เวลาเช้าตรู่ เสียงดังพลั่วพละ! พลั่วพละ! ทำให้นาตาลีตื่นขึ้นมาหาต้นเสียงผลไม้กับการได้พักเต็มที่ทำให้เรี่ยวแรงกลับคืนมาเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดพื้นเมืองมาสวมใส่ชุดเก่งของตัวเอง มือบางแหวกม่านผ้าออกไปข้างนอก
โธ่! กองไฟนี่เอง
หญิงสาวหันกลับไปมองสิ่งปลูกสร้างที่คนที่นี่เรียกว่าบ้านถึงกับตกตะลึงไม่น้อยเพราะดูไม่ออกเลยน่ะสิ
‘บ้าน’ ถูกซ่อนอยู่ระหว่างใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมเกือบมิดส่วนภายในทำไว้อย่างดี มีช่องเหมือนหน้าต่างบานเล็กสามารถเปิดดูสภาพแวดล้อมภายนอกได้
มันผิดคาดอย่างมากเพราะไม่มีเค้าความเป็กรุงเทพฯแม้แต่น้อย ป่าคอนกรีตที่เคยเห็นจนชินตา กลายเป็ป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์กว้างใหญ่ไพศาลไร้ซึ่งเทคโนโลยีทันสมัย อย่างนี้นี่เองมาคินถึงได้ค้านนักอีกทั้งการแต่งกายของเชนและพันนาเปรียบเทียบกับของเธอแล้วมันค่อนข้างคนละเื่กัน คงไม่ผิดหรอกที่พวกเขาจะมองเธอเหมือนคนประหลาดอย่างที่เธอเองก็มองพวกเขาอย่างนั้นเช่นกัน
แล้วหมู่บ้านริมน้ำูเานำโชค มันอยู่ที่ไหนกัน
ที่นี่คือที่ไหน?
หญิงสาวคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธออาจหลงมิติมาอยู่ในชนบทยุคใดยุคหนึ่งที่ประวัติศาสตร์ไม่ได้บันทึกไว้แล้วจากที่เคยดูในหนังในละคร คนหลงยุคจะได้กลับบ้านตอนใกล้ๆ จบเื่
โอ๊ยตาย! ฉันคงรอให้ถึงตอนนั้นไม่ไหวแน่
คนใช้ความคิดพลันรู้สึกอุ่นกายจากรัศมีความร้อนแรงของเปลวไฟแม้มิอาจแทรกซึมเข้าไปถึงข้างในแต่ก็ยังดี แลเห็นคู่สามีภรรยากำลังง่วนกับการเตรียมอาหารเช้าทั้งสองดูมีความสุขกับชีวิตครอบครัวจนน่าอิจฉา
“ตื่นมาทำไม เ้าควรจะพักอีกสักหน่อยนะ”พันนาเอ่ยท้วงทันทีที่เห็นนาตาลี
“ฉันนอนเยอะแล้วค่ะ เดี๋ยวเส้นยึดหมดมีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ” เธอแค่นถามท้ายประโยคเมื่อเหลือบไปเห็นสีหน้าบึ้งนิดๆ ของเชนเหมือนว่าเธอเข้ามาขัดจังหวะแสนสุขของครอบครัวในยามเช้าอย่างไรอย่างนั้น
“อีกเดี๋ยวมาคินจะไปซักผ้าที่ริมน้ำ เ้าอยากไปด้วยไหม”
“ไปค่ะ” ตอบแบบไม่ต้องคิดกันเลยทีเดียว
ระหว่างรอมาคินเตรียมเสบียงไว้กินกลางทางเธอได้เห็นเหล่าเพื่อนผองของเด็กชายแวะเวียนมาทักทายไม่ขาดสายแต่ที่ดูสนิทสนมกันมากเห็นจะเป็กลุ่มเด็กชายที่ชื่อ กังหัน อินผา และยีรัน
อย่างนี้แถวบ้านเรียก..แก๊งเดียวกัน
สีหน้าเปี่ยมสุขอย่างเห็นได้ชัดกับการได้พี่สาวคนใหม่ของบุตรชายทำให้เชนมิอาจแย้งสิ่งใดแม้จะไม่ไว้ใจหญิงแปลกหน้าเท่าไหร่นัก
“อย่าไปไกลจากเขตริมน้ำ และอย่าขึ้นไปบนเขาเด็ดขาด”
“ข้ารู้แล้วน่ะพ่อ” ค่อยเบาใจเมื่อบุตรชายรับปากหากไม่วายหันมาตีหน้าขรึมจัดใส่อีกคน “ถึงแม้ว่าที่นี่จะอยู่กันอย่างสงบสุขแต่อันตรายก็มีมาก บนเขามีสัตว์ร้าย พื้นล่างก็ยังมีพวกกลุ่มโจรอยู่” นาตาลีตาโต
“โจร!”
