที
เธอพุ่งตัวเข้าไปเพื่อจะขอบคุณสามีต่อผลแห่งความพยายามปรุงอาหารเอาใจเขาทว่าเหลียงเกอพลันปิดประตูใส่หน้าเธอพร้อมกดล็อกห้องในฉับพลันทำให้เธอพลาดโอกาสเข้าไปภายในห้องทำงานของเขาทันที
หญิงสาวไม่สนใจการกระทำของเหลียงเกอแต่รีบหมุนตัววิ่งกลับเข้าไปในห้องนอนแล้วไปส่งเสียงกรีดร้องอย่างมีความสุขแทนเพราะไม่คิดว่าผลตอบแทนจะเกินความคาดหมายเป็อย่างมาก
สะใภ้สามไม่รู้ว่าการที่สามีต้องให้องครักษ์รีบปิดห้องทำงานเพราะมีติงเจี๋ยกำลังนั่งสนทนาอยู่กับคุณชายสามอย่างเคร่งเครียดฉะนั้นเขาจึงไม่้าให้เธอเข้ามารับรู้ความเคลื่อนไหวได้ ทว่าทุกคนในห้องทำงานต่างชะงักครู่หนึ่งจากเสียงกรีดร้องแสดงความยินดีของไช่อิงก่อนที่หลงปิงจะพูดคุยกับติงเจี๋ยต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ภายในห้องนอนของไช่อิงเธอนอนกอดหมอนแล้วกลิ้งไปมาบนเตียงสลับด้วยการหัวเราะอย่างมีความสุขพลางพึมพำเมื่อนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ว่า
“ไชโย! ในที่สุดผลของการเอาใจสามีด้วยผัดไทยกุ้งก็ประสบความสำเร็จดูเหมือนเขาจะรู้เลยว่าฉัน้าอะไร เอ๊ะ!หรือว่าเขาแค่อยากให้ฉันใส่ชุดดูดีไปเข้าร่วมประชุมด้วย ไม่ได้การละ! ฉันจะมัวเสียเวลาฝันหวานไม่ได้ต้องรีบค้นข้อมูลได้แล้ว”
หญิงสาวยังไม่ลืมความตั้งใจแต่เดิมเื่การสืบค้นข้อมูลของผู้คนตระกูลหลงซึ่งจะช่วยให้เธอเลือกข้างได้อย่างไม่ผิดพลาด แล้วยังอาจพบเบาะแสเพื่อช่วยเหลือผู้สมควรช่วยเธอละเื่การแก้แค้นเ้าหนี้ของพ่อไปก่อนเพราะคิดว่ายังมีเวลาอีกเหลือเฟือขณะเื่ของสามีเป็เื่เร่งด่วนมากกว่าเพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึงสองวัน
ไช่อิงรู้สึกดีเมื่อพบว่าแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ทำงานได้รวดเร็วลื่นไหลจริงดังคำโอ้อวดของจิวหลุนก่อนหน้าเธอใช้ทักษะแฮ็กที่ตนมีเพื่อสืบค้นข้อมูลของทางฝั่งอาและอาสะใภ้ของสามีก่อนเพราะพบพฤติกรรมน่าสงสัยหลายอย่าง
หญิงสาวทำงานเพลิดเพลินจนลืมสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวเธอพักสายตาแล้วบิดี้เีจากโต๊ะทำงาน พลางเดินไปปิดม่านหลังห้องนอนซึ่งมีพื้นที่ระเบียงยื่นออกมาเล็กน้อยทอดยาวไปตลอดแนวคฤหาสน์ทั้งสามชั้น
“เขาจะนอนหรือยังนะ”สะใภ้สามพึมพำพลางชะโงกหน้าจ้องมองไปยังด้านหลังห้องนอนของสามีซึ่งอยู่ติดกันด้วยความอยากรู้
ทันใดนั้นเธอได้ยินเสียงเคาะประตูเชื่อมระหว่างห้องนอนสองครั้งตามด้วยเสียงของจิวหลุนพูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า
"นอนได้แล้ว”
หลงปิงกำลังอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลายี่สิบสามนาฬิกาเขาไม่สนใจการกระทำคล้ายกับมีเดิมพันระหว่างสององครักษ์แต่แยกตัวไปอาบน้ำอย่างสบายใจในห้องอาบน้ำแทนพลางรู้สึกได้ว่าวันนี้อาหารอร่อยจนรับประทานมากเกินไปแล้วทำให้รู้สึกง่วงนอนเร็วกว่าปกติ
