หยางเถ้าอวี้เริ่มอธิบายว่าพวกนาง้าล้อมรั้วรอบบริเวณที่ดินทั้งหมดสร้างเรือนหลังใหม่ซึ่งเน้นประโยชน์ใช้สอยและความสะดวกสบายเรียบง่าย ไม่จำเป็ต้องหรูหราเพื่อไม่ให้เป็ที่เตะตาผู้คนจนเกินควรถึงแม้เขตที่อยู่อาศัยของพวกนางปกติจะไม่มีผู้คนเดินผ่านมาก็ตาม ภายในมีสองชั้นชั้นบนมีห้องนอนสามห้องกับห้องน้ำ ชั้นล่างมีโถงรับแขก ห้องอาหาร ห้องครัวห้องหนังสือ ห้องน้ำเรือนเก็บของซึ่ง้าความแข็งแรงป้องกันขโมยได้ในระดับหนึ่งแยกต่างหากออกไปหนึ่งหลังโรงเรือนเปิดโล่งที่หยางเถาอวี้เรียกว่าเรือนเพาะชำหนึ่งหลัง โรงม้า โรงรถโรงเลี้ยงสัตว์ อย่างละหลัง เมื่อเรือนใหม่สร้างเสร็จจนสามารถย้ายเข้าไปอยู่อาศัยได้แล้วจึงค่อยซ่อมแซมเรือนหลังปัจจุบันให้เป็เรือนรับรองแขกหรือเรือนเอนกประสงค์และนาง้าขุดสระขึ้นสองสระตรงท้ายที่ดินคนละด้านเพื่อเตรียมไว้สำหรับเป็แหล่งน้ำทำการเกษตรขุดบ่อน้ำหนึ่งบ่อภายในตัวบ้านเพื่อให้สะดวกในการมีน้ำกินน้ำใช้ไม่ต้องเดินไกลไปตักน้ำถึงลำธาร ขณะคุยกันหยางเถาอวี้ยังวาดแปลนบ้านและแผนที่ประกอบการอธิบายอีกด้วย
‘นางช่างขยันสร้างเื่น่าประหลาดใจให้ข้ายิ่งสงสัยใคร่รู้บ่อยเสียจริงวาดแผนที่วาดแบบแปลนบ้านก็เป็ สตรีทั่วไปฝึกแต่งานบ้านงานเรือน ทว่านางกลับมิใช่’ หวงเผยิครุ่นคิดในใจขณะแอบสังเกตุหยางเถาอวี้เงียบๆส่วนเ้าตัวกลับกำลังเพลินเพลินกับการสานฝันของตนจนไม่รับรู้เื่ราวอื่นใดรอบตัวนายช่างอู๋ประเมินแล้วว่าในส่วนของเรือนหลังใหม่และรั้วรอบที่ดินต้องใช้เวลาราวครึ่งเดือนเป็อย่างเร็วที่สุดทั้งนี้หยางเถาอวี้ยินดีเพิ่มค่าจ้างแรงงานเต็มกำลังเพื่อเร่งให้งานทุกอย่างแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดครั้งตกลงกันได้เรียบร้อย คณะเ้าหน้าที่สำนักการที่ดินและนายช่างอู๋จึงอำลาจากไป
“พรุ่งนี้ข้าจะพาคนงานมาเริ่มงานได้อย่างแน่นอนนะขอรับคุณหนูหยางท่านวางใจได้” นายช่างอู๋ยืนยันนัดหมายกับหยางเถาอวี้
“ขอบพระคุณเ้าค่ะนายช่างอู๋เื่อาหารมื้อเที่ยงท่านไม่ต้องห่วงนะเ้าคะ พวกข้าจะเตรียมไว้ให้เ้าค่ะ”
“โอ้ เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจนะขอรับอาหารของคุณหนูหยางอร่อยจนข้าห้ามใจไม่อยู่จริงๆ ขอรับ”นายช่างอู๋ดีใจยิ่งที่ตนจะมีโอกาสได้กินอาหารฝีมือของสองยายหลานอีกทุกฝ่ายอำลากันอีกครั้งก่อนขึ้นรถม้าจากไป
บนรถม้า เ้าหน้าที่เซียวอดเอ่ยปากกระเซ้านายช่างอู๋มิได้“ข้าชักอิจฉานายช่างอู๋เสียแล้วสิท่านจะได้กินอาหารฝีมือคุณหนูหยางไปอีกตั้งเป็เดือนเลยนะ”
“ฮ่าๆๆ ช่างเป็ลาภปากของข้าจริงๆพูดแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพรุ่งนี้ข้าจะได้กินอาหารอะไร หน้าตาแบบไหนรสชาติเป็อย่างไร” นายช่างอู่ยอมรับอย่างอารมณ์ดี
