บ่ายวันนี้แดดแก่ๆร้อนอบอ้าวเหลือเกินถ้าได้ฝนตกลงมาเวลานี้คงดีไม่น้อย คนงานจากร้านสือคง พี่น้องเฟย และครอบครัวของหลี่หลิวรีบเร่งช่วยกันทำความสะอาดบ้าน เพื่อให้พวกเขาได้มีที่พักในค่ำคืนนี้ พวกฝุ่นหยักไย่ที่หนาเตอะถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดเอี่ยมอ่องทุกซอกทุกมุม แม้แต่ผ้าม่านที่นอนหมอนมุ้งที่เก่าและทรุดโทรมก็ถูกเก็บกวาดออกมาเผาทิ้งจนหมด โต๊ะเตียงนอนถูกนำมาจัดใส่เข้าใหม่อย่างสะดวกสะบาย ประตูหน้าต่างทุกบานถูกเปิดออกเพื่อรับลมและแสงแดดมันสามารถฆ่าเชื้อโรคและไรฝุ่นได้เป็อย่างดี พอทำความสะอาดจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลี่หลิวไล่เดินดูั้แ่ชั้นบนลงมาชั้นล่าง ชั้นบนมีห้องขนาดใหญ่อยู่หนึ่งห้อง มีห้องเล็กอีกสองห้องมีขนาดความกว้างสิบเมตร ยาวสิบเมตร แต่ล่ะห้องมีหน้าต่างๆบานไม้ทุกห้อง และยังมีโต๊ะเตียงนอนที่กว้างขนาดหกฟุต มีห้องนั่งเล่นมุมระเบียงที่ยื่นออกมาเพื่อเพื่อรับลมชมดาวที่กว้างห้าเมตรยาวเจ็ดเมตรซึ่งอยู่ด้านหลังมันสามารถมองเห็นพื้นที่ทำการเกษตรได้เป็อย่างดี
ห้องใหญ่สุดถูกมอบให้ท่านพ่อกับท่านแม่ ห้องตรงกลางเป็ของพี่ใหญ่และเ้าเล็ก ส่วนห้องสุดท้ายเป็ของหลี่หลิวซึ่งด้านหน้าห้องของนางมีประตูที่สามารถเดินออกไปนั่งเล่นชมดาวในยามราตรีได้ ระเบียงทางเดินค่อนข้างกว้างมากถึงเกือบสิบเมตรเลยทีเดียว ความยาวนับจากห้องแรกของท่านแม่ที่ขึ้นบันไดยาวมาจนถึงห้องของหลี่หลิวได้มากกว่าสามสิบห้าเมตรได้ ด้วยความกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ด้านล่างจึงเป็ห้องใต้ถุนที่โล่งและกว้างขวางเป็อย่างมาก นับได้ว่ามันเป็บ้านในฝันของหลายๆคนเลยทีเดียว ด้านหน้าบ้านและด้านข้างถูกมุงด้วยกระเบื้องอย่างดีและยื่นออกไปราวยี่สิบเมตร ข้างล่างเป็พื้นปูนที่ผ่านการใช้งานมาอย่างถนุถนอม เหมาะที่จะทำเป็ร้านอาหารข้างบ้านเป็อย่างมาก ส่วนด้านข้างอีกด้านก็มุงกระเบื้องยื่นออกไปห้าเมตรจนเกือบจะติดกับกำแพง หน้าบ้านกว้างใหญ่สะบายตา
