หงลี่จำใจต้องพาหลินฟุร่วมเดินทางไปด้วย นางมีพลังไม่พอจริงๆ จึงไม่สามารถแว๊ปหายตัวได้เหมือนสมัยก่อน ทำได้แต่ออกเดินทางเหมือนมนุษย์ หงลี่คิดในใจว่า “ข้าขอโทษนะหนานยี่ ข้าเพิ่งรู้ตัวว่าข้ามีพลังน้อยมากจริงๆ พวกเ้าหาทางกันเองก่อนเถอะนะ”
“คิดอะไรอยู่หรือ หงลี่” หลินฟุสงสัย
“พวกเราคงต้องเดินทางกันอีกนาน หากท่านจำได้เมื่อไหร่ก็รีบบอกก็แล้วกัน เ้าจะได้ไม่ต้องลำบากเดินทางไปกับข้าด้วย” หงลี่กล่าวย้ำ
“เ้าอย่าคิดมาก เ้าเป็ผู้มีพระคุณของข้า ถึงข้าจำได้ ยังไงก็ต้องช่วยเหลือเ้าอยู่ดี” หลินฟุกล่าว
“ไม่ได้! เ้าต้องไม่ลืมว่าเ้ายังมีครอบครัวที่ห่วงใยและรอเ้าอยู่ เอาเถอะ ไว้รอเ้าฟื้นความจำก่อนค่อยว่ากัน” หงลี่กล่าว
ทั้งคู่เดินทางไปได้สักพัก อยู่ดีๆ ก็มีหญิงสาวสวยนางหนึ่งวิ่งเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าทั้งคู่
“ฮือ ฮือ ช่วยด้วยเ้าค่ะ พ่อของข้าหายตัวไปั้แ่เมื่อคืน ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย ได้โปรดช่วยออกตามหาพ่อของข้าให้ที” หญิงสาวสวยกล่าว
“ในป่าในเขาแบบนี้ เ้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันล่ะ” หงลี่สงสัย นางรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล
“พ่อข้าเป็นายพราน เขาคอยล่าสัตว์และเก็บของป่าขาย ข้าเลยจำต้องอยู่ที่นี่” หญิงสาวกล่าว
“หากพ่อท่านเชี่ยวชาญในป่ามากเสียขนาดนั้น อีกไม่นานพ่อท่านก็กลับมาเองนั่นแหละ ข้าเป็คนต่างถิ่นคงช่วยท่านไม่ได้หรอก” หงลี่กล่าวอย่างเ็า
“ทำไมเ้าไม่ยอมช่วยนางล่ะ แค่ช่วยกันออกตามหาพ่อของนางเองนะ เ้ามีน้ำใจหน่อยสิ” หลินฟุต่อว่า
“ข้ารีบจริงๆ นะ หากเ้าอยากช่วยนาง เ้าก็ออกตามหาเองก็แล้วกัน งั้นข้าไปล่ะ” หงลี่กล่าว
“เ้านี่ช่างใจดำจริงๆ” หลินฟุต่อว่า
“อื้อ ข้าเป็แบบนี้แหละ ถ้าเ้าไม่อยากคบกับข้า เ้าก็แยกทางกับข้าตรงนี้เลยก็แล้วกัน” หงลี่เริ่มน้อยใจ
“งั้นก็ได้ ข้าจะได้ไม่เป็ตัวถ่วงเ้า ข้าจะช่วยนางตามหาพ่อของนางเอง” หลินฟุกล่าว
หงลี่โมโหมาก เลยแยกทางจากหลินฟุ แล้วปล่อยให้เขาช่วยสาวสวยออกตามหาพ่อเพียงลำพัง
ใจหนึ่งหงลี่เองก็รู้สึกห่วงหลินฟุ แต่นางก็มีหน้าที่ที่ต้องกระทำเช่นกัน นางเลยตัดใจเดินจากไป พอนางเดินทางไปเรื่อยๆ นางก็เริ่มสังเกตว่า แถวนี้ไม่มีบ้านผู้คนเลยสักนิด แล้วจะเป็ไปได้อย่างไรที่จะมีผู้คนอาศัยอยู่บริเวณนี้ หงลี่เริ่มเป็ห่วงหลินฟุมากขึ้น แต่ก็ตัดใจเดินทางต่อไป
