บทที่ 5 ใครบ้างไม่รู้จักแม่ทัพเซวีย
หลังจากที่นางพูดจบ รอบข้างก็เงียบกริบไปชั่วขณะ ไม่มีใครตอบ
ในแคว้นต้าอวี๋ตอนนี้ ฝ้ายยังไม่เป็ที่แพร่หลาย ตระกูลมั่งมีล้วนใช้ผ้าไหมทำเสื้อผ้ากันหนาว ส่วนคนยากจนก็ใช้ป่านและหนังสัตว์กันความหนาว
หลายคนแค่เคยได้ยินชื่อฝ้าย แต่ไม่เคยเห็นของจริง
ก่อนหน้านี้ตอนที่หมู่บ้านจับโจรใหญ่ได้ บังเอิญเจอเสื้อผ้าที่บุด้วยฝ้ายชิ้นหนึ่ง ซูจือจือเห็นแล้วชอบมาก
ห่าวเหรินไม่ได้ตอบตกลงทันที
ในเมืองสวินโจวไม่เคยมีใครปลูกฝ้าย แม้แต่เมล็ดพันธุ์ก็หาซื้อยาก ทุกคนอาจจะไม่อยากปลูก
แต่เมื่อจือจืออยากได้ เขากับอิงเหนียงก็อาจลองปลูกในที่นาส่วนตัวของพวกเขาปีนี้ดู
ซูจือจือเล่นนิ้วมือไปมา มองรอบ ๆ แล้วถามอย่างผิดหวัง "ปลูกไม่ได้หรือ?"
น้ำเสียงที่ผิดหวังของนางเหมือนเข็มเย็บผ้าที่แหลมคมทิ่มแทงหัวใจผู้คน
ขงหวู่เป็คนแรกที่รีบลุกขึ้นยืน พยักหน้าหนัก ๆ พลางทำท่าหว่านเมล็ดพืช "อา อา อา"
ฮวาเอ้อร์เหนียงถ่มเปลือกเมล็ดแตงออกจากปากแล้วพูด
"ปลูกได้สิ! จือจือชอบ จะปลูกไม่ได้ได้อย่างไร? ไม่รู้ก็เรียนรู้สิ อย่างมากข้าก็ไปซื้อเมล็ดพันธุ์จากที่อื่นเอง!"
ทุกคนต่างพูดขึ้นมาพร้อมกัน
"ปลูกไปก่อน จะยากเท่าไรกันเชียว?"
"พวกเรามีทั้งคนและที่ดิน ปีนี้ปลูกไม่สำเร็จ ก็ปลูกใหม่ปีหน้า!"
"เมื่อเก็บเกี่ยวฝ้ายได้แล้ว ทั้งหมู่บ้านจะได้คนละหนึ่งผืน ส่วนจือจือจะได้สิบผืน!"
"..."
เื่การเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิจึงได้ข้อสรุปเช่นนี้
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ห่าวเหรินได้กักตัวคนไว้บางส่วนเพื่อสั่งการเื่รายละเอียด ส่วนคนอื่น ๆ ต่างแยกย้ายกันไปทำธุระของตน
อู่อิงเหนียงและซูจือจือเข้าไปในห้องเพื่อดูเซวียเช่อ
"ฮูหยินห่าว" เซวียเช่อเดินมาจากข้างหน้าต่าง
อู่อิงเหนียงรู้สึกดีใจทุกครั้งที่เห็นเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่หน้าตาดีและมีมารยาทอย่างเซวียเช่อ
"เรียกข้าว่าท่านป้าอิงก็พอ น้ำแกงงูที่กินตอนเช้าเป็อย่างไรบ้าง ชอบหรือไม่?"
ซูจือจือรีบชมแทรก "ชอบ! ทั้งข้าและอาเช่อชอบมาก อาเช่อถึงกับเลียชามจนสะอาดเลยนะ"
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเซวียเช่อแดงก่ำขึ้นมาทันที
"ทำไมต้องเรียกข้าว่าอาเช่อด้วย? อีกอย่าง ข้าไม่ได้เลียชามสักหน่อย!"
แม้จะรู้สึกเขินอาย เซวียเช่อก็ยังกล่าวขอบคุณ "ขอบคุณท่านป้าอิงขอรับ"
"ไม่ต้องมากพิธีหรอก ถ้าอยากกินอะไรก็บอกป้าได้เลย ไปเล่นกันเถอะ"
ก่อนอู่อิงเหนียงจะจากไปยังกำชับซูจือจือเป็พิเศษว่า
"อาเช่อยังไม่หายป่วย ห้ามทะเลาะกับอาเช่อนะ"
ซูจือจือตบอกรับรอง "วางใจได้ วางใจได้!"