สือไท่ได้สั่งคนงานไว้ว่าต้องทำให้บ้านหลังนี้สามารถเข้าอยู่ได้ภายในวันนี้ และยังเตรียมชุดเครื่องนอน หมอนมุ้งที่ใหม่แลดูสุภาพ จัดห้องให้สบายตา ห้องต้องดูโล่งสะอาดปลอดโปร่งอากาศถ่ายเทได้เป็อย่างดี คนงานนับสิบดูเร่งรีบแต่ก็ทำงานอย่างระมัดระวัง มันสะอาดหมดจดจนหาที่ติไม่ได้ ในคราแรกหลี่หงและหวังลู่ก็ช่วยงานทุกคน แต่พอถูกถามว่าอันนี้ไว้ตรงไหน อันนั้นวางไหนควรจัดแต่งแบบใดสุดท้ายพวกเขาจึงทำได้แค่คอยยืนคุมงาน ส่วนข้า พี่ใหญ่ น้องเล็กและพี่น้องเฟยที่ไม่รู้ว่าจะเข้าไปแทรกตรงไหนจึงพากันถือมีดเคียวและจอบถางหญ้าบริเวรทางข้างๆและรอบๆบ้านเท่าที่ทำไหว
ห้องครัวชั้นล่างด้านหลังสุดนั้นก็มีความกว้างใหญ่ไม่ต่างจากจุดอื่นๆนัก เมื่อทำความสะอาดจนเสร็จเรียบร้อยพวกคนงานก็ขนข้าวของที่จำเป็ไปใส่และตกแต่งแต่ล่ะห้องให้เรียบง่าย ห้องครัวก็เช่นกันมันถูกเติมเต็มด้วยหม้อกระทะเคื่องปรุงรสที่มากหน้าหลายตา และยังมีพวกผักและเนื้อสัตว์อีกนับสิบกิโล ข้าวสารที่เต็มถุงป่านยิ่งทำให้นางยิ้มกว้างยิ่งกว่าถูกรางวัลใหญ่ หลี่หลิวถึงกับรีบชวนพี่ใหญ่น้องเล็กและสองพี่น้องเฟยช่วยกันทำครัว เฟยอี้ก่อไฟหุงข้าว เฟยเหยียนช่วยหลี่จงล้างผักโดยไปตักน้ำในบ่หลังบ้านที่ห่างออกไปนับสามสิบเมตรมาใส่ตุ่มที่หลี่หลิวขนมาด้วย น้องเล็กก็นั่งให้กำลังใจหลี่หลิวที่หั่นเนื้อหั่นหมูอย่างรีบร้อน
ตอนนี้อาหารถูกจัดวางตามพื้นห้องโถงจนเรียบร้อย หลี่หลิวให้น้องเล็กไปเรียกคนงานทุกคนและครอบครัวมาเพื่อฉลองบ้านใหม่เป็ครั้งที่สอง
สือไท่ที่กลับบ้านไปพักใหญ่ก็กลับมาพร้อมกับสือหานที่เป็พ่อใหญ่ พร้อมทั้งมือขวาเว่ยหนิง มือซ้ายจางปิง ก่อนหน้านี้เขาได้เล่าเื่ราวสุดแสนประทับใจที่ครอบครัวหลี่ช่วยให้เขาพ้นขีดอันตรายมาได้ จนสือหานก็อยากตามมาขอบคุณพวกเขาด้วยตนเองตน
"เอ้าพ่อหนุ่มเ้ามาทันเวลาพอดีเลย มาๆตามข้าไปร่วมกินมื้อกลางวันกันเถอะแม่นางน้อยลงมือทำเองเชียวล่ะ"
เฟยอี้ที่พึ่งล้างมือเป็คนสุดท้ายและกำลังจะเดินไปในห้องใต้ถุนกว่าชวนสือไท่และสองหนุ่มที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ สือไท่รับคำแล้วแนะนำท่านลุงสือหานให้เฟยอี้ได้รู้จักสองคนทักทายกันเล็กน้อยก่อนที่เฟยอี้จะรีบถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าไปด้านใน
