บทที่ 19 เธอควรจะเรียกฉันว่าพี่เขย
"ลูกสาวฉันคนนี้มันยังเด็ก ไม่รู้จักโตเป็ผู้ใหญ่ ถ้าหล่อนทำอะไรไม่เหมาะไม่ควรก็ไม่ต้องไว้หน้าฉันนะ จะสั่งสอนยังไงก็เชิญเลย" จางอ้ายกั๋วเหลือบมองจางจิงจิงที่อยู่ด้านข้าง ซึ่งเอาแต่นิ่งเงียบพลางเอ่ยปากขึ้นมา
จางจิงจิงถึงกับอึ้ง คิดในใจว่าตนไม่พูดอะไรเลย ยังจะโดนเพ่งเล็งอีกรึไงเนี่ย?
นี่มันหมายความว่ายังไง? จะยุยงให้ฮั่วฉางชิงใช้ความรุนแรงในครอบครัวกับเธองั้นเหรอ? นี่ใช่พ่อผู้ให้กำเนิดเธอจริงๆ รึเปล่า?!
ในขณะที่จางจิงจิงทั้งโกรธทั้งโมโห กำลังจะตอบโต้เ้าคนแก่คนนี้สักสองสามประโยคก็ได้ยินเสียงฮั่วฉางชิงดังขึ้น
"จิงจิงเธอทำได้ดีมากแล้วครับ ดูแลลูกก็ทุ่มเทเอาใจใส่ ดูแลผู้ใหญ่ก็กตัญญู แม้ว่าจะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันบ้าง ผมคิดว่าเราน่าจะสื่อสารกันมากกว่า จะเรียกว่าสั่งสอนคงไม่ได้"
คำตอบของฮั่วฉางชิงนี่มันคะแนนเต็มชัดๆ จางจิงจิงมองฮั่วฉางชิงด้วยแววตาชื่นชม ในใจยกนิ้วโป้งให้รัวๆ
มีคำพูดที่ว่ายังไงนะ? สามีภรรยาจะทะเลาะกันยังไงก็ได้ลับหลัง แต่ต่อหน้าคนอื่นต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ฮั่วฉางชิงทำได้ดีมากจริงๆ
จางอ้ายกั๋วรู้สึกหน้าแตกเล็กน้อย เขาแค่อยากจะพูดอะไรดีๆ ให้ฮั่วฉางชิงฟัง แต่ไม่นึกเลยว่าจะไปเหยียบตาปลาเขาเข้า เขาคิดอะไรไม่ออกแล้วตอนนี้
ไม่มีใครจะดูถูกเธอได้เลย เป็เพียงเด็กสาวราคาถูกจากต่างจังหวัดแท้ๆ แต่ทุกคนกลับพูดถึงเธอด้วยสีหน้าที่ยากจะอธิบายเสียแทน
ทั้งที่จริงๆ แล้วตระกูลฮั่วเองก็เกลียดขี้หน้าจางจิงจิง แต่ทำไมตอนนี้ดูเหมือนฮั่วฉางชิงจะทำดีกับเธอด้วยล่ะ?
จางอ้ายกั๋วคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ส่วนจางจือจือที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ได้แต่มึนงง
ฮั่วฉางชิงนี่กินยาผิดเข้าไปหรือไง? ถึงได้ปกป้องเด็กบ้านนอกคนนี้ขนาดนี้ น่าขันสิ้นดี
จางจือจืออดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา พลาดปากพูดออกไปว่า "พี่ฮั่วคะ ใครจะไปคิดล่ะคะว่าจริงๆ แล้วพี่จะชอบผู้หญิงแบบพี่สาวฉันกันน่ะ"
ความหมายโดยนัยก็คือ เยาะเย้ยที่ฮั่วฉางชิงมองคนไม่เป็ ชอบได้แม้กระทั่งเด็กบ้านนอก
ฮั่วฉางชิงหันไปมองเธอ ดวงตาฉายแววไม่พอใจออกมา
"แล้วไงล่ะ?"
ประโยคเดียว ทำเอาจางจือจือถึงกับพูดไม่ออก
หรือว่าฮั่วฉางชิงจะชอบจางจิงจิงจริงๆ? เขาคงไม่ใช่เสียสติไปแล้วหรอกนะ?
