เข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังสีเงินในแผนกการตลาดเคลื่อนเลยผ่านเลขแปดไปแล้ว ทว่าความเงียบสงบที่ควรจะปกคลุมออฟฟิศกลับถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศอึดอัดแน่นตึง แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ดวงใหญ่ในโซนทำงานหลักถูกปิดลงเกือบทั้งหมดเพื่อประหยัดพลังงานตามนโยบายของตึก เหลือเพียงแสงไฟสปอตไลท์สีส้มละมูนที่ส่องสว่างลงมายังโต๊ะทำงานของมินตรา และแสงไฟสีขาวนวลที่ลอดผ่านประตูบานกระจกของห้องทำงานหัวหน้าแผนกการตลาดเท่านั้น
พนักงานคนอื่น ๆ ทยอยเก็บของกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงความเงียบงันและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงพ่นลมเย็นเยือกออกมาอย่างต่อเนื่อง มินตรานั่งหลังตรงอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวบางยังคงแตะค้างอยู่บนแป้นพิมพ์แต่หัวสมองกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวเลขรายงานงบประมาณเพิ่มเติมที่วางอยู่ข้างตัวเลยแม้แต่น้อย
หัวใจของเด็กสาวเต้นผิดจังหวะอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เธอได้ยินเสียงขยับเก้าอี้หรือเสียงเอกสารจากห้องทำงานส่วนตัวของปกป้อง ร่างกายของเธอจะสะดุ้งเกร็งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เหตุการณ์ในห้องประชุมเล็กเมื่อ่บ่ายยังคงตามหลอกหลอน ััอุ่นจัดจากฝ่ามือใหญ่ที่ทาบทับลงบนหลังมือของเธอ และเรียวขาแกร่งที่เบียดชิดเข้าหาใต้โต๊ะไม้โอ๊กตัวนั้นยังคงทิ้งความรู้สึกร้อนผ่าวซาบซ่านไว้บนผิวเนื้อราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
มินตราถอนหายใจยาวออกพ่นลมร้อนช้า ๆ พยายามขับไล่ความฟุ้งซ่านที่กำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจ ทว่ากลิ่นน้ำหอมแนวไม้สนและยาสูบจาง ๆ ของปกป้องที่ยังคงอบอวลจาง ๆ อยู่ในออฟฟิศกลับยิ่งทำลายสมาธิของเธอจนหมดสิ้น ยิ่งพยายามเว้นระยะห่าง ยิ่งพยายามทำตัวเ็าเฉยเมย ความเป็จริงที่ตอกย้ำว่าเขาคือชายผู้มีครอบครัวแล้วก็ยิ่งกรีดลึกในความรู้สึก แต่แรงดึงดูดเสน่หาอันบ้าคลั่งในตัวเขากลับเหนี่ยวรั้งให้เธอถอยหลังกลับไปไม่ได้เลย
“ฮื่อ... ทำไมสลัดออกไปจากหัวไม่ได้เลยนะมินต์” เด็กสาวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางยกสองมือขึ้นกุมขมับที่เริ่มเต้นตุบ ๆ ด้วยความอ่อนล้า
ความเย็นเยือกของแอร์และการนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงทำให้ลำคอของเธอเริ่มแห้งผาก มินตราหันมองแก้วน้ำว่างเปล่าบนโต๊ะ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืน ร่างบอบบางในเสื้อเชิ้ตทำงานสีครีมพอดีตัวและกางเกงสแล็กสีดำก้าวเดินอย่างแ่เบาตัดผ่านความมืดสลัวของแผนก มุ่งหน้าไปยังห้องแพนทรีขนาดเล็กซึ่งตั้งอยู่ตรงหัวมุมลึกสุดของชั้นเพื่อชงชาสมุนไพรอุ่น ๆ หวังจะช่วยคลายความเครียดและเรียกสมาธิให้กลับคืนมา