*******************************************
หลินฟุเดินนำหน้าเพื่อออกตามหาพ่อของนางในป่าลึก แต่ทว่าแถวนี้ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย ไม่เพียงเท่านั้น บริเวณนี้ก็ไม่มีแม้กระทั่งเสียงสัตว์สักตัว
“พ่อของท่านหลงในป่าแห่งนี้แน่หรอ” เมื่อไม่มีเสียงตอบ หลินฟุจึงรีบหันหลังกลับไป แต่ทว่า หลินฟุเริ่มเห็นหญิงสาวสวยกำลังจะแปลงกายเป็ปิศาจ เลยรีบว่า “นี่เ้าเป็ปิศาจนี่”
“555 เ้าช่างเชื่อคนง่ายเสียจริง ข้าเสียดายเ้านะ เ้าช่างหน้าตาหล่อเหลาเอาการ แต่ข้าไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว มาเป็อาหารของข้าซะดีๆ” ปิศาจสาวกล่าว
หลินฟุกำลังจะวิ่งหนี แต่ปิศาจรีบเสกเถาวัลย์มารัดกายของหลินฟุให้ติดกับต้นไม้ใหญ่
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ เ้าปิศาจชั่ว” หลินฟุเจ็บใจที่โดนหลอก
“มาเป็อาหารอันโอชะของข้าซะดีๆ นะ ที่รัก” ปิศาจสาวกล่าวพร้อมกับเอาลิ้นเลียรอบปาก
ปิศาจกำลังจะเขมือบหลินฟุทั้งเป็ แต่ทว่า
หงลี่รีบใช้ดาบฟันมันทันที
“ที่แท้เ้าก็ตัดใจทิ้งชายผู้นี้ไม่ลงล่ะสิ” ปิศาจสาวกล่าว
“เ้าปิศาจชั่ว เ้าก่อกรรมทำเข็ญกินสิ่งมีชีวิตในป่าทั้งหมดจนไม่เหลือ ยังจะมาหลอกลวงผู้คนอีก ตายซะเถอะ” หงลี่รีบเข้าจู่โจม
“ที่แท้เ้าก็คือ เทพหงอัคคี งั้นดีเลย ถ้าข้าได้กินเทพ ข้าก็จะมีพลังเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว” ปิศาจสาวรู้ตัวจริงของหงลี่
ทั้งสองนางต่างต่อสู้กัน แต่เพราะหงลี่สูญเสียพลังไปมาก ทำให้นางพลาดท่าต่อปิศาจ แล้วถูกปิศาจจับเอาไว้
“ปล่อยนางเดี๋ยวนี้ เ้าอย่าทำอะไรหงลี่นะ” หลินฟุพยายามดิ้นให้หลุดจากเถาวัลย์แต่ก็ไร้ผล
เ้าปิศาจจึงใช้ปากของนางจูบไปที่ปากของหงลี่ แล้วรีบดูดพลังปราณของหงลี่ให้หมด
หงลี่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายรีบผลักศัตรู แล้วฟันด้วยดาบอย่างแรง จนปิศาจขาดเป็สองท่อน แล้วมันก็สลายหายไปในชั่วพริบตา
หงลี่เห็นว่าปิศาจตายแล้ว เลยรีบใช้ดาบฟันเถาวัลย์ให้ขาดเพื่อช่วยหลินฟุเอาไว้ แต่พอหลังจากนั้น หงลี่ไม่เหลือพลังอีกต่อไปแล้ว นางเลยล้มสลบไปทันที
โชคดีที่หลินฟุรับไว้ได้ทัน หลินฟุจึงรีบแบกนางไว้ด้านหลัง แล้วหาสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อช่วยผู้มีพระคุณทันที ในใจคิดว่า “ข้าขอโทษ หงลี่ เ้าอย่าเป็อะไรไปนะ ข้าต้องช่วยท่านให้ได้”
