หลังจากกลับมาสลัมและแก้ข่าวลือผิด ๆ ให้กับชนเผ่าที่เรียกตัวเองว่าผู้เล่นเื่การค้ามนุษย์กับคนในสลัมแล้ว วิธูก็ยังใจดีบอกวิธีรับอาหารฟรีให้กับกลุ่มที่อยู่ในละแวกเดียวกันอีก 2-3 คนด้วย เห็นแก่ที่พวกเขาไม่ได้ขโมยที่นอนประจำของตนไป
แน่นอนว่าอีกส่วนหนึ่งก็เพราะตอนนี้เขาไม่จำเป็ต้องหวังพึ่งสิ่งเ่าั้แล้ว ทุกวัน่สายและบ่ายจะมีคนที่น่าจะเป็เ้าของร้านขนมปังเอาขนมปังธัญพืชมาให้ครั้งละ 2 แผ่น
วันแรก ๆ ก็พยายามขอเปลี่ยนเป็ขนมปังแข็งแล้ว เพราะไม่รู้ว่าสามคนนั้นฝากเงินไว้แค่ไหน เกิดหมดขึ้นมาเขาก็คงต้องทนนอนหิวอีก
แต่แม่นางผู้นั้นมีหรือจะฟังเขา หล่อนต้องฟังคนจ่ายเงินอยู่แล้ว
'ก็ขอบคุณอยู่หรอก แต่ความรู้สึกที่ต้องกังวลว่าเงินที่ถูกจ่ายล่วงหน้าไว้กำลังลดลงเป็เท่าทวีเมื่อเทียบกับราคาของขนมปังแข็ง ก็ทำให้รู้สึกกลืนลำบากอยู่เหมือนกัน'
ชีวิตก็ดำเนินไปเช่นนั้น บางครั้งเขาก็จะแบ่งขนมปังให้คนอื่น ๆ ด้วย นี่ไม่ใช่ความใจดีแต่คือหลักประกัน อย่างน้อยพวกเขาก็จะไม่คิดแย่งชิงในภายหลัง
คนยากไร้ก็มีจิตสำนึกของคนยากไร้เหมือนกัน ศีลธรรมขั้นต่ำที่สุดก็ยังมีอยู่
ใช้ชีวิตไปอย่างนั้น ฟังคำพูดและข่าวลือมากมายทั้งจากคนที่เดินผ่านไปมา และคนน่าสงสัยบางกลุ่มที่ชอบแอบแฝงปลอมเป็คนเร่ร่อนมาคุยเื่ที่ฟังเข้าใจยากไปเรื่อย ๆ แก้เบื่อ มองฟ้า มองตะวัน มองจันทร์ มองดารา
รู้ตัวอีกทีก็คงผ่านไปกว่าสิบวันแล้ว..
่สายของวัน เขามองเห็นกลุ่มคนจำนวนมากที่แต่งตัวด้วยชุดแบบเดียวกันกำลังเดินสำรวจรอบ ๆ ด้วยท่าทางตื่นตาตื่นใจ
'ท่าทางคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นจากใครมาก่อน'
จากทั้งหมดนั้น มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทางใคร่รู้ แต่ก็ระมัดระวัง
"สวัสดีครับ เอ่อ มีภารกิจอะไรให้ทำไหม"
จบประโยคนั้น ภาพความทรงจำของการพบกันครั้งแรกของเขากับลมวสันต์ก็ฉายซ้อนทับกันในบัดดล
'...ผู้เล่น?'
