บทที่ 2
การบ้านของวันนี้เสร็จเรียบร้อยดีแล้ว หลังจากแต่งหน้าทำผมเสร็จฉันจึงไม่มีอะไรให้ทำระหว่างรอเพื่อนรักแต่งตัว จึงเลือกออกมาเดินเล่นที่สวนข้างบ้าน ตอนแรกฉันอยากจะเล่นกับเ้าสุนัขลอตไวเลอร์ตัวโปรดอยู่หรอก แต่พี่เลี้ยงขัดซะก่อนบอกว่าเดี๋ยวเ้าอาเธอร์จะทำกระโปรงฉันเลอะ เห็นว่ากระโปรงชุดนี้เป็คอลเลคชั่นใหม่ของแบรนด์ลูกพี่ลูกน้องฉันที่ยังไม่วางขายแต่อยากให้ญาติๆ ช่วยกันใส่โปรโมตก่อน
นั่งแหง่วรออยู่ในสวนได้ไม่นาน นางฟ้าก็ออกมาในชุดสีฟ้าอ่อนพอดีตัวสวยงาม ตัวชุดตัดเย็บปราณีต แบบไม่เกลื่อนตามท้องตลาด พอมาอยู่บนหุ่นนางแบบของเพื่อนสาวฉันแล้ว ยิ่งขับให้ชุดดูดียิ่งขึ้นไปอีก สมกับเป็ดาวเด่น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนสวมใส่อะไรมักดูดีจนคนตะลึงตลอด
“ควีน ทำอะไรอยู่น่ะ ไปกันเถอะ คุณลุงรอในรถแล้ว”
ฉันเงยหน้าละสายตาจากหนังสือนิยายในมือแล้วพยักหน้ารับรู้ พี่เลี้ยงยื่นมือมารับหนังสือไปก่อนจะจัดแต่งทรงผมและทรงชุดให้ฉันอีกรอบ
คุณพ่อเลือกที่จะนำรถยนต์ส่วนตัวไปอีกคัน เดาว่าท่านคงวางแผนไว้แล้วว่าจะไม่กลับพร้อมพวกฉัน ฉันเดินขึ้นรถไปพร้อมกับนางฟ้า ไม่นานเราก็ออกจากอาณาเขตบริเวณบ้านตัวเอง
สถานที่จัดงานอยู่ไม่ห่างจากบ้านเรานัก เพราะเ้าของงานเลือกที่จะจัดไพรเวทปาร์ตี้ที่คฤหาสน์ของตัวเองแทนที่จะเป็โรงแรม
ทั่วทั้งเมือง แหล่งที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดก็คงไม่พ้นเขตบริเวณเมืองที่ครอบครัวฉันอาศัยอยู่นี้ ดังนั้นในงานจึงค่อนข้างเข้มงวดด้านความปลอดภัย
หนักงานรักษาความปลอดภัยตรวจสอบรอบรถรอ พร้อมทั้งดูบัตรเชิญควบคู่กับรูปประกอบของแขกทุกคน จึงจะปล่อยผ่านให้รถเข้าไป กว่าเราจะมาถึงตัวคฤหาสน์ได้ก็ต้องต่อคิวรอรถหรูทั้งหลายที่มาส่งเ้านายขับผ่านไปก่อน จนกระทั่งคุณพ่อลงจากรถเรียบร้อยแล้ว ท่านยืนรอฉันกับนางฟ้าอยู่ที่ทางเข้า รถที่ฉันนั่งมาจึงขยับไปด้านหน้าแล้วจอดนิ่งอยู่ตรงพรมแดงนั้น
พนักงานแต่งตัวเนี้ยบเข้ามาโค้งกายเปิดประตูให้เราทั้งสองคน ฉันก้าวออกจากรถ เดินออมรถไปอีกด้าน ก่อนจะยื่นมือออกไปจับมือคุณพ่อที่ยื่นมารออยู่ก่อน ท่านตบมือฉันเบาๆ แล้วเดินนำเราสองสาวเข้าไปด้านในโดยไม่มีผู้ติดตาม
พอเข้ามาถึงบริเวณห้องโถง ตรงนี้มีแขกอยู่บ้างประปราย แต่ล้วนเป็คนที่เราคุ้นเคยกันดีในหมู่แวดวงสังคม ฉันขยับยิ้ม ยกมือไหว้อย่างสวยงามจนเริ่มมือเปื่อย ในที่สุดคุณพ่อก็หันมาบอกฉันกับนางฟ้า
“พวกลูกไปสนุกกับเพื่อนเถอะ”