"พี่หลี่ๆดูซิว่าใครมา"
เฟยอี้ส่งเสียงเรียกหลี่หงอย่างสนิทสนม เพื่อบอกว่าสือไท่มาถึงแล้ว
"พี่สือไท่มานั่งข้างข้าเร็ว"
หลี่เฉินลุกขึ้นยืนแล้วดึงมือสือไท่ไปนั่งข้างตนส่วนฝั่งตรงข้ามเป็แม่นางน้อยนั่งอยู่เขาเห็นเช่นนั้นจึงยิ้มอ่อน และแนะนำสือหานพ่อใหญ่ของเขาให้ทุกคนในครอบครัวหลี่ได้รู้จัก
"มาๆนั่งเถอะๆ พวกเรากินกันๆ"
สือหานนั่งลงพื้นด้วยใบหน้าเขินอาย
เขาไม่เคยได้นั่งพื้นกินข้าวเช่นนี้มาก่อนเลยจึงรู้สึกว่าทำตัวไม่ถูก เว่ยหนิงกับจางปิงนั่งลงข้างนายท่าน พวกเขามองหน้ามองตากันแล้วจึงต้องทำตามเพราะทุกคนต่างนั่งล้อมวงกันหมดแล้ว หากพวกเขายืนหัวโด่อยู่คงเหมือนคนไม่มีมารยาท
เมื่อหลี่หงที่นั่งหัวแถวกล่าวเชิญเฟยอี้และเฟยเหยียนและทุกคนที่หิวมากแล้ว จึงลงมือกินกันอย่างมูมมาม สือหานและผู้ติดตามมองดูคนงานของเขากินอย่างมูมมาม แถมลูกชายสุดที่รักก็กินอย่างเป็ธรรมชาติ เขาจึงตักเนื้อผักขิงใส่จานแล้วคีบด้วยตะเกียบเข้าปากคำนึง
"ฮืมมม"
สือหานตาโตเท่าไข่ห่าน เขาไม่เคยกินอาหารที่รสชาติดีถึงเพียงนี้มาก่อน แม้แต่ร้านดังๆที่จองคิวว่ายากเย็นยังสู้อาหารบ้านที่ๆเขาได้กินเข้าไปนี่ไม่ได้เลย
เมื่อตักคำแรกอย่างเงอะงะคำสองคำสามก็เริ่มตามมา ผู้ติดตามก็เลยต้องทำตามอย่างว่าง่ายและแล้วสีหน้าเฉยชาของพวกเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไป อาหารทุกอย่างที่วางเรียงรายถูกกวาดจนเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว บอกได้คำเดียวว่าเป็รสชาติที่หาที่ติไม่ได้และพวกเขาจะจดจำไม่มีวันลืมเลือน
มื้ออาหารจบลงในเวลาเพียงสิบนาที สองผู้ติดตามที่หน้าเ็าแย่งอาหารถ้วยเดียวกันจนเหมือนกับเด็ก จนหลี่หลิวต้องบอกให้พวกเขาไปตักเพิ่มในครัวอยู่หลายครั้ง คนงานที่กินอิ่มพากันลุกขึ้นเก็บถ้วยจานที่หมดแล้วไปล้างและเก็บเข้าที่ สือหานยึดจานผัดเนื้อใส่ขิงไว้แน่นแม้แต่สือไท่ยังไม่กล้าที่จะแตะต้องมัน
"พ่อใหญ่จานนี้.."