ในที่สุด วันเปิดตัวอย่างเป็ทางการของฮิราเอเธียก็มาถึง ผู้คนต่างพร้อมใจกันเข้าไปนอนรอในเครื่องเกมั้แ่เช้า เพราะแม้จะยังเข้าเกมไม่ได้ แต่ก็เข้าไปปรับแต่งโมเดลตัวละครได้ แม้จะเปลี่ยนได้ไม่กี่อย่างเพราะใช้ข้อมูลร่างกายเป็พื้นฐาน แต่แค่การเลือกสีตา สีผม ทรงผม ทรงเครา หรือรายละเอียดยิบย่อยที่ผู้พัฒนาใส่มาให้ ผู้เล่นสายปั้นโมเดลก็อยู่ในขั้นตอนสร้างได้เป็วัน ยังไม่ต้องพูดถึงเหล่าหญิงสาวที่เริ่มใช้โหมดตั้งค่าโมเดลเพื่อพิจารณาทรงใหม่ที่อยากทำในชีวิตจริงด้วย
แน่นอนว่าก็ยังนับเป็ส่วนน้อย ส่วนใหญ่เมื่อสามารถเข้าสู่ระบบได้ ผู้เล่นก็เลือกจะรีบกดเข้าเกมทันทีอย่างอดรนทนไม่ไหว ในผู้เล่นจำนวนมากนั้น มีฝาแฝดชายหญิงคู่หนึ่งที่ถูกสุ่มมาโผล่ที่ชายขอบฝั่งตะวันตก
หลังจากพวกเขาหากันจนพบ น้องชายที่เป็คอเกมก็สังเกตเห็น NPC คนหนึ่งในย่านสลัมที่กำลังมองสำรวจรอบ ๆ เหมือนกำลังพิจารณาบางอย่าง
"แต้ม ดูคนนั้นสิ มีเครื่องหมายอยู่คนเดียวเลย"
เขาพยักพเยิดไปทางชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งเหยียดตัวพิงกำแพงพัง ๆ อย่างเกียจคร้าน ทว่ากับเป็คนเดียวที่มี [???] อยู่บนหัว แถวร่างกายก็ไม่ได้ย่ำแย่เท่ากับคนอื่น ๆ ดูยังไงก็เหมือนเขียนคำว่า 'พิเศษ' ไว้ทนโท่
หญิงสาวพอได้ยินก็พิจารณาครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย
ทั้งคู่สบตากัน ก่อนจะเดินเข้าไปหาชายคนนั้นอย่างระมัดระวัง
"สวัสดีครับ เอ่อ มีภารกิจอะไรให้ทำไหม"
เขาถามชายตรงหน้าอย่างระมัดระวัง อีกฝ่ายตวัดตาขึ้นมอง ไม่ได้พูดอะไรทันทีแต่มีประกายบางอย่างแวบผ่านดวงตา
"น้ำกับขนมปังแข็ง"
อีกฝ่ายพูดสั้น ๆ
"อย่างละ 2 และชื่อของพวกเ้า"
พวกเขาหันไปสบตากันแวบหนึ่ง ใจเริ่มคิดว่านี่คือการรีดไถหรือเปล่า แต่ก่อนจะได้ตอบสนองอะไรก็มีหญิง NPC คนหนึ่งเดินผ่านมา เธอส่งขนมปังที่ดูด้วยหางตายังรู้ว่าดีกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายร้องขอเป็สิบเท่าให้ชายตรงหน้าของพวกเขา แล้วเดินจากไปทางเดิม ราวกับว่ามาที่นี่เพื่อส่งของโดยเฉพาะแล้วจากไป
ในตอนนั้นพวกเขาก็สบตากันอีกครั้ง ต่างคนต่างพร้อมใจยกขนมปังแข็งและน้ำดื่มให้ชายตรงหน้าคนละชิ้นคนละขวดอย่างเสียไม่ได้
'บททดสอบแน่ ๆ ใช้เพื่อพิสูจน์ทัศนคติ'
"ฉันชื่อ 'แต้มตรังคะ' ค่ะ เรียกแต้มก็ได้ ส่วนนี่น้องชายฉัน ชื่อ 'ขีดขุนเขา' เรียกสั้น ๆ ว่าขุน"
"อ่า.. ส่วนข้า วิธู"
เขาตอบรับก่อนจะครุ่นคิดเล็กน้อย
"วันก่อนคนเผ่าเ้าบอกว่าต้องกลับบ้านเกิด ตอนนี้ทยอยมากันเพิ่มหรือ?"
ขีดขุนเขางุนงงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายถึงผู้เล่น Closed beta จึงพยักหน้ารับ
"ครับ อีกประมาณ 10 วันก็น่าจะมาถึงที่นี่แล้ว"
เขาตอบรับอย่างสุภาพ ในใจอดชื่นชมไม่ได้ที่ NPC เกมนี้มีเริ่มการพูดถึงผู้เล่นก่อนด้วย
อีกฝ่ายได้ยินก็พยักหน้าเป็เชิงว่ารู้แล้ว ก่อนจะเงียบไปอีกครู่หนึ่ง
"พวกเ้าเป็แฝดกันใช่ไหม?"