ภายในห้องแพนทรีขนาดกะทัดรัด แสงไฟสีเหลืองนวลใต้ชั้นวางของบนเคาน์เตอร์ครัวส่องสว่างเพียงรำไร ทอดเงายาวทับทาบลงบนพื้นกระเบื้องสีเทาเข้ม เสียงทำงานของตู้เย็นหลังใหญ่ที่ครางแ่เบา ยิ่งขับเน้นให้ความเงียบสงบในพื้นที่กึ่งส่วนตัวแห่งนี้ดูตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง มินตราหยิบซองชาคาโมมายล์ใส่ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปุ่มน้ำร้อนจากตู้กดน้ำ ปล่อยให้สายน้ำอุ่นร้อนไหลรินลงกระทบถุงชาจนควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมผ่อนคลาย
ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังยกแก้วชาร้อนขึ้นมาประคองไว้ในมือเพื่อเตรียมจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่นุ่มนวลที่ดังคุ้นเคยก็แว่วเข้ามาในประสาทัั มินตราสะดุ้งตัวเบา ๆ แผ่นหลังบางเหยียดตรง หัวใจดวงน้อยดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ปลายเท้าเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนเดินผ่านกรอบประตูเข้ามาตัดสายตา
ปกป้องในชุดทำงานที่ไร้เสื้อสูทตัวนอก เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาถูกปลดกระดุมคอเสื้อออกกว้างจนเห็นแผงอกแกร่งรำไร และท่อนแขนเสื้อถูกพับขึ้นไปจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามและเส้นเืที่พาดผ่านอย่างเด่นชัด ชายหนุ่มวัยสี่สิบปีสาวเท้าเข้ามาในห้องแพนทรีอย่างเชื่องช้า ั์ตาคมกริบลุ่มลึกจดจ้องมองมายังเด็กสาวร่างเล็กที่ยืนเกร็งอยู่ข้างเคาน์เตอร์ด้วยประกายตาที่ทำเอาคนถูกมองแทบหยุดหายใจ
“ทำงานจนดึกป่านนี้... เหนื่อยแย่เลยนะมินต์” น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
“คะ... คุณปกป้อง” มินตราเอ่ยตะกุกตะกัก พยายามขยับตัวหลบไปอีกทางเพื่อจะเดินออกจากห้อง “มินต์ชงเสร็จพอดีค่ะ งั้นมินต์ขอตัวกลับไปแก้งานที่โต๊ะต่อนะคะ”
ทว่าปกป้องไม่เปิดโอกาสให้ร่างบางได้ก้าวผ่านกิเลสอันแสนอันตรายนี้ไป ชายหนุ่มขยับร่างกายสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางหน้าทางออกไว้ในทันที ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนมินตราได้กลิ่นลมหายใจอุ่นร้อนและกลิ่นน้ำหอมไม้สนผสมยาสูบอันเป็เอกลักษณ์ของเขาได้อย่างชัดเจน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“จะรีบไปไหนล่ะครับ? พี่ยังไม่ได้คุยธุระกับเราเลย” ปกป้องกระซิบ เสียงทุ้มต่ำอบอุ่นแฝงความหยอกเย้าขี้เล่นอันเป็เสน่ห์ของผู้ใหญ่ที่เหนือกว่า
“แต่... งานยังไม่เสร็จดีนะคะคุณปกป้อง มินต์คิดว่า...”