สือไท่มองชายวัยสามสิบที่ถือถ้วยอาหารไว้จนหน้าแดงด้วยความอาย ท่านพ่อทำอะไรที่ขายหน้าเช่นนี้เป็ครั้งแรกท่านตอบว่าอาหารจานนี้จะขอเอาไปฝากภรรยาที่บ้าน หลี่หงก็ยกให้แต่โดยดีด้วยใบหน้าพึงพอใจ แค่บุตรสาวทำอาหารมาวางเรียงรายมันก็ถูกตักออกด้วยความเร็วเพียงนี้ หากเปิดร้านอาหารจริงๆรายรับของเขาต้องมากมายเป็แน่เพียงคิดว่าเงินเป็กอบเป็กำ ลอยเข้ามาในมือเขาก็ยิ้มหน้าบานจนห้ามมิได้แล้ว
"หากท่านชอบอาหารฝีมือบุตรสาวข้า ไว้ตอนตอนที่พวกข้าเปิดร้านท่านค่อยมาบ่อยๆก็ได้"
หลี่หงนั่งคุยเื่ทั่วไปกับกับสือหานจนเริ่มถูกคอจึงได้บอกไปว่าอีกไม่นานจะเปิดร้านอาหาร สือหานถึงกับยิ้มออกมาอย่างยินดี แถมยังบอกว่าวันเปิดร้านเขาจะพาครอบครัวมาประเดิมอย่างแน่นอน
คนงานที่นั่งพักครู่นึงแล้วจะจับมีดจอบเสียมพากันถากถางหญ้าและตัดต้นไม้ออกอย่างขันแข็ง หลี่หลิวยกตุ่มน้ำขนาดกลางตั้งไว้หน้าบ้านในนั้นมีน้ำในมิติผสมอยู่ใครที่ได้กินต่างก็กระชุ่มกระชวยสู้งาน นางวางกระบวยขนาดกลางเพื่อตักน้ำใส่ขันแล้วสามารถดื่มกินได้ตามสะดวกอย่างไม่หวงแหน
"กับข้าวอร่อยน้ำก็ชื่นใจ ถ้าปรับปรุงอีกหน่อยที่นั้นคงหน้าอยู่พอตัว"
สือหานที่ขึ้นรถม้าที่บ่งบอกถึงรากฐานของตระกูลที่ดีพูดกับสือไท่อย่างเสียดาย ถึงจะได้ยินว่าสือไท่ได้ที่แปลงนี้มาในราคาตลาดที่ไม่สูงนัก แต่เขาก็ไม่เคยได้มาเห็นว่ามันจะเป็ที่ที่ดีระนึงเช่นนี้ แต่สือไท่บอกเขาว่าที่แปลงนี้ยกให้ครอบครัวหลี่เพื่อตอบแทนพวกเขาที่ช่วยชีวิตตนเอาไว้ สือหานพ่อใหญ่จึงยิ้มบางๆให้กับบุตรชายที่มีความกตัญญูรู้คุณ
ฮี่ๆๆๆ
เ้าดำเ้าแดงถูกปล่อยให้เดินรอบบริเวณบ้าน ดูเหมือนว่าพวกมันจะชอบที่นี่เอามากๆ หลังจากได้กินน้ำและอาหารพวกมันก็วิ่งเล่นกันอย่างคึกคัก
ส่วนเฟยอี้เฟยเหยียนขอลากลับถิ่นฐาน หวังลู่จึงมอบกระบอกอาหารให้พวกเขาไปสองสามกระบอกและให้ข้าวที่หุงแล้วอีกหนึ่งกระบอก สองพี่น้องกล่าวขอบคุณและเข้าเมืองไปซื้อหมั่นโถวมาเก็บไว้เมื่อข้าวหมดลงพวกเขายังสามารถกินหมั่นโถวนี่กับอาหารได้ ก่อนออกมาหลี่หลิวให้ผักกาดขาวไปห้าหัวเพราะนางสงสารเ้าม้าสองตัวที่ต้องเดินทางไกลอีกคลา ทั้งที่พึ่งมาถึงแท้ๆมันก็ต้องถูกใช้งานหนักอีกแล้ว
ก็อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะน้อยของหลี่เฉิน เมื่อหลี่หลิวเปิดห้องเ้าตัวน้อยก็เดินอุ้ยอ้ายเข้าสำรวจห้องพี่สาวทันที
