“เล่ามาสิว่าเหตุใดท่านจึงคิดว่าเราตกอยู่ในอันตราย”
“เมื่อคืนข้ากำลังจะออกจากตำหนัก แต่เจอชายคนหนึ่งดักรออยู่ เราจ้องมองกัน แม้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เพียงแต่ทุกการสืบเสาะหรือค้นหาความลับใด ๆ ก็ตาม ไม่มีใครกล้าเปิดเผยตัวอย่างโจ่งแจ้งถึงเพียงนั้น แต่ชายผู้นี้กลับกล้าทำ”
“แล้วเ้าจะออกจากตำหนักกลางค่ำกลางคืนเพื่ออะไร”
“ข้านอนไม่หลับ หรือเ้านอนหลับ ?”
เซียวซีสั่นศีรษะ เคาะนิ้วกับโต๊ะเป็จังหวะด้วยความร้อนใจ แต่ก็คิดอะไรไม่ออกนัก “ใครจะกล้าทำถึงขนาดนี้”
“ข้าก็ไม่รู้ แต่นับั้แ่นี้ไป เ้าต้องระวังตัวให้ดี”
“ก็เราทั้งคู่นั่นแหละ แต่ไม่แน่ว่าหลังจากการแต่งตั้งไท่จื่อจบสิ้นลง คงไม่มีใครสนใจเราอย่างที่เป็อยู่ทุกวันนี้ อีกอย่าง เราอาจจะต้องเข้าสู่สนามรบอีกครั้งในเวลาไม่ช้าไม่นาน ข้าได้ยินเื่แคว้นหยวน แม้แต่ท่านแม่เองก็พูดถึง ดีไม่ดีเสด็จพ่อก็อาจจะอยากรวบแคว้นนี้ให้เป็ปึกแผ่นด้วย”
“แคว้นหยวนอย่างนั้นรึ” เฉิงอี้ทวนคำด้วยความฉงน
แคว้นหยวนที่ว่าอยู่ห่างออกไปเกือบพันลี้ ทั้งยังเจริญรุ่งเรืองและมีความแข็งแกร่งทางการทหารจนไม่มีใครกล้าผลีผลามบุกไปรุกราน ถึงแม้ทั้งสองแคว้นจะไม่เคยผูกไมตรีกันมาก่อน แต่ก็ไม่ได้มีความบาดหมางอันยิ่งใหญ่แต่ประการใด ล่ำลือกันว่าฮ่องเต้แคว้นหยวนโเี้ไร้ความเมตตาปรานี ถึงขนาดวางแผนโค่นล้มบัลลังก์พี่ชายของตนเอง และกวาดล้างผู้เกี่ยวข้องทุกคน โดยเฉพาะฮองเฮาของฮ่องเต้องค์ก่อน หากแต่นางตายคาตำหนักที่ถูกกวาดล้าง แต่บางข่าวลือก็ว่านางหนีหายไปได้ทัน
กระนั้นก็ยังมีอีกข่าวลือที่ว่าแท้จริงแล้วฮ่องเต้แคว้นหยวนประชวรหนักจนสิ้นใจ ฮองเฮาคบชู้ตั้งใจจะเปิดทางให้กับชู้รักเข้าบุกยึดวังหลวง แต่น้องชายของฮ่องเต้องค์เก่ารู้เท่าทันแผน จึงชิงสถาปนาตัวเองขึ้นมาแล้วฆ่าฮองเฮาทิ้งเพื่อลงโทษฐานฏและเป็การขจัดเสี้ยนหนามที่อยู่ในท้องของนางด้วย
ไม่ว่าจะเป็ข่าวลือในเื่ใดก็ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด เป็แต่เพียงเื่เล่าสืบต่อกันมา แต่ก็ทำให้ภาพของแคว้นหยวนแปดเปื้อนไปด้วยเื ตลอดการครองราชย์ของฮ่องเต้องค์นี้ก็ไม่ใคร่คบค้าสมาคมกับใครนัก นอกจากพันธมิตรทางทหารเพียงเท่านั้น
“ทีแรกข้าก็ไม่ได้คิดถึงแคว้นหยวนมาก่อน แต่เมื่อคิดดูอีกที แผ่นดินทองสุดลูกหูลูกตานี้ล้วนเป็ของเรา กระทั่งแคว้นหยวนโผล่ขึ้นมาขัดลูกหูลูกตา”
“ถ้าไม่ได้นั่งอยู่ตรงหน้า ข้าจะไม่มีทางเชื่อว่านี่คือคำพูดจากปากเ้า”
“ข้าเพียงแต่พูดเลียนแบบเสด็จพ่อ” เซียวซีลุกขึ้น สองมือไพล่หลังแบบคนมีเื่ให้คิดไม่ตก “ตอนข้ายังเด็ก ข้าเคยได้ยินว่ามารดาของข้ามาจากแคว้นหยวน แต่เมื่อข้าเอาเื่นี้ไปถามนาง นางก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงและปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งยังสั่งห้ามข้าไม่ให้พูดเื่นี้อีกเป็อันขาด แต่เมื่อไม่นานมานี้ ตอนเราจะเดินทัพไปปราบฏ นางเรียกข้าไปหาแล้วถามถึงแคว้นหยวนขึ้นมาเสียอย่างนั้น”
“พระสนมกุ้ยเฟยมาจากแคว้นหยวนงั้นหรือ เื่นี้ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน” เฉิงอี้หรี่ตา พยายามคิดถึงสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับนาง แต่เท่าที่จำได้ เขาได้รู้จักกับเซียวซีก็เมื่อทั้งสองอยู่ในวัยเด็ก แล้วถึงได้รู้จักกับพระสนมซึ่งเป็มารดา วันแรกที่ทั้งสองถูกแนะนำให้รู้จักกัน เขายังจำภาพหญิงสาววัยสะพรั่งใบหน้าเศร้าหมองที่ยืนอยู่ด้านหลังโอรสของตนได้เป็อย่างดี
ก่อนหน้านั้นฮ่องเต้เก็บนางเอาไว้ที่ใดถึงไม่มีใครพบเจอ แม้แต่คนที่เกิดในวังหลวงเช่นเขาก็ยังนึกไม่ออกว่าพระสนมกุ้ยเฟยปรากฏตัวขึ้นเมื่อใด เป็ไปได้หรือไม่ว่าตลอดระยะเวลาที่นางตั้งครรภ์และให้กำเนิดโอรสใน่ขวบปีแรก นางจะถูกกีดกันให้ไปอยู่ที่อื่น
ราวกับจู่ ๆ เมื่อเซียวซีอายุได้สี่ขวบก็ถูกนำตัวออกสู่ราชสำนัก แล้วกลายมาเป็สหายของเขา จากนั้น ทุกความสนใจก็พุ่งมาที่เด็กชายตัวน้อยซึ่งเป็โอรสที่ฮ่องเต้รักมากที่สุด ทั้งที่เสียงกระซิบกระซาบในวังหลวงมักจะดังขึ้นในมุมใดมุมหนึ่งเสมอ แต่ไม่มีเื่ของพระสนมผู้ลึกลับกับโอรสองค์นี้เลย
“ข้ากำลังคิดว่ามารดาของข้าซ่อนบางสิ่งบางอย่างเอาไว้”
“หากเป็เช่นนั้นจริง อีกไม่นานเ้าจะได้รู้ เพราะความลับไม่มีในโลก”