ตอนที่ 3 ภาคจุดกำเนิดก่อเกิดรัก (17)
ตูม...เกิดเสียงดังกัมปนาทขึ้นกลางป่าไม้ แผ่นดินะเืูเาสั่นคลอน คนทั้งขบวนที่เฝ้าอยู่นอกป่าไม้ถูกเสียงดังมหึมานี่ทำเอาหูแทบดับ ขนลุกชูชัน มองเข้าไปในป่าไม้อย่างสะพรึงกลัว กลับเห็นเพียงเปลวเพลิงลุกระอุพวยพุ่งเสียดฟ้า จากนั้นเกิดเสียงร้องดังอึงอลอีกระลอกหนึ่ง ต้วนเฟิงและสือหนิงไม่มัวรักตัวกลัวตาย คว้ากระบี่ขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าไปในป่าทึบ แต่ถูกม่านพลังที่ไม่รู้สร้างขึ้นมาเมื่อไรขวางไว้ด้านนอก สือหนิงทุบตีของที่มองไม่เห็นแต่กลับััได้ตรงหน้าอย่างขัดใจ ฝ่ามือถูกแผดเผาจนแดงเถือก
“ถอยไป!” ชื่อเฉิงจวินโบกมือให้เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรถอยหลัง ส่วนตนโคจรปราณหมายจะผ่าเปิดม่านพลังนี้ แต่กระบี่ที่มีพลังิญญาของเซียนชั้นสูงสิบส่วนกลับยังไม่สามารถทำอะไรม่านพลังนี้ได้สักเสี้ยว กระแทกเข้ากับกำแพงล่องหนดังปึง แล้วหันเปลี่ยนทิศทางอีกครั้งภายใต้แรงโจมตีมหาศาล พุ่งกระแทกบนต้นไม้ด้านหลังชื่อเฉิงจวินเสียงดังโครมคราม แล้วเกิดไฟลุกท่วมอีกลูกหนึ่ง
“ค่ายกลนี่ถึงกับลึกล้ำยากหยั่งขนาดนี้เชียว” ชื่อเฉิงจวินขมวดคิ้ว ทอดมองทะเลเพลิงเบื้องหน้าที่ถูกกำแพงล่องหนโอบล้อม พร้อมกับแตกะเิไม่หยุดอย่างหวาดกลัวอยู่บ้าง
เหลียนเชวี่ยกลับไม่คิดว่าค่ายกลนี่ลึกล้ำสุดหยั่งเท่าไรนัก มันอ้อมกลไกอย่างระมัดระวังและหาอาวุธเวทในตาค่ายกลพบแล้ว เป็แหวนเล็กๆ วงหนึ่ง ้าเลี่ยมอัญมณีสีแดงโลหิตชิ้นหนึ่ง ตอนที่มันคาบแหวนวงนั้นขึ้นมาก็ได้รับแรงต้านเล็กน้อย รอบตัวเกิดพายุหมุนแปลกพิศวงขึ้น ปิดล้อมตัวของเหลียนเชวี่ยเอาไว้แ่า แต่มันไม่ได้กลัว บริกรรมคาถาข่มพายุหมุนไปพลางขณะพยายามกางปีกบินออกไปด้านนอก เท้าของมันพ้นจากพื้นดินแล้ว หากพยายามอีกทีละนิดก็สามารถฝ่าพายุหมุนทลายข่ายอาคมไอพิษก่อกวนใจนี่ได้แล้ว!
ทว่าคลื่นความร้อนที่เสียงดังกึกก้องและรุนแรงกว่าพายุหมุนร้อยเท่าก็จู่โจมเข้ามาปุบปับ เหลียนเชวี่ยเซถลามาอยู่บนแท่นบูชาของตาค่ายกลในทันที มันร้องเสียงดัง ‘อ๊าก’ คราหนึ่ง แหวนวงนั้นหลุดเข้าปากและไหลลงไปในคอของมัน มันหายใจลำบากในบัดดล ทรมานสุดขีด ขณะที่คิดหาวิธีขย้อนแหวนวงนั้นออกมา จู่ๆ ค่ายกลนั่นก็เปลี่ยนไป แท่นบูชาเคลื่อนย้ายตามตาค่ายกลด้วยความเร็วดุจพายุคลั่งฝนฟ้าคะนอง เหลียนเชวี่ยหน้ามืดตาลาย จุกเสียดหน้าอกระลอกหนึ่ง แต่ไม่เพียงคายของออกมาไม่ได้ ตรงข้ามกลับยังกลืนแหวนวงนั้นเข้าไปในท้อง...