"ห้องข้ากับพี่ใหญ่เหมือนกันกับห้องพี่รองเลย จะมีก็แต่ห้องท่านพ่อที่กว้างเอามากๆอยู่ห้องเดียว"
หลี่หลิวเก็บผ้าใส่ตู้อย่างเรียบร้อย แล้วจึงถามว่าน้องเล็กชอบบ้านหลังใหญ่แบบนี้หรือเปล่า วันข้างข้างหากเพื่อนตัวน้อยของเขามาเห็นจะต้องตกตะลึงอ้าปากค้างเป็แน่หลี่หลิวหยอกล้อเด็กน้อย
"ข้าอยากโตไวๆจัง"
"เ้ากินข้าวเยอะถึงเพียงนี้อีกไม่นานก็โตทันข้าแล้วล่ะ"
"จริงหรือขอรับ"
หลี่หลิวที่เอาของใส่ตู้เสร็จมานั่งมุมเตียงคุยกับน้องรองอย่างเอ็นดูจนเขาขอตัวไปช่วยพี่ใหญ่จัดเสื้อผ้า หลี่หลิวจึงได้เดินออกจากห้องไปตรงประตูด้านหลังที่ยื่นออกไปเป็ระเบียงไม้ นางมองทอดยาวออกไปเห็นป่าหญ้าที่รกลุงลังและมีกำแพงอยู่ด้านหลัง
เสียงคนข้างรั้วบ้านคุยกันอย่างออกรสดูๆแล้วที่นี่คงเหมาะที่จะเป็ย่านการค้าสำหรับนางในอนาคตมากเลยทีเดียว
หลี่หลิววางแผนไว้ว่าจะทำคล้ายร้านนั่งเล่นซึ่งวางโต๊ะไม้ไม่สูงนัก ส่วนพื้นใช้หมอนรองนั่งเพื่อให้ไม่ชาแข้งขาจนเกินไป ส่วนเวลาขายอาหารควรเป็่สิบโมงถึงบ่ายอ่อนๆ ่เช้านางจะได้มีเวลาดูแลสวน ส่วนบ่ายๆก็จะได้ไปซื้อของมาเตรียมทำอาหารในวันถัดไปได้
สือไท่บอกว่าหาก้าพวกผักปลาให้ไปที่โรงเตี๊ยมหอวัง ซึ่งที่นั่นขายพวกเนื้อและผักสดใหม่อยู่เสมอ แต่ต้องเข้าประตูเมืองไปพักใหญ่กว่าจะถึง หากว่าเคยซื้อข้าวของแล้วครานึงพวกเขาสามารถมาส่งของให้เ้าได้หากเ้าสั่งจองล่วงหน้าไว้หนึ่งวันในจำนวนที่มากกว่าสิบกิโล นั่นเป็เื่ที่ดีมากเลยทีเดียวหากเป็เช่นนี้นางก็จะได้เริ่มแผนการที่จะทำสบู่ขายเสียที ขนาดในเมืองหลวงที่ว่าใหญ่แล้วยังคงไม่มีสบู่หรือครีมอยู่เลย จะมีก็แต่พวกแป้งฝุ่นที่หอจันทร์ทรา ที่นั่นค้าขายเสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องเงิน เครื่องทองเป็เสียส่วนมาก
หลี่หลิวพอเข้าใจแล้วว่าที่ผู้คนส่วนใหญ่หน้าดำหน้าแดง มีสิวและผิวพรรณไม่ดีคงเป็เพราะว่าพวกเขาขาดคุณทรัพย์ในการซื้อแป้งฝุ่นและขาดการดูแลตัวเอง จะมีกลุ่มคนอยู่ไม่น้อยเช่นกันที่หน้าตาสะสวยั้แ่เกิดและมีผิวพรรณที่ดี ทว่าการดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอดมันค่อนข้างจะเป็ไปได้ไม่มากนัก เพราะว่าน้ำที่บดจากแตงกวาและไข่ขาวมันจะช่วยได้มากเท่าไหร่กัน
ยังไงวันนี้ก็ควรพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้จะไปดูว่ามีโต๊ะไม้ที่เหมาะสมหรือไม่ ข้าต้องไปหาซื้อพวกตะเกียบถ้วยจานหม้อมาไว้อีกมาก ไหนจะหมอนนั่งอีกพรุ่งนี้ข้าจะได้เห็นสีหน้าท่าทางที่ดูตลกของท่านพ่ออีกเป็แน่