สีหน้าฉันเผยแววโล่งอกขึ้นมาทันที รีบปลีกตัวไปยังห้องรับรองที่ปีกซ้ายชั้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว ตรงนั้นคือจุดรวมตัวของบรรดาลูกหลานทายาทเ้าสัวทั้งหลาย คฤหาสน์หลังนี้ตัวฉันเองไม่ได้พึ่งมาเป็ครั้งแรก เพราะเคยมาร่วมงานวันเกิดเ้าของบ้านอยู่ 2-3 ครั้งกับคุณพ่อและคุณแม่ แต่นางฟ้าพึ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก เธอจึงอดตื่นเต้นไม่ได้
“ที่นี่สวยมาก พวกของตกแต่งดูเหมือนจะเป็ของเก่าแก่ทั้งนั้นเลย”
ฉันพยักหน้าเบาๆ เข้าใจความตาโตของเธอ เพราะในตอนที่มาครั้งแรก ฉันเองก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน ที่นี่ตกแต่งไม่ต่างไปจากวัง เพราะเ้าของเป็นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาหลายรุ่น เป็ตระกูลเก่าแก่สืบทอดนับร้อยๆ ปี ตัวฉันแค่เคยพบผู้นำตระกูล มาอวยพรวันเกิดท่านร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ แถมไม่ได้มาด้วยนับั้แ่เริ่มโต จึงไม่ได้สนใจผูกมิตรกับลูกหลานบ้านนี้ซักเท่าไหร่ แม้ว่าพวกผู้ใหญ่จะอยากให้เด็กๆ สนิทสนมกันมากก็ตาม
ฉันแค่รู้ว่าบ้านนี้มีลูกหลานน้อย ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน มีลูกชายแค่คนเดียว คนๆ นั้นอายุมากกว่าฉัน 2-3 ปี เราเคยพูดคุยกันบ้าง แต่รสนิยมไม่ได้คล้ายกัน นี่คือพูดแบบอ้อมๆ แต่ถ้าพูดตรงๆ ก็คือ เคมีเราเข้ากันไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นจึงคุยกันไม่รู้เื่และเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการพบกันโดยปริยาย คนๆ นั้นที่ว่าก็คือพี่คิงส์ ใช่ คนนั้นแหละที่ฉันเจอเขาอยู่กับผู้หญิงในสภาพไม่เรียบร้อยเมื่อวันก่อน
“คุณควีน ไม่ได้พบกันนานเลยนะคะ”
ฉันหันไปทางขวามือ พบผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉันคนหนึ่ง เธอคนนี้ก็คือลูกสาวคนเล็กเ้าของธุรกิจด้านอาหาร นิสัยไม่ได้แย่ ฉันไม่ได้สนิทสนมอะไรกับเด็กๆ บ้านนี้นัก อันที่จริงแล้วฉันก็ไม่สนิทสนมกับบ้านไหนทั้งนั้น
“สวัสดีค่ะคุณแพรฟ้า” ฉันเอ่ยทักทายตอบตามมารยาท ก่อนจะหันไปทางนางฟ้าแล้วเอ่ยทักทาย เพราะนางฟ้าพึ่งจะพบคนด้านหน้านี้เป็ครั้งแรก
“นี่คุณนางฟ้า เป็เพื่อนของควีนเองค่ะ” ฉันเอ่ยทักทายง่ายๆ แล้วปล่อยให้นางฟ้าสานต่อบทสนทนากับคนตรงหน้าเอง ดูเหมือนทั้งคู่จะมีความชอบคล้ายคลึงกันจึงมีหัวข้อให้ชวนกันคุย นอกจากลูกสาวคนเล็กของวงกรอาหารแล้ว ยังมีทายาทลูกหลานคนดังอีกมากมายมากล่าวทักทายฉันในวันนี้ แต่ฉันจำได้ไม่หมด แค่ยิ้มให้ทุกคนและเอ่ยสวัสดีจนล้าใบหน้า