“เฮ่อ หากวันไหนเป็วันหยุดของข้า เห็นทีจะต้องมาขอสมัครเป็ลูกน้องท่านไปช่วยสร้างบ้านให้พวกนางท่าจะดีจะได้กินอาหารอร่อยๆ อีกสักมื้อสองมื้อ” เ้าหน้าที่เซียวบ่นพึม
“โฮ่ หากท่าน้าจริง ข้าก็ยินดีรับนะขอรับเพราะการก่อสร้างบ้านใหม่ให้คุณหนูหยางในครั้งนี้คงต้องระดมหาคนงานในอำเภอมาอย่างสุดกำลัง”นายช่างอู๋เอ่ย
“เอาจริงสิขอรับ ได้หาลำไพ่พิเศษ ยังได้กินของอร่อยๆ อีกด้วย”เ้าหน้าที่เซียวชักจริงจังมากขึ้น ส่วนคนที่นั่งฟังบทสนทนาเงียบๆอยู่คนเดียวก็เริ่มอิจฉาคนทั้งสองอย่างไม่รู้ตัวเพราะตนยังนึกไม่ออกว่าจะมีโอกาสได้ชิมอาหารรสมือของคุณหนูหยางผู้น่าสงสัยอีกเมื่อไหร่
“ว่าแต่ทำไมไม่จ้างแรงงานจากในหมู่บ้านเล่าขอรับ”ผู้ช่วยเซียวอดสงสัยมิได้
“อ่อ เื่นี้ข้าก็ถามยายจางอยู่เหมือนกัน ยายบอกว่ากลัวคนในหมู่บ้านจะรังเกียจเพราะทุกคนหาว่านางเป็ตัวซวยน่ะสิ”นายช่างอู๋เล่ารายละเอียดเพิ่มเติมถึงที่มาของเื่ให้ฟังอีกนิดหน่อย
“ว๊า ไม่น่าจะคิดกันอย่างนั้นเลยนะขอรับ ลำพังแค่สูญเสียคนในครอบครัวไปก็เศร้ามากพอแล้ว”ผู้ช่วยเซียวเอ่ยอย่างเห็นใจยายจาง สังคมแคบๆเมื่อเกิดคำนินทาว่าร้ายขึ้นมาเช่นนี้ย่อมหลีกไม่พ้นถูกผู้คนรังเกียจ
...
ค่ำคืนนี้เป็คืนที่หยางเถาอวี้ตั้งใจจะเริ่มต้นฝึกยุทธ์ นางนำธูปสมุนไพรหญ้านิทราที่มีเก็บไว้ในเรือนไผ่เขียวซึ่งเป็หญ้าสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ หากทำเป็ธูปหอมแล้วนำมาจุดทิ้งไว้จะมีฤทธิ์ช่วยให้จิตใจสงบและหลับลึกออกมาจุดและบอกสรรพคุณให้ยายจางฟังตามจริงเพิ่มเติมคือคำออเซาะว่าช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการงานวุ่นวายตลอดทั้งวันแน่นอนว่านางมิได้โป้ปด ใครได้นอนหลับสนิทก็ต้องหายเหนื่อยเป็ธรรมดาใช่หรือไม่
เมื่อเห็นยายจางหลับสนิทดีแล้วจึงรีบแว๊บเข้าไปในมิติของรุ่ยเอ๋อทันทีนางนั่งลงขัดสมาธิใต้ต้นปราณกำเนิดพิภพ เตรียมผลึกหยกส้มและยาเพิ่มพลังปราณระดับต้นตามปริมาณสำหรับผู้เริ่มต้นฝึกยุทธ์ขั้นแรกกำเนิดกับน้ำทิพย์ไว้ข้างตัวตามคำแนะนำของรุ่ยเอ๋อ
หยางเถาอวี้หยัดกายขึ้นนั่งตัวตรง สองขาขัดสมาธิ ทบทวนที่ตั้งจุดลมปราณทุกจุด คุณสมบัติและขั้นตอนการเดินลมปราณตามบันทึกบทแรกในคัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นซ้ำไปซ้ำมาจนขึ้นใจจากนั้นจึงเริ่มลงมือโคจรลมปราณ
โดยทั่วไปจุดลมปราณทั้ง 108 จุดอาจเปิดได้เพียงบางจุด ส่วนจุดลมปราณพิเศษนั้นอาจจะเปิดได้หรือไม่สามารถเปิดได้เลยก็มีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแรกกำเนิดคือผู้ที่มีพลังปราณก่อกำเนิดขึ้นในจุดตันเถียนเมื่อพลังปราณหนาแน่นพอจนสามารถก่อรูปเป็บ่อลมจึงถือว่าก้าวขึ้นสู่ขั้นปฐมจวบจนพลังปราณก่อรูปเป็หยดน้ำได้จึงก้าวขึ้นสู่ขั้นมัชฌิมฯ