"เ้าเด็กคนนี้พอถึงร้านก็คัดคนไปช่วยทำความสะอาดเก็บกวาดเช็ดถู ข้ายังไม่ทันได้ถามไถ่อันใด เ้าก็หายเข้ากลีบเมฆเสียแล้ว"
สืออิงที่กลับมาถึงบ้านหลังจากที่ไปจัดการปัญหาเื่สมุนไพรี่ถูกปล้นไป ทำให้นางต้องคว้านซื้อสมุนไพรตามที่ต่างๆมากักตุนไว้ เพราะกลัวกว่าเด็กน้อยคนนี้จะคิดอยากออกไปหารับซื้อสมุนไพรที่อื่นอีกจนเกิดอันตรายเหมือนครั้งนี้อีก
"เอาล่ะๆเ้ากินนี่เสีย"
สือหานที่เห็นสือไท่สำนึกผิดแทบไม่ทัน จึงหาทางเปลี่ยนเื่
"ท่านนี่ก็ปกป้องลูกรักของท่านจนเขาปีกกล้าขาแข็ง ดีเท่าไหร่แล้วที่เขามิเป็ไรมิเช่นนั้นท่านนั้นแหละจะโดนข้าน้อยผู้นี้บ่นไปจนวันตาย"
สืออิงแสดงออกว่าโมโหมาก นางเชิดหน้าน้อยๆพองามให้สามี จนเขาต้องง้องอนก่อนที่นางจะยอมกินข้าวจากสือไท่ที่คีบให้นางอย่างเคารพ
"ทีหลังอย่าได้วู่วามไปไหนเช่นนี้อีกนะ เ้ารู้ไหมใจแม่ใหญ่เช่นข้าจะขาดเืไปเลี้ยงดูจนตายเอาได้"
"ขอรับท่านแม่ ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว คราวหน้าข้าจะปรึกษาพวกท่านก่อน"
สือไท่ยิ้มอย่างอบอุ่นและกุมมือท่านป้าอย่างอ่อนโยน มีท่านลุงท่านป้าที่รักเขายิ่งกว่าลูกในไส้เช่นนี้ทำให้เขาถูกเติมเต็มจากคำว่าลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ได้เป็อย่างดี
"กินๆอย่าว่าลูกนักเลย เ้าก็กินด้วย"
"ขอบคุณพ่อใหญ่"
สือไท่รีบตักข้าวใส่ปากกินอาหารแบบผู้ดีแต่มื้อนี้พิเศษที่มีอาหารของนางในใจเขาอยู่ในมื้อนี้ด้วย
"ท่านพี่ ท่านซื้อมาจากร้านไหนหรือเ้าคะ นี่ไม่ใช่ฝีมือพ่อครัวพวกเราอย่างแน่นอน"
สืออิงตักคำแล้วคำเล่าใจจานก่อนจะคีบใส่ปากและถามไปด้วย อาหารที่รสชาติโดดเด่นถึงเพียงต้องมีราคาสูงเอามากๆเป็แน่
"ฮ่าๆๆ ข้าจะบอกบอกเ้าให้นะเมียรัก นี่น่ะข้าหน้าด้านขอเขามาจากครอบครัวหลี่ ก็ครอบครัวที่ช่วยลูกเราไว้นั่นแหละ"
เมื่อเห็นภรรยาสงสัยเขาจึงตอบไป ถึงเขาจะกินอิ่มแล้วแต่พอได้ชิมอีกคำเขาก็อดไม่ได้ที่จะค่อยๆกินมันอย่างสุขภาพ ไม่มูมมามเหมือน่บ่ายวันนี้
"พวกเขาเป็พ่อครัวงั้นหรือเ้าคะ"
สืออิงกัดตะเกียบไม้เบาๆอย่างสงสัย
"ไม่หรอกๆ เป็เด็กน้อยวันหกขวบเศษที่ทำอาหารนี่ นางมีพร์ในการทำอาหารเอามากๆเลยล่ะนะ และที่เ้ากินอยู่นี่ก็เป็เพียงหนึ่งในเมนูที่ข้าได้กินในวันนี้"
"อะไรกัน นี่พวกท่านกินมาแล้วยังจะมาแย่งข้ากินอีกงั้นรึ ตักจานอื่นให้มากๆจานนี้ของข้า"