“ก็รู้ๆ อยู่ว่าที่นี่เป็เหมืองเพชรเหมืองพลอยแม้ท่านแม่ทัพเนเรนจะดูแลและให้ความเป็ธรรมกับคนในปกครองอย่างดีคอยส่งนักรบมือดีมาปราบจนแทบไม่มีแล้วแต่พวกลักขโมยหวังผลทางการค้าก็ยังคงมีอยู่ไม่ใช่รึ” เชนค่อนแคะราวกับว่าเธอแกล้งทำเป็ไม่รู้
นาตาลีลอบถอนหายใจ
นี่ฉันเข้าข่ายพวกนั้นด้วยหรือเนี่ย
เถอะ! ใครจะคิดอย่างไรก็ช่างแต่ที่เสียวสันหลังวาบนี่คงเป็เพราะคำว่า ‘โจร’ แน่เชียว
หญิงสาวเดินขบคิดหลายเื่ไประหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็เื่ตำนานที่ออกจะติดตลกไปสักหน่อยในความคิดของเธอเื่ผู้ปกครองแผ่นดิน และที่สำคัญคือเื่...
“มาคินเคยเจอพวกโจรไหม” อาการพยักหน้าหงึกหงักคือคำตอบ
“บ่อยไหม”
“ครั้งเดียว”
“กลัวไหม”
“กลัวสิพี่ถามได้!ข้ากลัวมากเชียวล่ะ เมื่อสามเดือนก่อนตอนนั้นท่านเซออนมาช่วยข้าไว้ทัน” เด็กชายเล่าถึงเหตุการณ์ให้ฟังอย่างตื่นเต้น พร้อมทำมือกวัดแกว่งไปมาเสมือนหนึ่งมีดาบในมือ
“ข้าอยากเป็นักรบที่เก่งกาจอย่างท่าน” คนฟังอมยิ้ม
คงเป็ฮีโร่ในดวงใจ
“แล้วท่านเนเรนล่ะ ได้ยินพ่อมาคินบอกว่า ‘แม่ทัพ’ เป็คนปกครองที่นี่ใช่ไหม”
“ใช่แล้วพี่ ท่านเก่งมากเลยนะแต่ก็ดุชะมัด”
ดูท่าจะเกรงๆแสดงว่าคนชื่อเซออนใจดีกว่า
“คนเป็ผู้นำก็อย่างนั้นแหละ ท่านเซออนนี่คงเป็ลูกของท่านเนเรนใช่ไหม”
“ไม่ใช่พี่ท่านเซออนเป็หนึ่งในนักรบคนรู้ใจของท่านเนเรนต่างหาก อีกสองท่านคือท่านอลันและท่านฟาลีท่านแม่ทัพยังหนุ่มอยู่เลย ดูสง่างามมากด้วย” คนฟังเบิกตากว้าง
ผิดคาด!หนุ่มฉกรรจ์ล้วนๆ ทั้งนั้นนี่เอง ถึงว่าไม่มีใครกล้ามาต่อกร
สายน้ำใสสะอาดทอดตัวยาวคดเคี้ยวตามดีไซน์ของธรรมชาติสุดลูกหูลูกตาเป็แหล่งอาศัยของสัตว์น้ำน้อยใหญ่ ไม้ใบเขียวหลายขนาดหลากรูปร่างต่างทับซ้อนเรียงรายคล้ายเป็ศิลปะงามที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นจากสถานที่จริงสวยงามน่าประทับใจ
“ได้ยินเสียงน้ำไหล”นาตาลีบอกมาคินด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ใกล้ถึงแล้ว อยู่ข้างหน้านี่เอง”
“เอ้อออ..อากาศดีจังเลยนะ”เธอเปลี่ยนจากการชะเง้อชะแง้เมื่อครู่มาเป็การสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
“สดชื่น”
“ดีใจที่พี่ชอบคนในหมู่บ้านมาซักผ้าที่นี่กันทั้งนั้น” คำบอกเล่าทำให้เ้าของดวงตากลมโตเริ่มสอดส่ายหาสิ่งมีชีวิตด้วยกันทว่า..