ฉันฉวยจังหวะตอนที่ทุกคนกำลังสนใจคุยกับนางฟ้าเพื่อปลีกตัวออกมา แต่นางฟ้ากลับคว้าแขนฉันไว้อย่างรวดเร็ว
“จะไปไหนน่ะ” เ้าหล่อนถาม แถมยังคว้าแขนฉันไว้เสียแน่น
“ไปเข้าห้องน้ำน่ะ” ฉันตอบไป เ้าหล่อนจึงยอมพยักหน้าแล้วปล่อยฉันไปแต่โดยดี ฉันรีบปลีกตัวออกมาจากกลุ่มคน ไปเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็ไม่คิดจะกลับเข้าไปในงาน จึงพยายามมองหาที่สงบๆ จนกระทั่งเห็นประตูระเบียงแว๊บๆ ผ่านผ้าม่านยาว ฉันเอื้อมมือออกไป คว้าประตูเปิดออก รู้สึกดีใจที่ตรงนั้นไม่ได้ลอคไว้ พอปิดประตูระเบียงสนิทแล้ว เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวด้านในห้องโถงก็เงียบไปถนัดตา ราวกับอยู่อีกโลกหนึ่ง
ฉันแทบจะถอนหายใจออกมา รู้สึกสงบขึ้น
คนเป็ introvert นี่ไม่ถูกโรคกับงานเลี้ยงจริงๆ นั่นแหละน๊า ฉันเอนหลังพิงระเบียง
ตรงจุดนี้มีเพียงไฟสีส้ม้าดวงเดียว ทำให้รอบด้านดูมืดสลัว ทอดสายตาออกไปด้านนอกระเบียงคือสวนต้นสนที่ถูกออกแบบอย่างสวยงาม ต้นสนถูกดัดเป็รูปทรงต่างๆ ฉันเอามือเถ้าคางยันระเบียงเงยหน้าขึ้นมองดูดวงจันทร์้า อยากให้เวลาผ่านไปไวๆ จัง
ระหว่างกำลังชื่นชมอยู่กับความสงบ กลิ่นดินชื้นๆ และกลิ่นหญ้าก็ลอยเข้ามา ก่อนที่กลิ่นบุหรี่จะลอยตามมาด้วย
หื้ม…กลิ่นบุหรี่จากไหนน่ะ
ฉันพยายามมองซ้ายมองขวาด้านนอกระเบียง แต่ก็ไม่เห็นคนแม้แต่เงา
สงสัยตรงนี้จะเป็จุดให้สูญบุหรี่ล่ะมั้ง เพราะแบบนี้เลยไม่ได้ลอคประตูเอาไว้สินะ ตอนนั้นเอง จู่ๆ กลิ่นก็แรงขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันแรงจนฉันหันมองไปทางต้นตอของกลิ่นได้
แล้วฉันก็พบผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนหันหลังพิงระเบียงอยู่ที่สุดมุมสุดตรงจุดอับสายตา เขาเงียบมากฉันจึงไม่ทันสังเกตุเลย แต่จากท่าทางแล้ว เขาคงจะอยู่ตรงนี้ก่อนฉันเข้ามาแน่นอน
โชคดีที่มีแสงเพียงพอ เราสบตากันอีกครั้ง ฉันเห็นใบหน้าเขาชัดเจน…พี่คิง
ฉันก็ไม่รู้นะว่าเขาจำฉันได้ไหม เพราะั์ตาคมกริบนั้นจ้องฉันเงียบๆ แต่ทำขนหลังฉันลุกซู่รู้สึกเหมือนเป็เด็กทำผิดที่ถูกจับได้
นี่เขาคงเห็นท่าทางถอนหายใจของฉันหมดแล้วแน่เลย ฉันควบคุมสีหน้าตัวเองให้นิ่งแม้ว่าในหัวจะมีเสียงแก้วแตกดังเพล้งอยู่ก็ตาม
ฟู่ววว…
เขาเป่าควันออกมาทางฉันเต็มที่อีกครั้ง ชนิดที่ทำฉันสำลักแค่กได้
พอส่งสายตาไม่พอใจไป ก็พบกับสายตาดุนิ่งที่มองมาแบบไม่สนใจ
นั่น เขาจงใจ!