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินฟุรีบเช็ดหน้าและเช็ดตัวให้หงลี่ เขาเห็นว่าหงลี่ไม่ฟื้นสักที และคิดว่านางคงสูญเสียพลังไปอย่างแน่นอน เลยคิดแบบไร้เดียงสาว่า หากจูบนางเหมือนกับปิศาจ อาจจะสามารถไถ่พลังคืนได้ หลินฟุเลยลองทำดู เขาจูบไปที่ปากของนางทำท่าเหมือนปิศาจเมื่อคืน
หงลี่รู้สึกแปลกๆ พอลืมตาแล้ว เห็นคนตรงหน้ากำลังจูบนาง จึงรีบผลักหลินฟุและตบหน้าเขาทันที
“นี่เ้าทำบ้าอะไรน่ะ” หงลี่โมโห
“ก็ข้าอยากช่วยท่านนี่ ข้าเห็นปิศาจมันดูดพลังจากปากของท่าน ข้าก็เลยคิดว่า ถ้าข้าจูบแบบปิศาจบ้าง อาจจะช่วยไถ่พลังคืนท่านได้” หลินฟุกล่าว
“ก็นางเป็ปิศาจ แต่เ้าเป็มนุษย์ จะทำอย่างนางได้ยังไง และอีกอย่าง ยังไงข้าก็เป็ผู้หญิง เ้าต้องให้เกียรติข้าบ้าง ไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกันแบบนี้” หงลี่กล่าว
“ข้าขอโทษหงลี่ เพราะข้า เ้าถึงหมดพลังแบบนี้ แต่ข้าก็อยากไถ่โทษด้วยการดูแลท่านนี่” หลินฟุทำหน้ารู้สึกผิด
“ข้าไม่เป็อะไรแล้ว เ้าไปพักเถอะ ข้าคิดว่าเ้าคงยังไม่ได้นอน ขอบตาคล้ำหมดแล้ว” หงลี่เริ่มอารมณ์เย็นลง
“งั้นข้าไปนอนก่อนนะ” หลินฟุกล่าว
หลินฟุกำลังจะนอนกับพื้นภายในห้องเดียวกับหงลี่
“แล้วทำไมเ้าไม่นอนในห้องของเ้า จะได้ไปนอนบนเตียงดีๆ ไง” หงลี่สงสัย
“ก็ข้าบอกสองพ่อลูกนั่นว่าข้าเป็สามีของเ้า ข้าก็ต้องนอนห้องเดียวกับเ้าสิ” หลินฟุกล่าว
“ว่าไงนะ นี่ถึงขั้นไปบอกคนอื่นว่าพวกเราเป็สามีภรรยากันอีก เ้านี่ช่างไม่ยอมให้เกียรติข้าเอาเสียเลยนะ” หงลี่พบว่ามันหนักกว่าที่คิด
“ข้าขอโทษ หงลี่ แต่พอข้าประสบเหตุการณ์แบบเมื่อคืน ข้าก็เลยไม่ไว้ใจใครอีกเลย ข้ากลัวมีคนหรือปิศาจมาทำร้ายเ้า ข้าเลยขอเป็คนดูแลเ้าเอง” หลินฟุกล่าว
“เอาเถาะในเมื่อเ้าหวังดี ข้าให้อภัยเ้าก็แล้วกัน งั้นเ้ามานอนบนเตียงนี่เถิด ข้าจะออกไปสูดอากาศภายนอก” หงลี่กล่าว
“เ้าห้ามหนีข้าไปไหนนะ ต้องรอให้ข้าตื่นก่อนล่ะ” หลินฟุกล่าว
“ข้าไม่มีพลังเหลือแล้ว คงหนีเ้าไปไม่ได้หรอก ข้าต้องรอฟื้นพลังก่อนค่อยเดินทางต่อ” หงลี่รู้สึกปลงกับพลังของตัวเอง
“แต่เ้าต้องระวังตัวด้วยล่ะ” หลินฟุเป็ห่วง
“อื้อ เลิกห่วงได้แล้ว ข้าจะระวังตัวก็แล้วกัน” หงลี่เดินออกไปจากห้องนอนทันที