ทั้งสองคนพยักหน้ารับ
อีกฝ่ายพยักหน้าตาม
"..."
"..."
"เอ่อ... แล้ว.. ภารกิจ..?"
"ภารกิจที่ข้าคิดได้พวกเ้ายังทำไม่ได้..."
เขาพูดในขณะที่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
"แต่ข้ารู้จักฝาแฝดคู่หนึ่ง คนหนึ่งเปิดร้านขายอุปกรณ์นักผจญภัยอยู่แถวนี้ อีกคนเปิดร้านปรุงยาอยู่ทางตะวันออก พวกเ้าก็ลองไปผูกมิตรไว้แล้วกัน อีก 10 วันค่อยกลับมา"
พูดจบอีกฝ่ายก็กัดขนมปังแข็งเป็การตัดบทสนทนา แล้วก็ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก
พวกเขาเดินจากมาโดยไม่ได้เซ้าซี้ต่อระหว่างมองหาร้านขายอุปกรณ์ที่วิธูพูดถึงก็คุยงึมงำกันไปด้วย
"เพราะพวกเราเลเวลต่ำรึเปล่า?"
"ตอนแรกก็คิดแบบนั้น แต่ทำไมต้อง 10 วันล่ะ เป็ไปได้ไหมที่เขาจะรอผู้เล่น Close Beta เพราะนายก็บอกเขาไปว่าน่าจะกลับมากัน่นั้นพอดี"
"จะให้พวกเขาช่วยแบกเหรอ เอไอเดี๋ยวนี้มันประมวลผลไปถึงขั้นนั้นแล้วเหรอ?"
ขีดขุนเขาไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก แต่เขาก็คิดไม่ออกว่าทำไมต้อง 10 วัน ในเมื่อต่อให้จะรีบปั่นค่าประสบการณ์ วิเคราะห์จากที่คนในคอมมูพูดกัน แค่ 10 วัน น่าจะไปถึงราว เลเวล 6-7 เท่านั้น ก็ดูไม่ได้มีน้ำหนักอะไรขนาดนั้น และต่อให้จะใช่ อีกฝ่ายจะรู้ได้ยังไงว่าภายใน 10 วันต่อมาพวกเขาจะแข็งแกร่งพอในระดับที่อีกฝ่าย้า ไม่ว่าจะคิดไปทางไหนก็ไม่ปะติดปะต่อเท่าความคิดนั้น ซึ่งถ้าจริง ก็แปลว่าระบบความคิดของ NPC ในเกมนี้ล้ำหน้ามาก
- กริ๊ง -
เสียงกระดิ่งที่มุมประตูดังขึ้น พวกเขาก้าวเข้าไปในร้าน เห็นเ้าของร้านกำลังปัดกวาดโล่อันหนึ่งอยู่
"สวัสดีค่ะ.. พอดีคุณวิธูที่อยู่ในสลัมให้พวกเรามาหาคุณ"
แต้มตรังคะพูดอย่างสุภาพ เ้าของร้านหันมามองครู่หนึ่งก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย
"พวกเ้า.. ฝาแฝดหรือ?"
"ค่ะ คุณวิธูบอกว่าเ้าของร้านก็มีฝาแฝดเลยให้มาหาค่ะ"
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
"อืม.. เ้านั่นสินะ.. ดี เ้าคนหนึ่งอยู่กับข้า อีกคนไปทิศตะวันออก ไปร้านปรุงยาของดารา ระหว่างนี้ก็ช่วยงานที่ร้านไปพลาง จะให้ยืมห้องว่างชั่วคราวจนกว่าลูกมือข้าจะกลับก็แล้วกัน"
ทั้งสองคนแม้จะงุนงง แต่ก็ทำตาม แต้มตรังคะ ที่มือเบากว่าเลือกจะไปทำงานที่ร้านปรุงยา ปล่อยขีดขุนเขาทิ้งไว้ที่ร้าน อย่างที่นาน ๆ ครั้งจะแยกจากกัน
พวกเขาไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอนาคตที่ก้าวเดินต่อไปนั้นจะมอบอะไรให้ อย่างไรก็เป็เพียงเกมเกมหนึ่ง พวกเขาก็แค่อยากจะยืดเวลาในการเที่ยวเล่นให้ยาวนานขึ้นก็เท่านั้นเอง
TBC.