เราไม่เอ่ยทักทายกันแม้แต่คำเดียว แต่ตาจับจ้องดูท่าทีกัน ฉันตัดสินใจแล้วว่าไม่ควรจะอยู่ตรงนี้อีก จึงเป็ฝ่ายยอมหมุนตัวเดินไปที่ประตูระเบียง
พี่คิงไม่สนใจฉัน พอเห็นว่าฉันเป็ฝ่ายออกไปจากระเบียงเอง เขาจึงละลายตามองกลับไปที่ด้านนอกไม่มองมาทางฉันอีก ฉันจับประตู ดึงเปิดออก เสียงพูดคุยด้านในดังขึ้นอีกครั้ง ลาก่อนความสงบสุข ฉันก้าวเข้าไปในห้องโถงงานเลี้ยง
พอประตูปิดสนิทลง ฉันเหลือบมองด้ามจับ ตรงนั้นมีปุ่มลอคอยู่
กริ๊ก
หึ
กดแล้วฉันก็รีบก้าวเท้าเดินห่างจากประตูระเบียงนั้นอย่างรวดเร็วไม่แม้แต่จะเหลือบไปมองซ้ำ
ฉันเดินกลับเข้ามาในงาน พยายามกวาดสายตามองหานางฟ้า แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ ตอนนี้ภายในห้องโถงไม่ได้มีคนอยู่มากแล้ว หายไปไหนกันนะ ฉันถามบริกรจึงได้ความว่าตอนนี้ทุกคนไปรวมตัวกันที่สระว่ายน้ำแทนแล้ว
ฉันตามบริกรมาจนถึงสระว่ายน้ำ ท่ามกลางกลุ่มเด็กวัยรุ่น ฉันเห็นนางฟ้าอยู่ในสระว่ายน้ำ ตัวเปียกปอนช่วยดึงบริกรคนหนึ่งขึ้นมาจากสระน้ำ ดูเหมือนบริกรสาวคนนั้นจะยังเด็ก อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน หรืออาจจะมากกว่านิดหน่อย ทั้งคู่ขอบตาแดง โดยเฉพาะบริกรสาวคนนั้นที่ยืนตัวสั่นก้มหน้าด้านหลังนางฟ้า
เพื่อนรักของฉันโกรธจัด เธอกำลังชี้หน้าเด็กหนุ่มคนหนึ่งกับพวกของเขาอยู่ ฉันพยายามหรี่ตามองท่ามกลางความมืด จึงพบว่านั่นคือลูกชายคนเล็กของกลุ่มธุรกิจด้านการเงินชื่อดัง เขากับเพื่อนของเขาเป็จอมเกเรที่ฉันได้ยินชื่อมานาน นั่นคงจะรังแกบริกรสินะ
โรคผู้พิทักษ์ความยุติธรรมคงเข้าสิงนางฟ้าอีกแล้ว
“ฉันไม่สนหรอกว่านายจะเป็ลูกหลานใคร แต่นายก็ไม่มีสิทธิ์ไปดูถูกและรังแกใคร”
นางฟ้าที่ตัวเปียกปอนเถ้าสะเอวชี้หน้า เด็กหนุ่มคนนั้น เด็กหนุ่มคนนั้นกับพวกเพื่อนๆ พากันกอดอก เชิดหน้าใส่นางฟ้า