“งานพรีเซนต์พี่ตรวจดูหมดแล้ว ไม่มีอะไรต้องแก้แล้วล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยตัดบท พลางก้าวเดินรุกคืบเข้ามาหาอีกก้าว ส่งผลให้มินตราต้องขยับถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติจนกระทั่งแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนอย่างหมดทางเลี่ยง
ปกป้องยื่นมือแกร่งทั้งสองข้างออกไปวางทาบลงบนขอบเคาน์เตอร์หินอ่อนขนาบข้างลำตัวของมินตรา กักขังร่างเล็กเอาไว้ภายใต้เงาร่างอันโอ่อ่าและแข็งแกร่งของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาโน้มลงมาหาจนมินตราััได้ถึงไออุ่นระอุจากผิวกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาห่อหุ้มร่างกายสั่นเทาของเธอเอาไว้
“เมื่อตอนบ่าย... มินต์ขยับมือหนีพี่ทำไมครับ?” ปกป้องถาม เสียงของเขาแหบพร่าลุ่มลึก ดวงตาคู่คมจดจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมโตของเด็กสาวที่สั่นระริกด้วยความสับสนและหวาดหวั่น “พี่ทำให้มินต์อึดอัดขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ไม่ใช่ค่ะ...” มินตราส่ายหน้าพัลวัน ใบหน้าหวานร้อนผ่าวซ่านแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหูและลำคอขาว “มินต์แค่... กลัวคนอื่นจะเห็น พี่แพรวจ้องมองเข้ามาในห้องประชุมตั้งนาน มินต์ไม่อยากให้เกิดเื่เข้าใจผิด... และมันก็ไม่เหมาะสมด้วยค่ะ”
“ไม่เหมาะสมงั้นเหรอ?” ปกป้องทวนคำเสียงแ่ ยิ้มบางที่มุมปากอย่างนึกสนุก ั์ตาของเขาเริ่มเข้มขึ้นด้วยแรงอารมณ์ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน “แล้วถ้าตอนนี้... ไม่มีใครอยู่ล่ะ? ไม่มีแพรว ไม่มีคนอื่นในแผนก มีแค่พี่กับมินต์สองคนในห้องนี้ มินต์ยังจะกลัวอะไรอยู่อีกไหม?”
คำพูดกึ่งเย้ากึ่งจริงของเขาเปรียบเสมือนกระแสไฟอ่อน ๆ ที่แล่นเข้าขั้วหัวใจ มินตราได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง ลมหายใจสะดุดติดขัดเมื่อใบหน้าคมของชายหนุ่มโน้มต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งปลายจมูกโด่งรั้นของเขาเฉียดผ่านแก้มนุ่มแ่เบา กลิ่นแป้งเด็กผสมพีชหวาน ๆ ที่ลอยโชยออกมาจากผิวกายของเด็กสาวกระตุ้นเพลิงปรารถนาในอกของผู้ใหญ่ให้ยิ่งคุโชนยากจะควบคุม
“คุณปกป้อง... อย่าค่ะ...” มินตราประท้วงเสียงสั่นเครือ ฝ่ามือน้อย ๆ ทั้งสองข้างยกขึ้นดันแผงอกแกร่งของเขาไว้เบา ๆ แต่ทว่าแรงขัดขืนอันน้อยนิดนั้นกลับไร้ผลเมื่อเจอกับแผ่นอกตึงแน่นที่แทบไม่ขยับเขยื้อนตามแรงผลักเลยสักนิด
“มินต์... อย่าห้ามพี่เลย”
ปกป้องกระซิบสั่งเสียงทุ้มพร่าชิดริมฝีปากอิ่มของเธอ ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งจะเลื่อนขึ้นมาเชยคางมนของเด็กสาวขึ้นมารับัั ชายหนุ่มทาบริมฝีปากอุ่นจัดลงบนกลีบปากนุ่มละมุนของมินตราอย่างแ่เบาในคราแรก เป็การทักทายที่แสนอ่อนโยนจนร่างเล็กสั่นสะท้านไปทั้งตัว ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็จูบที่หนักแน่น ล้ำลึก และเต็มไปด้วยแรงเสน่หาที่อัดอั้นมานาน
มินตราครางแ่ในลำคอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกก่อนจะค่อย ๆ ปิดพริ้มลงอย่างพ่ายแพ้ต่อความ้าเบื้องลึกของจิตใจ รสชาติของชาร้อนที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนปลายลิ้นผสมผสานเข้ากับััร้อนแรงของป้องจนเกิดเป็รสชาติหวานล้ำที่มอมเมาสติสัมปชัญญะของเด็กสาวให้กระเจิดกระเจิงไปไกลแสนไกล
ฝ่ามือหนาที่เคยยึดเคาน์เตอร์ครัวเลื่อนลงมาโอบรัดเอวคอดกิ่วของมินตรา กระชับร่างบอบบางให้บดเบียดเข้ากับร่างกายแกร่งของเขาจนไม่เหลือช่องว่าง เรียวลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้ามาล่วงล้ำสำรวจความหวานในโพรงปากอุ่นอย่างช่ำชองและเอาแต่ใจ มินตรารู้สึกเหมือนร่างกายของเธอไร้กระดูก เรียวขาสั่นเทาจนแทบไม่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง มือเล็กลดระดับจากการผลักไสเปลี่ยนเป็คว้าขยำเชิ้ตขาวของเขาไว้แน่นจนยับย่น
“อื้อ...”