เมื่อจางอ้ายกั๋วเห็นว่าฮั่วฉางชิงปกป้องจางจิงจิงอย่างออกนอกหน้า เขาก็มองเธอด้วยความสนใจขึ้นมา ทีแรกเขาคิดว่าจางจิงจิงแต่งงานไปแล้วคงไม่ได้รับความสำคัญ คงเป็ได้แค่แม่บ้านให้ตระกูลฮั่วเปล่าๆ แบบนั้นลูกสาวอย่างเธอก็คงไม่มีค่าอะไร
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเื่ราวจะไม่ได้ง่ายอย่างนั้น จางจิงจิงอาจจะมีประโยชน์มากกว่าที่เขาคิด
เมื่อคิดได้แบบนั้น จางอ้ายกั๋วก็หันมาสนใจจางจิงจิงทันที สายตาที่มองเธอก็แฝงไปด้วยความรักใคร่
“จิงจิง ลูกช่างโชคดีจริงๆ ที่ฉางชิงดีกับลูกขนาดนี้ ลูกต้องดูแลลูกๆ ทั้งสามคนให้ดีๆ ให้เขาได้ตั้งใจสร้างผลงานในกองทัพโดยไม่ต้องกังวลเื่ที่บ้านนะ”
ความรักของพ่อที่ล่าช้านั้นน่ารังเกียจยิ่งกว่าหญ้าริมทาง จางจิงจิงไม่โง่ เธอไม่หลงกลคำพูดหวานล้อมหน้าล้อมหลังของเขาหรอก
ถ้าให้เธอพูด พ่อแท้ๆ ของเธอยังสู้พ่อเลี้ยงที่บ้านนอกไม่ได้ด้วยซ้ำ อย่างน้อยเขาก็รักและเอ็นดูเ้าของร่างคนก่อนจริงๆ
“หนูรู้ค่ะ หนูจะทำ”
ขณะที่กำลังคุยกันอยู่นั้น ต่งฮุ่ยเจวียนก็กลับมาพร้อมกับเนื้อหมูหนึ่งชิ้น
จางอ้ายกั๋วรู้สึกหิวแล้ว จึงเร่งภรรยา “รีบไปทำกับข้าวได้แล้ว ใกล้ได้เวลาอาหารแล้วนะ”
ต่งฮุ่ยเจวียนทำหน้าบึ้งเดินเข้าครัว ส่วนจางจือจือก็ไม่รู้จักกาละเทศะ นั่งลงตรงข้ามกับฮั่วฉางชิง
"พี่ฮั่วคะ พี่จะกลับกองทัพเมื่อไหร่เหรอ?"
"พรุ่งนี้"
"งั้นเหรอคะ พอดีบ่ายนี้ฉันมีเื่อยากรบกวน พี่พอจะไปกับฉันได้ไหมคะ?" จางจือจือเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับเคลือบน้ำผึ้ง
เห็นได้ชัดว่าฮั่วฉางชิงก็รู้สึกถึงความผิดปกติ และขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
"ฉันแต่งงานกับพี่สาวเธอแล้ว หลังจากนี้เธอไม่ต้องเรียกฉันว่าพี่ฮั่วหรอก เรียกว่าพี่เขยก็พอ บ่ายนี้ฉันกับพี่สาวเธอมีธุระ คงช่วยไม่ได้" ฮั่วฉางชิงปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ถามด้วยซ้ำว่าเื่อะไร
จางจิงจิงที่อยู่ด้านข้างเห็นชัดว่าใบหน้าของจางจือจือเปลี่ยนเป็สีเขียว เธอจึงก้มศีรษะลงและอดหัวเราะไม่ได้
เธออยากตั้งฉายาให้ฮั่วฉางชิงว่า ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจจับหญิงร้าย’ เสียจริง
พูดตามตรง ยัยจางจือจือนี่มันก็จริงๆ นะ ใจร้ายใจดำชะมัด ตอนแรกก็ดื้อด้านไม่แต่งงานกับฮั่วฉางชิง พอเขาแต่งงานกับคนอื่นกลับไม่ยอมซะอีก
คิดว่าตัวเองเป็ใคร? ผู้ชายทุกคนต้องชอบ ต้องเทิดทูนบูชานางงั้นสิ?