“แล้วทำไมไม่เห็นมีใครเลย”
“สายป่านนี้ เขาก็กลับกันหมดแล้วน่ะสิ”นาตาลีพยักหน้าเข้าใจก็ระหว่างทางเธอมัวแต่เดินทอดน่องดูโน่นถามนี่ตามประสาคนไม่เคย จึงทำให้ไม่ทันคนอื่น
แต่จะว่าล่าช้าก็ยังแลเห็นเงาตะคุ่มๆของคนคู่หนึ่งที่กำลังมุ่งหน้ามายังริมน้ำแถบใกล้กัน และกิริยาชะเง้อมองนั้นก็ทำให้มาคินต้องเงยหน้ามองตาม
“นั่นน้าหญิงกับกาย่า”
มาคินยกสองมือขึ้นป้องปาก..เตรียมโก่งคอทักทายตามประสาคนรู้จัก
ทันใดนั้นเอง!
“กรี๊ด!!!”
เสียงกรีดร้องจากสองแม่ลูกทำให้นาตาลีรีบตวัดมือตะปบปากคนข้างตัวด้วยสัญชาติญาณฟ้องถึงความผิดปกติก่อนรีบโฉบพากันหลบหลังต้นไม้
“พี่จะปล่อยแต่ต้องเงียบ ห้ามส่งเสียงเข้าใจไหม” มาคินพยักหน้ารับ
“ไม่ต้องกลัว อยู่ตรงนี้ อย่าไปไหน”
เด็กชายยังคงได้แต่พยักหน้ารับคำอยู่อย่างนั้นด้วยความตระหนกร่างกายแข็งทื่อราวกับเชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด ตอนนี้แทบไม่รับไม่รู้อะไรแล้ว..นอกจากคนที่ตัวเองเรียกว่า ’พี่สาว’ั้แ่แรกเจอ ช่างเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญไม่แพ้ชายชาตรีเลยทีเดียว ความประทับใจเด่นชัดจนกลบความตื่นกลัวไปเสียสนิท
หญิงสาวปลีกตัวออกมาลอบดูสถานการณ์อย่างมีสติ เธอค่อยๆ ย่องอ้อมไปอีกด้าน..ฝีเท้าเบาเฉียบอย่างคนที่ฝึกมาดีสายตากราดมองรอบตัว..ระแวดระวัง ค้นหา
นั่นไง!
ก้อนหิน ท่อนไม้
ได้การล่ะ!
เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนมองสองชายชุดดำรูปร่างสันทัดบนหลังม้าตาไม่กะพริบในมือของมันถือดาบยาวคมกริบ
ไม่ผิดแน่ ‘โจร’
สองแม่ลูกยังหวีดร้องเสียงดังหนึ่งในนั้นโยนตัวลงมาจากหลังม้าแล้วเข้ายื้อแย่งตัวเด็กสาว ร่างเล็กๆ ขัดขืนสุดกำลังระคนร้องขอความช่วยเหลือ
นาตาลีหาจังหวะเหมาะขว้างก้อนหินออกไปสุดแรงความแม่นระดับพระกาฬของเธอโดนเข้าที่หัวคนชุดดำบนหลังม้าอย่างจังจนเสียหลักตกลงมาไม่รอช้าเธอรีบกระโจนเข้าฟาดซ้ำด้วยท่อนไม้ แล้วยึดดาบของมันมาถือไว้
หญิงสาวะโบอกให้สองแม่ลูกรีบหนีโดยที่สายตาไม่ได้ละไปจากไอ้คนชุดดำ
“ถ้าจะรังแกเด็กล่ะก็ มาเจอฉันดีกว่ามั้งไอ้พวกบ้า!”