เด็กสาวส่งเสียงครางพร่าเลือนเมื่อปกป้องถอนริมฝีปากออกช้า ๆ แต่กลับไม่ยอมปล่อยให้เธอได้พักหายใจ ชายหนุ่มซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวระหง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนียนจนมินตราต้องแหงนเงยใบหน้าขึ้นรับัั ฝ่ามือใหญ่ร้อนจัดของป้องเลื่อนขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างแ่เบาและชำนาญทีละเม็ด แสงไฟสลัวสีส้มจากมุมห้องส่องกระทบผิวเนื้อขาวนวลละเอียดที่ค่อย ๆ ปรากฏสู่สายตา
นิ้วมือเรียวยาวของปกป้องลากไล้ผ่านกระดูกไหปลาร้าบอบบางลงมายังเนินอกอิ่ม ผิวััเย็นเนียนของลูกไม้เนื้อดีบนบราสีหวานสีตัดกับสีผิวยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ชายหนุ่มให้เตลิดเปิดเปิง ฝ่ามืออุ่นใหญ่ช้อนประคองทรวงอกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าบางเบา บีบเค้นเบา ๆ ตามสัญชาตญาณความ้าจนยอดปทุมถันชูชันรับััร้อนแรง
“พี่ป้อง... อ๊ะ...” มินตราสะดุ้งตัวโยน หลุดปากเรียกสรรพนามแทนตัวเขาอย่างสนิทเสน่หาและโหยหาความเป็เ้าของ ร่างกายบอบบางบิดเร้า ััเสียวซ่านแล่นปลาบไปทั่วทุกอณูเนื้อเมื่อริมฝีปากร้อนของป้องลากไล้ต่ำลงมาขบเม้มตรงซอกคอและลาดไหล่บอบบาง ทิ้งรอยรักสีกุหลาบจาง ๆ ไว้บนผิวเนียน
“มินต์... ตัวสั่นขนาดนี้เลยเหรอครับ เด็กดี...” เสียงทุ้มแหบพร่าของป้องกระซิบชิดผิวเนื้ออุ่นนุ่มของเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเสน่หาและการที่ลึกซึ้ง “ชอบให้พี่ทำแบบนี้ไหมครับ?”
“พี่ป้อง... มินต์... เสียว...” มินตราครางกระเส่า รอยจูบและฝ่ามือร้อนที่ปัดเป่าอยู่บนเรือนร่างทำให้เธอไม่สามารถคิดคำพูดปฏิเสธใด ๆ ได้อีก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาจนมอดไหม้ไปกับไฟปรารถนาที่คนตรงหน้ามอบให้
ป้องลูบไล้ฝ่ามือลงต่ำไปยังหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะสอดแทรกนิ้วมือเข้าไปใต้ขอบกางเกงสแล็กสีดำ ััผิวเนียนละเอียดตรงสะโพกกลมกลึงแล้วบีบกระชับแน่นหนัก ดึงรั้งให้ร่างบางเขยิบเข้ามาเบียดชิดกับส่วนกลางลำตัวที่ตึงแน่นร้อนระอุของเขา ความแข็งแกร่งที่เบียดบดอยู่ตรงหน้าเรียวขาส่งผ่านความ้าทางกายภาพที่เด่นชัดจนมินตราสะท้านสยิวลึกในช่องท้อง เธอเบียดกายตอบสนองอย่างลืมตัวตามธรรมชาติเรียกร้อง
ชายหนุ่มยกตัวมินตราขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เธอนั่งลงบนขอบเคาน์เตอร์หินอ่อนขนาบข้าง เรียวขาคู่สวยแยกออกตามแรงชักนำของผู้ใหญ่ที่เจนสนาม รักและเสน่หาทวีความร้อนแรงจนอากาศในแพนทรีแคบ ๆ เริ่มระอุร้อนเหงื่อซึมตามขมับ ชายหนุ่มโน้มหน้าลงมาจูบเธออีกครั้งด้วยความตะกรุมตะกรามโหยหา สองร่างเบียดเสียดแลกเปลี่ยนลมหายใจกระชั้นชิดในความมืดสลัว