หลังจากอู๋อิงเหนียงจากไป เซวียเช่ออดไม่ได้ที่จะถามซูจือจือ
"หมู่บ้านของพวกเ้ารับฟังความคิดเห็นของเด็ก ๆ ด้วยหรือ?"
เมื่อครู่ตอนที่ซูจือจือพูดว่าจะปลูกฝ้าย เซวียเช่อเห็นปฏิกิริยาของทุกคนแล้ว
เขารู้สึกประหลาดใจกับความสามัคคีของหมู่บ้านนี้ และยิ่งประหลาดใจที่พวกเขาให้ความสำคัญกับคำพูดของเด็กคนหนึ่งถึงเพียงนี้
ในเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็ตระกูลใหญ่หรือบ้านสามัญชน เมื่อผู้าุโปรึกษาหารือกัน เด็ก ๆ ไม่มีสิทธิ์สอดปากพูด
ซูจือจือเบิกตากว้าง "ในหมู่บ้านใคร ๆ ก็พูดได้ทั้งนั้น เด็ก ๆ ก็เป็คนเหมือนกันไม่ใช่หรือ?"
เซวียเช่อ "......"
เด็กชายรู้สึกว่าตนเองช่างมีประสบการณ์น้อยนัก สิ่งที่เคยพบเห็นในเมืองฉางอันล้วนถูกพลิกกลับตาลปัตรที่นี่
นิสัยเดิมของเขาไม่ใช่คนช่างพูด แต่ก่อนเมื่อผู้ดูแลจวนพูดกับเขาหลายประโยค เขาก็มักตอบเพียงหนึ่งหรือสองคำ
แต่วันนี้เขากลับเป็ฝ่ายถามซูจือจือหลายคำถาม และยังอยากถามต่ออีกว่า
"หัวหน้าหมู่บ้านห่าวผู้มีบุคลิกสง่างามเช่นนี้ เคยเป็โจรูเามาก่อนหรือ?"
"แน่นอนสิ ท่านพ่อของข้าเคยเป็ถึงหัวหน้าใหญ่เชียวนะ"
เซวียเช่อ "หัวหน้าหมู่บ้านห่าวดูเหมือนจะไม่มีวรยุทธ์ เหตุใดทุกคนจึงเชื่อฟังเขาเช่นนี้?"
คงไม่ใช่เพราะพวกโจรคิดว่าเขาหน้าตาดีกระมัง?
ซูจือจือแทบจะกระดิกหางด้วยความดีใจ นางเคยถามคำถามนี้กับบรรดาท่านลุงในหมู่บ้านมาก่อน
พวกเขาบอกกับจือจือว่า
"พวกเราเป็แค่โจรธรรมดา แต่บิดาของเ้าน่ะเป็โจรที่มีความรู้! โจรธรรมดาไม่น่ากลัวหรอก แต่โจรที่มีความรู้ต่างหากที่น่ากลัว"
ซูจือจือเล่าคำพูดนี้ให้เซวียเช่อฟัง แล้วเสริมว่า
"น่าเสียดาย ตอนนี้ข้าไม่สามารถเป็โจรูเาได้แล้ว พวกเขายังบังคับให้ข้าเรียนหนังสืออีก"
เซวียเช่อชะงักไปครู่หนึ่ง "เ้าอ่านออกเขียนได้ด้วยหรือ?"