จิวหลุนและเหลียงเกอกำลังเดิมพันระหว่างกันเกี่ยวกับการตื่นเช้าไปออกกำลังกายของไช่อิงโดยเหลียงเกอคิดว่าหญิงสาวน่าจะติดพันการเล่นเกมหรือท่องโลกอินเทอร์เน็ตเพลินจนไม่สามารถตื่นไปออกกำลังกายได้เหมือนเดิมขณะจิวหลุนเดิมพันว่าสะใภ้สามน่าจะตื่นไปออกกำลังกายได้เหมือนเดิม
ครั้นจิวหลุนเห็นเพื่อนองครักษ์ไปเตรียมชุดนอนให้เ้านายในห้องจัดเก็บเสื้อผ้าเขาถือโอกาสเดินมาเคาะประตูเชื่อมระหว่างห้องของภรรยากับเ้านายทันทีทั้งยังต้องเดินไปตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องหนังสือและห้องทำงานของเ้านายเป็ครั้งสุดท้ายของวัน
องครักษ์จิวหลุนกลัวว่าตนเองจะแพ้พนันเพื่อนจึงอาศัยจังหวะเหมาะสมเตือนไช่อิงในทันทีโดยหวังว่าเธอจะเข้าใจและหยุดเล่นคอมพิวเตอร์เสียทีซึ่งเขาสังเกตจากไฟในห้องนอนผ่านระเบียงหลังห้องที่ยังคงสว่างโร่อยู่จึงคาดเดาได้อย่างง่ายดาย
ไช่อิงไม่ได้รับรู้เื่การพนันขันต่อระหว่างสององครักษ์ทว่าเธอเหลือบมองเวลาบนแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ด้วยความอยากรู้พลางตาโตด้วยความตื่นใโดยละเื่จะออกไปตรวจสอบห้องนอนสามีทางระเบียงหลังห้องทันทีแล้วอุทานออกมาว่า
“ตายแล้ว! นี่ฉันเล่นคอมเพลินเกินไปเหรอเนี่ยต้องไปอาบน้ำนอนได้แล้ว ไม่งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาจะไม่สดชื่น”
หญิงสาวรีบตั้งรหัสผ่านเข้าใช้งานในแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันคนอื่นมาใช้งานก่อนปิดเครื่องแล้วหยิบผ้าขนหนูวิ่งเข้าห้องอาบน้ำเธออาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วขึ้นเตียงนอนพักผ่อนโดยไม่สนใจเข้าหาสามีเหมือนเช่นเคย
ด้านหลงปิงเมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยเขาพบว่าคืนนี้เป็คืนที่สองซึ่งผู้เป็ภรรยาไม่เข้ามาก่อกวนหรือเคาะประตูห้องเรียกอีกพลางกล่าวกับสององครักษ์ซึ่งกำลังเลื่อนโซฟาปรับเปลี่ยนเป็เตียงนอนในตำแหน่งเดิมอย่างสบายใจว่า
“คืนนี้สงบอีก.....ถ้าเป็อย่างนี้ทุกคืนคงจะดี”
ชายหนุ่มเดินไปนอนบนเตียงโดยปล่อยให้สององครักษ์เป็คนปิดไฟในห้องเองเขาหลับสบายรวดเดียวโดยไม่ได้สนใจท่าทีแปลกประหลาดของอีกสองคนในห้องแม้แต่น้อย
จิวหลุนและเหลียงเกอค่อยๆ เดินย่องเบาไปแนบหูฟังประตูเชื่อมระหว่างสองห้องนอนเพื่อสังเกตสถานการณ์ทางฝั่งไช่อิง
จิวหลุนได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำออกมาจากทางห้องหญิงสาวเขายิ้มพร้อมกระซิบบอกเพื่อนอย่างมีชัยเหนือกว่าว่า
“เห็นไหม…..ฉันว่าแล้ว อีกเดี๋ยวเธอก็จะนอนแล้วพรุ่งนี้ก็จะไปวิ่งเหมือนเดิม นายแพ้ฉันแน่เพื่อน”
“ยังไม่จบศึก.....อย่าเพิ่งนับศพทหาร”
เหลียงเกอหรี่ตามองเพื่อนแล้วกระซิบตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้เขายังแอบมีความหวังอยู่บ้างว่าภรรยาเ้านายจะไม่ตื่นไปออกกำลังกายอีก แต่จะเพลิดเพลินไปกับของเล่นใหม่ด้วยการท่องโลกอินเทอร์เน็ตแทน
จากนั้นสององครักษ์เดินย่องเบากลับไปนอนบนที่นอนของแต่ละคนโดยไม่จำเป็ต้องตั้งนาฬิกาปลุกไว้เพราะทุกคนสามารถตื่นได้เองโดยอัตโนมัติซึ่งเป็ผลมาจากการฝึกฝนอันหนักหน่วงตลอดห้าปีเต็ม
..........