ทว่า... ในขณะที่เพลิงปรารถนากำลังจะพัฒนาพาทั้งสองคนข้ามขอบเขตศีลธรรมไปไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของรองเท้าบูทคอมแบทเดินย่ำกระทบพื้นกระเบื้องด้านนอกแผนกก็ดังแว่วเข้ามาในความเงียบ
*ตึก... ตึก... ตึก...*
พร้อมกับแสงไฟฉายสีขาวสว่างจ้าที่สาดส่องวูบวาบผ่านบานกระจกใสของส่วนทำงานหลัก สะท้อนแสงเข้ามายังทางเดินหน้าห้องแพนทรี เสียงวิทยุสื่อสารส่งเสียงดังฉูดฉาดเป็ระยะสัญญาณเตือนว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำตึกกำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยยามค่ำคืน
*กริ๊ก... ซ่า... “โซนสี่ตรวจสอบเรียบร้อย กำลังเดินตรวจโซนห้า...”*
เสียงวิทยุและฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่ราดลงบนกองเพลิงอารมณ์ มินตราสะดุ้งสุดตัว ั์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความหวาดตระหนกสุดขีด สติสัมปชัญญะที่กระเจิดกระเจิงลอยกลับเข้าร่างในทันที ความตื่นกลัวเื่การถูกจับได้และความผิดศีลธรรมแล่นเข้าจุกแน่นในลำคอจนแทบหายใจไม่ออก
“คุณปกป้อง! รปภ. ค่ะ... ปล่อยมินต์!” มินตรากระซิบเสียงสั่นระริกด้วยความตระหนก พยายามผลักอกแกร่งของเขาออกอย่างเต็มแรง
ปกป้องเองก็หยุดชะงักไปเช่นกัน ใบหน้าคมฉายแววขัดใจและตึงเครียดขึ้นมาแวบหนึ่ง ั์ตาคมกริบกวาดมองแสงไฟฉายที่สาดเข้ามาใกล้หน้าประตูห้องแพนทรี ชายหนุ่มใช้ความสุขุมขีดสุดกางตัวออกบังร่างบอบบางของมินตราเอาไว้จากมุมมองตรงบานประตูห้องครัว พลางเอื้อมมือไปดึงเสื้อเชิ้ตของเด็กสาวเข้าหากันเพื่อบดบังร่องรอยการล่วงล้ำััเมื่อครู่
“ชู่... เงียบ ๆ ก่อนนะครับมินต์” ป้องกระซิบชิดใบหู พลางประคองสะโพกมนให้เธอขยับลงมายืนบนพื้นห้องอย่างมั่นคง
ฝีเท้าของรปภ. หยุดลงที่หน้าห้องแพนทรี แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาวูบหนึ่งผ่านประตูกระจกฝ้าสะท้อนเงาตะคุ่มของร่างสูงใหญ่ของปกป้อง ชายหนุ่มวัยสี่สิบปรับสีหน้าและอารมณ์ที่พุ่งพล่านให้เรียบเฉยได้อย่างรวดเร็ว เขากระแอมไอเบา ๆ เพื่อแสดงตัวตนก่อนที่เ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็ผู้บุกรุก
“สวัสดีครับพี่... ตรวจรอบดึกเหรอครับ? พอดีผมกับน้องพนักงานกำลังเคลียร์เอกสารรายงานงบประมาณนำเสนอบอร์ดพรุ่งนี้กันอยู่ครับ ใกล้จะเสร็จแล้ว” ปกป้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มปกติที่เป็งานเป็การและเปี่ยมด้วยอำนาจความน่ายำเกรงของผู้บริหารระดับสูง