“เธอมันก็แค่เด็กที่ตระกูลอัศวิริยะกุลเก็บมาเลี้ยง มีสิทธิ์อะไรกล้ามาขึ้นเสียงใส่คุณชายอย่างฉัน” นั่นนามสกุลฉันเอง ฉันมองทั้งคู่โต้เถียงกันอย่างยากลำบากเพราะความสูง-ต่ำไม่เท่ากัน ฝ่ายชายต้องเขย่งแล้วเขย่งอีก
“ประสาทเหรอ ยุคไหนแล้ว ทุกคนมีสิทธิ์พูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น เ้ายศเ้าอย่างอย่างกับหลุดออกมาจากการ์ตูน ถามจริง นายเป็เด็กเบียวเหรอ”
นางฟ้าด่ากลับ ทำเอาคุณชายคนนั้นอึ้งไปเพราะไม่เคยถูกคนตอบโต้กลับมาก่อน พวกลูกกระจ๊อกเห็นท่าทางเอาเื่ของนางฟ้าแล้วถึงกับก้าวถอยหลังกันคนละก้าวแบบไม่รู้ตัว
คุณชายเล็กแห่งกลุ่มธุรกิจการเงินตัวเล็กกว่านางฟ้า พอเจอนางฟ้าก้มหน้าใส่เขาก็หน้าแดงจัด โกรธแต่ก็ไม่กล้าลงมือเพราะตัวเองตัวเล็กกว่า
“ยัยบ้า ฉันจะให้พ่อฟ้องคุณลุงอาชวิน! จะให้ท่านไล่เธอออกจากบ้านซะ”
แน่ะ เอาคุณพ่อฉันมาขู่ซะด้วย ไม่รู้ว่าพ่อหมอนี่กับพ่อฉันสนิทกันไหม แต่ฉันไม่ยอมให้ใครมาไล่เพื่อนสนิทฉันง่ายๆ แน่
“โห๋ พูดเหมือนใหญ่มากจนท่านอาชวินต้องฟังแน่ะ นายเป็ใครถึงมีสิทธิ์จะไปสั่งท่านได้ ลูกชายอีกคนของท่านเหรอไอ้เตี้ย”
“เฟ้ย! ยัยปากดีนี่ วอนหาเื่แล้ว”
คนถูกจี้จุดอ่อนเืขึ้นหน้า กำหมัดทำท่าจะชกใหญ่ หมอนั่นปล่อยหมัดใส่นางฟ้า แต่นางฟ้าสูงกว่าแถมยังเป็ศิลปะป้องกันตัว เลยปัดหมัดนั้นอย่างแรงจนคนชกเสียหลักถลาไปด้านข้าง ลูกกระจอกต่างถอยฮือ เมื่อเห็นว่านางฟ้าเอาเื่
“ยัยบ้า ไอ้เด็กเก็บมาเลี้ยง เธอเจอดีแน่”
“มาสิ แน่จริงก็ไปฟ้องเลย นายมันก็เก่งแค่หาเื่คนอ่อนแอกว่าเท่านั้นแหละ”
นางฟ้าหักนิ้วเตรียมลุย แล้วทั้งคู่ก็พุ่งตัวเข้าใส่กัน คุณชายนั่นไม่สนใจหน้าตาตัวเองแล้วเพราะโกรธจนขาดสติ เขาตั้งท่าจะตีนางฟ้าให้ได้ ทุกคนส่งเสียงกรีดร้องรีบขยับหลบทัพกันชุนละมุน บางคนวิ่งออกไปตามการ์ดด้านนอก
ตู้ม!