เฉลี่ยแล้วผู้ที่สามารถสั่งสมลมปราณจนทะลวงสู่ระดับปฐมได้มักอยู่ใน่วัย15-18 ปีแล้วแต่พร์ของแต่ละคน ใช้เวลาสั่งสมลมปราณระดับปฐมอีกราว2 ถึง 10 ปี เป็เช่นนี้ไปเรื่อยๆยิ่งระดับสูงขึ้นก็ยิ่งยากต่อการสั่งสมพลังปราณให้ได้เพียงพอต่อการทะลวงระดับด้วยว่าระดับยิ่งสูงขึ้น ปริมาณพลังปราณที่จำเป็ต่อการเลื่อนสู่ขั้นต่อๆไปก็ยิ่งมากขึ้น
หยางเถาอวี้โคจรลมปราณอยู่เพียงชั่วสิบลมหายใจก็เริ่มรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังแสงที่โคจรไปตามจุดลมปราณต่างๆตลอดร่างกาย ความซาบซ่าเริ่มกระจายออกไปจนทั่วร่าง สิบลมหายใจต่อมาพลันรู้สึกราวกับจุดลมปราณทั่วร่างถูกเข็มเล็กๆทิ่มแทงลงไป ความร้อนแผ่ซ่านออกมาจากจุดลมปราณทั้ง 108 จุดกระทั่งเหงื่อไหลเต็มหน้าเต็มตัว ต่อมาจึงค่อยๆรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังปราณอุ่นร้อนที่เริ่มสั่งสมอยู่ตรงบริเวณท้องน้อย พริบตาต่อมาบ่อลมปราณที่บริเวณท้องน้อยพลันะเิรัศมีแสงสีส้มออกมาสว่างจ้าจากนั้นจึงเริ่มััได้ถึงจุดพลังปราณสีเหลืองที่บริเวณสะดือ หยางเถาอวี้ไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรผิดปกติขึ้นนางมิได้าเ็หรือทรมาณ ยังคงโคจรลมปราณต่อไปอย่างสงบ
ทว่ารุ่ยเอ๋อซึ่งคอยเฝ้าสังเกตุการณ์รอให้ความช่วยเหลืออยู่ข้างกายกลับตกตะลึงแล้วตกตะลึงอีกนางส่งกระแสจิตเข้าไปรับรู้ทุกสิ่งและทุกขั้นตอนที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของหยางเถาอวี้มนุษย์ทั่วไปเริ่มต้นจากการเปิดจุดลมปราณได้ 20 ถึง 30 จุดก็นับว่ามากแล้วในโลกลมปราณมักนิยมเริ่มต้นฝึกยุทธ์กันั้แ่เด็กหมายความว่าเด็กห้าหกขวบสามารถเปิดจุดลมปราณได้ประมาณนั้นครั้นย่างเข้าสู่วัยรุ่นจะสามารถเปิดจุดลมปราณได้อีกปีละแค่สองสามจุดเท่านั้น
ทว่าหยางเถาอวี้กลับฉีกทุกกฎเกณฑ์ในโลกบำเพ็ญเซียน นางใช้เวลาเพียงสิบลมหายใจก็สามารถเปิดจุดลมปราณได้ครบถ้วนทั้ง108 จุดจากนั้นอีกสิบลมหายใจก็สามารถทะลวงจุดลมปราณสีส้มที่บริเวณท้องน้อยจนเปิดเต็มสิบส่วนและเข้าสู่การเปิดจุดลมปราณสีเหลืองซึ่งเป็จุดลมปราณพิเศษได้สำเร็จพลังปราณธรรมชาติรอบตัวถูกดูดซับกลั่นกรองเข้าสู่จุดตันเถียนอย่างรวดเร็วบ้าคลั่งไม่นานก็ก่อรูปขึ้นและกลายเป็บ่อลมปราณหมุนโคจรอยู่ภายในจุดตันเถียนเวลานี้นางกลายเป็ผู้ฝึกพลังปราณขั้นปฐมตอนกลางเรียบร้อยแล้ว เ้าตัวยังคงนั่งโคจรพลังปราณต่อไป
หยางเถาอวี้ััได้ถึงความอุ่นสบายที่แผ่ซ่านออกไปทั่วกายนางรับรู้ได้ว่าพลังปราณในบ่อลมปราณที่จุดตันเถียนล่างกำลังหมุนวนอย่างรวดเร็วราวพายุสัญชาติญาณบอกนางว่าไม่ควรเร่งให้พายุลมปราณในบ่อลมนั้นหมุนตัวเร็วขึ้นไปกว่านี้ นางไม่ได้พยายามเข้าไปควบคุมทำเพียงเฝ้าสังเกตุและคล้ายค่อยๆ ปลอบประโลมพายุลมปราณนั้น พร้อมกับโคจรพลังต่อไปด้วยความผ่อนคลาย