รุ่งเช้าเวลาสี่นาฬิกาตามเวลาปกติของการไปออกกำลังกาย
สององครักษ์ตื่นแล้วรีบเตรียมชุดกีฬาให้เ้านายพอห้องเข้าสู่ความเงียบสงบครู่หนึ่ง ทั้งคู่พลันได้ยินเสียงเปิดปิดประตูดังมาจากห้องทางฝั่งไช่อิงวินาทีถัดมาหลงปิงเปลี่ยนชุดกีฬาออกมาจากห้องน้ำเสร็จเรียบร้อยพอดี
คุณชายสามแห่งตระกูลหลงเหลือบมองสององครักษ์อย่างเข้าใจอะไรบางอย่างแล้วถามเกี่ยวกับสถานการณ์พิกลของทั้งคู่ว่า
“ไช่อิงไปออกกำลังกายอีกแล้วเหรองานนี้ใครชนะล่ะ”
เหลียงเกอยกกำปั้นสองข้างขึ้นมาด้วยสีหน้าอึดอัดใจก่อนตอบเ้านายตามจริงว่า“ผมนี่แหละครับ.....คนแพ้”
หลงปิงส่ายหน้าอย่างไม่สนใจการพนันของลูกน้องอีกโดยเหลือบเห็นจิวหลุนออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วเพื่อทำหน้าที่ติดตามภรรยาตามคำสั่งของตนส่วนเหลียงเกอไปกดปุ่มลับข้างเตียงเพื่อเปิดเส้นทางลับพาเ้านายไปออกกำลังกายตามปกติ
วันนี้ไช่อิงสามารถวิ่งเหยาะๆสลับด้วยการเดินเร็วจนครบสิบรอบสวนสาธารณะโดยมีระยะทางรวมทั้งหมดยี่สิบกิโลเมตรพอดีเธอยังไม่เริ่มต้นฝึกฝนทักษะต่อสู้แต่เห็นว่าตนหยุดวิ่งในพื้นที่เหมาะสมต่อการฝึกทักษะอ่อนไหวอย่างพลังจิตแทน
หญิงสาว้าเพิ่มประสิทธิภาพของสัญชาตญาณให้แม่นยำขึ้นซึ่งเป็หนึ่งในทักษะสำคัญของการเป็สายลับจากองค์กรพลางกวาดตามองรอบพื้นที่พิเศษด้วยความสนใจแล้วพยักหน้าตกลงใจที่จะใช้พื้นที่แห่งนี้สำหรับฝึกฝนพลังจิตว่า
“แถวนี้ไม่เลวเลยลองฝึกพลังจิตก่อนแล้วกัน”
ไช่อิงเดินไปนั่งขัดสมาธิอยู่บนหินก้อนใหญ่ที่มีพื้นผิว้าเรียบโดยถูกจัดวางอยู่ต่อหน้าทะเลสาบกว้างใหญ่ด้วยบรรยากาศรุ่งสางที่มีผู้คนมาออกกำลังกายไม่กี่คน ความสงบเกิดขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมอันรื่นรมย์ของใต้ร่มไม้ใหญ่ใกล้ทะเลสาบเธอหลับตาลงแล้วทำสมาธิตามหลักการอันเคยเรียนรู้มาจากชาติก่อนในทันที
หญิงสาวเปิดประสาทััทุกส่วนเพื่อรับรู้แล้วทำการแยกแยะเสียงและการเคลื่อนไหวทั้งหมดภายใต้ประสบการณ์ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงในชาติที่เจ็ดเธอสามารถแยกแยะเสียงและความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตได้อย่างง่ายดาย
จิวหลุนทอดตามองไช่อิงจากระยะไกลด้วยความสนใจพอเขาเห็นว่าเธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนหินก้อนใหญ่ด้วยท่าทางสงบนิ่งคล้ายกำลังทำสมาธิจึงไม่เข้าไปรบกวนแต่ทำการอบอุ่นร่างกายเพื่อเตรียมตัวไปฝึกฝนทักษะต่อสู้กับเ้านายและเพื่อนต่อไป
ชายหนุ่มดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือด้วยความประหลาดใจเพราะพบว่าเธอนั่งสมาธิเป็เวลานานแล้วเขาคิดว่าเธอไม่น่าจะไปสถานแห่งอื่นอีกเพราะเธอมีหน้าที่ต้องไปจัดเตรียมอาหารสำหรับทุกคนในตระกูลหลงจึงวิ่งตรงไปหาเ้านายและเพื่อนเพื่อรายงานพฤติกรรมประหลาดของไช่อิงด้วยความสงสัยทันที