ผู้ที่ได้รับแรงโจมตีมากสุดย่อมเป็ทางด้านหนานิจวิน เขาเห็นเปลวเพลิงลุกโชนก็อยากจะเอาน้ำไปดับไฟในทันที แต่เปลวเพลิงของสัตว์ปีศาจที่โอสถทิพย์ะเินั้นทรงพลังจริงๆ แม้ว่าหนานิจวินจะราดน้ำพลังิญญาลงไปก็ไร้ผล ดีที่เขายังเตรียมตัว ตอนเริ่มะเิก็ฝืนกางม่านพลังวัชระขึ้นมา ทว่าะเิมาเป็ระลอกๆ แม้มีม่านพลังคอยปกป้องหนานิจวินยังคงได้รับแรงโจมตีหนักหน่วงอยู่ดี คนและม่านพลังถูกฟาดไปไกลๆ พร้อมกันหนแล้วหนเล่าราวกับลูกหนังถูกโจมตี
หากเหาะเหินไกลออกไปเรื่อยๆ ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะอันตรายถึงชีวิต แต่ตอนที่ค่ายกลนี้เริ่มะเิดันเกิดการเปลี่ยนแปลง ปรากฏกำแพงแข็งโป๊กขึ้นมาแถบหนึ่ง หนานิจวินถูกสะบัดกระแทกกำแพงอย่างจัง อวัยวะภายในเกือบถูกซัดะเืแหลกลาญ ไม่รอให้เขาโคจรปราณปรับลมปราณคลื่นลูกถัดไปก็ซัดจู่โจมเข้ามาเต็มแรงอีกครั้ง เขาถูกกดบนกำแพงนี้แน่นิ่งไม่ไหวติง
“ฮ่าๆๆๆ...” ต้นไม้โดยรอบลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้ว่าจะมีการะเิครั้งถัดไปอีกเมื่อไร ทว่าเสียงหัวเราะเล็กแหลมของหญิงสาวลอยมาจากในเปลวเพลิงลุกไหม้ที่แตกปะทุ “นี่คือหนานิจวินไม่ใช่หรือ ช่างบังเอิญจริงๆ...เ้าก็มีวันนี้เหมือนกัน...”
หนานิจวินรู้ว่านี่เป็เสียงที่เ้าของข่ายอาคมถ่ายทอดออกมาผ่านวงเวท แม้ว่าฟังดูเหมือนอยู่ใกล้เพียงตรงหน้าแต่เ้าของข่ายอาคมไม่มีทางปรากฏตัวออกมาจริงๆ แน่ เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล เขาไม่แยแสเสียงนั่นและร่ายผนึกคำสาปต่อไป ต้องพยายามะโหนีจากค่ายกลก่อนที่จะะเิครั้งต่อไป
แต่เสียงของหญิงสาวกลับดังขึ้นต่อไป “เหตุใดหนานิจวินไม่พูดไม่จา เ้ากลัวแล้วหรือ”
หนานิจวินไม่ได้กลัว เขาคิดวิธีรับมือไว้แล้ว...กำลังของเขาไม่สามารถผ่าม่านพลังเบื้องหน้าออกได้ แต่หากรอการโจมตีถัดไปมาเยือน คว้าโอกาสเหมาะก็สามารถใช้ความแรงที่ส่งมาเหวี่ยงกลับไปเพื่อทำลายกำแพงล่องหนนี่ได้
“ฮ่าๆๆๆ...ก็จริง เ้าคงกลัวสินะ ขอเพียงะเิอีกครั้งเ้าต้องตายแน่...ข้าคงต้องตั้งใจชมสภาพใบหน้าหล่อเหลาของเ้าถูกะเิจนเืเนื้อกระเด็นสักหน่อยแล้ว...ฮ่าๆๆ...”
หญิงสาวยังคงพูดพล่ามร่ายยาว หนานิจวินกลับไม่ได้ฟังว่านางกำลังพูดอะไรสักนิด หากแต่กลั้นลมตั้งสมาธิคำนวณโดยละเอียดว่าการะเิครั้งถัดไปจะมาอีกเมื่อไร
หนานิจวินไม่ได้รอนานเกินไปนัก เสียงสนั่นอื้ออึงระลอกหนึ่งดังขึ้น ควันสีดำขมุกขมัวจู่โจมเข้ามาด้วยอานุภาพพลุ่งพล่าน หนานิจวินรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดไว้ที่กระบี่ แทงเข้าใส่จุดที่เคยโจมตีหนักหน่วงก่อนหน้านี้เต็มแรง...เขาเตรียมพร้อมสำหรับทุกสิ่งแล้ว กระบี่ของตนก็อาจจะหักสะบั้น กายเนื้ออาจถูกพลังสองวูบทับจนแบน ดวงจิตอาจแตกสลายลอยปลิวเป็เถ้าถ่าน...แต่ไม่ว่าอย่างไรนอกจากรวบรวมแรงทั้งหมดแทงออกไปเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดอีก
แต่สิ่งที่ทำให้หนานิจวินคิดไม่ถึงคือปลายกระบี่ของเขาเพิ่งแตะโดนกำแพงล่องหน จู่ๆ ค่ายกลตรงหน้าก็หายไป การโจมตีเต็มกำลังของตนสูญเสียจุดแข็งทันที แรงจู่โจมจากด้านหลังมาเยือนตามกำหนดเดิมอีก เขาถูกผลักไปข้างหน้าเหมือนลูกหนังที่ถูกโจมตีอีกครั้ง
หนานิจวินรีบเก็บกระบี่ทันที สะบัดเชือกเซียนในตัวออกไปพันรอบต้นไม้สูงใหญ่ข้างตัวเพื่อทรงตัวให้มั่น แต่ต้นไม้ถูกถอนขึ้นมาทั้งรากอย่างฉับพลัน เขาหลบต้นไม้ที่พุ่งกระแทกเข้ามาใส่ตัวเอง แล้วหมุนตัวเอาเชือกเซียนพันรอบต้นไม้อีกต้น ทำเช่นนี้ซ้ำๆ อยู่หลายครั้งในที่สุดก็ทรงตัวมั่นคงท่ามกลางลมพัดหวีดหวิว