สองร่างพลัดตกลงไปในน้ำ แม้น้ำจะไม่ลึกมาแต่ก็อันตราย เพราะต่างฝ่ายต่างพยายามตีกันชุนละมุน ฉันรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำคว้าไดร์เป่าผมมา เบียดแทรกตัวเข้าไปที่ริมสระ พอเห็นว่าเพื่อนของคุณชายกำลังจะลงไปช่วยเพื่อนด้านล่าง ฉันก็เปล่งเสียงแหลมขึ้นทันที
“หยุดนะ”
แต่ไม่มีใครสนใจ
“พอได้แล้ว หยุดนะ”
ฉันะโอีกครั้ง ก็ยังไม่มีใครฟัง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะใส่ไดร์เป่าผมลงไปในน้ำ”
ไม่ใช่แค่ะโ แต่ฉันเดินไปเสียบปลั๊กจริงๆ ทุกคนรอบข้างส่งเสียงโหวกเหวก ได้ผล สองร่างที่ตีกันนัวเนียในน้ำชะงักกึก เพื่อนๆ ที่ทำท่าจะลงไปช่วยรีบเบรก ฉันชูไดร์เป่าผมขึ้นเหนือน้ำ
“อย่า!!!”
สองเสียงในน้ำะโขึ้นมาพร้อมกันแล้วแยกตัวอย่างรวดเร็ว รีบว่ายกลับเข้าฝั่งตะเกียดตะกายขึ้นมาบนขอบสระว่ายน้ำแบบคนรักชีวิตตัวเอง พอเห็นแบบนี้ฉันจึงวางไดร์เป่าผมลง
พึ่งวางไว้ที่ขอบสระ ใครบางคนก็คว้ามันขึ้นมา ฉันใกลัวมันตกลงไปในน้ำจริงๆ จึงเงยหน้าขึ้น จนได้เห็นใบหน้าเย็นตาและดวงตาดุจัดของผู้ชายที่ฉันพึ่งขังเขาไว้ที่ระเบียง
“เล่นอะไรไม่รู้เื่” เขาว่าแล้วกระชากไดร์จนปลั๊กหลุดออกจากเต้าจากนั้นจึงโยนไปด้านหลังให้ห่างจากสระว่ายน้ำ
ดวงตาดุจัดละจากฉันมองไปทางคนเปียกปอนทั้งสอง
“วันนี้วันเกิดแม่ฉัน พวกนายกล้ามากนะที่มาก่อความวุ่นวายที่นี่”
เขาแค่พูดเรียบๆ ง่ายๆ แต่ฉันรู้สึกได้เลยว่าคำพูดนั้นอันตรายมากจนคุณชายที่เคยกร่างไม่สนใจใครเมื่อกี้หูลู่หางตก รีบเดินเข้ามายกมือขอโทษอย่างไว
ตอนนั้นเองฉันจึงเห็นว่านอกจากพี่คิงแล้วเพื่อนๆ ของเขาก็เดินตามเข้ามาเหมือนกัน พวกเขามีกลิ่นบุหรี่ คงจะออกไปสูบบุหรี่กันสินะ
“ข่ะ ขอโทษครับคุณคิง พวกผมไม่ได้ตั้งใจ”
“ขอโทษเด็กคนนั้นซะ”
“หะ หา…อ่ะ เอ่อ…” ตอนแรกคุณชายคนเล็กทำท่าจะค้าน แต่พอเห็นแววตาพี่คิงแล้ว เขาจึงเดินคอตกไปทางบริกร แล้วเอ่ยขอโทษอย่างเสียมิได้ แม้น้ำเสียงจะแข็งๆ ก็ตาม บริกรสาวพยายามกลั้นน้ำตารีบกล่าวว่าไม่เป็ไรแล้วเอ่ยขอโทษเขาด้วย