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความคิดของรุ่ยเอ๋อยิ่งนักนางเฝ้ารอให้หยางเถาอวี้ตื่นจากภวังค์สมาธิใคร่อยากซักถามความเป็ไปยิ่งนักว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับนางกันแน่จึงก่อเกิดความมหัศจรรย์ถึงเพียงนี้ได้
ห้าชั่วยามผ่านไป หยางเถาอวี้ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา นางโคจรลมปราณรอบสุดท้ายเพื่อปรับคืนร่างกายสู่สภาวะปกติ
“นายหญิง ท่านรู้สึกอย่างไร เป็อะไรหรือไม่เ้าคะ”รุ่ยเอ๋อรีบเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหยางเถาอวี้ปรับร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“วิเศษยิ่งนัก ข้ารับรู้ได้ถึงพลังงานที่เอ่อล้นอยู่ในร่างกาย ราวกับกล้ามเนื้อได้รับการชำระ เหมือนพวกมันได้เกิดใหม่ยังไงยังงั้นเลย”หยางเถาอวี้บรรยายอย่างตื่นเต้นก็นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้ทำตามความฝันอย่างหนึ่งนี่นะ ‘จอมยุทธ์หญิงเอ๋ย รอข้าก่อนเถอะ’
“นายหญิงเ้าคะ ร่างกายท่านพิเศษยิ่งนัก สามารถเปิดจุดลมปราณได้ถึง 108 จุดอีกทั้งยังเปิดจุดลมปราณพิเศษได้ถึสองจุดในคราวเดียว”
“ข้าไม่ได้มีความพิเศษเกินธรรมชาติแต่อย่างใดหรอกหลังจากที่ข้าใช้เวลาศึกษาทบทวนวิธีการฝึกตามคัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นจนตกผลึกทางความคิดข้าค้นพบว่าพื้นฐานของเคล็ดวิชานี้กับร่างกายของชาวทวิภาคเช่นข้าเกื้อหนุนกันอย่างยิ่งพวกเาาวดาวทวิภาคจะเกิดมามีร่างกายเนื้อ ครั้นสะสมพลังแสงได้มากพอแตกฉานในกฎแห่งธรรมชาติ ร่างกายของพวกเราจะเริ่มแปรเปลี่ยนสู่สภาพคริสตอลและสู่สภาพแสงในที่สุดหมายความว่าร่างกายของข้าแต่เดิมก็สะสมพลังงานแสงมาอยู่ก่อนแล้วต่อมาเมื่อข้าหลุดไปอยู่ในโลกมนุษย์ ข้าก็ได้พบกับเคล็ดวิชาที่เกี่ยวกับแสงและพลังคลื่นความถี่ระดับสูงในวิชานั้นมีวิธีการโคจรพลังปราณอย่างหนึ่งเช่นกัน ข้าได้ทดลองฝึกอยู่ระยะหนึ่ง เคล็ดวิชาเ่าั้ส่งเสริมการเปิดจุดลมปราณทั้งเจ็ดโดยเฉพาะและเมื่อประมวลเปรียบเทียบความรู้จากคัมภีร์และเคล็ดวิชาจากต่างโลกทั้งสองเข้ากับความรู้จากดาวทวิภาคทำให้ข้าบรรลุได้ว่าโดยเนื้อแท้แล้ว สรรพสิ่งล้วนเป็หนึ่งเดียวกันแม้ยังไม่แตกฉานถึงขั้นบรรลุเจตจำนง ทว่าก็ได้เห็นหนทางว่าแต่ละเส้นทางล้วนดำเนินไปสู่จุดหมายเดียวกันเวลานี้ข้าก็เสมือนปลาที่ได้น้ำส่งเสริม จุดลมปราณทั้งหมดจึงเปิดได้และโดยสภาพความเป็จริง ด้วยร่างกายของข้าต้องบอกว่าจุดลมปราณพิเศษทุกจุดล้วนเปิดหมดแล้ว เพียงแต่อยู่ในสภาพที่อ่อนบางจนแทบไม่สามารถสังเกตุเห็นหรือมีปฏิกิริยาปรากฏออกมาขอเพียงมีพลังงานมากพอเข้าไปกระตุ้น พวกมันก็จะเริ่มเปิดมากขึ้น”