"ใช่แล้ว หมู่บ้านของพวกข้ามีโรงเรียน" ซูจือจือชี้ไปที่ผู้เฒ่าฉิน "ท่านผู้เฒ่าฉินก็คืออาจารย์"
เซวียเช่อมองตามมือของซูจือจือ เห็นผู้เฒ่าฉินนอนอาบแดดอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ มีพัดใบพลวงปิดหน้าอยู่
ลมพัดทำให้พัดใบพลวงหล่น พอดีเผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างของผู้เฒ่าฉินที่หูถูกตัดไป ยังมีน้ำลายที่ไหลออกมาตอนหลับติดอยู่ที่มุมปาก
สีหน้าของเซวียเช่อดูซับซ้อน เขาเชื่อว่าซูจือจือพูดความจริง
แต่ตอนนี้เขาสงสัยว่าซูจือจือไม่เข้าใจว่าอะไรคือการเรียนหนังสือ อะไรคือการเป็อาจารย์
ซูจือจือไม่ให้เวลาเซวียเช่อคิด นางล้วงผลไม้สองลูกจากกระเป๋าเสื้อยัดใส่มือเขา
"เ้าอยู่บนเขาวางใจได้ มาเป็ลูกน้องข้าเถอะ ข้าจะดูแลเ้า มีของกินอะไรก็จะแบ่งให้เ้าหนึ่งส่วน" นาน ๆ ทีจะมีคนวัยเดียวกันขึ้นมาบนเขา นางไม่อาจปล่อยโอกาสนี้ไป
เซวียเช่อไม่ยอมรับผลไม้ เม้มริมฝีปากพูดว่า
"ข้าไม่ยอมเป็ลูกน้อง"
ปกติผู้คนล้วนเรียกเขาว่าคุณชาย เขาไม่เคยเป็ลูกน้องให้ใครมาก่อน
ซูจือจือยัดผลไม้ใส่มือของเขาพลางกล่าวอย่างห้าวหาญ
"เอาไว้เถอะ นับจากวันนี้เป็ต้นไป เ้าก็เป็คนของพี่แล้ว"
"ข้าไม่รับ"
ซูจือจือมีแรงเยอะมาก เซวียเช่อผลักไม่ไหว จึงหมุนตัวเดินออกไปข้างนอก
ซูจือจือไล่ตามไป
เซวียเช่อเร่งฝีเท้า
ซูจือจือวิ่งเหยาะ ๆ
เซวียเช่อวิ่งสุดชีวิต!
"อาเช่อ เ้ารับไว้สิ!"
"ไม่รับ"
"ข้าจะคอยคุ้มครองเ้าเอง!"
"ไม่จำเป็!"
ทั้งสองวิ่งไล่กันไปมาบนลานว่างในหมู่บ้าน จนทำให้ไก่และเป็ดตื่นใบินกระเจิดกระเจิงไปทั่ว
ร่างกายที่อ่อนแอของเซวียเช่อจะวิ่งหนีซูจือจือได้อย่างไร
วิ่งไปได้เพียงสองรอบก็ถูกซูจือจือจับตัวได้
เซวียเช่อรู้สึกอับอายจนหน้าแดง ถึงกับถูกเด็กหญิงจับตัวไว้จนดิ้นไม่หลุด
"จือจือ อย่าไร้มารยาท" เสียงหนักแน่นของหัวหน้าหมู่บ้านห่าวดังขึ้นเหนือศีรษะ
เด็กน้อยทั้งสองเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับสายตาห้ามปรามของหัวหน้าหมู่บ้านห่าวพอดี
"ท่านพ่อ" ซูจือจือปล่อยมือออกอย่างเสียไม่ได้
"หัวหน้าหมู่บ้านห่าว" เซวียเช่อรู้สึกราวกับรอดพ้นจากภัยพิบัติ
หัวหน้าหมู่บ้านห่าวก้มตัวลงแยกทั้งสองคนออกจากกัน จูงมือคนละข้างเดินกลับไปยังลานบ้านของตน
"ข้ามีเื่จะพูดกับพวกเ้า"
เมื่อเข้ามาในห้อง ซูจือจือและเซวียเช่อต่างนั่งตัวตรงอย่างเรียบร้อย
หัวหน้าหมู่บ้านห่าวถามซูจือจือก่อน
"สองวันนี้ข้าให้เ้าขึ้นเขาไปทบทวนตำราไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงลงเขามาเจอพวกค้ามนุษย์ได้?"
ซูจือจือหลบสายตาด้วยความรู้สึกผิด
"ข้าช่วยอาสะใภ้หกเลี้ยงลูกแกะ แต่ลูกแกะวิ่งหนีไป ข้าก็เลยวิ่งตามไป แล้วก็มาเจอกันที่เชิงเขา"
หัวหน้าหมู่บ้านห่าวจ้องมองซูจือจือด้วยสีหน้าที่ดูออกถึงทุกอย่าง
"เหตุใดแกะถึงวิ่งหนี?"
ซูจือจือเสียงเบาลง "เพราะว่า... ข้าเล่นไฟ แล้วเผาก้นแกะเข้า"
หัวหน้าหมู่บ้านห่าวหลับตา สูดหายใจลึก
"แล้วตัวอักษรที่ข้าให้เ้าฝึกเขียน เ้าเขียนเสร็จหรือยัง?"