จางจิงจิงไม่เข้าใจความคิดนี้จริงๆ ดีแล้วที่ฮั่วฉางชิงไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา ไม่งั้นคงโดนยัยจิ้งจอกนี่หลอกเอาได้ง่ายๆ ไปแล้ว
เื่นี้ทำให้หญิงสาวยิ่งนับถือฮั่วฉางชิงมากขึ้นไปอีก
ไม่นานนัก ต่งฮุ่ยเจวียนก็ทำกับข้าวเสร็จ ทุกคนนั่งที่โต๊ะและเริ่มทานข้าว
ระหว่างทานข้าว จางอ้ายกั๋วกับต่งฮุ่ยเจวียน ในฐานะที่เป็ผู้ใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะกำชับชายหญิงทั้งสอง
จางจิงจิงขี้คร้านเกินจะฟัง พวกเขาพูดแต่เื่เดิมๆ เลยตั้งหน้าตั้งตากินเนื้ออย่างเดียว เื่กินจนคืนทุนกับข้าวของที่ขนมาคงเป็ไปไม่ได้ แต่กินให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็พอแล้ว
จางจือจือเห็นแบบนี้ สายตาก็เต็มไปด้วยความรังเกียจ
ยัยบ้านนอกนี่ คงไม่ได้กินเนื้อมาแปดร้อยปีแล้วมั้ง
"พี่สาว กินช้าๆ หน่อยก็ได้นะคะ เนื้อยังมีอีก อย่ารีบกินสิ เดี๋ยวติดคอนะ"
จางจิงจิงเงยหน้าจากชามข้าว สวมสีหน้าเว้าวอน "น้องสาว พี่ไม่ปิดบังเธอหรอกนะ เธอถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ได้รับการเอาอกเอาใจั้แ่เด็ก ไม่เคยอดอยาก อยากกินอะไรก็ได้กิน แต่ฉันไม่เหมือนกัน ฉันอยู่บ้านนอก ได้กินแต่ของที่ไร้สารอาหารอยู่ทุกวัน เห็นเนื้อสัตว์ก็อยากกิน ฝีมือคุณป้าดีขนาดนี้ ฉันเลยอดใจไม่ไหว กินเยอะไปหน่อย อย่าโกรธฉันเลยนะ"
คำพูดของจางจิงจิงทำให้สีหน้าเยาะเย้ยของจางจือจือแข็งค้างไป
ส่วนจางอ้ายกั๋ว สีหน้าก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ไม่ว่าจะอย่างไร การที่เขาทิ้งสองแม่ลูกจางจิงจิงไว้บ้านนอกก็เป็ความผิดของตน ่เวลาหลายปีมานี้จางจิงจิงคงลำบากมากไม่น้อย แม้แต่เนื้อสัตว์ก็คงไม่ได้กิน
ในขณะที่เขารู้สึกอับอาย เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง
จางอ้ายกั๋วเงยหน้าขึ้น มองจางจือจืออย่างดุๆ
"พี่สาวเธอกินเนื้อสัตว์ไปหน่อยจะเป็ไร บ้านเราก็ไม่ได้ขาดแคลนเนื้อสัตว์สักหน่อย"
พูดจบก็คีบเนื้อใส่จานจางจิงจิงหลายชิ้น
จางจิงจิงอยากจะหัวเราะออกมา แต่ก็รีบกล่าวขอบคุณ
ภาพที่เห็นทำให้ต่งฮุ่ยเจวียนโกรธขึ้นมา
จางจิงจิงคนนี้ ไม่พูดถึงเื่เก่าๆ ไม่ได้รึไง? ตั้งใจทำให้คนอื่นอารมณ์เสียหรือไงกัน!
"อ้ายกั๋ว จือจือก็ไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย ไม่ได้ห้ามไม่ให้เธอกิน แค่กลัวว่าเธอกินเยอะแล้วจะติดคอ คุณจะมาว่าลูกทำไม?"
จางอ้ายกั๋วรู้สึกไม่พอใจ จึงพูดจาไมาให้เกียรติภรรยาต่อหน้าทุกคน
"เธอไม่ต้องเข้าข้างลูกไปซะทุกเื่หรอก ดูสิว่าลูกกลายเป็คนยังไงไปแล้ว ไม่รู้จักความ ไม่เชื่อฟัง ไม่เหมือนพี่สาวเลย"
ส่วนฮั่วฉางชิงกับจางจิงจิงก็นั่งกินข้าวเงียบๆ ไม่พูดอะไร
จางอ้ายกั๋วด่าว่าต่งฮุ่ยเจวียนต่อหน้าจางจือจือ ทำเอาจางจือจือถึงกับน้ำตาคลอ
หลังจากกินอิ่มหนำสำราญแล้ว จางจิงจิงก็ถอนหายใจพลางลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวว่า
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเรากลับก่อนนะคะ บ่ายนี้ยังมีธุระต่อ ค่อยหาเวลาว่างมาใหม่ค่ะ"
จางอ้ายกั๋วยิ้มพลางลุกขึ้นยืน
"ไม่นั่งต่ออีกหน่อยเหรอ?"
ฮั่วฉางชิงส่ายหน้า "ไม่ล่ะครับ ผมยังมีธุระต่อ"
ทั้งสองคนเดินไปเปลี่ยนรองเท้าที่หน้าประตู เอ่ยลาเ้าของบ้านก่อนจะเดินออกไป
ขณะที่จางจิงจิงเดินจากไป สายตายังคงจ้องมองกล่องของขวัญเ่าั้ด้วยความอาลัย
เมื่อเสียงฝีเท้าเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ ต่งฮุ่ยเจวียนก็เป็ฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน
“จางอ้ายกั๋ว นี่คุณหมายความว่ายังไง? เพื่อเด็กเหลือขอนั่นถึงกับมาว่าฉันแบบนี้ คุณไม่อยากอยู่กับฉันแล้วใช่ไหม? พูดมาสิ!”
ต่งฮุ่ยเจวียนรู้สึกอัดอั้นตันใจมาตลอด ตอนนี้จึงะเิออกมาทั้งหมด