สืออิงเอามือป้องจานผัดเนื้อไว้อย่างหวงแหวน พวกเขาจะนิสัยเหมือนกันเกินไปแล้ว ดีนะที่ข้ากินอิ่มท้องมาแล้ว สือไท่เทชาใส่ถ้วยแล้วจิบกินแทนน้ำก่อนจะบอกว่าเขาเหนื่อยแล้วจึงขอไปพักก่อน
"ไปเถอะๆ เ้าที่พึ่งเดินทางมาถึงคงเหนื่อยเอามากๆ"
สือหานยิ้มบางให้เขาก่อนจะหันมาแกล้งภรรยาตนเองด้วยความรักใคร่
สือไท่เดินกลับห้องพักของตน นี่ก็พระอาทิตย์ตกแล้วนางจะทำอันใดอยู่นะ ข้าไม่น่ารีบกลับมาเลยน่าจะอยู่ที่หมู่เป่ยหนานอีกสักหน่อยจะได้อยู่ใกล้ชิดกับนางให้มากกว่านี้ แต่ทว่าหากนางอยู่ที่นั้นต่อคงจะทุกข์ใจมากเป็แน่
สือไท่เดินไปหยิบขวดน้ำเต้าที่วางบนโต๊ะข้างหัวเตียงแล้วจิบมันเล็กน้อย ความสดชื่นแจ่มใสคลายเหนื่อยล้าทำให้ร่างกายเขาเบาลง อันที่จริงข้าสามารถแบ่งน้ำสมุนไพรนี่ไว้ให้นางแต่ข้าเลือกที่จะเก็บมันไว้ ข้าอยากขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรกับนางสักหน่อยจะได้ใช้เวลาอยู่ใกล้ๆนางให้มากกว่านี้
พอคิดเช่นนั้นใจเขาก็เป็สุข กลิ่นกายที่หอมหวานเหมือนกลิ่นสมุนไพรจางๆจากตัวนางมันทำให้เขาใจอ่อนระทวย แต่หากเขาจะรุกล้ำเช่นครั้งแรกนางก็คงไม่ชอบใจจึงต้องเรียกใช้ความอดทนมหาศาลเพื่อข่มความ้าของเขาไว้ แค่ข้าได้เห็นหน้าน้อยๆยิ้มหวานใสซื่อนั้นทุกวันก็ยังดีกว่าทำให้นางเคืองโกรธ
"ฮัด~ชิ้ว"
หลี่หลิวขนตัวลุกชันจากการจามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ย
พรุ่งนี้ต้องเปิดหน้าต่างฆ่าเชื้ออีกทีแล้วล่ะ ดูเหมือนว่ามันจะดูสะอาดตาแต่เชื้อโรคพวกนี้มันช่างฝังลึกเสียจริง หลี่หลิวใช้นิ้วชี้ถูกจมูกน้อยๆของตนแล้วนอนลงห่มผ้าคืนนี้นอนบ้านใหม่ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะกลายมาเป็บ้านของนางได้
พ่อน่าจะรับๆบ้านหลังนี้มาก่อนแล้วค่อยผ่อนซื้อทีหลัง หลี่หลิวเสียใจที่ตอนนั้นไม่ทักท้วงท่านพ่อของตน มาตอนนี้กลับต้องมาเสียใจภายหลังจนได้ ก็ใครจะไปคิดกันล่ะว่าบ้านจะหลังใหญ่โตถึงเพียงนี้ เขาบอกแค่ว่ามีคนขายให้ตั้งนานแล้วแค่นั้น หากเขาบอกรายละเอียดบ้านมากกว่านี้ล่ะก็ข้าคงกระโจนรับเอามันมาอย่างหน้าด้านๆเลยล่ะ
หลี่หลิวเป่าเทียนข้างหัวนอนแล้วหลับตาลง วันนี้ไม่ได้เข้ามิติไปรดน้ำเลยนางเพียงแค่แอบเอาตุ่มเล็กๆไปใส่น้ำที่ผสมน้ำธรรมดาออกมาไว้กินเพียงเท่านั้นพรุ้งนี้ข้าจะเข้าไปรดน้ำให้พวกเ้านะนางคิดในใจก่อนที่จะหลับไป