“อ๋อ... ครับคุณปกป้อง ขอโทษที่รบกวนครับ พอดีเห็นไฟตรงแพนทรียังเปิดอยู่เลยเดินเข้ามาเช็กดูครับ ยังไงทำงานเสร็จแล้วฝากล็อกประตูโซนห้าด้วยนะครับ” เสียง รปภ. เอ่ยตอบอย่างนอบน้อมเมื่อจำน้ำเสียงและเงาร่างของหัวหน้าแผนกการตลาดได้
“รับทราบครับ เดี๋ยวจัดการล็อกให้เรียบร้อยครับ ขอบคุณมาก”
เมื่อสิ้นประโยคสนทนา เสียงฝีเท้าของเ้าหน้าที่รักษาสถานการณ์ความปลอดภัยก็ค่อย ๆ เดินห่างออกไป พร้อมกับแสงไฟฉายที่ลับหายไปกับความมืดตามแนวทางเดินออฟฟิศ
ความตึงเครียดโรยตัวลงมาในห้องแพนทรีอีกครั้ง มินตราหอบหายใจสะท้าน ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวผสมผสานความอายและสับสน มือเรียวบางพยายามดึงรั้งเสื้อเชิ้ตขึ้นมากลัดกระดุมด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาจนแทบไม่มีแรงกดกระดุมลงไปในรังดุม น้ำตาอุ่นร้อนเอ่อคลอสองเบ้าตาด้วยความรู้สึกผิดบาปที่แล่นเข้ามากระแทกใจ
ปกป้องโน้มตัวเข้ามาเพื่อจะช่วยจัดเสื้อผ้าและปลอบโยนเด็กสาว “มินต์... มานี่มา พี่ช่วย...”
“ไม่ค่ะ! อย่าจับมินต์!”
มินตราเอ่ยตัดบทเสียงสั่นเครือ สะบัดตัวหนีััของเขาในทันที เด็กสาวรีบวิ่งผ่านหน้าชายหนุ่มก้าวเดินออกจากห้องแพนทรีลุยตัดผ่านความมืดของออฟฟิศตรงกลับไปยังโต๊ะทำงานของตนเองอย่างรวดเร็ว เธอหยิบกระเป๋าสะพาย รูดซิปเก็บสมุดโน้ตและโน้ตบุ๊กใส่กระเป๋าอย่างลนลาน ปิดสวิตช์ปลั๊กไฟโดยไม่รอปิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้เสร็จสมบูรณ์เสียด้วยซ้ำ
เด็กสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบ่า วิ่งตรงไปที่ประตูทางออกออฟฟิศ แตะบัตรพนักงานกับเครื่องอ่านเพื่อปลดล็อกประตูบานกระจกแล้วก้าวออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งความร้อนแรงและสายตาคมกริบของปกป้องที่เดินตามหลังมาอย่างช้า ๆ ไว้เื้ัในความเงียบสลัวของแผนก
ตลอดการเดินทางกลับหอพักบนรถโดยสาร มินตรานั่งซบหน้าลงกับกระเป๋าเป้สะพาย ปล่อยให้น้ำตาไหลรินอาบสองแก้มอย่างสุดจะกลั้น หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นระรัวสะท้านด้วยความรู้สึกล่อแหลมหวาดเสียวปนสับสนทรมาน เธอข้ามเส้นแบ่งกฎเกณฑ์และก้าวข้ามขอบเขตศีลธรรมไปแล้วด้วยรสจูบและััลึกซึ้งใต้แสงไฟสลัวของออฟฟิศ และเธอก็รู้ดีว่าหลังจากคืนนี้ไป... โลกใบเดิมของเธอจะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมอีกต่อไป
-----
***แจ้งคุณนักอ่านค่า: "นิยายเรื่องนี้จบแล้วนะคะ ขอบคุณทุกการสนับสนุนและฝากติดตามตอนพิเศษด้วยนะค้า ^^"