หลังจากจิวหลุนจากไปไม่นานนักไช่อิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาเธอยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจเพราะพบว่าตนสามารถฝึกฝนพลังจิตได้รวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
“เจ๋ง! หากฉันได้ฝึกทุกวันอีกไม่นานก็จะเป็ไพ่ลับเหมือนชาติก่อน แต่น่าเสียดายที่ฉันไว้ใจคนใกล้ตัวเกินไปชาตินี้ฉันขอใช้ชีวิตสงบสุขบ้าง ฉันอยากมีชีวิตเหมือนคนธรรมดา แล้วจะไม่ไว้ใจใครง่ายๆ อีก”
ไช่อิงพึมพำอย่างมีความสุขพลันนึกถึงเหตุการณ์ล่าสุดของชาติที่เจ็ดอันเป็เหตุทำให้เธอเสียชีวิตจนมาเกิดใหม่เป็ชาติที่แปดนั้นเกิดจากเธอเชื่อใจเพื่อนสนิทจากองค์กรส่งมาช่วยเหลือเพราะเธอได้รับภารกิจเพิ่มในการสังหารสายลับของฝ่ายตรงข้ามทว่าเพื่อนสนิทกลับกลายเป็พวกเดียวกับฝ่ายตรงข้ามแล้วยังแอบสับเปลี่ยนอาวุธประจำตัวจนทำให้เธอพลาดถูกสังหารแล้วมาเกิดใหม่นั่นเอง
หญิงสาวยกมือขึ้นดูเวลาพลางตาโตด้วยความใเพราะเหลือเวลาอีกไม่นานจะถึง่จัดเตรียมอาหารเช้าสำหรับสมาชิกในตระกูลหลงซึ่งเธอตั้งใจปรุงอาหารพิเศษไปให้พ่อด้วยจึงรีบลุกขึ้นวิ่งกลับคฤหาสน์ตระกูลหลงในทันที
ด้านจิวหลุนกลับไปรายงานเ้านายตามจริงโดยไม่ลืมตรวจสอบการกลับเข้าไปในบ้านของไช่อิงผ่านกล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งแอปไว้คอยตรวจสอบในโทรศัพท์พอเขาเห็นว่าไช่อิงไม่ได้ไปที่อื่นแต่วิ่งกลับบ้านตระกูลหลงตามเวลาจึงรายงานเ้านายว่า
“วันนี้น่าจะวิ่งได้ดีกว่าเมื่อวานครับเธอเดินน้อยกว่าที่เสี่ยวเกอเล่าให้ฟัง ร่างกายคงจะปรับตัวได้แล้วแต่ไม่รู้นึกคึกยังไงถึงได้ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย”
หลงปิงรับฟังรายงานจากลูกน้องขณะกำลังโหนบาร์เสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายเขากล่าวตอบโดยอดที่จะเหน็บแนมบางคนไม่ได้ว่า
“อาจจะอยากทำอะไรใหม่ๆ ละมั้ง แต่ก็ดีแล้วนี่ หัดออกกำลังกาย มันก็ดีกว่าทำตัวกรีดกรายเหมือนบางคนไม่ใช่เหรอ”
คุณชายสามอดที่จะพูดแขวะให้กับอาสะใภ้และพี่สะใภ้ไม่ได้ขณะน้องสาวคนเล็กมีท่าทางใส่ใจต่องานในบริษัทมากกว่าทว่าเขายังไม่ไว้วางใจครอบครัวอาสักคนจนกว่าจะพิสูจน์ความจริงสาเหตุการเสียชีวิตของพ่อแม่และปู่ให้กระจ่างเสียก่อน
“ใช่ครับ!”
จิวหลุนและเหลียงเกอมองสบตากันแล้วตอบเ้านายด้วยความประหลาดใจทั้งสองคนพบว่าเ้านายแสดงอารมณ์ออกมามากกว่าเดิมไม่ใช่อารมณ์นิ่งเฉยหรือเ็าเหมือนแต่ก่อนซึ่งทั้งคู่ต่างพบความผิดปกตินี้แต่ไม่มีใครกล้ากล่าวแสดงความคิดเห็นออกมาสักคน
จนกระทั่งได้เวลาสมควรจึงพากันเดินทางกลับเข้าห้องนอนของคุณชายสามด้วยเส้นทางเดิมต่อมาหลงปิงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปนั่งรับประทานอาหารเช้าอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่เหมือนเดิมโดยมีจิวหลุนเป็คนดูแลขณะเหลียงเกอไปเตรียมตัวทำหน้าที่พาไช่อิงไปชอบปิงตามคำสั่งเ้านาย