“หนอย! นางนี่ ใครกันวะ!”มันคำรามลั่น ยิ่งเห็นพวกเดียวกันแน่นิ่งไปยิ่งโกรธจัด
ร่างหนากระโจนเข้ารุกรานรวดเร็ว ร่างเล็กเงื้อรับคมดาบอย่างรู้ทางผลัดรุกผลัดรับจนเห็นได้ชัดว่าคนร่างเล็กหาใช่อุปสรรคไม่เพราะฝีมือเหนือชั้นกว่ากันมาก คนเห็นท่าไม่ดีเตรียมหาทางหลบหนีประจวบกับพวกมันอีกคนเริ่มฟื้นตัวและพยายามตะเกียกตะกายขึ้นหลังม้าพากันถอย มันไม่วายทิ้งคำขู่ให้เธอนึกฉุน
“ฝากไว้ก่อนเถอะ นางตัวดี!”
“เออ! แล้วรีบๆมาเอาคืนไปล่ะ เผื่อฉันจะอยู่ที่นี่ไม่นาน”
หนอยยย!ไม่รู้ซะแล้วว่าใครเป็ใคร
ชาวบ้านนับสิบชีวิตพากันรีบรุดมาเหมือนเป็ภาพเบลอในสายตาของนาตาลีหากหญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงสีเข้มคนหนึ่งทำเธอหลุดจากภวังค์ทั้งปวงเมื่อถูกตะคอกถาม
“เ้าทำอะไรแม่กับน้องข้า”นาตาลีส่ายหน้าค้าน
“เปล่า”
“แล้วทำไมเ้าปล่อยให้พวกมันหนีไป”คนฟังทำหน้างง
อ้าว! ตกลงผิดหรือเนี่ย
“เ้าเป็ใคร”
“ฉัน..มากับมาคิน” นาตาลีแค่นตอบอย่างไม่อยากจะเสวนาด้วยคนอะไรน้ำเสียงกระด้างไม่น่าฟังเอาเสียเลย
“ไหนล่ะมาคิน!”
“จริงด้วย! มาคินล่ะมาคิน!” นาตาลีรีบละไปโดยไม่สนใจเสียงแข็งๆ ที่ยังะโไล่หลังอย่างจะเค้นเอาความจริงเสียให้ได้และเมื่อเห็นว่าเด็กชายยังหดตัวคดคู้อยู่ที่เดิมก็โผเข้ากอดด้วยความดีใจ
“ไม่เป็ไรแล้วเด็กดีของพี่พวกมันไปแล้ว”
‘อาที’ เรียกประชุมชาวบ้านเป็การด่วน ต่างฮือฮาเกี่ยวกับหญิงแปลกหน้าที่ช่วยเหลือคนในหมู่บ้าน เชนกับพันนาคอยดูแลบุตรชายไม่ห่างเพราะกลัวจะใมากเหมือนครั้งก่อนๆแต่กลับตรงกันข้าม มาคินเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างไม่ขาดปากแม้คนทั้งคู่จะแปลกใจเพียงใดแต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับความปลอดภัยของบุตรชายส่วนกาย่าถึงกับนอนจับไข้
นาตาลีเพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้วสองแม่ลูกนั้นก็คือภรรยาและบุตรสาวคนเล็กของอาที และที่รู้อีกอย่างก็คือ...