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เองข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ” รุ่ยเอ๋อรู้สึกราวกับได้ค้นพบความรู้ใหม่ ไม่ใช่สินี่คือความรู้ใหม่สำหรับนางอย่างแน่นอน
“จริงสิ ข้าฝึกเพลินจนลืมเวล่ำเวลานี่ผ่านไปนานมากแล้วหรือไม่” หยางเถาอวี้นึกได้และเริ่มกังวลถึงยายจางแม้นางจะถูกรมยาไปแล้วก็ตาม
“เพิ่งผ่านไปห้าชั่วยามเ้าค่ะนายหญิง”รุ่ยเอ๋อตอบ นางอดคิดไม่ได้ คนอะไร เข้าสู่ระดับปฐมตอนกลางได้ภายในเวลาห้าชั่วยาม
“อ้อการฝึกพลังปราณช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ข้ายังไม่รู้สึกเหนื่อยหรือง่วงนอนเลย คืนนี้ท่านยายคงหลับสนิทเช่นนั้นข้าจะศึกษาวิชายุทธ์ต่อไป”
วิชายุทธ์ในคัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแรกกำเนิดถ่ายทอดเคล็ดวิชาดึงพลังธาตุแสงเข้าสู่ร่างกายและนำออกมาใช้ด้วยเพลงยุทธ์
วิชายุทธ์ในคัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับปฐมได้แก่วิชาเพลงหมัดแห่งแสงมี 36กระบวนท่าหัวใจคือการรวบรวมพลังแสงไว้ที่หมัดและปลดปล่อยออกไปต่อมาเป็ท่าเท้ากำเนิดแสง มีหัวใจสำคัญเฉกเช่นเดียวกับเพลงหมัดแต่เน้นการช่วยเพิ่มความเร็วแก่ท่าร่าง
วิชาที่สามคือการวางค่ายกลเบื้องต้นเริ่มจากการศึกษาอักขระ หยางเถาอวี้ใช้เวลาราวสองชั่วยามก็สามารถจดจำอักขระทั้งหมดในคัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นได้จนหมดสิ้นจากนั้นจึงศึกษาค่ายกลเบื้องต้นแบบต่างๆ เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วนางจมอยู่กับการฝึกยุทธ์อย่างหลงไหลต่อเนื่องถึงหกวันวันสุดท้ายจึงยอมพักผ่อนเพื่อมิให้เกิดความเคร่งเครียดสะสม
“เวลาภายนอกผ่านไปราวสามชั่วยามเศษแล้วเ้าค่ะนายหญิง”รุ่ยเอ๋อเดินเข้ามาปลุกเมื่อครบกำหนดเวลา
“อ้อ ขอบใจเ้านัก งั้นข้าไปอาบน้ำก่อนเสร็จแล้วค่อยออกไปด้านนอก”
“นายหญิงไม่ลองนำผลึกหยกสีเหลืองออกไปดูดซับพลังปราณระหว่างหลับดูหรือเ้าคะหากท่านฝึกจนคล่องแคล่วและคุ้นชิน ร่างกายจะสามารถโคจรพลังเพื่อดูดซับพลังปราณตามเคล็ดวิชาได้ด้วยตัวของมันเองดังนั้นในระยะแรก ท่านควรฝึกจนเป็นิสัยฝึกกำหนดการเดินลมปราณให้ได้ตลอดเวลาเ้าค่ะ แล้วต่อๆ ไปท่านจะสบายขึ้น”
“เข้าใจแล้วงั้นข้าจะซ่อนผลึกหยกเหลืองไว้ในแขนเสื้อ”
“ทว่าเวลานี้ข้าแนะนำว่าท่านอย่าเพิ่งทานยาเสริมพลังปราณใดๆเพิ่มนะเ้าคะ รอจนพลังปราณในร่างกายมีความเสถียรมากกว่านี้ ให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นและกระดูกปรับสภาพได้อย่างเต็มที่ มีความแข็งแรงจนสามารถรองรับปริมาณพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกระทันหันก่อนค่อยใช้ยาเสริมพลังปราณ เช่นนี้จึงจะไม่ทำลายรากฐานของร่างกายนะเ้าคะ”
“อื้ม ขอบคุณเ้ามากที่เตือนข้าจะทำตามนี้” หยางเถาอวี้เอ่ยขอบคุณ