ซูจือจือ "..."
หัวหน้าหมู่บ้านห่าว "มะรืนนี้เ้าต้องตั้งใจเรียนกับอาจารย์ฉิน ตัวอักษรที่ยังไม่ได้ฝึก ต้องเขียนให้ครบทั้งหมด"
เด็กหญิงทำหน้าเศร้าสลด "...เ้าค่ะ"
เซวียเช่อเห็นซูจือจือทำท่าเช่นนั้น ก็รู้สึกอยากหัวเราะขึ้นมา แต่แล้วก็ได้ยินนางพูดว่า
"อาเช่อก็เป็เด็กเหมือนกัน เขาต้องไปเรียนด้วยหรือไม่?"
หัวหน้าหมู่บ้านห่าวหันไปมองเซวียเช่อ
"เ้าชื่ออาเช่อใช่หรือไม่ ที่บ้านเคยเรียนหนังสือหรือไม่?"
เซวียเช่อพยักหน้า "เคยขอรับ"
สิ่งที่เขาทำมากที่สุดในยามปกติก็คือการอ่านตำรา
ห่าวเหรินกล่าว "ดี เช่นนั้นอีกสองวันเ้าก็จงไปเรียนกับอาจารย์ฉินพร้อมกับซูจือจือเถิด ทุกสิบวันจะได้พักหนึ่งวัน"
สีหน้าของเซวียเช่อดูหม่นหมองลง
มิใช่ว่าเขากลัวการเรียน แต่ไม่กล้าจินตนาการถึงภาพที่ต้องเรียนร่วมกับซูจือจือและอาจารย์ฉิน
ห่าวเหรินกล่าว "จือจือ เ้าออกไปก่อน ข้ามีเื่จะพูดกับอาเช่อตามลำพัง"
ซูจือจือะโลงจากม้านั่ง "อาเช่อ ข้าจะรอเ้าอยู่ด้านนอกนะ"
หลังจากซูจือจือจากไป ห่าวเหรินก็ถามอย่างอ่อนโยนว่า
"ข้าได้ยินว่าบ้านเ้าอยู่ที่ฉางอัน เ้าจำตำแหน่งที่ตั้งได้หรือไม่"
เซวียเช่อถอดหยกขนาดเท่าเหรียญทองแดงจากคอส่งให้ห่าวเหริน
"ข้าชื่อเซวียเช่อ จากตระกูลเซวียแห่งย่านไหวหยวนในฉางอันขอรับ"
ก่อนหน้านี้หยกชิ้นนี้ถูกอู๋เหล่าซานขโมยไป ภายหลังชาวบ้านได้ค้นหาสิ่งของจากตัวอู๋เหล่าซาน แล้วให้เด็ก ๆ มารับของคืน เซวียเช่อจึงได้หยกประจำตัวกลับคืนมา
หยกเขียวใสบริสุทธิ์ละเอียดอ่อน รูปแบบเรียบง่าย ทำเป็วงแหวน
เมื่อห่าวเหรินรับหยกชิ้นนี้มา ดวงตาของเขาฉายแววประหลาดใจ
เขาวางหยกไว้ระหว่างนิ้วทั้งสอง ขยับปลายนิ้วเล็กน้อย หยกก็แยกออกเป็สองส่วน พอขยับปลายนิ้วอีกครั้ง หยกก็กลับมารวมเป็ชิ้นเดียวดังเดิม
ห่าวเหรินเก็บรอยยิ้มแล้วพินิจใบหน้าของเซวียเช่ออีกครั้ง
"เซวียอวี้เฉิงเกี่ยวข้องอะไรกับเ้า?"
"เขาคือพ่อของข้าขอรับ"
เซวียเช่อก็รู้สึกประหลาดใจ
หยกประจำตัวชิ้นนี้เป็ของสืบทอดในตระกูลเซวีย ภายในมีกลไกพิเศษใช้พิสูจน์ของจริงของปลอม ผู้ที่รู้เื่นี้มีน้อยนัก แต่หัวหน้าหมู่บ้านห่าวกลับรู้ได้ทันที
"หัวหน้าหมู่บ้านห่าวรู้จักท่านพ่อของข้าหรือขอรับ?"
ห่าวเหรินคืนหยกให้เซวียเช่อ แล้วกล่าวว่า
"แม่ทัพเซวียผู้พิทักษ์ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ในแคว้นต้าอวี๋ ผู้ใดบ้างจะไม่รู้จัก?"