“พอได้แล้วแม่ มากเกินไป”
นั่นไง! คนที่ตวาดใส่ตอนนั้น
‘มายา’ บุตรสาวคนโตของผู้นำหมู่บ้าน
“นางช่วยพวกเราไว้เ้าไม่ควรพูดอย่างนี้”
“คนแปลกหน้า ไว้ใจได้หรือพวกเดียวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้”
นาตาลีถึงกับสะอึก เพราะั้แ่เธอมาอยู่ที่นี่ดูเหมือนจะถูกกล่าวหาว่าเป็คนไม่ดีอยู่ตลอดทำไมกัน!
คนเป็แม่รีบเข้ามาดึงแขนบุตรสาว “นางเป็ญาติของพันนา อย่าเสียมารยาท”
“แต่แม่”
“หยุดได้แล้วมายา”
“พ่อ!”
“ออกไปก่อนไป เดี๋ยวข้าจัดการเอง” คราวนี้ผู้เป็บิดาปราบเสียอยู่หมัด มายาสะบัดหน้าหนีอย่างไม่พอใจไม่วายหันมาขึงตาขวางใส่ นาตาลีอดถอนใจหน่ายไม่ได้
ยัยคนนี้แปลกคนจริงอย่างกับโกรธกันมาสักสิบชาติ
อาทีและชาวบ้านปรึกษากันจนได้ข้อสรุปว่าให้ทุกคนระวังตัวเตรียมการรับมือเพื่อความปลอดภัย และจะนำเื่นี้ไปรายงานท่านแม่ทัพที่เมืองหลวงในวันรุ่งขึ้น
นี่เป็อีกคืนที่นาตาลีต้องนั่งขบคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆนานาที่เพิ่งผ่านเข้ามาในชีวิต
การทำเหมืองเพชรเหมืองพลอยและเื่ราวตามตำนานที่ได้รับฟังก็น่าเอื้อให้เกิดความวุ่นวายอยู่หรอกนี่ถ้าเป็การรบสมัยาโลกล่ะก็..ตรงนี้คือจุดยุทธศาสตร์การปล้นฆ่าแบบกองโจรใช้มีดใช้ดาบสำหรับที่นี่ถือเป็เื่ธรรมดาจัดว่าเป็บ้านป่าเมืองเถื่อนได้เลย การเผชิญหน้ากับโจรของเธอคือการป้องกันตัวหากสู้พวกมันไม่ได้คงถูกริบถ้วยแชมป์คืนหมดทุกใบ
ที่สำคัญ..เสียชื่อสถาบันด้วย
นาตาลีสอนเด็กในหมู่บ้านทำหนังสติ๊กไว้ใช้ป้องกันตัวโดยออกกฎเหล็กว่าให้นำไปใช้ในทางที่ถูกที่ควรเท่านั้นซึ่งได้รับการเชื่อฟังเป็อย่างดี อีกทั้งคอยแนะนำชาวบ้านให้ปลูกผักสวนครัวและทำนาขั้นบันไดเพื่อลดการเข้าป่าทางผู้นำหมู่บ้านเองก็เห็นดีด้วยและคอยสนับสนุนเต็มที่สิ่งที่แนะนำเป็เพียงแค่พื้นฐานการเกษตรตามที่ได้ร่ำเรียนมาแต่สำหรับคนที่นี่แล้ว..เธอเป็หญิงเก่งนักพัฒนาทีเดียว
ยิ่งหญิงสาวเป็ที่รักใคร่ของทุกคนมากเท่าไหร่ มายาก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากเท่านั้นความหวาดระแวงเกิดขึ้นทันทีเมื่อแรกเห็นกันที่ริมน้ำหญิงสาวแปลกหน้าที่มีรูปร่างหน้าตาสะสวย ผิวกายขาวสะอาดราวกับอาบชุบด้วยน้ำนมอีกทั้งยังมีฝีมือด้านอาวุธพอตัว งามพร้อมเช่นนี้เล่าคงสามารถยึดเหนี่ยวใจชายผู้พบเห็นโดยง่าย
จะไม่มีวันยอมให้บรรดาท่านได้เจอนางผู้นี้เด็ดขาด