เมื่อฝ่ายคุณชายกล่าวขอโทษจบ พี่คิงก็หันไปทางนางฟ้า สายตาดุดันลดน้อยลง เขากล่าวเสียงไม่ดุเท่ากับที่กล่าวกับคุณชายเมื่อครู่
“เธอก็ต้องขอโทษคุณชายคนนั้นด้วย”
นางฟ้าพยักหน้า “ฉันรู้ค่ะ ในส่วนที่ฉันอารมณ์ร้อนนั้น ฉันผิดจริงๆ ฉันขอโทษนะคะ แต่คุณก็ไม่ควรจะรังแกใครอีก ถ้าคุณรังแกใครอีก ฉันจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ ค่ะ”
เสียงหวานกล่าวขอโทษอย่างคนที่รู้ตัวว่าเธอทำเกินไป นางฟ้าใจร้อน แต่เธอไม่เคยบ่ายเบี่ยงหากทำผิด เธอพร้อมจะยอมรับและกล่าวขอโทษเสมอ นั่นแหละนางฟ้าที่ทุกคนรัก ฉันไม่แปลกใจเลยหากจะมีคนตกหลุมรักเธอ
แม้แต่พี่คิง
ในตอนนั้นฉันน่าจะเอะใจได้นะ
“และฉันก็ต้องขอโทษคุณและคุณแม่ และทุกๆ คนด้วยค่ะ ที่สร้างความวุ่นวายขึ้นมา”
วันนั้นฉันเห็นแววตาของเขาวูบไหว นั่นคงเป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาหลงรักนางฟ้าสินะ
“อืม…วันนี้ก็ให้มันแล้วกันไป แล้วอย่ามีอีกล่ะ” ท้ายประโยคนั้นเขาเหลือบมองคุณชายที่ยืนตัวสั่นหน้าซีด เด็กหนุ่มรับคำ ขอยกมือไหว้แล้วขอตัวกลับไปพร้อมพรรคพวกอย่างรวดเร็ว
ฉันเองก็รีบเดินไปทางนางฟ้า ที่รับผ้าขนหนูมาจากแม่บ้านมาคลุมตัว แต่ยังเดินไม่ทันถึงตัวเพื่อนรัก เสียงทุ้มที่ดังมาจากด้านหลังกลับหยุดฉันไว้ซะก่อน
“ส่วนเธอ ยัยเปี๊ยก คราวหน้าทำอะไรคิดให้เยอะๆ รู้มั้ยว่าเมื่อกี้มันอันตรายขนาดไหน”
ฉันไม่กล้าเหลือบมองหน้าคนพูดเลยพยักหน้าหงึกๆ แล้วกล่าวเสียงเบา
“ขอโทษค่ะ” ว่าแล้วก็รีบวิ่งปรู๊ดไปหานางฟ้าอย่างรวดเร็วไม่กล้ามองหน้าพี่คิงอีกเลย
โชคดีที่พวกเรานั่งรถกลับบ้านคนละคันกับคุณพ่อ ในคืนนั้นเลยไม่โดนถามอะไร แต่แน่นอนว่าวันรุ่งขึ้นข่าวมาถึงหูคุณพ่อและคุณแม่อย่างรวดเร็ว
แม้ว่าฉันจะเป็ลูกรัก แต่เมื่อก่อเื่ย่อมต้องถูกลงโทษ ฉันกับนางฟ้าถูกตัดค่าขนมกันไปคนละเดือน แถมถูกดุกันไปคนละยกจากเื่ในคืนนั้น โชคดีที่เ้างานไม่ว่าอะไร เห็นว่าเป็เื่เด็กๆ ทะเลาะกัน
ฉันหวังว่าจะไม่ต้องเจอพี่คิงอีก ฉันไม่ชอบคนดุๆ แบบนั้นเลย